*/
  • ท้องทะเลสีคราม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-09-20
  • จำนวนเรื่อง : 95
  • จำนวนผู้ชม : 31770
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2563
Posted by ท้องทะเลสีคราม , ผู้อ่าน : 253 , 12:06:36 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นักวิชาการฟันธงดีลซื้อคืนเทสโก้โลตัสไม่ผูกขาด ชี้การแข่งขันยังดุเดือด

 

ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทย เชื่อหลังปิดดีลซื้อเทสโก้ โลตัส ตลาดค้าปลีกไทยยังคึกคัก ไม่เพียงแค่คู่แข่งรายเดิม เพิ่มเติมเจ้าใหม่ ๆ จากตลาดออนไลน์และดิลิเวอรี่ ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว แต่ผู้บริโภครับประโยชน์ไปเต็ม ๆ

 

“เทสโก้โลตัส” ถือกำเนิดในประเทศไทยจาก “โลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์” โดยเจ้าของผู้ประกอบการไทย คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี แต่ด้วยวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ทำให้กลุ่มซีพีต้องตัดใจขายโลตัสให้กับเทสโก้ของอังกฤษ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เทสโก้โลตัส จนถึงในปัจจุบัน

 

เมื่อไม่นานมานี้ เทสโก้ อังกฤษไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้ในตลาดค้าปลีกได้ต่อไป จึงตัดสินใจประกาศขายเทสโก้ในไทยและมาเลเซีย ซึ่งกลุ่มซีพีได้ยื่นประมูลแข่งกับกลุ่มเซ็นทรัล และกลุ่มทีซีซี โดยเสนอวงเงินสูงกว่า 10,576 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 338,445 ล้านบาท จึงทำให้ชนะการประมูลไป

 

แต่ดูเหมือนว่า เงินอย่างเดียวยังไม่อาจทำให้กลุ่มซีพีนำลูกรักกลับคืนสู่อ้อมอกได้ เพราะวันนี้ดีลการซื้อคืนเทสโก้โลตัสยังไม่จบ และซับซ้อนยุ่งยากมากกว่าตอนสร้างโลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ เสียอีก เมื่อการซื้อคืนครั้งนี้ได้กลายเป็นประเด็นลุกลาม จนต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ว่าจะเข้าข่ายการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หรือไม่

 

 

ในเรื่องนี้นักวิชาการ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย มองว่า ปัจจุบันตลาดค้าปลีกของไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โมเดิร์นเทรด ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 60% และร้านค้าแบบดั้งเดิม ครองส่วนแบ่งการตลาด 40% ซึ่งทั้งสองแบบต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมทางการแข่งขันที่รุนแรง ที่มีสถานการณ์โควิด-19 และการตลาดแบบออนไลน์เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ

 

สำหรับกรณีของเทสโก้โลตัส ที่จัดอยู่ในโมเดิร์นเทรด ประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตนั้น แม้ปัจจุบันจะมีคู่แข่งเพียงรายเดียว คือ บิ๊กซี (จากเดิมมีคาร์ฟูร์ด้วย แต่ถูกควบรวบกิจการไปอยู่กับบิ๊กซีแล้ว) แต่หากไม่มีการฮั้วแบบผูกขาด ก็เชื่อว่าจะทำการแข่งขันกันอย่างเหมาะสม เช่น แข่งขันกันลดราคา หรือยอมขาดทุน ซึ่งผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ แต่หากรายใดรายหนึ่งใช้อำนาจกดดันซัพพลายเออร์ ทำให้ซัพพลายเออร์ล้มเหลวในการทำธุรกิจ ก็จะเป็นผลร้ายต่อบริษัทเอง เพราะจะไม่มีซัพพลายเออร์นำสินค้ามาขายให้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากลไกของธุรกิจมีการสอดประสานกันอยู่แล้ว นอกจากนี้ จากการที่บิ๊กซีซื้อกิจการคาร์ฟูร์ก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้แข่งขันในตลาดไฮเปอร์มารเก็ตลดลง จาก 3 ราย เหลือเพียง 2 ราย แต่กฎหมายก็ไม่มีการป้องกันให้มีไฮเปอร์มาร์เก็ต 3 ราย แสดงว่ากฎหมายก็เห็นว่าระบบนี้ยังแข่งขันได้

 

แม้กลุ่มซีพีจะมีธุรกิจแม็คโครและ 7-11 อยู่ในมือ แต่การดำเนินธุรกิจ แยกตลาดกันอย่างชัดเจน โดยแม็คโครเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ส่วน 7-11 เน้นตลาดสะดวกซื้อ และแต่ละกลุ่มก็ยังมีคู่แข่งที่ชัดเจน ดร.ธนวรรธน์ จึงเชื่อว่า ในทางปฏิบัติกลุ่มซีพีไม่สามารถผูกขาดตลาดได้ นอกจากนี้ ทุกบริษัทในเครือซีพีอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีการกำกับดูแลเรื่องความโปร่งใส และธรรมภิบาลในการดำเนินธุรกิจ

 

ในอนาคตกลุ่มซีพีอาจจะมีวิธีการบริหารจัดการต้นทุนการกระจายสินค้า ทำให้ต้นทุนการดำเนินการลดลง ราคาสินค้าอาจจะถึงมือผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะผลักดันให้ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค”ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ กล่าว

 

ธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง ไม่ใช่แค่กับคู่แข่งรายเดิม ๆ แต่ตลาดใหม่ ๆ อย่าง ค้าปลีกออนไลน์ บริการส่งถึงบ้าน ก็เป็นตัวแปรสำคัญมากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต แม้จะมีคู่แข่งเพียงสองราย แต่ต่างต้องพลิกตำราหากลยุทธ์กันไม่หยุด เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงและความอยู่รอด ดูยังไงผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์

 

ขอบคุณข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดย TNN16

 

 

---------------------- 

 ที่มา: StockTomorrow

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน