• PRMan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 2462
  • จำนวนผู้ชม : 1152961
  • จำนวนผู้โหวต : 487
  • ส่ง msg :
  • โหวต 487 คน
วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2560
Posted by PRMan , ผู้อ่าน : 468 , 10:56:58 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รับมืออย่างไร ธุรกิจบ้านจัดสรรอีก 10 ปีข้างหน้า  ไม่อยากให้เป็นหมู่บ้านร้างต้องเข้าใจมนุษย์ยุคหน้า

 

4 เหตุผลที่ดีเวลลอปเปอร์ต้องไหวตัวให้ทันกับวิถีชีวิตแบบคนรุ่นใหม่

 

แม้ว่าเศรษฐกิจของบ้านเมืองอาจยังไม่ดีขึ้นได้ดั่งใจตามที่หลายคนได้คาดหวังไว้ บางธุรกิจอาจต้องพับโครงการไว้ก่อน แต่สำหรับธุรกิจในภาคที่อยู่อาศัยหลักมีแนวโน้มยังเติบโตได้ สังเกตได้จากบรรดาโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆราวกับดอกเห็ด แม้ว่าคู่แข่งทางการตลาดจะมากมายขนาดนี้ ทว่ามูลค่าการตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องถึงแม้จะไม่พุ่งแรงเหมือนยุคก้อน แต่ก็ยังรักษาระดับมูลค่าตลาดไว้ได้ ด้วยเพราะที่อยู่อาศัยคือความจำเป็นที่มนุษย์ต้องการ  นอกจากนี้ตลาดนี้จึงยังเป็นเค้กก้อนโต ขนาด 6 แสนล้าน ที่ผู้ประกอบการยังให้ความสนใจอยากเข้ามามีส่วนแบ่ง ด้วย อัตรากำไรขั้นต้นที่ถือว่าสูง ถ้าโครงการนั้นๆขายสามารถขายได้

ช่วงนี้ผมก็ติดตามข่าว เกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจ เห็นว่ามีธุรกิจหลายกลุ่มได้รับผลกระทบ หนึ่งในนั้นก็คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นธุรกิจต้นน้ำที่มีความเกี่ยวพัน กับหลายธุรกิจ ทำให้เป็นเป้าหมายในการกระตุ้น จากภาครัฐอยู่เรื่อยมา แต่มรสุมด้านการปล่อยสินเชื่อ ภาวะหนี้ครัวเรือน ทำให้แบงค์เองก็ไม่กล้าที่จะลดมาตรฐานการอนุมัติ ดูเหมือนเป็นมิติทางเศรษฐกิจที่น่ากังวล แต่ผมเองในฐานะที่ทำงานในเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคมาตลอด ส่วนใหญ่ก็จะให้ความเห็นในธุรกิจไอทีเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังๆก็มีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจในกลุ่มนี้บ้าง พบว่า มันมีมิติในด้านพฤติกรรมที่มันเหมือนจะเตรียมผลิกอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้นี้ เลยอยากชวนคุยในมุมพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบนอกเหนือจากมุมเศรษฐกิจที่เราคุยๆกัน

ผมนั่งดูพฤติกรรมเด็กประถม มัธยม ที่ยังใช้ชิวิตนักเรียน อยู่ทุกวันนี้ และ กำลังจะก้าวมาเป็นผู้บริโภคหลักของทุกตลาด รวมถึงตลาดบ้านที่มีมูลค่าตลาดสูงหลายแสนล้านบาท ซึ่งนี่ก็คือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักที่จะควักเงินซื้อบ้านในอีกสิบปีข้างหน้า คือเด็กในช่วงอายุ 20-30 ในวันนี้ ที่ต้องการหาที่ปักหลักสร้างครอบครัวหรือที่สิงสถิตไว้ทำมาหากิน  หรือเราอาจเรียกพวกเขาว่าเด็ก Gen Z และ เด็ก Gen 20 ซึ่งผมมองว่าเด็กในยุคหลังปี 2020 สภาวะเศรษฐกิจสังคมจะบีบให้วิธีคิดเค้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แตกต่างจากคนรุ่นเก่าอย่างชัดเจน  เพราะโลกที่หมุนเปลี่ยนไปเป็นโลกที่พวกเขาเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือแม้กระทั่งสื่อดิจิทัลต่างๆ มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้  ในเมื่ออำนาจการซื้อกำลังจะถูกถ่ายโอนไปอยู่ในกำมือของคนรุ่นนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านจัดสรรจึงชะล่าใจเพิกเฉยในสิ่งที่ลูกค้าในอนาคตของคุณต้องการไปเสียมิได้ ซึ่งอาจถึงเวลาปฏิวัติวงการบ้านจัดสรรที่จะต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตชองพวกเขาดังนี้

1. 24 hours Life style

รูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่  ต้องการความมีตัวตน มีอัตลักษณ์ของตนที่ไม่ต้องการซ้ำใคร พูดง่ายๆคือไม่ชอบดีไซน์อะไรที่ซ้ำๆ ดังนั้นที่พักอาศัยก็เช่นกัน ถ้าจะให้เขาต้องมาอยู่บ้านที่ออกแบบเหมือนๆกัน บล็อกซ้ำๆ กันเขาคงไม่ปลื้มแน่ๆ งานนี้สถาปนิกอาจต้องทำงานหนักนิดหนึ่งที่ต้องทำงานแบบ Tailor Made เพื่อเอาใจปัจเจกบุคคล ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป แต่เหตุผลใหญ่อยู่ที่ชีวิตการทำงาน ที่อยู่อาศัยต้องอำนวยความสะดวกในด้านการงานมากกว่าความเป็นที่นอน คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง เราอาจเคยได้ยินพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนที่ประเภท work at home ซึ่งอนาคตจะยิ่งกว่านั้น จะกลายเป็น work & Living แยกความเป็นบ้านกับออฟฟิศแทบไม่ออก เพราะประโยชน์ของการสื่อสารไร้พรมแดน พวกเขาอาจต้องตื่นมากลางดึกตีหนึ่ง ตีสอง เพื่อดีลงานกับต่างประเทศ ที่พัก ต้องสามารถใช้ประชุมกับลูกค้าได้ ต้องสามารถเรียกประชุมทีมงานหรือรวมตัวกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอนได้เมื่ออยากนอน นาฬิกาถูกใช้เป็นเครื่องบอกเวลานัดหมาย ไม่ใช่กำหนดเวลาตื่นหรือนอนแบบเราๆ

2.ไม่มี Loyalty กับพื้นที่ หรือ ที่พักอาศัย

คนรุ่นใหม่ ทำงาน ที่ไหนก็ได้ เค้าจะเสาะแสวงหา แรงบันดาลใจในการทำงานอยู่ตลอดเวลา บ้านหลังใหญ่ราคาแพง อาจกลายเป็นภาระ สำหรับการตัดสินใจเคลื่อนที่ ทั้งในแง่การลงทุนและการดูแล รุ่นต่อไปจะไม่ชอบนั่งติดเก้าอี้ ชีวิตคนรุ่นใหม่คือการเคลื่อนที่และการเดินทาง ปีนี้อยากทำงานที่กรุงเทพฯ ปีหน้าอาจอยากไปเชียงใหม่ อยากไปใช้ชีวิต 3 ปี ที่ญี่ปุ่น หรือ อาจไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ยุโรป ซักปีสองปี เพราะเขามีแนวคิวหาแรงบันดาลในการทำงาน และการใช้ชีวิตตลอดเวลา จึงเป็นอีกเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องการขบคิด เรื่องของการสร้างบ้านให้ตอบสนองพฤติกรรมนี้ อาจต้องผนึกกำลังการตลาดเข้ามาช่วยเพิ่มมากขึ้น หรือสร้างเครือข่ายที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์แนวคิดแบบใหม่นี้

3. ค่าส่วนกลาง มันไม่โอเค!

คนรุ่นใหม่ไม่ชอบอะไรที่อยู่เหนือการควบคุมของตนเอง ถ้าซื้อบ้านแล้วพบว่าเค้ามีภาระที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอย่างค่าส่วนกลางไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ว่าเค้าไม่มีความรับผิดชอบ หรือขาดคุณธรรม เค้าพร้อมจะจ่ายทุกอย่างที่เค้าใช้ และไม่อยากจ่ายอะไรที่เค้าไม่ได้ใช้ อีกทั้งมุมมองต่อค่าใช้จ่ายประเภทความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเค้ามองเป็นหน้าที่ของรัฐ และเค้าก็มีพลังในการเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ ทำให้พิจารณาว่าค่าส่วนกลางเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมเพราะเป็นภาระระยะยาวที่เขาไม่สามารถควบคุมได้  คนรุ่นใหม่รับไม่ได้ที่จะต้องแชร์ค่าส่วนกลาง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ผูกพันไปจนตาย ซึ่งตรงข้ามกับวิถีชีวิตที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงิน และควบคุมชีวิตตัวเองได้ (Independent)  ของเค้า เมื่อมีค่าส่วนกลางก็เหมือนมีหนี้สินที่ต้องจ่ายทุกปีๆ ไปทั้งชีวิต  ทำให้เขารู้สึกไม่ยุติธรรมและอึดอัดกับค่าส่วนกลาง เพราะบางอย่างเขาก็ไม่ได้เรียกร้องและสามารถดูแลเองได้ จึงรู้สึกอึดอัด ต่างกับคนยุคก่อนที่มีแนวคิดอะไรก็แบ่งๆกัน ช่วยๆกันไป

4. บ้านไม่ใช่สุดยอดปรารถนาของเด็กยุคใหม่อีกต่อไป

ความสำเร็จของแต่ละคน แต่ละยุคแตกต่างกันไป เป้าหมายบางคนยุคนึงคือการมีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บ ฯลฯ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ เขาเล็งเห็นคุณค่าของการมีชีวิตว่าคือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์  เมื่อมีเงินก็จะนำเงินไปซื้อประสบการณ์ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม  มากกว่าการที่จะนำเงินที่เพียรทำงานมาจมกับการผ่อนบ้าน 30 ปี ผ่อนยาวจนแก่ กว่าจะได้เป็นเจ้าของเต็มตัว ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่อาจคิดมากขึ้นในการนำเงินไปลงทุนและการหมุนเวียนแผนการเงินเพื่อให้สามารถนำไปตอบสนองกับความรู้สึกที่ตนเองต้องการมากที่สุดเสียก่อน เมื่อเขาทำงานหนักมามากพอและเก็บเงินได้สักหน่อย เขาจะนำไปใช้เพื่อต่อยอดการทำงานของเขา เช่น ออกเดินทาง ท่องเที่ยว เรียนรู้ทักษะอื่นๆเพิ่มเติม จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆ ตามความพอใจและความสะดวก ดังนั้นแบงค์จะยิ่งหนักใจ เพราะคนรุ่นใหม่จะไม่เก็บเงิน แต่เลือกเก็บประสบการณ์ ความมั่นใจในสวัสดิการจากรัฐจะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาพยาบาล หรือการดูแลคนวัยเกษียณ อย่าลืมว่าคนยุคหน้ามีพลังในการเรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ความจำเป็นในการเก็บเงินก็น้อยลง ชนชั้นกลางที่มีรายได้สม่ำเสมอในยุคหน้ามีเงินก็ใช้ ใช้จนหมด บางคนที่มีรายได้มหาศาลก็อาจจะไม่มีความชัดเจนหรือสม่ำเสมอแบบที่แบงค์ต้องการ การปล่อยกู้ซื้อบ้านที่วันนี้ว่ายากแล้ว ถ้าไม่ปรับวิธีการก็น่าจะทวีความยากขึ้นอีก

อนาคตสิบปีข้างหน้า โลกคงยังหมุนด้วยอัตราความเร็วเท่าเดิมในแง่ฟิสิกส์ แต่ในแง่ความรู้สึก เวลามักไม่คอยท่า โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ยอมหมุนตามโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคืออุปทานต้องสอดคล้องกับอุปสงค์เสมอ วางแผนระยะยาว คาดการณ์อนาคตและคุณจะไม่ปราชัยในสนามรบแห่งอสังหาริมทรัพย์แน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับว่าเจ้าใหญ่ๆย่อมได้เปรียบเมื่อเดินเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงพร้อมเงินทุน และ ทรัพยากรที่เหนือกว่า ธุรกิจนี้มูลค่ามหาศาล เป็นที่รวมของคนเก่งๆในทุกสาขา ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นเทคนิคในการคิด Product และการตลาดใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน

 

                                                                                                สมอล

 

อมรศักดิ์ แดงแสงทอง

รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัสอินเตอร์เทรด จำกัด

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและไอที บริษัท ดีแลนด์กรุ๊ป จำกัด

ที่ปรึกษาฝ่ายการตลาด บริษัท ดีแลนด์พรอพเพอร์ตี้ จำกัด

ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารด้านผลิตัณฑ์และการตลาด บริษัท มินเซน แมชชีนนารี่ จำกัด

ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารด้านการจัดการองค์กร บริษัท เมทัล เมท จำกัด

กรรมการบริหารด้านการตลาด บริษัท ซีเคร็ท ไอส์แลนด์ จำกัด

กรรมการ บริษัท MBKP(Thailand) จำกัด ประเทศเวียดนาม

กรรมการ บริษัท Shenzhen Tailan Technology จำกัด ประเทศจีน



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น