• สุมาตรภูลายยาว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mart_mekong@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-26
  • จำนวนเรื่อง : 207
  • จำนวนผู้ชม : 90825
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
mekongbook
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์คือ ความคิดของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mart
วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2550
Posted by สุมาตรภูลายยาว , ผู้อ่าน : 373 , 09:30:44 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข่าว ปัดฝุ่นสำรวจ "ผามอง" เตือนหายนะน้ำโขง

ชาวบ้านในลำน้ำโขงทางภาคใต้ของลาวใช้ชีวิตเรียบง่ายทำมาหากินโดยพึ่งพาลำน้ำภาพแบบนี้จะเปลี่ยนไปทันทีหากมีการก่อสร้างเขื่อนดอนสะฮอง เจ้าหน้าที่โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตกล่าวว่าทางน้ำไหลที่ชาวบ้านเรียกว่า "ฮูสะฮอง" นั้นเป็นเส้นทางอพยพหลักของฝูงปลาจากโตนเลสาป (Tonle Sap) ในกัมพูชาไปสู่ลำน้ำโขงในลาวและไทย หายนะด้านเสบียงอาหารจะติดตามมา

แผนที่แสดงที่ตั้งเขื่อนกั้นลำน้ำโขงทั้ง 6 แห่งในลาวและชายแดนไทย-ลาว กับอีก 1 แห่งใน จ.กระแจ๊ะ (Kratie) กัมพูชา ไทย-ลาวได้ร่วมกันปัดฝุ่นโครงการเขื่อนผามองเมื่อ 40 ปีก่อนกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่องค์กรภาคเอกชนอนุรักษ์สภาพแวดล้อมกล่าวว่าการสำรวจเริ่มขึ้นแล้ว

ผู้จัดการรายวัน-- เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อมมูลนิธิเอกชนกล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาเอกชนแห่งหนึ่งได้เริ่มสำรวจพื้นที่โครงการเขื่อนผามอง (Pa Mong) ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งที่ 7 ที่จะสร้างกั้นลำน้ำโขง พรมแดนธรรมชาติช่วงแขวงเวียงจันทน์ของลาว กับ จ.เลยของไทย
      
       นางสาวเปรมฤดี ดาวเรือง แห่งโครงการเทอร์รา (TERRA) มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์กรภาคเอกชนเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคาร (13 พ.ย.) นี้
      
       การแถลงข่าวจัดขึ้นในขณะที่องค์กรเอกชนกับเอกชนกว่า 200 รายใน 30 ประเทศทั่วโลก ได้ร่วมกันส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) หรือ MRC ให้ทำหน้าที่ในการป้องกันผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมจากการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำนานาชาติสายนี้
      
       MRC กับประเทศ หน่วยงานและองค์การที่เป็นผู้บริจาคกำลังจะประชุมในวันพฤหัสบดี (15 พ.ย.) นี้ที่เมืองเสียมราฐ กัมพูชา
      
       เขื่อนผามองจะเป็นเขื่อนกั้นนำโขงแห่งที่ 2 ระหว่างไทยกับลาว ถัดจากเขื่อนบ้านกุ่ม (Ban Koum) ที่อยู่ใต้ลงไปที่ชายแดน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี กับ แขวงจำปาสัก ซึ่งบริษัทปัญญาคอนซัลแทนช์ กำลังสำรวจความเป็นไปได้
      
       "เท่าที่เราทราบมาจากพื้นที่ ได้มีคณะลงไปสำรวจ (โครงการผามอง) แล้วในพื้นที่อำเภอเชียงคาน (จ.เลย) อาจจะพร้อมๆ กับที่บ้านกุ่ม" น.ส.เปรมฤดีกล่าวกับ "ผู้จัดการรายวัน" ทางโทรศัพท์ โดยเชื่อว่าบริษัทเอกชนของไทยได้ว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูล
      
       โครงการผามองเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 โดยหน่วยงานแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างให้แก่ไทยและลาวโดยอ้างเหตุผลด้านการชลประทานเพื่อ "สร้างความมั่นคงด้านอาหาร" ในสองประเทศนี้ ขณะที่เขื่อนมีกำลังติดตั้งผลิตไฟฟ้าถึง 4,800 เมกะวัตต์
      
       อีกหลายปีต่อมาได้มีการลดขนาดของโครงการปากมองลงให้เป็นโครงการ Low Pak Mong แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2538 จึงได้ปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง
      
       ตามตัวเลขของ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ แห่งโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เขื่อนปากมองอาจจะส่งผลกระทบทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาวกว่า 50,000 คน
      
       นอกจากเขื่อนปากมองและเขื่อนบ้านกุ่มแล้ว ยังมีเขื่อนกั้นลำน้ำโขงอีก 5 แห่งที่อยู่ระหว่างสำรวจ-การศึกษาความเป็นไปได้โดยบริษัทจากจีน ไทยและมาเลเซีย ทั้งหมดอาจจะส่งผลกระทบต่อราษฎรถึง 75,000 คนใน 3 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาวและไทย
      
       บริษัทจีนได้เข้าลงทุนสำรวจเขื่อนปากแบ่ง (Pak Beng) ในแขวงอุดมไซ กับเขื่อนปากลายที่เมืองปากลาย ในแขวงไซยะบูลี และ กลุ่ม ช.การช่าง จากไทยได้เข้าสำรวจเขื่อนไซยะบูลี ในแขวงเดียวกัน ใต้ลงไปบริษัทจากมาเลเซียได้ทำการสำรวจศึกษาเขื่อนดอนสะฮอง (Done Sahong) ที่จะสร้างกั้น "ฮูสะฮอง" ลำน้ำสายหนึ่งของแม่น้ำโขงในเขตสี่พันดอน ติดชายแดนกัมพูชา และ บริษัทจีนอีกแห่งหนึ่งกำลังสำรวจเขื่อนซัมบอร์ (Sam Bor) ในพื้นที่ จ.กระแจ๊ (Kratie) กัมพูชา
      
       น.ส.เพียรพรกล่าวว่า จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ เขื่อนดอนสะฮองกำลังจะสร้างความหายนะที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อระบบนิเวศแห่งลำน้ำโขง และจะส่งผลกระทบในทางลบต่อประชาชนทั้งชาวกัมพูชา ลาวและไทย
      
       "ดอนสะฮองเป็นเส้นทางอพยพที่สะดวกที่สุดของฝูงปลาจากโตนเลสาป (ในกัมพูชา) ไปสู่แม่น้ำโขง.." เจ้าหน้าที่โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าว
      
       ดอนสะฮองเป็นเขื่อนขนาดเล็กปั่นไฟฟ้าเพียง 240 เมกะวัตต์ โดยบริษัทเมะเฟิร์สท์ คอร์ปอเรชั่น แต่จะสร้างความเสียหายมากที่สุดต่อระบบแม่น้ำโขง ต่อการขยายพันธุ์ของปลา รวมทั้งต่อความเป็นอยู่ของโลมาอิรวดี (ปลาข่า) ที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในบริเวณสี่พันดอน
      
       แม่น้ำโขงเป็นที่อยู่ของปลาสายพันธุ์ต่างๆ ประมาณ 1,300 สายพันธุ์ เป็นแหล่งอาหารของประชาชนราว 60 ล้านคน น.ส.เพียรพรกล่าว
      
       ส่วนเขื่อนซัมบอร์บริษัทไชน่าเซาเธอร์นพาวเวอร์กริด กำลังสำรวจและพิจารณา 2 ทางเลือก คือสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ 3,300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเกิดอ่างเก็บน้ำ 880 ตร.กม. หรือ สร้างขนาดเล็กลงเหลือกำลังปั่นไฟเพียง 465 เมกะวัตต์ กับอ่างเก็บน้ำ 6 ตร.กม.
      
       เจ้าหน้าที่โครงการ TERRA กับ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิตฯ กล่าวว่า เขื่อนซัมบอร์จะสร้างผลกระทบอย่างมากมายต่อเวียดนาม ซึ่งมีเขตที่ราบปากแม่น้ำโขงเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ แต่ยังไม่ทราบท่าทีใดๆ ของเวียดนามเกี่ยวกับโครงการนี้
      
       "แต่เวียดนามก็กำลังต้องการไฟฟ้าด้วยเหมือนกัน" น.ส.เปรมฤดีกล่าว
      
       ในวันจันทร์ (12 พ.ย.) องค์กรภาคเอกชนและบุคคลจำนวน 201 รายชื่อในนาม "กลุ่มประชาสังคมในประเทศแม่น้ำโขง 126 กลุ่ม" ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เรียกร้องให้ MRC ปฏิบัติตามพันธกิจในการปกป้องแม่น้ำโขงตาม "ข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน" ปี 2538 ซึ่งเป็นที่มาของการก่อตั้ง
      
       หนังสือยังส่งถึงสมาชิกคณะมนตรีของแต่ละประเทศในคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วยไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม สมาชิกสภาที่ปรึกษาในแต่ละประเทศ ธนาคารพัฒนาเอเชีย ธนาคารโลกและโครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่
      
       หนังสือของกลุ่มประชาสังคมฯ ระบุในตอนหนึ่งว่า การลดลงของพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงและแม่น้ำโตนเลสาป แม้จะเป็นสัดส่วนเพียงน้อยนิด แต่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของชุมชนนับพัน
      
       แม้รู้ว่ามีความเสี่ยงมหาศาลต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมแต่ MRC กลับมิได้มีปฏิกิริยาใดๆ ภายใต้ข้อตกลงแม่น้ำโขงปี 2538 ซึ่ง MCR มีภารกิจใน “การป้องกันและการหยุดยั้งผลกระทบที่เป็นอันตราย..” กลุ่มประชาสังคมฯ กล่าวในตอนหนึ่ง
      
       นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ร่วมในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร กล่าวว่าจะต้องสร้างความสมดุลกันระหว่างความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในเอเชียกับชีวิตของประชาชนในชนบทที่ยังต้องพึ่งพาที่ดินและแม่น้ำ
      
       คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงควรจะ “พิสูจน์ความมีประโยชน์ต่อหน้าสาธารณชน.. ไม่ใช่แค่ความมีประโยชน์ทางด้านธุรกิจและผลประโยชน์เท่านั้น” นักวิชาการนักวิจัยของไทยกล่าว.
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์    14 พฤศจิกายน 2550
  
 
 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กิต วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

แวะมาอ่านข่าวครับ

สวัสดีครับ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน