• มนพล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-09
  • จำนวนเรื่อง : 109
  • จำนวนผู้ชม : 110863
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
บ้านกำลังใจ...^__^ Manapol: House of Encouragement, Inspiration and Knowledge
แบ่งปันเรื่องราว บทกวี และข้อคิดดีๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2551
Posted by มนพล , ผู้อ่าน : 1876 , 06:36:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทราย,อ้อม,ทราย....  ลูกรัก

 

   ฉบับที่แล้วพ่อชวนลูกคุยถึงเรื่อง “ส้วมกับดอกไม้” ฉบับนี้นึกประเด็นบางอย่างได้ จึงขอชวนคุยเรื่องดอกไม้อีกสักตอนหนึ่งก็แล้วกัน  นานมาแล้วพ่อเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง และได้ยินนักกวีบางท่านบอกว่า “ผู้หญิงเป็นดอกไม้ประดับโลก”  ฟังคำพูดนี้แล้ว ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง พ่อคิดว่า เป็นความจริงมากทีเดียว  ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์แทนผู้หญิงทั้งโลก เพราะผู้ชายได้ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “แมลงผึ้งหรือภมรและผีเสื้อ” ที่ชอบบินไปตอม ดม ชมดอกไม้ และช่วยผสมเกสรให้


   ผู้หญิงในโลกนี้ หลายคนต้องการเป็นดอกไม้ที่เป็นที่หมายปองของผีเสื้อหรือหมู่ภมร เป็นที่จับจ้องมองดูของคนทั้งโลก(ซึ่งก็คือการเป็นนางงามระดับโลก—จักรวาลนั่นเอง) แต่มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่สมปรารถนา คนที่ไปไม่ถึงระดับที่ตนต้องการก็พากันทุกข์อกทุกข์ใจ พูดถึงตรงนี้ทำให้พ่อนึกถึงคำประพันธ์ของศาสตราจารย์ ฐะปะนีย์ นาครทรรพ ที่เขียนเตือนสติหญิงสาวและผู้คนทุกคนที่ไม่พอใจและไม่เห็นคุณค่ากับ “ความเป็น” ในปัจจุบันของตนเองไว้ว่า
 


 แม้มิได้เป็นดอกกุหลาบหอม          ก็จงยอมเป็นเพียงลดาขาว
 แม้มิได้เป็นจันทร์อันสกาว            จงเป็นดาวดวงแจ่มแอร่มตา
 แม้มิได้เป็นหงศ์ ทะนงศักดิ์          ก็จงรักเป็นโนรีที่หรรษา
 แม้มิได้เป็นน้ำแม่คงคา                จงเป็นธาราใสที่ไหลเย็น
 แม้มิได้เป็นมหาหิมาลัย               จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น
 แม้มิได้เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ        ก็จงเป็นวันแรมที่แจ่มจาง
 แม้มิได้เป็นต้นสนระหง               จงเป็นพงอ้อสะบัดไม่ขัดขวาง
 แม้มิได้เป็นนุชสุดสอาง               จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดี
 อันจะเป็นสิ่งใดไม่ประหลาด         กำเนิดชาติดีทรามตามวิถี
 ถือสันโดษ ทำประโยชน์ในชีวี      ให้สมที่เกิดมา น่าชมเอย...ฯ


(ลดา คือ เครือวัลย์,สาย,เครือเถา   โนรี คือ ชื่อนกชนิดหนึ่งคล้ายนกแก้ว)

 

      ทุกครั้งที่พ่ออ่านคำประพันธ์ชุดนี้ จะทำให้พ่อได้กำลังใจ ได้ความมั่นใจในตนเองเพิ่มทุกที อาจารย์ท่านให้กำลังใจผู้คนที่มักมองเห็นตนเองต่ำต้อยได้ดีเหลือเกิน  ความแตกต่างของคนเราเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  การยอมรับความจริงว่าตนเป็นอย่างไรแล้วพยายามพัฒนาด้านอื่นที่ตนสามารถจะเป็นได้ แล้วใช้ความเป็นอันนั้นทำประโยชน์ในชีวิต ทำเพื่อตนเอง เพื่อคนอื่น เพื่อสังคมประเทศชาติ พ่อคิดว่า นี่ต่างหากที่คนเราควรใส่ใจ  แล้วลูกๆเห็นว่าอย่างไรบ้าง?


   ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้ เป็นเพียงการเกริ่นนำประเด็นสำคัญที่พ่อจะนำเสนอในจดหมายฉบับนี้เท่านั้น ต่อไปนี้ต่างหาก คือ ประเด็นที่ตรงกับหัวข้อที่พ่อตั้งไว้ 


     ก่อนอื่นพ่อขอถามลูกก่อนว่า ดอกไม้ในโลกนี้มีกี่ประเภท?
   ก็ตอบไปตามความรู้ที่เรียนมา พ่อเดาเอาว่าลูกสาวของพ่อคงตอบไปตามหลักในวิชา ชีววิทยา ว่าด้วยเรื่องดอกไม้ ตามที่เคยได้ยินมา สำหรับพ่อ พ่อไม่เคยเรียนวิชานี้ แต่พ่อเคยได้อ่านจากบันทึกในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ท่านตอบคำถามที่พ่อถามลูกไว้ว่า ดอกไม้ในโลกนี้มี 4 ประเภท คือ


 ๑. ดอกไม้ประเภทที่มีสีไม่งาม  แต่กลิ่นหอม
 ๒. ดอกไม้ประเภทที่มีสีงาม  แต่กลิ่นเหม็น
 ๓. ดอกไม้ประเภทที่มีสีไม่งาม และมีกลิ่นเหม็น
 ๔. ดอกไม้ประเภทที่มีสีงาม และกลิ่นหอม

 

ทั้งสี่ประเภทนี้หมายความว่าอย่างไร? ท่านมีคำอธิบายไว้ดังนี้


ประเภทแรก ดอกสีไม่งาม แต่กลิ่นหอม

หมายถึง คนบางคนในโลกนี้ เกิดมารูปร่างหน้าตาไม่งดงามหรอก แต่มีการศึกษาดี มีความประพฤติดี ไม่เบียดเบียนตนเองและคนอื่น หน้าตาไม่งดงาม คือ สีไม่งาม ความประพฤติดี คือ มีกลิ่นหอม


ประเภทที่สอง ดอกไม้ที่มีสีงาม แต่กลิ่นเหม็น

หมายถึง คนบางคนในโลกนี้ เกิดมาชาติตระกูลดี รูปร่างผิวพรรณงดงาม หน้าตาดีว่างั้นเถอะ แต่มีการศึกษาไม่ดี มีความประพฤติไม่ดี ขาดศีลขาดธรรม

ประเภทที่สาม ดอกไม้ที่มีไม่สีงาม แถมกลิ่นเหม็น

หมายถึง คนบางคนคนเกิดมาชาติตระกูลก็ไม่ดี หน้าตาก็ไม่ดี แถมยังมีการศึกษาไม่ดี มีความประพฤติไม่ดี ขาดศีลขาดธรรม ชอบทำความเดือดร้อนแก่ตนเองและคนอื่น  พูดง่ายๆว่า “หน้าตาก็อัปลักษณ์ แถมความประพฤติยังอัปลักษณ์อีก”


ประเภทที่สี่ ดอกไม้ที่มีสีงาม และมีกลิ่นหอม   

หมายถึง คนที่เกิดในตระกูลที่ดี รูปร่างหน้าตาก็ดี แถมยังมีการศึกษาดี มีความประพฤติดี มีศีลมีธรรมประจำใจ ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและคนอื่น มีแต่เมตตากรุณา โอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเกื้อกูล

 
ที่พ่อยกเรื่องนี้ขึ้นมาชวนคุย ก็เพื่อจะเสนอว่า ไหนๆเขาก็เปรียบเทียบผู้หญิงว่าเป็นดอกไม้แล้ว จึงอยากให้ผู้หญิงทุกคนเลือกเป็นดอกไม้ที่แม้สีไม่งาม ก็ขอให้มีกลิ่นหอม ส่วนคนที่มีสีงามอยู่แล้ว ก็ขอให้มีกลิ่นหอมด้วย อย่ามีสีงามอย่างเดียว แต่กลิ่นเหม็น

 
    แต่นี่พ่อคงฝันกลางวันกระมัง เพราะเป็นไม่ได้หรอกที่จะให้เป็นดังที่คิดได้  เนื่องจากคนเราไม่ว่าชายหรือหญิง ล้วนมีกิเลสติดตัวอยู่เป็นพื้นใจทั้งสิ้น ต่างแต่ว่า ใครที่ได้รับการฝึกอบรมมาดีหน่อย ก็สามารถควบคุมและจัดการให้กิเลสเหล่านั้นโลดแล่นอยู่เฉพาะภายในใจ ไม่ออกมาแสดงพฤติกรรมภายนอกได้  หรือให้มันยอมสงบราบคาบต่อคุณธรรมที่ปลูกขึ้นมาแซมแทรกกิเลส ใช้ธรรมะเป็นดาวข่มกิเลสเอาไว้ 


   ส่วนคนที่ไม่ค่อยได้รับการฝึกฝนอบรมจิตใจของตนเองด้วยคุณธรรมก็มีแนวโน้มอย่างมากที่จะตกเป็นทาสของกิเลส ถูกกิเลสชักจูงให้กระทำการตามอำนาจของมัน เช่น ถูกมันบงการให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้ จึงมีหญิงสาวหลายคน ที่แม้หน้าตาจะดีมาก แต่หากินด้วยวิธีการหลอกลวงชาวบ้าน หรือ เป็นคนปากจัด ชอบพูดจาหยาบคาย ส่อเสียด และพูดเพ้อเจ้อ จนชาวบ้านเขาเอื่อมระอาไปตามๆกัน ประมาณว่า “สวยแต่รูปจูบไม่หอม”


    พูดถึงตรงนี้วกมาหาลูกสาวทั้งสามคนของพ่อ แน่นอนพ่อย่อมอยากให้ลูกสาวของพ่อเป็นดอกไม้ที่มีสีงามและกลิ่นหอม  เพราะฉะนั้นก็ช่วยทำความหวังของพ่อให้เป็นจริงด้วยนะลูกนะ จะว่าไปแล้วพ่อก็ได้แต่แนะนำ พร่ำสอนให้ลูกเป็นคนดี มีศีล มีธรรม แต่ลูกจะทำได้แค่ไหน เพียงไรนั้น เป็นหน้าที่ของลูกโดยตรง ถ้าจะอุปมาเหมือนคนเลี้ยงลูกวัว พ่อก็คือคนที่ถือเชือกไว้ในมือ และคอยดูว่าลูกวัวตัวนั้นจะเผลอไปกินพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวบ้านเขาหรือเปล่า ถ้ามันเผลอไปก็คอยกระตุกเชือกดึงกลับมา คำสอนและคำแนะนำของพ่อแม่ก็เหมือนเชือกที่คอยดึง คอยกระตุกให้ใจลูกตัวลูกหันกลับมาสู่หนทางที่ถูกต้องที่ดีงามเช่นเดิม  แต่ถ้าลูกวัวดื้อไม่เชื่อฟัง ในฐานะพ่อแม่ก็คงจะมีการลงโทษบ้าง


    แต่ถ้าดื้อมากๆ ก็คงต้องยอมเสียค่าปรับให้กับเจ้าของไร่นา แต่ถ้ากู่ไม่กลับจริงๆ ก็คงจะต้องจำหน่ายทิ้งไป คือ ถึงขั้นตัดพ่อ-แม่ ตัดลูกกัน แต่ครอบครัวไหนที่ทำถึงขั้นนี้ พ่อคิดว่า คนเป็นพ่อแม่คงเจ็บปวดใจน่าดู  เหมือนนิทานเรื่อง ตากับยาย ที่ตัดสินใจจับลูกสาวสี่คนของตนเองลอยแพ เพราะไม่สามารถเลี้ยงดูได้ เนื่องจากลูกสาวทั้งสี่มีนิสัยที่แย่มาก แย่จนตากับยายเหมือนตกนรกทั้งเป็น  ขณะที่ตากับยายจับลูกลงแพ แล้วดันแพให้ลอยห่างออกจากฝั่งทะเลไปนั้น ใจของตากับยายคงเจ็บปวดมาก น้ำตาคงอาบแก้มทั้งสองคน และคงอาศัยเวลานานทีเดียวกว่าที่จะทำใจได้ ที่แน่ๆ พ่อคิดว่า ตราบาปที่จับลูกลอยแพ คงฝังลึกอยู่ในใจของตายายไปตลอดชีวิต

 
เพราะฉะนั้น ลูกรัก....

ทุกก้าวย่างของชีวิตลูก ทั้งในบ้าน นอกบ้าน หรือในสถานศึกษา

ก่อนพูด ก่อนทำอะไร คิดให้รอบคอบ คิดถึง “ใจ” ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ “ให้ชีวิต”  และอดทนเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ด้วยนะลูกนะ.. นะ..เจ้าดอกไม้สีงามและมีกลิ่นหอมทั้งสามดอกของพ่อ

 


ปรารถนาดีต่อลูกเสมอ

 


จาก...พ่อมนพล  ชนสุรินทร์...    

 

๔  ธันวาคม ๒๕๕๑





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มนพล วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 05.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
..^^^มีสติ แล้วยิ้มไว้ใจสดชื่น อายุยืนไร้โรคา^^^

แพรพันวา....

เอ...ว่าใครละเนี่ย

ถ้าว่า มนพล (ร้อนตัว..อิอิ) ก็ขอให้ทราบนะว่า
ไม่เคยเจ้าชู้เลย
เพราะยังไม่เคยแต่งงาน
ไม่เคยแต่งงานแต่มีลูกสาว ๓ คนได้ไง่ละ ?

คำตอบก็คือ ทั้งสามคนล้วนเป็นลูกบุญธรรมทั้งสิ้น ฮ่าๆๆๆ
มีคนมาเรียกพ่อ ก็รู้สึกดีเหมือนกันน่ะ
ทำให้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อมากยิ่งขึ้น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มนพล วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 05.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
..^^^มีสติ แล้วยิ้มไว้ใจสดชื่น อายุยืนไร้โรคา^^^

คุณเจี๊ยบ

ด้วยความยินดีน่ะ

เรามาที่นี่เพราะเพื่อนที่ดีอย่างคุณแนะนำ
และก็มีความสุขตามประสา เล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อย

กำลังใจจากเราก็มีให้ไม่หมดเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แพรพันวา วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eleven
แพรพันวา

อยากเอาไบกอนมาฉีด

“แมลงผึ้งหรือภมรและผีเสื้อ” นัก

ฉีดตัวเจ้าชู้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Je@b วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

ค่ะ คุณมนฯ


พอคุณอธิบายเหมือนเดิม ... เราก็เลยนึกออก

เราถามคุณแบบนี้ไปครั้งนึงแล้วนิ .... 555





ยินดีที่รับกำลังใจที่ส่งไปให้นะคะ ....

เพื่อนคนนี้มีกำลังใจให้เสมอ .. ไม่มีวันหมด .... ไม่มีวันพร่อง

เหมือนที่คุณก็มอบให้เราเช่นกัน



ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มนพล วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
..^^^มีสติ แล้วยิ้มไว้ใจสดชื่น อายุยืนไร้โรคา^^^

คุณเจี๊ยบ....

ที่ชื่อซ้ำกันก็เพราะมีลูกชื่อทรายเหมือนกันสองคนไงล่ะ

มีทรายใหญ่กับทรายเล็ก

ลูกอ้อมอยู่ตรงกลาง

แต่ตอนนี้ พวกเธอติดต่อพ่ออยู่คนเดียวเอง คือ ทรายเล็ก
นอกนั้น หายเงียบไปเลย...

ไม่รู้ว่า ลืมพ่อคนนี้ไปแล้วมั้ง
แต่ช่างเหอะ คนเราล้วนมีวิถีของตนเอง

พ่อคนนี้แค่รู้ว่า รักและห่วงใยลูกๆ ก็พอแล้วล่ะ

ขอบคุณนะสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Je@b วันที่ : 05/12/2008 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

ทราย,อ้อม,ทราย.... ลูกรัก

่.....

เอ ทำไมลูกสาวชื่อซ้ำกันอ่ะคะ พ่อมนฯ

...




ไม่ว่าจะเป็นพ่อ หรือ เป็นลูกชายของพ่อ

ความซาบซึ้งใจและความรัก ... ก็มีให้กันและกันเสมอ

แม้จะอยู่ใกล้หรือไกลกันก็ตาม ....



เนอะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน