*/
  • ท้องทะเลสีคราม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-09-20
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 65024
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม 2564
Posted by ท้องทะเลสีคราม , ผู้อ่าน : 332 , 16:52:20 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ถามมา-ตอบไป ไขข้อข้องใจ ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

 

สรุปเนื้อหาในรูปแบบถาม-ตอบ จากการแถลงข่าวของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2564 เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) หนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอีอีซี ซึ่งบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ต้องเข้ารับโอนสิทธิ์ดำเนินการบริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ในวันที่ 24 ต.ค. 2564 ตามสัญญาร่วมทุน พร้อมชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุน แอร์พอร์ต เรลลิงก์ จำนวน 10,671.09 ล้านบาท ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่เนื่องจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้โดยสารลดลงจากประมาณ 7-8 หมื่นคน/วัน ในช่วงที่ทำสัญญา เหลือเพียง 1-2 หมื่นคน/วัน ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่คาดการณ์มาก่อน ทำให้มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของเอกชนคู่สัญญาของโครงการ ทางกพอ. จึงได้ให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเจรจาร่วมกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดอย่างเป็นธรรม โดยไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบ และไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสาร ARL จึงมีการลงนามทำข้อตกลงในการเจรจาร่วมกัน เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2564 โดยจะใช้เวลาเจรจาให้ได้ข้อยุติภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน

 

 

Q: โครงการรถไฟความเร็วสูงมีความคืบหน้าอย่างไร?

A:

- รฟท. ส่งมอบพื้นที่แล้ว 98.11% สำหรับให้เอกชนก่อสร้างโครงการช่วงสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร คิดเป็น 3,513 ไร่ 1 งาน 3 ตารางวา

- เอกชนทยอยเข้าเตรียมการก่อสร้างแล้วตั้งแต่ปลายปี 2563

- สร้างถนนและสะพานชั่วคราวของโครงการ

- สร้างโรงหล่อชิ้นส่วนทางวิ่งรถไฟ

- สร้างบ้านพักคนงาน

- ส่วนที่เหลืออีก 1.89% จะส่งมอบภายในม.ค. 2565

- เมื่อเอกชนตรวจรับพื้นที่แล้วเสร็จ รฟท. จะออกหนังสือแจ้งเริ่มงานก่อสร้างอย่างเป็นทางการ (NTP) ประมาณมี.ค. 2565

 

Q: ทำไมเอกชนขอผ่อนชำระค่าโอนสิทธิ์บริหารจัดการ ARL?

A:

- เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้โดยสารลดลงจาก 7-8 หมื่นคน/วัน จากช่วงที่ทำสัญญา เหลือเพียง 1-2 หมื่น คน/วัน ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่คาดการณ์มาก่อน เพราะรัฐบาลออกมาตรการกำหนดให้ธุรกิจและประชาชนหยุดการเดินทางเป็นระยะๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้จำนวนผู้โดยสารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ลดลงเป็นจำนวนมาก นำไปสู่ "การเจรจาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด" อย่างเป็นธรรมโดยไม่มีฝ่ายใดเสียเปรียบ

- ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นตอนที่เอกชนคู่สัญญาต้องได้สินเชื่อจากสถาบันการเงิน (เงินกู้ประมาณ 1 แสนล้านบาท) เพราะสัญญาร่วมลงทุน กำหนดว่าให้เอกชนคู่สัญญาทำสัญญาสินเชื่อโครงการกับสถาบันการเงิน ภายใน 240 วัน นับจากวันที่รฟท. ออก NTP ดังนั้น ขั้นตอนการหาสินเชื่อจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพ.ย. 2565

 

Q: แนวทางการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างไร?

A:

- กพอ. ให้คู่สัญญาร่วมกันหาทางออก โดยไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสาร ARL

- รฟท. และ เอเชีย เอรา วัน จึงลงนามใน MOU เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2564 เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่ลงนาม

- นโยบายของกพอ. ให้เจรจาหาทางออกร่วมกัน โดยรัฐต้องไม่เสียประโยชน์ และเป็นธรรมต่อเอกชน

- คณะทำงานเจรจาจะแต่งตั้งโดยรฟท. และคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งจะนำเสนอรฟท. กพอ. และ ครม. ต่อไป


Q: “เอเชีย เอรา วัน” รับโอนสิทธิ์บริหารจัดการ ARL แล้วหรือยัง?

A:

- รับโอนสิทธิ์ดำเนินการแล้วเมื่อ 24 ต.ค. 2564 ตามกำหนดเดิม

- เริ่มดำเนินการ ARL ตั้งแต่ 25 ต.ค. 2564

- การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่พบปัญหาอุปสรรคใดๆ ในการให้บริการประชาชน

- แต่ยังไม่ได้รับโอนสิทธิ์การจัดเก็บรายได้ จนกว่าจะแก้ไขปัญหาการชำระค่าสิทธิ์เสร็จ แล้วรฟท. จะโอนรายได้ให้เอกชนนำไปหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น แต่หากมีกำไรต้องส่งคืนรฟท.

 

Q: สิทธิ์ดำเนินการครอบคลุมอะไรบ้าง?

A:

- รับผิดชอบการเดินรถ ARL และซ่อมบำรุงรักษาระบบ ตาม KPI ที่รฟท. กำหนด รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานดังกล่าว

- ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงบุคลากรปฏิบัติงาน

 

Q: ชำระค่าสิทธิ์แล้วเท่าไร?

A:
- ชำระแล้ว 1,067.11 ลบ. (10% ของ 10,671.09 ลบ.) เป็นหลักประกันการดำเนินการ เมื่อ 20 ต.ค. 2564

- ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด (ภายใน 3 เดือน ตาม MOU)

 

Q: โอนสิทธิ์ดำเนินการให้เอกชนแล้ว ลดภาระรฟท. อย่างไร?

A:

- รฟท. ไม่ต้องรับภาระขาดทุนจากการดำเนินงาน ARL อีกต่อไป นับจากวันที่ 24 ต.ค. 2564

- ในปี 2564 รฟท. ขาดทุนจากการดำเนินงาน ARL ประมาณ 600 ลบ.

- ประเมินว่าในปี 2565 หากรฟท. ดำเนินการเองจะขาดทุนประมาณ 700 ลบ.

- เมื่อเอกชนรับไปดำเนินการเท่ากับรฟท. ตัดเรื่องขาดทุน ให้เอกชนรับความเสี่ยงแทน

- รฟท. ไม่ได้เตรียมงบประมาณสำหรับการบริหารโครงการต่อ

- รฟท. ยังรับการจัดเก็บรายได้อยู่

 

Q: โอนสิทธิ์ดำเนินการแล้ว เอกชนทำอะไรไปแล้วและจะปรับปรุงอะไรบ้าง?

A:

- (นอกเหนือจากค่าสิทธิ์ในการบริหารจัดการ ARL 10,671.09 ลบ.) เอเชีย เอรา วัน เสนอแผนการลงทุนเพื่อพัฒนา ARL กว่า 3,000 ลบ.

- ลงทุนไปแล้วกว่า 1,100 ลบ. ในการปรับปรุงระบบและบริการ รวมถึงฝึกอบรมพนักงานปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

- ปัจจุบันได้ส่งบุคลากร 475 คนเข้าบริหาร ARL : ฝ่ายปฏิบัติการ 250 คน และซ่อมบำรุง 225 คน

- จะจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่ม

- จะจัดทำทางเดินเชื่อมใต้ดินจากสถานีรถไฟฟ้า MRT มายังสถานี ARL เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

Q: แนวทางตาม MOU ช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไร?

A:

-       เป็นการทำข้อตกลงการเจรจาระหว่างคู่สัญญาของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอีอีซี ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกซน เพื่อประหยัดงบประมาณรัฐ ด้วยเงินทุนของภาคเอกชนมาร่วมในการพัฒนาประเทศ จึงต้องพร้อมเป็นตัวอย่างของการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน

-       โดยการร่วมทุนคือ “ทั้งสองฝ่าย” “รัฐและเอกชน” เข้ามาร่วม "รับความเสี่ยงด้วยกัน" เพราะเอกชนนำเงินมาลงทุนด้วย ต่างกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่เอกชนรับจ้างรัฐบาล ซึ่งรัฐลงเงินจ้างเอกชนทั้งหมด และรัฐรับความเสี่ยงแต่ฝ่ายเดียว

-       ในการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน จึงจำเป็นต้องมี "ความเข้าใจร่วมกัน" เป็นพื้นฐานที่จะเจรจาหาทางออกในกรณีสุดวิสัยที่ไม่คาดมาก่อน และนำไปสู่การแก้ไขสัญญาภายใต้ความเข้าใจร่วมกันให้โครงการประสบความสำเร็จ โดยรัฐและเอกชนไม่เสียเปรียบซึ่งกันและกัน

-       ส่วนโครงการร่วมทุนอื่นๆ ในอีอีซีไม่จำเป็นต้องนำมาสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา เช่น กรณีแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เพราะโครงการท่าเรือมาบตาพุด และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกกำลังจะเริ่มก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จใน 4 ปี ซึ่งผลกระทบจากโควิดคงหมดไปแล้ว ส่วนโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่กำลังจะลงนามได้ต้นเดือนพ.ย. ได้พิจารณาผลกระทบเหล่านี้ในสัญญาไว้แล้ว

-------------------------- 

ที่มา: Postjung

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน