• มนพล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-09
  • จำนวนเรื่อง : 109
  • จำนวนผู้ชม : 112205
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
บ้านกำลังใจ...^__^ Manapol: House of Encouragement, Inspiration and Knowledge
แบ่งปันเรื่องราว บทกวี และข้อคิดดีๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม 2554
Posted by มนพล , ผู้อ่าน : 628 , 09:45:19 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภูมิอากาศช่วงนี้ ฝนทิ้งช่วง
เมื่อคืนนี้สามทุ่มโทร.ไปแม่ที่บ้าน
แม่บอกว่าเข้านอนแล้วกำลังจะหลับ
ยอดหญิงในดวงใจของผู้เขียนคนนี้เป็นเช่นนี้เสมอ
แม้นอนแล้วก็ลุกมารับโทรศัพท์ ถ้าลูกหลานโทร.มา
แม่รู้ว่า ถ้าเขาไม่คิดถึงแม่เขาไม่โทร.มาหรอก
"แม่...ที่บ้านเราฝนตกบ้างไหม?"
"หึ..ไม่ตกเลย ต้นข้าวยืนตากแดดมาหลายวันแล้ว
ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงลำต้นเลย ปีนี้คงไม่ได้ข้าวแน่ๆเลย"

แม่บอกแกมบ่นให้ฟัง
ได้ฟังแล้วก็ได้แต่นึกเห็นใจ และปลอบแม่ไปว่า
"บางทีเดือนกันยายน ฝนอาจจะตกหนักก็ได้นะแม่"

คุยสักพักได้ยินเสียงแม่หาวติดๆ กัน ก็เลยขอวางสาย
เพื่อแม่จะได้พักผ่อนต่อ และตื่นแต่เช้ามาทำหน้าที่ของท่านตามปกติ

เรื่องที่เกริ่นนำมานี้ แค่เป็นไตเติ้ลเท่านั้น และไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลย
อันที่จริงก็เกี่ยวข้องอยู่นิดหน่อย คือ
การที่ฝนไม่ตก ทำให้ชาวนาที่รอพึ่งฟ้าฝนเช่นพ่อกับแม่ของผู้เขียน
เกิดอาการ "สูญเสียความมั่นใจ" และ "กำลังใจ" ไปนิดหน่อย

ใน "ความจริงในชีวิต ๑" นั้น ผู้เขียนได้บอกไปแล้วว่า
ชีวิตนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ถูกบีบคั้นให้ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
และหาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ บังคับบัญชาไม่ได้
สรุปง่ายๆ คือ ชีวิตมันเป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

"ความสูญเสีย" เป็นความจริงอย่างหนึ่งในชีวิตคนเรา
จัดเป็นสามัญญลักษณะข้ออนิจจังและทุกขัง
ความสูญเสีย โดยธรรมดาแล้วเป็นความจริงที่คนเรายอมรับได้ยาก
เพราะพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ ไม่ต้องการพบเห็นความสูญเสีย
แต่ไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ตาม
"ความสูญเสีย" จะต้องมาเหยียบประตูใจและเยี่ยมเรือนใจของเราแน่นอน
เพราะฉะนั้น การเข้าใจและทำใจไว้ล่วงหน้าจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

พูดถึงความสูญเสียนี้ มีหลายลักษณะด้วยกัน
เช่น สูญเสียชีวิต สูญเสียทรัพย์สิน สูญเสียคนรัก สูญเสียเกียรติยศชื่อเสียง เป็นต้น
แต่เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว
ในชีวิตของคนเรานี้มีเรื่องที่ต้องสูญเสีย แค่ ๔ เรื่องเท่านั้น คือ
 
๑. สูญเสียลาภ (คือ สิ่งที่ได้มาแล้ว มันหายไป ทั้งคน,สัตว์ สิ่งของ)
๒. สูญเสียยศฐาน์บรรดาศักดิ์อัครฐาน เคยมีตำแหน่งแล้วถูกถอดออกจากตำแหน่ง
หรือ ถึงเวลาก็หมดวาระจากตำแหน่ง
๓. สูญเสียความน่าเชื่อถือ สูญเสียหน้าตา ไม่มีใครยกย่องสรรเสริญ
๔. สูญเสียความสุขที่เคยได้รับ จากเรื่องราวต่างๆ

ถ้าถามว่า สูญเสียชีวิต จัดอยู่ในข้อไหน ?
ตอบว่า การสูญเสียชีวิตจัดอยู่ในข้อเสียลาภและเสียสุข
สูญเสียคนรักหรือความรักก็เหมือนกัน
เพราะการมีชีวิต ถือว่าเป็นลาภ และทำให้มีความสุข
เมื่อหมดชีวิต จึงเสื่อมลาภ และเป็นทุกข์หมดสุข
คนเมื่อมีคนรักหรือความรักถือ มีลาภ(การได้มา)
และทำให้มีความสุขใจในขณะที่ยังมีคนรักหรือมีความรัก
แต่เมื่อใดก็ตามที่คนรักหรือความรักแปรเปลี่ยนไป
ความสุขก็กลายเป็นความทุกข์ และชื่อว่า เสียลาภ

เรื่องความสูญเสียนี้ ไม่ว่าจะพูดในแง่ไหน
ล้วนแต่เป็นเรื่องที่นำความหดหู่มาสู่ใจ
แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งจะเห็นว่า มันเป็นความจริงที่เราต้องศึกษา
และยอมรับให้ได้ เพราะตราบใดที่เรายังยอมรับความจริงนี้ไม่ได้
ใจเราก็จะทุกข์ทรมานและบอบช้ำเพราะความสูญเสียตลอดไป

ในชีวิตของคนเราแต่ละคนนี้
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ตนเองไม่เคยสูญเสียอะไรเลย
ทุกคนล้วนแต่เคยสูญเสียมาแล้วทั้งสิ้น
นอกจากชีวิตและลมหายใจแล้ว
การสูญเสียอย่างอื่น ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนเราสามารถปรับปรุงใจได้
เพราะเสียไปแล้ว อาจจะได้กลับคืนมา
หรือได้สิ่งใหม่ของใหม่ที่ดีกว่าเดิม
แต่ชีวิตและลมหายใจ หากเราสูญเสียไปแล้ว
ได้ชื่อว่าเสียตลอดกาล
และเมื่อใดก็ตาม ที่ชีวิตและลมหายใจจากไป
นั่นก็หมายความ ฉากสุดท้ายของชีวิตคนเราแต่ละคน
ได้ถูกปิดลงอย่างถาวรแล้วสำหรับชาตินี้
ดั่งคำโคลงที่นักปราชญ์ท่านประพันธ์ไว้ว่า

ช้างม้าเมียมิ่งแก้ว    เงินทอง
ตัวมิตายจักปอง       หาได้
ชีวิตสิ่งเดียวของ-     หายาก
ใช่ประทีปเทียนไต้    ดับแล้ว จุดคืน


ในชีวิตคนเรานี้ หากคิดให้ดีจะพบว่า
ที่เรารู้สึกว่า "เราสูญเสีย" ก็เพราะมันมีการ "ได้มา" นั่นเอง
ถ้าไม่มีการได้มา เราก็ไม่ต้องมีการสูญเสียอะไร
ดังนั้น ท่าทีแห่งการได้สิ่งต่างๆ(รวมถึงคนรักด้วย)มาแต่ละครั้ง
เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ที่เราต้องวางให้ถูก หาไม่แล้ว
ตัวเรานั่นแหละที่จะเป็นทุกข์เพราะการสูญเสียสิ่งที่ได้มานั้น
ดังที่นักปราชญ์ท่านกล่าวไว้น่าฟังว่า

"ยามจะได้ ได้ให้เป็น อย่าเป็นทุกข์"

พูดถึงตรงนี้ขอแทรกนิดหน่อยว่า
ชีวิตและลมหายใจ เราได้มาเพราะอำนาจบุญกุศลที่เราสร้างไว้
พระพุทธศาสนาสอนว่า ที่เราได้โอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์นี้
เป็นเพราะเราเคยรักษาศีล ๕ และสร้างกุศลกรรมบถ ๑๐ ไว้อย่างดี
แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่า ทุกคนเกิดมาจะ "ได้" เท่าเทียมกันหมด
ไม่เลย มันมีเหตุปัจจัยอื่นสนับสนุนเพิ่มเติมอีก
เช่น นอกจากเคยรักษาศีล ๕ และสร้างกุศลกรรมบถ ๑๐ ไว้ดีแล้ว
ยังเคยให้ทาน เจริญภาวนาไว้ อ่อนน้อมถ่อมต้นไว้ ไม่เคยริษยาใครเลย
ทำให้เกิดมาในชาตินี้ เป็นคนร่ำรวย และมีสติปัญญา
รูปร่างดีสวยงาม หล่อ และเกิดในตระกูลสูง
หรือบางคนเพราะกรรมเก่าบางอย่างให้ผล
จึงทำให้ชีวิตวัยเยาว์และวัยรุ่นต้องลำบาก
แต่เพราะ "กรรมใหม่" ที่ตนพยายามสร้างสม
ทำให้เป็นคนรวยมีอันจะกินในเวลาต่อมา
พระพุทธศาสนาสอนเรื่องกรรมเก่าก็จริง
แต่ก็ไม่ได้สอนให้จมปลักกับกรรมเก่า
ตรงกันข้ามพุทธศาสนาสอนให้สร้างกรรมใหม่ที่ดีๆขึ้นมา
เพื่อให้มีพลังไปเบียดกรรมเก่าที่ไม่ดีให้ตกกระป๋องไป
 
คำพูดที่ว่า "คนเราเลือกเกิดไม่ได้" นั้น เหตุผลไม่น่าเชื่อถือพอ
ทั้งนี้เพราะ ความเป็นจริงแล้ว คนเราเลือกเกิดได้
เลือกอย่างไร เลือกตอนไหน ?
ก็ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่นี่แหละ
การกระทำทุกอย่างของเราทั้งดีและชั่ว คือ การเลือกเกิด
ถ้าชีวิตนี้เราทำแต่สิ่งที่ดีงามตลอดชีวิต
แม้แต่เวลาที่ชีวิตจวนจะดับสิ้นไป
จิตใจของเราก็ยังคิดดี ดำรงอยู่ในภาวะที่ดีงาม
แน่นอนชาติต่อไป เราย่อมเกิดในภพภูมิที่ดี
และถ้าเราทำชั่วตลอดชีวิต แม้แต่เวลาจะตายก็ยังคิดชั่วอยู่
แน่นอนว่า นั่นเราได้เลือกที่จะไปเกิดในภพภูมิที่ไม่ดีแล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งหลงประเด็นตามนะ
ผู้เขียนกำลังชวนผู้อ่านคิดเรื่อง "ความจริงในชีวิต" อยู่
แต่ประเด็นมันขยายตัว ก็เลยมีเรื่อง กรรมดีกรรมชั่วแทรกเข้ามา

รวมความว่า
"ความสูญเสีย" เป็นความจริงอย่างหนึ่งที่คนเราต้องยอมรับให้ได้
แน่นอนว่า เมื่อเกิดการสูญเสีย ใจของเราแต่ละคนต้องเศร้าโศก
แต่ว่า ไม่ควรปล่อยให้ใจมันเศร้าโศกนาน
เพราะมันจะทำให้เสียเวลาสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้ชีวิตต่อไป
ถ้ามัวเศร้าโศก ไม่เป็นอันกินอันนอน
ร่างกายก็ผ่ายผอมซูบซีด แล้วต่อไปจะทำอะไรได้


เมื่อชีวิตต้องประสบกับการสูญเสีย (อะไรก็ตาม)
การปล่อยให้จิตใจจมปลักกับความเศร้าโศกเสียใจ
ไม่ใช่วิธีการที่พระพุทธศาสนาสนับสนุนและแนะนำให้ทำ
วิธีการที่ท่านแนะนำให้ทำก็คือ
การเข้าใจความจริงคือความสูญเสียนั้นๆ
แล้วเอาความสูญเสียนั้นมาเป็นแรงผลักดัน
ให้ตนเองมั่นคงในสิ่งดีงามและพยายามสั่งสมเรื่อยๆ ไป
จนกว่า อายุขัยในโลกมนุษย์นี้ของเราจะหมดสิ้น

ความสูญเสีย เป็นความจริงที่เราทุกคนต้องเรียนรู้และยอมรับให้ได้
และการมีชีวิตอยู่ให้ดีที่สุด เมื่อได้สูญเสียสิ่งนั้นๆไปแล้ว
เป็นความจริงที่เราทุกคนต้องทำให้ได้
เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราแต่ละคนเข้มแข็งเพียงพอ
ที่จะเป็นหลัก เป็นแบบ ให้คนรุ่นต่อๆไปได้
หาไม่แล้ว เมื่อเกิดการสูญเสียแต่ละครั้ง
แล้วเราต้องฟูมฟาย โศกเศร้าเกินขนาด
คนรุ่นหลังที่เฝ้ามองอยู่ จะยึดเอาเราเป็นหลักที่พึ่งได้อย่างไร
ในเมื่อเขามองเห็น...พ่อแม่..พี่น้อง เพื่อน หรือญาติของเราคนนี้
ช่างอ่อนแอเหลือเกิน....


ด้วยความปรารถนาดี


... มนะพล ชนสุรินทร์...
 
๒๑  สิงหาคม ๒๕๕๔





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คือเรา วันที่ : 01/09/2011 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salatee

พยายามมองเป็นธรรมดาค่ะคุณมนพล

กทม.ขณะนี้ฝนตกอีกแล้วค่ะ เข้าใจตกนะช่วงใกล้เลิกงานเนี่ย
เลิกงานนี้จะเดินทางไปหาแม่ค่ะ จะมาหลายวันแล้ว ป่านนี้แม่คอยาววว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มนพล วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
..^^^มีสติ แล้วยิ้มไว้ใจสดชื่น อายุยืนไร้โรคา^^^

ท่าน thailandneverdie
ข้าพเจ้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ
แต่ว่า..ใช่ว่า สุขทุกข์ทุกอย่างจะเกิดจากกรรมหรอกนะ
มันมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง

ขอบคุณที่แวะมานะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มนพล วันที่ : 27/08/2011 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/manapol
..^^^มีสติ แล้วยิ้มไว้ใจสดชื่น อายุยืนไร้โรคา^^^

ท่าน thailandneverdie
ข้าพเจ้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ
แต่ว่า..ใช่ว่า สุขทุกข์ทุกอย่างจะเกิดจากกรรมหรอกนะ
มันมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง

ขอบคุณที่แวะมานะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 26/08/2011 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

ทุกอย่างเป็นไปตามเวรกรรมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน