*/
  • ท้องทะเลสีคราม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-09-20
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 36417
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม 2563
Posted by ท้องทะเลสีคราม , ผู้อ่าน : 237 , 18:03:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปีนี้กลุ่มทรู ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง กับการเป็นองค์กรสื่อสารโทรคมนาคมไทยเพียงรายแรกและรายเดียวที่ติดอันดับ DJSI ประเภทตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) ด้วยคะแนนสูงสุดที่ 1 (World Industry Leader) ของโลก 3 ปีซ้อนของหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม รวมถึงคงสถานะเป็นสมาชิกดาวน์โจนส์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 (2560 – 2563)

 

 

 

ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นมาตลอด กลุ่มทรูยังได้เดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ ในปี 2030 คือ 1. การเป็นองค์กร Carbon Neutral ลดการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เลิกใช้เทคโนโลยีที่สิ้นเปลืองพลังงาน และใช้พลังงานทางเลือก และ 2. กำหนดให้ของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานต้องเป็นศูนย์

 

ตลอดเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมาถึงวันนี้ที่ต้องเดินไปบนเส้นทางของความยั่งยืน กลุ่มทรูได้เรียนรู้และพัฒนามากมาย ซึ่งดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนองค์กร ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ของทรูผ่านรายการสุทธิชัยไลฟ์

 

 

 

 

DJSI เปรียบเสมือนสมุดพกของธุรกิจ ที่มีการตรวจสอบกันทุกวิชา เพราะปัจจุบันไม่ใช่แค่ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกันด้วย ซึ่งสมุดพกเล่มนี้เป็นเกียรติ มีความหมายและความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่สามารถส่งเองได้ ต้องได้รับเชิญเท่านั้น เนื่องจากทาง DJSI มีรายชื่อของบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ และเป็นเอกชนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จึงจะถูกเชิญให้เข้าไปทำประเมินตอบคำถาม ซึ่งทรูได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มโทรคมนาคม 3 ปีซ้อน โดยอุตสาหกรรมนี้ โทรคมนาคมเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีบริษัทรวมกันกว่า 3 พันบริษัท จะต้องตอบคำถามสองร้อยกว่าข้อ ที่ให้แน่ใจว่าบริษัทได้เดินอยู่บนเส้นทางของความยั่งยืน หากสอบตกจะต้องรอแก้ตัวใหม่ในปีถัดไป

 

สำหรับกลุ่มทรู คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนว่า เครือฯ ต้องมุ่งไปสู่การเป็น Carbon Neutral และ Zero Waste จากนั้นจึงมีการถ่ายทอดนโยบายลงไปยังบริษัทต่าง ๆ ซึ่งการทำงานด้านความยั่งยืน ต้องทำให้สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี และมีกำไรด้วย จึงทำยาก คุณศุภชัยจึงได้ให้แนวทางไว้ว่า การจะทำได้ทั้งสามอย่างนี้จำเป็นต้องมีนวัตกรรม ไม่เช่นนั้นจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น และไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

 

นอกจากนี้ คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังเคยชี้ว่า ถ้าธุรกิจไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ก็ไม่เรียกว่าความยั่งยืน เหมือนกับร่างกายของคนเรา ที่อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเหมือนกันหมด หากหัวใจไม่ทำงาน อย่างอื่นก็ไปต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นการทำงานด้านความยั่งยืน ผู้มีส่วนได้เสียจึงสำคัญ ต้องไปด้วยกันให้ได้ แม้จะทำยากก็ตาม

 

ที่ผ่านมากลุ่มทรูได้ลงมือทำจริงด้านความยั่งยืนแล้วหลายเรื่อง บางเรื่องดูเหมือนจะเพิ่มต้นทุน แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นการลดต้นทุน เช่น การลดขยะจากกระดาษด้วยการใช้แอปพลิเคชั่นในกระบวนการทำงาน หรือการลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เหมือนกับไปดับไฟตั้งแต่ไฟยังไม่เกิด เช่น การดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่ขยายไปถึงซัพพลายเออร์ คู่ค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการฟ้องร้องขึ้น เป็นต้น

 

“ทรูได้สร้างวัฒธรรมองค์กรในการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ซึ่งสิ่งที่สำคัญมาจากผู้นำ หากผู้นำไม่มีความเชื่อด้านความยั่งยืน เราคงไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ผู้นำเดินตามแผน จึงมีความก้าวหน้าทุกปี แล้วเรายังมีสมุดพกของ DJSI อีกชั้นหนึ่ง ทำให้เราไปต่อได้ นอกจากนี้ เราทุกคนในทรูต้องทำ Code of Conduct ตรวจสอบเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการทำงาน แม้แต่คุณศุภชัยเองก็ต้องทำ และทุกคนต้องสอบได้คะแนนเต็ม 100%”

 

 

 

ดร.ธีระพล มองว่า องค์กรที่มีขนาดใหญ่ ความคาดหวังจะสูง และมาตรฐานจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นความท้าทายที่จะทำอะไรแต่ละอย่างย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

ในกระบวนการความยั่งยืนของกลุ่มทรู มีความท้าทายมากอย่างหนึ่งคือการสร้างผู้นำ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้มากกว่าคนรุ่นเก่า จึงต้องมีกระบวนการที่จะจุดประกายให้คนรุ่นใหม่มีความเป็นเถ้าแก่และอยากลุกขึ้นมาทำงาน ซึ่งการสร้างผู้นำได้รับการถ่ายทอดมาจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มีสถาบันผู้นำที่เขาใหญ่ และมีจุดเด่นคือ การลงมือทำ โดยมีหัวหน้างานเป็นผู้ชี้แนะ แต่ไม่ใช่ชี้นำ ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติของการทำงานข้ามหน่วยงาน ที่มีการประเมินทุก 3 เดือน และวัดผล 360 องศา จึงไม่มีคอมฟอร์ตโซนให้หลบมุม

 

นอกจากนั้ยังมีเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น การออกแบบแอปพลิเคชั่นสำหรับเด็กออทิสติก ซึ่งระหว่างการทำงานได้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากมาย ผ่านการปรับปรุงพัฒนา จนทำให้เด็กออทิสติกสามารถสื่อสารกับครอบครัวและสังคมได้ดีขึ้น และแอปพลิเคชั่นยังถูกนำไปใช้มากในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบตะวันออกกลาง

 

“ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่อย่างเดียว และเราควรเลิกมองว่าบริษัทใหญ่หรือเล็ก เพราะปัจจุบันไม่ใช่ใหญ่แล้วจะอยู่รอด เล็กก็ใช่จะเล็ก สมัยก่อนจะใหญ่ต้องใช้เวลา 20-30 ปี สมัยนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดภายใน 1-2 ปี เราต้องท้าทายว่าเราจะสามารถกลายเป็นบริษัทใหญ่ได้ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืน”  

 

ดร.ธีระพล ปิดท้ายว่า การทำเรื่องความยั่งยืนเป็นการอุดรูรั่วต่าง ๆ และไม่ลืมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม องค์กรที่ทำเรื่องความยั่งยืนจะเป็นองค์กรที่พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง พร้อมต่อสิ่งที่คาดไม่ถึง ความยั่งยืนคืออยู่ได้ในทุกสถานการณ์ สร้างภูมิคุ้มกัน และรีเช็คสุขภาพตัวเองตลอดเวลา โดยมีองค์กรระดับโลกมาช่วยเช็คให้ด้วย ทำให้มีการเปรียบเทียบแข่งขันที่นำมาซึ่งการพัฒนา

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน