• มุสิกะตะวัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : matahareesun@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 548
  • จำนวนผู้ชม : 484722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
สุนทรียะขัดขืน
ถ่องแท้แลเที่ยงธรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee
วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน 2560
Posted by มุสิกะตะวัน , ผู้อ่าน : 269 , 09:24:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สุริยันต์ ทองหนูเอียด

 

“ประเทศไทย ขาดความยุติธรรม ประชาชนฐานราก ถูกรังแกจากรัฐบาล ตัวอย่าง การยึดคืนผืนป่า (ทวงคืนผืนป่า) ทำให้ประชาชนฐานราก อยู่อย่างยากลำบาก อยากให้รัฐบาลมาพูดคุยโดยตรงกับชาวบ้าน เพราะถ้าสั่งการจากข้างบน ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต่ำ (อยู่ข้างล่าง) มาหลอกลวงประชาชน ให้ประชาชนรับผิด โดยไม่ชอบธรรม เพื่อจะสร้างผลงานให้เจ้านายที่อยู่สูงกว่า”

นี่เป็นความเห็นหนึ่งของชาวบ้านห้วยน้ำหิน ต.สถาน อ.นาน้อย จ.น่าน ได้นำเสนอปัญหาในเวทีรับฟ้งความเห็นของประชาชน จัดโดย “โครงการสร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง” 3 เมษายน 2560

“บันทึก คนห้วยน้ำหิน” เล่าถึงประวัติชุมชนให้ฟังว่า ชุมชนห้วยน้ำหินมีพื้นที่อาณาเขตทั้งหมด 360 ตารางกิโลเมตร มีประชากร จำนวน 5,337 คน แบ่งการปกครองออกเป็น 12 หมู่บ้าน พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ และป่าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน รวมทั้งพื้นที่ห้วยน้ำหิน

“ชุมชนห้วยน้ำหิน อยู่ในเขตรับผิดชอบของบ้านใหม่จัดสรร หมู่ที่ 11 และบ้านไร่น้ำหิน หมู่ที่ 5 มีราษฎรเข้าไปทำกินด้วยการทำเกษตรกรรมหลายหมู่บ้าน เช่น หมู่ที่ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 11 และ 12 ส่วนใหญ่เป็นราษฎรหมู่ที่ 11 บ้านใหม่จัดสรรที่ได้แยกออกจากหมู่บ้านหมาก หมู่ที่ 7 ต.สถาน ระหว่างปี พ.ศ. 2520 โดยมีผู้นำหมู่บ้านคนแรก เมื่อปี พ.ศ. 2520-2525 ต่อมาทางอำเภอให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งถึง 20 ปี เกษียณเมื่อปี 2545 ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันได้รับเลือก เมื่อปี พ.ศ. 2551”

ปี พ.ศ. 2518-2520 รัฐบาล เปิดให้มีการสัมปทานป่า ในเขตห้วยน้ำหิน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของราษฎร และยังมีชุมชนชาวบ้านหมู่ที่ 5 คือ หมู่บ้านห้วยหมากหลอด มีราษฎรอาศัยอยู่ 25 ครัวเรือน แต่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง มีกาโยกรย้ายเข้าย้ายออกอยู่ตลอด โดยอาศัยการทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ เมื่อมีการสัมปทานป่าให้ชุมชนห้วยหมากหลอด ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แต่ยังคงให้ราษฎรทำไร่ทำสวนได้ต่อไปในช่วงนั้น

ปี พ.ศ. 2523 มีการปลูกป่าทดแทน โดยผู้รับสัมปทานได้จ้างคนในชุมชนเป็นแรงงานปลูกป่าทดแทน บางส่วนมีการปลูกตามริมถนนและในไร่ของเกษตรกร หลังจากนั้นไม่ได้มีการดูแลและรักษา ซึ่งในการว่าจ้างคนในชุมชนที่ทำงานสวนป่าให้มีการลงลายมือชื่อ และบอกว่าใครไม่ลงชื่อ ก็จะไม่ให้ทำงานกับสวนป่า หรือใครไม่ให้ความร่วมมือ จะใช้วิธีข่มขู่ คุกคาม ตามบ้านเรือนที่เก็บไม้ไว้เพื่อสร้างบ้านใหม่ แต่ในการปลูกป่าทดแทนนั้นไม่ได้ครอบคลุมในพื้นที่ทั้งหมด เป็นการปลูกเฉพาะพื้นที่บางส่วนเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้วจะปลูกในพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎร และยังให้ราษฎรทำกินได้ในระยะเวลานั้น จนกว่าต้นไม้จะโตขึ้น ซึ่งทางภาครัฐได้ทำการปลูกป่าไปแล้วในพื้นที่ แต่มีการดูแลแค่ 2 ปี หลังจากนั้นไม่เคยมีใครเข้ามาดูแล ปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ชาวบ้านเห็นว่า ป่าบางส่วนเสื่อมโทรมไม่มีการปลูก จึงเข้าไปทำกิน โดยทยอยกันเข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมตรงนั้นตลอดมา

ปี พ.ศ. 2540 ราษฎรบางส่วนที่ทำกินมานานได้ทำหนังสือไปยังนายอำเภอนาน้อย เพื่อขอเอกสารสิทธิที่ทำกิน นายอำเภอมอบหมายให้ป่าไม้ และส่วนที่เกี่ยวข้องออกสำรวจพื้นที่ทำกินจำนวน 34 แปลง เนื้อที่ 327 ไร่ อำเภอได้ออกหนังสือสำรวจที่ทำกินให้ราษฎร 12 ราย เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2540

ต่อมาได้มีมติ ครม. 11 พฤษภาคม 2542 ให้ราษฎรที่ทำกินในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาขึ้นทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ว่าการอำเภอนาน้อย แจ้งผลการครอบครองที่ดินป่าสงวนฝั่งของแม่น้ำน่านตอนใต้ ท้องที่ ตำบลสถาน โดยส่วนใหญ่ราษฎรที่อยู่บ้านจะได้ใบตอบรับจากราชการ บางส่วนที่มาหางานทำในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ดำเนินการ แต่ทำกินอยู่ก่อนแล้ว แม้ไม่มีใบตอบรับ โดยขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2552

30 มีนาคม 2559 มีคำสั่งห้ามราษฎรเข้าไปในพื้นที่ทำกินในพื้นที่หมู่ 11 บ้านใหม่จัดสรร และบ้านไร่น้ำหิน หมู่ที่ 5 และอำเภอนาหมื่น ในเขตยึดคืนผืนป่า 10 แปลง เนื้อที่ 7,820 ไร่ ประกอบด้วย อำเภอนาน้อย ตำบลสถาน ราษฎรได้รับผลกระทบคือ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,7,8,11 และหมู่ 12 ต.สถาน อ.นาน้อย ได้รับผลกระทบ 12 หมู่บ้าน อำเภอนาหมื่น ต.บ่อแก้ว หมู่ที่ 2 และหมู่ 12 และอีกหลายหมู่บ้าน

ต่อมากรมป่าไม้ ได้แจ้งดำเนินคดีว่ามีราษฎรบุกรุกพื้นที่ป่าห้วยน้ำหิน และได้สนธิกำลังป่าไม้ ตำรวจ และทหาร เรียกราษฎรไปชี้จุดตามพื้นที่ทำกินของตนเอง จับพิกัด ทำบันทึก จำนวนเนื้อที่ จำนวนไร่ โดยให้ชาวบ้านถือป้ายไว้ติดหน้าอก ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานว่าเป็นใคร ชื่อ-นามสกุลอะไร เนื้อที่กี่ไร่

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ได้มีคำสั่งจากสถานีตำรวจ สภ.นาน้อย ให้ราษฎรพื้นที่ดังกล่าวไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ละราย แต่ละแปลง โดยอ้างว่าทำข้อมูลไว้เพียงแค่เป็นพยาน ไม่ใช่เป็นคดี

14-15 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังประมาณ 100 นาย เพื่อมาจับพิกัดหาค่าเสียหายให้ราษฎรเป็นผู้ชดใช้ แต่ราษฎรไม่ไปตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สลายตัวไป ทำอะไรไม่ได้

ที่ผ่านมาทางราษฎรผู้เดือดร้อนได้ทำหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น  หนังสือร้องทุกข์ ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2559 ถึงหนังสือนายอำเภอนาน้อยและผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เบื้องต้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ทำหนังสือเรียนไปถึงอธิบดีกรมป่าไม้ ปลัดกระทรวงเกษตร และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

ราษฎรทำหนังสือเรียนถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2560 ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2560  นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอนาน้อย ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรณีราษฎรในพื้นที่ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ถูกแจ้งความดำเนินคดี และให้ออกจากที่ดินทำกิน ตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐ

การแก้ปัญหาป่าไม้ของประเทศ ปัญหาดอยหัวโล้นในจังหวัดน่าน ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าสามารถดำเนินการได้หลากหลายวิธี ด้วยการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่า โดยรัฐไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว

“ต้องมาพูดคุย ถ้าต้องการให้ทางภาคเหนือเป็นพื้นที่สีเขียว ต้องมาส่งเสริมพูดคุยให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิถีการทำมาหากิน ทุกคนพร้อมพูดคุยไม่ ใช่ว่าประกาศยึดพื้นที่ แล้วจะให้ไปทำกินที่ไหน”

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังฝากมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยว่า การที่ท่านได้มอบหมายให้นายตำรวจคนหนึ่งดูแลการปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ด้วยการบินสำรวจพื้นที่แล้วชี้ว่า ตรงไหนถูกบุกรุก โดยไม่ลงมาเดินสำรวจพื้นที่จริง แล้วให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับชาวบ้านนั้น คือ ความไม่ธรรม และละเมิดคำสั่ง คสช.

          ความต้องการของชาวบ้านกับการจัดการปัญหาโดยชุมชน หากรัฐบาลรับฟังข้อเสนอของชาวบ้าน เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม ความเดือดร้อนก็สามารถแก้ไขได้ โดยกลไกในชุมชนร่วมกับรัฐ

---------------------------------------

หมายเหตุ ตีพิมพ์ครั้งแรก ในหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ไทยโพสต์

คอลัมน์ชานชาลาประชาชน ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2560

ภาพจาก www.facebook.com/Ourprosperity/





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดนตรีชนเผ่า

บทเพลงจากเผ่าพันธุ์อินเดียแดงที่หลงเหลืออยู่

View All