• มุสิกะตะวัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : matahareesun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 548
  • จำนวนผู้ชม : 488548
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
สุนทรียะขัดขืน
ถ่องแท้แลเที่ยงธรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee
วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม 2558
Posted by มุสิกะตะวัน , ผู้อ่าน : 757 , 15:05:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การบริหารจัดการน้ำของรัฐในสถานการณ์ปัจจุบัน

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

น้ำ คือ ทรัพยากรที่สำคัญในการหล่อเลี้ยงของประชาชนและการพัฒนาประเทศ ในอดีตชุมชนมีเครื่องมือและอำนาจในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการและวิถีการผลิตแบบดั้งเดิม

เมื่อสถานการณ์สังคมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย อำนาจรัฐเข้ามามีบทบาทในชุมชมเพิ่มมากขึ้น พร้อมๆ กับ การเติบโตทางเศรษฐกิจและการเกษตรแผนใหม่ ทำให้การจัดการน้ำตกไปอยู่ในมือของรัฐ

เมื่อรัฐเข้ามาผูกขาดการจัดการน้ำ โดยใช้ทั้งสิ่งก่อสร้าง เช่น อ่างเก็บน้ำ และไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง เช่น กฎระเบียบและจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ ทำให้กลไกเดิมชุมชนถูกลดบทบาทลงและต้องพึ่งพากลไกรัฐมากขึ้น

การเพิ่มของจำนวนประชากร ทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำ และนับวันปัญหาก็จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น

ปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน กล่าวถึงสาเหตุต่างๆ ว่า มาจากนโยบายภาครัฐได้เร่งรัดการผลิตเพื่อการส่งออก จึงมีผลให้ความต้องการน้ำชลประทานเพื่อการผลิตของเกษตรกรมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

“ความต้องการใช้น้ำชลประทานได้ขยายขอบเขต ไปสู่นอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น ตามนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และการใช้น้ำชลประทานเพื่อการเกษตรกรรมยังขาดประสิทธิภาพ ยังมีการใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย เพราะเป็นการบริการแบบให้เปล่าจากรัฐ”

อีกทั้ง การบริหารพัฒนาแหล่งน้ำยังขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ ภายในลุ่มน้ำเดียวกันมีความหลากหลายหน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันและทำให้ศักยภาพของแหล่งน้ำธรรมชาติถูกลดทอนลงไป และมีข้อจำกัดเกี่ยวกับความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศสำหรับก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ และต้องเผชิญปัญหาการต่อต้านจากประชาคม

สถานการณ์ประเทศที่ผ่านวิกฤติน้ำท่วมและภัยแล้งนับครั้งไม่ถ้วน การจัดการน้ำในสถานการณ์ดังกล่าว ส่วนใหญ่รัฐจะเป็นผู้กำหนดและวางแผนออกแบบ ขณะประชาชนจะเป็นฝ่ายรอรับการช่วยเหลือ

ดังที่สถานการณ์ปัจจุบันนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้ง เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมาว่ามีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 12 จังหวัด 77 อำเภอได้แก่จังหวัดนครสวรรค์ พิษณุโลก ตาก น่าน นครราชสีมา ขอนแก่น ชัยภูมิ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ลพบุรี ราชบุรี และสระแก้ว โดยประสานจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแล้ว

ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความห่วงใยเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งว่าได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการขุดบ่อบาดาลเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บ่อ ช่วยเหลือเกษตรกร 100,000-130,000 ไร่ จากพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด และขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนเกษตรกรควรหันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น ถั่วเขียว และข้าวโพด เป็นต้น

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศว่า ต้องจัดสรรสัดส่วนกลุ่มผู้ใช้น้ำแต่ละประเภทชัดเจน เพื่อกำหนดปริมาณน้ำต้นทุนน้ำให้เพียงพอ น้ำเพื่อการเกษตร น้ำภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำภาคการเกษตรใช้น้ำสูงสุดร้อยละ 60-70 จึงต้องเร่งปรับการปลูกพืชใช้น้ำมากเป็นพืชใช้น้ำน้อย

ด้าน นางอรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่ากรมได้ขุดเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้งเร่งด่วนในพื้นที่ภาคกลาง 511 แห่งช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและภาคเหนือตอนล่างที่ประสบภัยแล้ง 15 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวและต้นข้าวที่กำลังยืนต้นตาย 271 แห่ง อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการขุดเจาะ 55 แห่ง ติดตั้งปั๊มสูบน้ำแบบเทอร์ไบน์แล้ว 154 แห่ง ดึงปริมาณน้ำใต้ดินมาใช้ประโยชน์ 111,889.60 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ขณะที่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในเวทีสัมมนา “แผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และการบริหารจัดการภัยแล้ง” ถึงบทบาทกรมชลประทานว่า

 การบริหารจัดการน้ำ และแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำขณะนี้ว่า มี 2 ลักษณะ คือ การบริหารจัดการน้ำลักษณะอ่างเก็บน้ำเชิงเดี่ยว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน คณะกรรมการจัดการน้ำชลประทานของแต่ละอ่างฯ ตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเกษตรกรผู้ใช้น้ำร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารจัดการกันเอง ซึ่งจะทำให้ทราบปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างว่าจะจัดสรรให้แต่ละภาคส่วนอย่างไร

ส่วนที่มีปัญหาบริหารจัดการน้ำค่อนข้างยาก คือ การบริหารจัดการน้ำเป็นระบบลุ่มน้ำจะใช้น้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนที่มาจากหลายอ่างและมีพื้นที่ชลประทานจำนวนมาก เช่น ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดสรรน้ำ โดยให้ความสำคัญเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศน์ และน้ำเพื่อสนับสนุนการทำนาปี หากมีน้ำเหลือจะจัดสรรน้ำสนับสนุนการทำนาปรัง

การจัดการน้ำของรัฐดังกล่าว สะท้อนแนวคิดการจัดการแบบแยกส่วน และการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ แม้จะอ้างถึงการมีส่วนร่วม แต่เมื่อรัฐมีอำนาจเหนือกว่าประชาชนๆ จึงไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

กรณีดังกล่าว ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา  ม.มหิดล  กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องปิดเปิดประตูน้ำคลองชลประทานเหมือนในอดีต แต่จะต้องมองไกลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้ครอบคลุมในทุกมิติทั้งการจัดสรรน้ำให้ชุมชน ภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ยามเกิดภัยพิบัติทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง น้ำเน่าเสียและประเด็นอื่นๆ

“การกำหนดโครงสร้างอำนาจการตัดสินใจบริหารจัดการน้ำ จึงต้องศึกษาธรรมชาติของน้ำและออกแบบวางระบบให้สอดคล้อง ควรมีทั้งระบบโครงสร้างแนวดิ่ง ซึ่งโครงสร้างบนสุดมีลักษณะ Single command Center อย่างที่รัฐบาลกำลังทำ และโครงสร้างอำนาจแนวราบแบบโครงข่าย (Community networking)  ของชุมชน ซึ่งมีได้ตั้งแต่ชุมชนเล็กๆ จนถึงท้องถิ่นขนาดใหญ่ ระดับลุ่มน้ำและระดับชาติ”

 ถึงเวลาแล้วที่การจัดการน้ำของรัฐในปัจจุบันต้องให้ชุมชนมีอำนาจในการบริหารอย่างแท้จริง

 

------------------------------

หมายเหตุ พิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชานชาลาประชาชน”

หนังสือแทบลอยด์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12-18 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณภาพจาก  www.suphaninsure.com




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดนตรีชนเผ่า

บทเพลงจากเผ่าพันธุ์อินเดียแดงที่หลงเหลืออยู่

View All