• manoot
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manoot@msn.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-01
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 57436
  • ส่ง msg :
  • โหวต 18 คน
manoot
มโนสาเร่สบายๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/manoot
วันเสาร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by manoot , ผู้อ่าน : 873 , 15:49:13 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                      เพื่อนของผมส่งเรื่องราวที่คนอเมริกันนินทาประธานาธิบดียอร์จ บุช มาให้อ่านกันเล่นๆสบายๆ ส่วนใครอ่านแล้วจะคิดถึงใครก็แล้วแต่จะคิดครับ :-               

    ยอร์จ บุช จูเนียร์ ปราศรัยในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street เมื่อวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม  
2545 แสดงความวิปริตกว่าประชาชนชาวอเมริกันอาจเสื่อมศรัทธาในระบบทุนนิยมเสรี เนื่อง เพราะการล้มละลายของบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทแล้วบริษัทเล่า อันเป็นผลจากการตกแต่งบัญชี ประพฤติมิชอบ และฉ้อโกงของผู้บริหาร บุชเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษทางอาญาผู้บริหารบริษัทเหล่านั้น พร้อมทั้งเทศนาเรื่องบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance)    
              พอล ครุกแมน (Paul Krugman) ศาสตราจารย์ ‘ปากหมา’ แห่ง M.I.T. ไม่เคยเรียกบุชว่าเป็นอัปรียชน แต่ครุกแมนก็ทนมิได้กับประพฤติกรรม ‘มือถือสาก ปากถือศีล’ ของบุช ใครก็ตามที่ชมการถ่ายทอดโทรทัศน์การปราศรัยของบุชในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street อาจหลงคิดว่า บุชเป็น Good Guy ใครเล่าจะคิดว่า คนที่มีหน้าตาดูซื่อๆ และเทศนาเรื่องบรรษัทภิบาลด้วยความเชื่อมั่น กำลังสวมหน้ากาก หากถอดหน้ากากออก ก็จะเห็นตัวตนที่แท้จริง ซึ่งมิได้แตกต่างจากผู้บริหาร Enron และ World.Com แต่คนที่อยู่ในเผ่าพันธุ์เดียวกับผู้บริหาร Enron และ World.Com นี้มิใช่หรือ ที่กำลังเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัททั้งหลายมีบรรษัทภิบาล ทั้งๆ ที่เขาควรจะเรียกร้องตนเองมากกว่าเรียกร้องผู้อื่น                                  
               ครุกแมนรู้เห็นเช่นชาติและรู้เท่าทันบุช ชนิด ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่’ ครุกแมนจึงเขียนบทความเรื่อง “Succeeding in Business” ดักคอบุช เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2545 โดยที่ก่อนหน้านั้นเปิดโปงบุชในบทความเรื่อง “Everyone Is Outraged” เมื่อวันที่กรกฎาคม ศกเดียวกัน ทั้งสองเรื่องตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ The New York Times ในปี 2529 ยอร์จ บุช จูเนียร์ ผู้มีปริญญา M.B.A. มีตำแหน่งเป็น C.E.O. ในบริษัทประกอบ ธุรกิจการพลังงานเล็กๆ ชื่อ Spectrum 7 แต่บุชต้องถือเป็นนักบริหารชั้นเลว เพราะ  Spectrum 7 ขาดทุน บุชรอดตัวเนื่องจาก Harken Energy Corporation ซึ่งประกอบ ธุรกิจการพลังงานในมลรัฐเท็กซัส เข้ามาซื้อกิจการ Harken Eneergy Corp จ่ายเงินซื้อถึง 2 ล้านดอลลาร์อเมริกัน อันเป็นราคาที่สูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริง ทั้งนี้เข้าใจกันว่า Harken Energy Corp ต้องการสถาปนาความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์กับตระกูลบุช เพราะเวลานั้น พ่อของบุชเป็นใหญ่ในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา                                             
                เมื่อ Spectrum 7 ถูกครอบโดย Harken Energy Corp บุชตามเข้าไปเป็นกรรมการบริหารด้วย Harken Energy Corp มีปัญหาการขาดทุน แต่สามารถซ่อนเร้นปัญหาด้วยการขายบริษัทลูกชื่อ Aloha Petroleum ในปี 2532 ในเวลานั้น บุชนอกจากดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารแล้ว ยังร่วมอยู่ในคณะกรรมการตรวจสอบภายในด้วย                            
                 Harken Energy Corp ใช้วิธีการฉ้อฉลในการกลบตัวเลขการขาดทุน กลุ่มผู้บริหาร Harken Energy Corp ยืมเงินจากบริษัทของตนมาซื้อ Aloha Petroleum ด้วยราคาสูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริง อันเป็นผลให้ Harken Energy Corp มีกำไรจากการขายบริษัทดังกล่าวถึง 10 ล้าน ดอลลาร์อเมริกัน ซึ่งตำประมาณ 75% ของผลขาดทุนในปี 2532   กลุ่มคนที่ซื้อ Aloha Petroleum พากันปั่นราคาหุ้นจนไต่สู่เพดานระดับสูง เมื่อราคาหุ้นสูงได้ที่แล้ว ก็พากันขายหุ้นทิ้ง เพราะคนกลุ่มนี้รู้ดีว่าเป็นราคาที่สูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริงมาก บุชร่วมสังฆกรรมในการหาประโยชน์จากข้อมูลภายใน (Inside Information) ครั้งนี้ด้วย โดยขายหุ้นสองในสามที่ถืออยู่ และได้เงิน 848,000 ล้านดอลลาร์อเมริกัน แต่บุชทำแฉเชือนไม่รายงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission = SEC) กว่าจะส่งรายงานก็เป็นเวลาอีก 34 สัปดาห์ต่อมา บันทึกภายใน SEC ระบุว่า บุชกระทำผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการลงโทษ เพราะพ่อของบุชเป็นใหญ่ในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา SEC ตรวจสอบพบการให้กู้ยืมเงินและการขาย Aloha Petroleum ชนิดไม่ชอบมาพากลในภายหลัง จึงสั่งให้ Harken Energy Corp ปรับแก้ตัวเลขรายได้ของปี 2532 หนังสือพิมพ์ที่เปิดโปงประพฤติกรรมของบุชมิใช่ใครที่ไหนอื่น หากแต่เป็น The Wall Street Journal (March 4, 1995) และ The Washington Monthly  บุชพยายามแก้ตัวเรื่องนี้ด้วยเหตุผลต่างๆกัน ในการรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐเท็กซัสในปี2537 บุชแก้ตัวว่า SEC ส่งแบบฟอร์มผิดมาให้กรอก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2545 อรี เฟลชเชอร์ (Ari Fleischer) โฆษกทำเนียบขาวแก้ตัวว่าเป็นความผิดพลาดของทนายความบริษัท Harken Energy Corp การเปลี่ยนแปลงข้อแก้ตัวมิได้อาศัยศิลปะแห่งมุสาวาทะชั้นยอด ดังที่ครุกแมนกล่าวว่า ข้อแก้ตัวเปลี่ยนจาก ‘The dog atc my homework’ มาเป็น ‘My lawyer ate my homework four times.’  ครุกแมนชี้ให้เห็นว่า บุชมิใช่บุคคลเดียวในคณะรัฐบาลที่ถีบตัวขึ้นมามีฐานะร่ำรวยด้วยวิธีการอันน่ากังขา โธมัส ไวท์ (Thomas White) และดิก เชนีย์ (Dick Cheney) อยู่ในกลุ่มเดียวกับบุชด้วย เหตุใดบุชจึงมีความสามารถในการคัดสรรบุคคลที่มีโทษสมบัติ เมื่อมองจากสังคมโดยส่วนรวมมาร่วมสังฆกรรมได้ไม่มีใครตอบได้ดีกว่าตัว
บุชเอง                                           

หมายเหตุ บทความของพอล ครุกแมน ดู Paul Krugman, “Everyone Is Outraged”, The New York Times (July 2, 2002); Paul Krugman “Succeeding in Business” The New York Times (July 7, 2002)                                                                
                                                                           
                                                                           





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
naive วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

ดีค่ะ กระชากหน้ากากกันออกมาบ้าง ความจริงที่ชนะการเลือกตั้งมาก็ยังไม่ค่อยโปร่งใสเท่าไหร่ ไม่น่าเชื่อว่าอเมริกันชนจะโง่ได้พอๆกับสารขัณฑ์ชนที่เลือกคนแบบนี้มาบริหารประเทศชาติ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน