• ครูแมน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manrit1121@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-29
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 254943
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
งานวิจัยครูแมน
เผยแพร่และแลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/manrit
วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2550
Posted by ครูแมน , ผู้อ่าน : 6819 , 16:27:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ ๒  เทคนิคการเขียนภูมิหลังงานวิจัย

เรียน เพื่อนๆผู้อ่านที่รักครับ

วันนี้ผมขอนำเสนอเทคนิคการเขียนภูมิหลังงานวิจัยครับ ได้ค้นคว้าจากหนังสือหลายเล่ม พอสรุปได้ว่าการเขียนภูมิหลังงานวิจัย ต้องเขียนให้ครบ ๕ ประเด็นครับ หรือเขียนเป็น ๕ ย่อหน้าครับ

. ภูมิหลัง (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา)

  . ประเด็นที่ควรเขียนในภูมิหลัง

    ..  ประเด็นความสำคัญของตัวแปรตามที่เลือกมาศึกษา

    ..  ประเด็นสภาพปัญหา และที่มาของปัญหาที่พบในกลุ่มประชากร

                     . มีผู้วิจัยไว้แล้ว (ต้องอ้างอิงผลการวิจัย) (ไม่ควรอ้างงานวิจัยระดับเดียวกันกับเราครับ)

                     . ผู้วิจัยสำรวจเอง (ต้องแสดงผลการสำรวจ)

                     . ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญเขียนไว้ (ต้องอ้างอิงเอกสาร) (ควรเป็นระดับรศ. ขึ้นไปครับ)

    ..  ประเด็นแนวทางการวิจัย ที่ได้จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัย

                    แนวทางที่  ต้องการอธิบายหรือทำความเข้าใจ กับตัวแปรตามที่เลือกมาศึกษา

                    แนวทางที่  ต้องการอธิบายผลของตัวแปรอิสระ ที่มีต่อตัวแปรตามโดยใช้วิธีทดลอง

    ..  ประเด็นคำถามการวิจัยที่ต้องการหาคำตอบ

    ..  ประเด็นเมื่อได้คำตอบแล้วจะเชื่อมโยงกับงานวิจัยที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร และนำไปใช้ประโยชน์ในแง่ใดกับใครและหน่วยงานใดบ้าง

(ที่มา : เทคนิคการเขียนเค้าโครงงานวิจัย, ชูศรี  วงศ์รัตนะ, ๒๕๔๙)

 

ครูแมน

ภาพแสดงประเด็นที่ใช้ในการเขียนภูมิหลัง

 

 

ตัวอย่างการเขียน (งานวิจัยของครูแมนเองครับ)

หัวข้องานวิจัย  การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การกำหนดกติกา การค้า การลงทุนและการรวมกลุ่มทางธุรกิจ มีอิทธิพลต่อการพัฒนาสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีและอาศัยความรู้เป็นฐานในการพัฒนา ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถ และการแข่งขันของประเทศ    ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการจ้างงานและด้านผลผลิต  มีการจ้างแรงงานสูงถึง 7.43 ล้านคน ณ.สิ้นปี 2546   นอกจากนี้ผลผลิตของอุตสาหกรรมการผลิต ยังมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประชาชาติ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2547) อุตสาหกรรมการผลิตจึงต้องมีการปรับตัวและมีความต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อผลิตสินค้าให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศ  ดังนั้นสถานประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมมการผลิต ดังกล่าวจึงได้ขยายกำลังการผลิต โดยเพิ่มเครื่องจักรกลการผลิตที่ทันสมัยมีกำลังการผลิตสูงขึ้น และเป็นเครื่องจักรกลการผลิตที่มีระบบการทำงานความซับซ้อน มีความละเอียดสูง ประกอบด้วย ระบบส่งกำลังเครื่องกล ระบบไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ระบบนิวแมติกส์ ไฮดรอลิกส์ ระบบหล่อลื่น และระบบควบคุมการทำงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องมีผู้ใช้เครื่องที่มีความชำนาญในการใช้งานอย่างถูกต้องตามวิธีการที่ผู้ผลิตเครื่องจักรกำหนด และต้องได้รับดูแลด้วยระบบการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง   ดังนั้น พนักงานผู้ใช้เครื่องจักร จึงเป็นบุคลากรที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการใช้เครื่องจักรให้เต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาเครื่องจักร เพื่อให้เครื่องจักรมีความพร้อมที่จะใช้ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีปริมาณผลิตสูง สามารถผลิตได้ทันต่อความต้องการของลูกค้า    ซึ่งระบบการบำรุงรักษาโดยทั่วไป มีแนวคิดและจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกัน คือ ต้องการให้ผู้ใช้เครื่องมีส่วนร่วม ในการดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาร่วมกับฝ่ายซ่อมบำรุง เนื่องจากผู้ใช้เครื่องจะเป็นผู้ที่พบเห็นความผิดปกติของเครื่องจักร เช่น การทำงานที่บกพร่องของเครื่องจักร ความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสินค้าที่ผลิต และความเสื่อมของเครื่องจักรก่อนใคร รวมทั้งได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการที่เครื่องจักรเสียหายหรือหยุดทำงาน  ดังนั้น เพื่อให้ผู้ใช้เครื่องสามารถดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามวิธีการที่ผู้ผลิตเครื่องกำหนด สถานประกอบการจึงต้องมีการจัดหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะในการบำรุงรักษากับผู้ใช้เครื่อง อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ  สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้มีงานทำ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติระหว่างปีพุทธศักราช  2548 ถึง 2550 ดังที่ได้แสดงไว้ในภาพที่ 1-1

ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ภาพที่ 1-1 แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่มีงานทำ ในปีพุทธศักราช 2548 ถึง 2550

จากภาพที่ 1-1 เห็นได้ว่า ผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่มีงานทำ ในปีพุทธศักราช 2548 ถึง 2550 มีจำนวนของผู้ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถ จำนวน 8.0  ล้านคน  5.9 ล้านคน และ 6.4 ล้านคน ตามลำดับ มีผู้ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในหลักสูตรช่างอุตสาหกรรมมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 คือ ร้อยละ 28 ร้อยละ 27.7 และ ร้อยละ 27  รองลงมาคือ หลักสูตรคหกรรม หลักสูตรเกษตรกรรม หลักสูตรคอมพิวเตอร์ และอื่นๆตามลำดับ

รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ในระยะที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของภาครัฐที่เน้นการพัฒนาในเชิงตั้งรับ และด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ และการบริหารจัดการ  จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรม ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพได้ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2548)   สอดคล้องกับรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม (มูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2547) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต คือ ด้านกำลังคน หรือกำลังแรงงานทั้งคุณภาพและปริมาณ  การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าสู่การพัฒนาที่เป็นแรงงานใช้ฝีมือ หรือมุ่งเน้นการพัฒนาแรงงาน ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญเฉพาะทางเป็นสำคัญ     เพื่อเป็นการยืนยันสภาพปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการวิจัย จากกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งประกอบด้วยสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ จำนวน 15 แห่ง และสถานศึกษา จำนวน 1 แห่ง ในจังหวัดสระบุรี รวมกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา จำนวน 24 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า  กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี มีความต้องการในการพัฒนาบุคลากรผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ใช้เครื่องจักรเป็นจำนวนมาก  ดังรายละเอียดที่ได้แสดงไว้ในภาพที่ 1-2

ภาพที่ 1-2   แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี

จากภาพที่ 1-2  เห็นได้ว่า ผลการสำรวจกลุ่มโรงงานอุสาหกรรมการผลิต   ในจังหวัดสระบุรี พบว่ามีความต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร ให้กับพนักงานผู้ใช้เครื่องเป็นจำนวนมาก  โดยโรงงานขนาดกลางที่มีจำนวนพนักงาน 51-200 คนมีความต้องการเป็นอันดับ 1  คิดเป็นร้อยละ 51    โรงงานขนาดใหญ่ที่มีจำนวนพนักงานมากกว่า 201 คนขึ้นไปมีความต้องการเป็นอันดับ 2  คิดเป็นร้อยละ 29    และ โรงงานขนาดเล็กที่มีจำนวนพนักงานน้อยกว่า 50 คน มีความต้องการเป็นอันดับ 3  คิดเป็นร้อยละ 20 ตามลำดับ

ผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรภายในของสถานประกอบการได้ มีรายละเอียดดังที่ได้แสดงไว้ในภาพที่ 1-3

ภาพที่ 1-3   แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรภายในของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี

จากภาพที่ 1-3  เห็นได้ว่ากลุ่มโรงงานอุสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี มีความต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นวิทยากรภายใน โดยมีความต้องการพัฒนาวิทยากรภายในไม่เกิน 5 คน เป็นอันดับ 1  คิดเป็นร้อยละ 37    มีความต้องการพัฒนาวิทยากรภายในมากกว่า 10 คนขึ้นไป เป็นอันดับ 2  คิดเป็นร้อยละ 34    และ มีความต้องการพัฒนาวิทยากรภายในระหว่าง 5-10 คน เป็นอันดับ 3  คิดเป็นร้อยละ 29 ตามลำดับ

ผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ของการวิจัย เรื่อง การพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต  มีรายละเอียดดังที่ได้แสดงไว้ในภาพที่ 1-4

ภาพที่ 1-4   แสดงผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการศึกษาวิจัย

จากภาพที่ 1-4  เห็นได้ว่า ความคิดเห็นของกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการศึกษาวิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ของจังหวัดสระบุรี มีค่าเฉลี่ยด้านการดำเนินการศึกษาวิจัย เท่ากับ 4.27 มีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.68  มีค่าเฉลี่ยด้านการสนับสนุนงานวิจัย เท่ากับ 4.32 มีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.55   และมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.29  มีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.61  ซึ่งอยู่ในระดับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง หมายถึง กลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการศึกษาวิจัย ดังกล่าว มีความเห็นสอดคล้องกันว่ามีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานศึกษาวิจัยจนบรรลุผลสำเร็จได้ และยินดีสนับสนุนการศึกษาวิจัยในครั้งนี้  รวมทั้งได้ให้คำชี้แนะประกอบเหตุผลที่พอสรุปได้ดังนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันสถานประกอบการในจังหวัดสระบุรีส่วนใหญ่ ยังคงใช้รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักร ในรูปแบบเดิม คือ การใช้วิทยากรจากภายนอก ปัญหาที่พบ คือ การฝึกอบรม ที่เนื้อหาและสื่อเป็นของที่วิทยากร ไม่ตอบสนองความรู้และทักษะที่ต้องการได้ ประกอบกับข้อจำกัดด้านเวลา และงบประมาณของสถานประกอบการ จึงไม่สามารถจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานผู้ใช้เครื่อง ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้   กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา จึงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า วิธีการที่จะใช้พัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ควรเป็นวิธีการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางในการพัฒนาความรู้และทักษะการบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ อย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถดำเนินการพัฒนาพนักงานผู้ใช้เครื่องที่มีจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอ และเป็นรูปแบบการพัฒนาที่มีความยั่งยืน ต่อไป

 

แนวทางการวิจัยที่ได้จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัย การศึกษาค้นคว้าเอกสารในด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร เป็นต้นว่า การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Self Maintenance SM)  การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance PM)   และการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance TPM)  นั้น จะเป็นการบำรุงรักษาที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้เครื่องจักรมีส่วนร่วมในกิจกรรมการบำรุงรักษา โดยเฉพาะการดูแลรักษาเครื่องจักรที่ตนเองใช้ ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังคำกล่าวของ ธานี (2548: 141) ซึ่งกล่าวไว้ว่า

. . . การบำรุงรักษาด้วยตนเอง   เป็นการทำกิจกรรมบำรุงรักษาในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย โดยแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องจักรของตนเอง ภายใต้ความคิดที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครคอยสังเกตสิ่งผิดปกติได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครคอยดูแลรักษาเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง และที่สำคัญหากเครื่องจักรเกิดความเสียหายขึ้น ไม่มีใครได้รับผลกระทบมากเท่ากับผู้ใช้เครื่อง . . .

การพัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากร ผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหลายวิธีการด้วยกันตัวอย่างเช่น การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Class Room Training) การฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน (On The Job Training) กิจกรรมจับคู่เพื่อคอยดูแลให้คำแนะนำ (Buddy) และกิจกรรมพี่เลี้ยง (Coaching) เป็นต้น (เสาวลักษณ์, 2550)  และการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม มีรูปแบบการดำเนินงาน 3 ลักษณะ คือ รูปแบบการพัฒนาแบบใช้ทรัพยากรจากภายนอก รูปแบบการพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรภายใน และรูปแบบการพัฒนาแบบใช้ทรัพยากรร่วมกัน หรือแบบมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน (มนวิภา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ, 2550)  จากการศึกษางานวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมหลัก (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2548) ผลการวิจัยพบว่า ต้องมีการกำหนดแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการพัฒนากำลังคน ให้สอดคล้องความต้องการของอุตสาหกรรมผลิตและบริการ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลัก ในอีก 5 ปี (2548-2552)  เพื่อช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้

ประเด็นคำถามที่ผู้วิจัยต้องการหาคำตอบ คือ การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากร ผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต   ประกอบด้วย แผนแบบการดำเนินงาน กรอบแนวคิด กระบวนการ ขั้นตอนและวิธีดำเนินงาน หลักสูตร วัสดุการฝึกอบรม และแบบประเมินที่มีความเหมาะสม เพื่อใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการบำรุงรักษาสำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และมีความยั่งยืนต่อไป

คำตอบที่ได้จากการวิจัยที่เป็น รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต จะเป็นประโยชน์กับสถานศึกษา ที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต นำไปใช้สำหรับจัดและดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในการบำรุงรักษาสำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต และใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาสาขาอื่นต่อไป รวมถึงเชื่อมโยงกับงานวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ที่ได้วิจัยไว้เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2548  เสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความต้องการ ในการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง ของบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต เป็นข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ เพื่อใช้ปรับปรุงกลยุทธ์ในการพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเซรามิค อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ต่อไป

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

แวะมาขอบคุณที่ไปเยี่ยมคะ เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากค๋ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Bon วันที่ : 22/09/2007 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/impel

ขอบคุณครับ ผมกำลังทำวิจัยพอดี ^^

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]