• ครูแมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manrit1121@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 254694
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
งานวิจัยครูแมน
เผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/manrit
วันเสาร์ ที่ 1 กันยายน 2550
Posted by ครูแมน , ผู้อ่าน : 4242 , 09:52:52 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความทางวิชาการ

เรื่อง

 

แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม

 

โดย นายแมนฤทธิ์  บุญเย็น

 

1.  บทนำ

ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การกำหนดกติกาการค้าการลงทุน และการรวมกลุ่มทางธุรกิจ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี มีอิทธิพลต่อกระแสการพัฒนา รวมถึงแนวโน้มการพัฒนาสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีและอาศัยความรู้เป็นฐานในการพัฒนา ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถ และการแข่งขันของประเทศ (1)       สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนา และแนวทางการลงทุนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ โดยมีทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เป็นต้นว่า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทย เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหารกระป๋อง (บรรจุภัณฑ์) เครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ฯลฯ. (2)   จากแนวทางการพัฒนาและแนวทางการลงทุนตามแผนพัฒนาดังกล่าว  จึงเป็นเหตุให้อุตสาหกรรมการผลิต ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีความต้องการแรงงานเพื่อทำหน้าที่เป็น พนักงานควบคุมเครื่องจักรกลการผลิต และทำหน้าที่เป็นพนักงานซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหกรรม  แรงงานที่ทำหน้าที่ดังกล่าวนับว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญยิ่ง ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะแรงงานที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน หรือมีความชำนาญงานเฉพาะทาง ยิ่งจะเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับผลการสำรวจและพยากรณ์ด้านอุปสงค์ของแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ของสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ดังที่ได้แสดงรายละเอียดไว้ในตารางที่ 1.1 

ตารางที่ 1.1 ความต้องการแรงงานของอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหมดและความต้องการแรงงานในส่วนเพิ่ม

ความต้องการแรงงาน

2547

2548

2549

2550

2551

2552

ปวช.

94,165

97,779

101,525

105,396

109,572

113,865

ปวส.

191,825

199,069

206,559

214,284

222,711

231,371

ปริญญาตรี

115,273

119,383

123,632

128,017

132,760

137,635

สูงกว่าปริญญาตรี

3,672

3,752

3,834

3,916

4,006

4,098

รวม

404,934

419,983

435,549

415,614

469,050

486,968

ความต้องการแรงงานเพิ่ม

 

ปวช.

3,817

3,615

3,745

3,871

4,176

4,293

ปวส.

7,518

7,244

7,490

7,726

8,427

8,660

ปริญญาตรี

4,279

4,110

4,250

4,385

4,743

4,875

สูงกว่าปริญญาตรี

86

80

81

83

90

92

รวม

15,699

15,049

15,566

16,064

17,436

17,919

ที่มา : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

จากตารางที่ 1.1 จะเห็นได้ว่าความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2552 มีแนวโน้มความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สิงหาคม 2547 (3) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการจ้างงานและด้านผลผลิต  มีการจ้างแรงงานสูงถึง 7.43 ล้านคน ณ.สิ้นปี 2546   นอกจากนี้ผลผลิตของอุตสาหกรรมการผลิต ยังมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประชาชาติ   ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตคือ ด้านกำลังคน หรือกำลังแรงงานทั้งคุณภาพและปริมาณ  การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าสู่การพัฒนาที่เป็นแรงงานใช้ฝีมือ หรือมุ่งเน้นการพัฒนาแรงงาน ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญเฉพาะทางเป็นสำคัญ

 

 

2.  การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม

2.1  แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

ปัจจุบันรูปแบบของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรม มีรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย เช่น การทัศนศึกษาดูงานในหน่วยงานอื่น (Best practice) การฝึกอบรมทางเทคนิค (Training) รวมถึงการจัดกิจกรรมในลักษณะต่างๆเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยนความรู้ ตัวอย่างเช่น กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Show & share) กิจกรรมจับคู่ (Buddy) กิจกรรมพี่เลี้ยง (Coaching) การมอบหมายงานหรือโครงการให้ทำ (Project assignment) และการมอบหมายงานให้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น (Team base activity) เป็นต้น (4)    แต่หากเป็นการพัฒนาในรูปแบบของการฝึกอบรมแล้วสามารถจัดแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

2.1.1           จัดการฝึกอบรมในสถานประกอบการ (In-house training) โดยสถานประกอบการเป็นผู้จัดการฝึกอบรม และใช้วิทยากรจากภายนอก หรือเป็นวิทยากรภายในของสถานประกอบการเองซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหัวหน้างานหรือวิศวกรที่ทำงานในหน้าที่นั้น แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ

2.1.1.1      การฝึกอบรมหน้างาน (On the job training) หรือ OJT คือ การฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดทักษะการทำงานที่มีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก

2.1.1.2      การฝึกอบรมในห้อง (Off the job training) หรือ OFF-JT คือการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะการทำงานที่มีขั้นตอนยุ่งยาก หรือมีความซับซ้อนขึ้น ส่วนใหญ่จะต้องมีการสอนทฤษฎีหัวงานด้วย

2.1.2           จัดการฝึกอบรมนอกสถานประกอบการ (Class room training)  ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงาน สถาบันของรัฐหรือเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษา เป็นผู้จัดการฝึกอบรม โดยจัดขึ้นที่หน่วยงาน วิทยากรที่ใช้จะเป็นครู อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

จากรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ในระยะที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของภาครัฐที่เน้นการพัฒนาในเชิงตั้งรับ และด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ และการบริหารจัดการ  จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่มีรูปแบบในเชิงตั้งรับ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพ และในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน  และการแข่งขันของประเทศได้

 

2.2  แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ควรจะต้องมุ่งเน้นให้ สามารถปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง ก้าวทันต่อกระแสการพัฒนาของเศรษฐกิจ การลงทุน และการแข่งขันของประเทศได้ ดังนั้น รูปแบบของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จึงควรจัดทำในรูปแบบของสถาบันเฉพาะทาง ที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพ มีการดำเนินงานเชิงรุกเคลื่อนย้ายเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการได้สะดวก  ดังตัวอย่าง แนวคิดรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาชีพช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ดังรูปที่ 1.1

รูปที่ 1.1  แนวคิดรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาชีพช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล

3.  บทสรุป

จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่การกำหนดกติกาการค้า การลงทุน และการรวมกลุ่มทางธุรกิจ ที่กำลังมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการปรับโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการปรับแผนยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต

ดังนั้น รัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึง ได้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาและการลงทุนใน 4 ด้านคือ 1. ลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์  2. พัฒนาการบริการของภาครัฐ  3. สร้างโอกาสให้เข้าถึงบริการพื้นฐาน และ 4. สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน  มีผลทำให้ภาครัฐและเอกชน เกิดความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อม ทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถและการแข่งขันของประเทศ  

เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ต้องการ การปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น จึงมีความต้องการที่จะพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ทั้งที่มีอยู่เดิม และที่กำลังจะรับเข้ามาใหม่  ให้เป็นแรงงานใช้ฝีมือที่มีคุณภาพ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความชำนาญในอาชีพ  มาร่วมมือกันในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ   เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐   ดังกล่าว   จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่จะมีการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสม มาใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางตามสาขาอาชีพ ให้มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น และมีวิธีการดำเนินงานในเชิงรุก สามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการได้สะดวก ต่อไป

 

4.  เอกสารอ้างอิง

1.  เอกสารการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ทิศทางการลงทุนในภาครัฐและเอกชนในปี 2550 โดยดร.อำพน  กิตติอำพล, 31 มกราคม 2550

2.  บทความเรื่อง อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไทย โดยสำนักงานพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ, 20 มิถุนายน 2548

3.  รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม เสนอต่อสำนักงานคณะกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สิงหาคม 2547

4.  เอกสารรายงานการประชุมผู้จัดการการบุคคล (HRDHR Shared Services) กลุ่มบริษัทปูนอุตสาหกรรม จำกัด เรื่อง แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, โดยเสาวลักษณ์  มิ่งขวัญ, มิถุนายน 2550




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/09/2007 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านข้อมูลค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]