• mediaok29
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : karakeat.mediaok@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-09-24
  • จำนวนเรื่อง : 44
  • จำนวนผู้ชม : 8710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 124 คน
mediaok29
บอกกล่าว ข่าวสาร ทั่วไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mediaok29
วันพุธ ที่ 15 มกราคม 2563
Posted by mediaok29 , ผู้อ่าน : 164 , 16:31:13 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เอไอเอส เดินหน้า ปลูกฝังความฉลาดทางดิจิทัล DQ อย่างต่อเนื่องจัดเวิร์กช็อป

“ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” พร้อมสร้างเครือข่ายครอบครัวและเยาวชนทั่วประเทศ

                                                                                                                    

เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ และครอบครัวคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาเด็ก เอไอเอส จึงเดินหน้าสานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคนคือเครือข่าย” มุ่งสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ยั่งยืนเพื่อประเทศ และขจัดภัยคุกคามจากการใช้สื่อออนไลน์ ล่าสุดจัดเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านสื่อออนไลน์ และปลูกฝังการใช้สื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนไทยสู่ระดับรากฐาน โดยมีครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์กับบุตรหลาน พร้อมทั้งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ พร้อมด้วย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์  มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ปกครองเพื่อแนะนำวิธีการดูแลบุตรหลานในยุคดิจิทัลให้ปลอดภัย และ ดร.จิตรา ดุษฏีเมธา หัวหน้าศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ บัณฑิตวิทยาลัย มศว มาร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ในการเสริมสร้างศักยภาพความฉลาดด้านดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีการอบรมวิธีการใช้ชุดการเรียนรู้ 360 องศา เพื่อพัฒนา 8 ทักษะความฉลาดทางด้านดิจิทัล DQ (Digital Intelligence Quotient) ให้กับครอบครัวผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป พร้อมทั้งเครื่องมือป้องกันเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมให้กับผู้ปกครอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลบุตรหลานให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย


นัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “จากความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายครูและสถานศึกษาผ่านโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” ทั่วทั้ง 4 ภูมิภาค 4 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยการเวิร์กช็อปสาธิตเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับคุณครู นำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันและความเข้าใจในสื่อดิจิทัล ป้องกันการคุกคามและความรุนแรงจากการใช้สื่อออนไลน์ในกลุ่มนักเรียนเยาวชนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เปิดศักราชใหม่เอไอเอสจึงได้ยกระดับเสริมสร้างความแข็งแกร่งสู่รากฐานหน่วยย่อยของสังคมนั่นคือ “ครอบครัว” ด้วยการจัดเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” อันเกิดจากแนวคิดพื้นฐานของบริษัท ในฐานะผู้ที่ให้บริการดิจิทัล (Digital Life Service Provider) จึงอยากเห็นลูกค้าทุกคนเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ใช้ดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์รู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ โดยเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” ในครั้งนี้ มีครอบครัวเข้าร่วม 33 ครอบครัว ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูกในช่วงอายุระหว่าง 8-12 ปี โดยแบ่งเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความพร้อมและความเข้าใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลเด็กในยุคดิจิทัล 4.0 และกิจกรรมที่เสริมสร้างศักยภาพ 8 ทักษะความฉลาดทางดิจิทัลให้กับเด็กๆ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับพ่อแม่ เพื่อนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันและความเข้าใจในสื่อดิจิทัล ด้วยชุดการเรียนรู้ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล DQ (Digital Intelligence Quotient) รวมถึงบริการคัดกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ด้วย AIS Secure Net และแอปพลิเคชั่น Family Link ที่ร่วมกับ Google จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลการใช้สมาร์ทโฟนของบุตรหลาน โดยมุ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนช่วยในการปลูกฝังเพื่อให้เกิดเครือข่ายที่ร่วมกันรณรงค์การใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดสังคมดิจิทัลที่เข้มแข็งและปลอดภัยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ เอไอเอสยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ ที่ จ.เชียงราย, จ.ขอนแก่น, จ.นครปฐม และ จ.ยะลา เป็นต้น โดยมีกิจกรรมรู้เท่าทันโลกดิจิทัลที่ได้มีการนำทักษะความฉลาดทางดิจิทัลทั้ง 8 ทักษะมาเป็นฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ พร้อมด้วยกิจกรรมสันทนาการสุดสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มพูนจินตนาการของเด็กๆ”

      

พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม และเจ้าของเพจ หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก ร่วมให้คำแนะนำถึงการเลี้ยงบุตรหลานเพื่อเสริมสร้าง 8 ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient) “1. ทักษะด้านการยับยั้งชั่งใจ ในการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่นานเกินกำหนด จนกลายเป็นปัญหาติดเกมออนไลน์ หรือติดโซเชียล ซึ่งป้องกันด้วยการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กจะง่ายกว่าแก้ไขเมื่อตอนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น โดยผู้ปกครองต้อง ”ลงทุนทางสมองกับเด็ก” เพื่อเสริมสร้าง “ความจำใช้งาน” หมายถึงการที่เด็กจะฉุกคิดและคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ต่อไป เมื่อเล่นเกมไม่เลิกแล้วจะทำการบ้านไม่เสร็จ ไม่มีการบ้านส่ง แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ ซึ่งปลูกฝังได้โดยการเรียนรู้ที่จะสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กว่าจะให้ใช้งานได้เท่าไหร่ต่อวัน และเด็กจะต้องรับผิดชอบภารกิจของตัวเอง มากกว่าที่จะใช้วิธีการบังคับและลงโทษ ต่อมาคือ 2.ทักษะด้านตระหนักถึงภัยไซเบอร์บูลลี่ (Cyber Bully) เมื่อบุตรหลานเจอปัญหาถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ หรือการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งหลายๆ ครั้งกันผู้ใหญ่มักมองข้ามและมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เป็นการแกล้งกันขำๆ แบบเด็กๆ เรื่องปกติ ซึ่งผิด ต้องเข้าใจโลกของเด็กว่าโลกของเขา ต้องการการยอมรับจากสังคมเพื่อน ต้องการเป็นที่รัก การถูกกีดกันและรังแกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องเข้าใจตรงนี้จึงจะสามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้กับบุตรหลาน และรับฟังปัญหาซึ่งเป็นขั้นแรกในการนำไปสู่การช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ต่อไป 3. รู้ถึงใจเขาใจเรา (Digital Empathy) สามารถปลูกฝังได้โดยการสอนให้เด็กรู้จักแบ่งปันและมีน้ำใจอย่างถูกวิธี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสอนให้แบ่งปันแบบผิดวิธี เช่น สอนว่าให้แบ่งปันของเล่นให้เพื่อนเล่น วันหลังเพื่อนจะได้แบ่งให้เรา หรือสอนลูกว่าแบ่งขนมให้น้องก่อน ไม่งั้นแม่ไม่รักนะ ซึ่งบางครั้งอาจจะสร้างเงื่อนไขให้เด็กเข้าใจว่า เราจะแบ่งปันเมื่อเราจะได้ผลประโยชน์กลับมา เด็กจึงไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรเพราะตระหนักถึงจิตใจของผู้อื่น เมื่อโตขึ้นจึงกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

 ด้าน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์กล่าวเสริมในทักษะความฉลาดทางดิจิทัลในข้ออื่นๆ ว่า“สำหรับทักษะข้อที่ 4.ความรู้ด้านอัตลักษณ์ตัวตนในโลกออนไลน์ (Digital Citizen identity) พร้อมด้วย 5. รู้สิทธิและความเป็นส่วนตัว (Privacy Management) และ 6. ท่องอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย (Cyber Security) เป็นเรื่องที่ควรสอนเด็กๆ ไปด้วยกันเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน ตัวตนในโลกออนไลน์นั้นเป็นโลกเสมือนจริง ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์บางครั้งเด็กๆ อาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อนามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งการโพสต์รูปภาพของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจจะถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ หรือการโพสต์ถึงบุคคลอื่น อาจจะโพสต์รูปของเพื่อนแกล้งกัน อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจจะตามอย่างรอบด้าน ซึ่งเชื่อมโยงกับทักษะ 7. Digital Footprints รู้ถึงผลที่จะตามมา ต้องสอนบุตรหลานให้เข้าใจว่าทุกอย่างเมื่อโพสต์ลงโลกออนไลน์แล้วจะเรียกย้อนคืนมาไม่ได้ ผลจะคงอยู่ตลอดไป ถึงแม้ว่าจะลบไปแล้ว เพราะสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่สามารถถูกบันทึก และนำไปแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และข้อสุดท้ายคือ 8. ทักษะคิดเป็น (Critical Thinking) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญไม่เฉพาะกับเด็กๆ แต่รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีการเผยแพร่ข่าวลือหรือข้อมูลเท็จตามสื่อออนไลน์ โดยไม่ได้มีการกลั่นกรองหรือสืบหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะถ้าคนที่เผยแพร่เป็นคนดังหรือเน็ตไอดอล เด็กๆ ก็จะเชื่อและทำตามๆ กัน ซึ่งบางครั้งส่งผลเสีย ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดที่เน็ตไอดอลรับประทานแป้งโรตีดิบและบอกว่าสามารถทานได้มีรสชาติอร่อย จนมีหลายคนทำตามซึ่งเป็นอันตราย”

       

ด้าน คุณพ่อฐนะวัฒน์ เตี้ยเนตร และคุณแม่จุฑารัตน์ แซ่ตั้ง ครอบครัวผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์”  จากจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า “เป็นกิจกรรมที่ดีมากที่เอไอเอสจัดขึ้น เพราะมีลูกชายวัย 12 ขวบซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงกังวลใจถึงปัญหาจากใช้สื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือปัญหาการใช้เวลากับสื่อออนไลน์มากเกินไป ซึ่งเด็กในยุคปัจจุบันเติบโตมากับเทคโนโลยีเหล่านี้ เราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยเช่นกัน กิจกรรมวันนี้ทำให้ได้เรียนรู้ที่จะพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็กในยุคดิจิทัล รู้ถึงสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องสอนให้เด็กระมัดระวังในการใช้สื่อดิจิทัล รวมถึงชอบบริการ AIS Secure Net ที่เป็นบริการฟรีสำหรับลูกค้าเอไอเอสที่ช่วยคัดกรองและป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก และช่วยป้องกันไวรัสต่างๆ สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งมีประโยชน์มาก”

ด้านลูกชาย น้องมังกร-เด็กชายพิชาภพ เตี้ยเนตร อายุ 12 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวว่า “ชอบกิจกรรมในวันนี้มากครับ รู้สึกสนุกมาก ได้ทดสอบความรู้ดิจิทัล DQ และได้รับความรู้ในการใช้สื่อออนไลน์ว่าต้องระวัง และคิดถึงผลกระทบให้มากๆ บางครั้งการโพสต์เล่นสนุกกันระหว่างเพื่อน ก็ทำร้ายจิตใจคนอื่นได้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ผิดและละเมิดสิทธิคนอื่นอีกด้วย”





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน