• มุสิกะตะวัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : matahareesun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 547
  • จำนวนผู้ชม : 521419
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
สุนทรียะขัดขืน
ถ่องแท้แลเที่ยงธรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน 2558
Posted by มุสิกะตะวัน , ผู้อ่าน : 2432 , 09:01:29 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นโยบายปลูกยางพารากับการทวงพื้นที่ป่าของรัฐ

 

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 26 พฤษภาคม 2546 เห็นชอบโครงการปลูกยางเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมติดังนี้

1.ให้ยกเลิกมติ ครม.เมื่อ 15 พฤษภาคม 2533 เฉพาะเรื่องสวนยางที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติและให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมป่าไม้) กำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การอนุญาตเข้าทำประโยชน์เฉพาะสวนยาง โดยมอบให้กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นำเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะทำงานที่ทำหน้าที่ศึกษาพิจารณามาตรการ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการปลูกสร้างสวนป่าภาคเอกชน ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ หากคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการฯ เห็นชอบก็ควรกำหนดการอนุญาตให้ดำเนินการปลูกป่าไม่เกินรายละ 30 ไร่ ในพื้นที่ดังกล่าว

2.ให้ยกเลิกมติ ครม.เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2542 ที่กำหนดให้ขยายพื้นที่ปลูกยางของประเทศไม่เกิน 12 ล้านไร่โดยให้ขยายพื้นที่ปลูกยางใหม่ในแต่ละปีได้เท่ากับพื้นที่ปลูกยางที่ลดลงในแหล่งปลูกยางเดิม และไม่ควรปลูกยางใหม่ในภาคเหนือและเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ปลูกยางได้ในทุกภาคของประเทศในพื้นที่ที่กรมวิชาการเกษตร กำหนดเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง โดยคำนึงถึงการกำหนดเขตพื้นที่การเกษตร (Zoning) และผลิตภาพการผลิต (Productivity) เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา

3.อนุมัติให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินโครงการปลูกยางพาราเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ ระยะที่ 1 (ปี 2547-2549) โดยคำนึงถึงเสถียรภาพราคายางในตลาด

4. อนุมัติให้กรมวิชาการเกษตร ใช้เงินกองทุนโครงการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ปลอดดอกเบี้ย วงเงิน 1,440 ล้านบาท เพื่อดำเนินการผลิตพันธุ์ยางจำนวน 90 ล้านต้นให้โครงการโดยส่งเรื่องการขอใช้เงินจากกองทุนโครงการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ให้กับคณะกรรมการ คชก. พิจารณาก่อน

5. เห็นชอบในการขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์สวนยางใช้เงิน cess วงเงิน 1,440 ล้านบาทชำระเงินคืน คชก. ในระยะเวลา 10 ปี นับจากปีที่สวนยางพาราให้ผลผลิตในแต่ละปี

6.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง (ธ.ก.ส.) จัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการวงเงิน 5,360 ล้านบาท เพื่อเป็นสินเชื่อในการปลูกสร้างสวนยาง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้เสนอโครงการปลูกยางเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงให้แก่เกษตรกรในแหล่งปลูกยางใหม่ ระยะที่ 1 โดยเพิ่มพื้นที่ปลูกยาง 1,000,000 ไร่ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 700,000 ไร่ และพื้นที่ภาคเหนือ 300,000 ไร่ ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2547-2549)

โดยให้กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบการกำหนดเขตปลูกยางที่เหมาะสม การตรวจสอบ ควบคุม และจัดหาพันธุ์ยางให้ ส.ก.ย. รับผิดชอบการฝึกอบรม การควบคุม กำกับ การตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการปลูกยางของโครงการ และให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบการจัดหาสินเชื่อ

มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว นำมาซึ่งการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงอย่างกว้างขวาง ทั้งเนื่องจากการสนับสนุนโดยนโยบายของรัฐและประชาชนเปิดพื้นที่แผ้วถางปลูกยางเอง

ประชาชนในหลายจังหวัดของประเทศโดยเฉพาะภาคใต้ เห็นช่องทางสร้างรายได้ตามนโยบายของรัฐ จึงได้มาตั้งหลักปักฐานปลูกพาราจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ดังปรากฎอยู่ในปัจจุบัน

แต่เมื่อมีปัญหายางราคาตก เนื่องจากนโยบายของรัฐที่ล้มเหลวไม่สามารถพยุงราคาได้ รัฐบาลปัจจุบัน จึงเสนอมาตรการให้ประชาชนโค่นยางหนึ่งล้านไร่ โดยอ้างว่า เพื่อพยุงราคายางในปัจจุบัน

ดังที่นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าราคายางแผ่นดิบรมควันที่ปรับขึ้นาราคาถึงกิโลกรัมละ 60 บาทเป็นผลมาจากมาตรการเร่งโค่นยางในพื้นที่ป่า เขตอุทยาน รวมทั้งการโค่นยางในเขตความรับผิดชอบของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (ส.ก.ย.) 1 ล้านไร่ แยกเป็นเขตป่า 6 แสนไร่ ได้ใช้มาตรการเร่งรัดกลุ่มนายทุนให้ดำเนินการอย่างรีบด่วน

แต่เมื่อประชาชนไม่ยอมโค่นต้นยาง เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะให้รับการเยียวยาช่วยเหลือจากมาตรการดังกล่าวอย่างไรและยางกำลังให้ผลผลิต รัฐบาลจึงออกมาตรการทวงผืนป่าด้วยการโค่นยาง

ดังที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด   รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงความคืบหน้าปฏิบัติการเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกปลูกยางพาราเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาว่า

จากการรวบรวมข้อมูล ทั้งจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและการเดินเท้าเข้าสำรวจในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศจนนำมาสู่การออกแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าทั่วประเทศ  รวม 62 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้พบการบุกรุกทุกจังหวัด  พื้นที่ที่ถูกบุกรุกแล้วแผ้วถางปลูกยางพารา มีทั้งที่เป็นป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยานและเตรียมประกาศเป็นวนอุทยาน

“รัฐบาลไม่สามารถยอมให้เกิดพฤติกรรมละเมิดกฎหมาย เอาเปรียบประเทศและรังแกทรัพยากรที่ควรสงวนรักษาไว้ให้ลูกหลานแบบนี้ต่อไปได้ ในปีนี้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติทวงคืนผืนป่า จำนวน 200,000 ไร่ และดำเนินการโดยกรมป่าไม้อีก 400,000 ไร่ โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ดำเนินการไปได้แล้วประมาณ 23,000 ไร่ ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคมนี้”

นี่คือ ความลักลั่นของนโยบายรัฐไทยที่นักการเมือง หน่วยงานราชการและรัฐบาลปัจจุบัน ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการสร้างผลงานจากยุครัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งสู่รัฐบาลรัฐประหารในปัจจุบัน

ข้ออ้างที่ว่าประเทศต้องการผืนป่าไว้ให้ลูกหลาน ต้องจัดการกับผู้บุกรุกรายใหญ่ ต้องไม่ให้คนจนได้รับผลกระทบ สุดท้าย หน่วยงานของรัฐก็กินรวบ ทั้งไล่ชุมชนออกจากป่าและผูกขาดอำนาจการจัดการ

นโยบายปลูกป่าที่สร้างหน้าสร้างตาให้ผู้มีอำนาจและนายทุนได้สร้างภาพรักสิ่งแวดล้อมทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา รัฐเคยศึกษาวิจัยไหมว่า ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมหรือไม่ ปลูกป่าสำเร็จหรือล้มเหลว

การที่รัฐออกนโยบายทวงผืนป่าแล้วชี้หน้ามาที่ชาวสวนยางเยี่ยงอาชญากรหรือข้าศึก แล้วระดมกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นเข้ากวาดล้าง นโยบายเช่นนี้เป็นธรรมต่อชาวสวนแล้วจริงหรือ

ถึงเวลาแล้วที่รัฐไทยต้องทบทวนนโยบายทวงผืนป่าด้วยการโค่นยางที่ไม่เป็นธรรมโดยเร็ว

 

-------------------------------------

 

หมายเหตุ พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชานชาลาประชาชน”

หนังสือแทบลอยด์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 21-27 มิถุนายน 2558

ขอบคุณภาพจาก www.thairath.co.th




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดนตรีชนเผ่า

บทเพลงจากเผ่าพันธุ์อินเดียแดงที่หลงเหลืออยู่

View All