• หมี่เป็ดสิวะ!
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meepedsiva@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 121
  • จำนวนผู้ชม : 143374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
ผู้ชายนัยน์ตาสีสนิมเหล็ก
เชื่อสิ คนรูปหล่อเป็นกวีไม่ได้ทุกคน แต่กวีทุกคนเป็นคนรูปหล่อ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/meepedsiva
วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2551
Posted by หมี่เป็ดสิวะ! , ผู้อ่าน : 2005 , 21:22:50 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นักเล่นไพ่คนเดียว

เขาหยิบสำรับไพ่ออกมาจากตู้ บ่ายแก่ๆที่อากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้เขารู้สึก

กระหาย มองออกไปนอกหน้าต่าง แดดกำลังเต้นวับวับอยู่เหนือหลังคาสังกะสีบ้าน

ฝั่งตรงข้าม “มันช่างร้อนได้บัดซบจริงๆ” เขาสบถพึมพำ กรีดไพ่ในมือเล่นพร้อมกับ

เดินไปหยิบเหยือกน้ำ  วันนี้มันน่าจะมีอะไรทำบ้างสำหรับคนขายหนังสือมือ

สองอย่างเขา ร้านเล็กๆอย่างนี้นานๆจะมีลูกค้าพลัดหลงเข้ามาสักคนสองคน

หนังสือลดราคาเล่มละ๑๐บาท๑๕บาทวางกองอยู่บนโต๊ะหน้าร้าน ส่วนใหญ่จะเป็น

หนังสือการ์ตูนและนิตยสารเก่าๆ สองฟากของร้านเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คที่เขาซื้อเลหลัง

มาจากหลายที่หลายแห่ง เขาไม่ใช่นักอ่านหนังสือหรอก เขาจึงไม่รู้ว่าในสองฟาก

ของร้านที่เลหลังมาจากห้องสมุดของโรงเรียนแห่งหนึ่งนั้น มันล้วนแล้วแต่

วรรณกรรมชั้นยอดทั้งสิ้น ก็บอกแล้วไงว่าเขาไม่ใช่นักอ่านหนังสือ เขาเป็นคนขาย

หนังสือต่างหาก ในจำนวนลูกค้าไม่กี่คนนั้นมีอยู่ ๒-๓ คนที่เป็นลูกค้าประจำ มา

ถามหาเล่มโน้นเล่มนี้แล้วจองเอาไว้มาเอาวันหลัง ลูกค้า ๒-๓ คนนี้มือถึง เพราะ

หอบหิ้วเอากลับบ้านทีละหลายๆเล่ม แต่เป็นลูกค้าที่ใจไม่ถึงเท่าไรนัก มักจะต่อรอง

ราคากันแบบเอาเป็นเอาตาย หลายครั้งที่ต้องทุ่มเถียงเสียงดัง เขาเคยคิดว่าอาจ

ต้องแสดงอาการไม่อยากขายให้เห็นเสียบ้าง พวกนี้จะได้เข็ดหลาบไม่มาต่อรองบ้า

เลือดกันขนาดนี้




สับไพ่แล้วกรีดเรียงทั้งสำรับ วันนี้เล่นอะไรดี? เขาถามตัวเอง จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบแล้ว

รินน้ำใส่แก้ว แย่หน่อยที่ไม่มีน้ำแข็ง เขาแจกไพ่เป็นสองกอง ตัดสินใจแล้วว่าจะ

เล่นดัมมี่ มันฆ่าเวลาได้ดีกว่าป๊อกเด้งหรือเก้าเก เอาล่ะคนละ ๑๑ ใบ หงายไพ่ออก

มากลางวงใบหนึ่งเป็น ๒ ดอกจิก บ๊ะ สเปโตเสียด้วยสิ ค่อยๆแย้มไพ่ในมืออย่าง

ตั้งใจ มันเข้าคู่กันแค่ ๒ ชุด วางไพ่แล้วเอื้อมไปหยิบอีกฝั่ง แย้มออกมาแล้วต้องยิ้ม

มุมปากอย่างซ่อนเล่ห์ “กูจะกินโง่มึงล่ะตานี้” ไพ่รูปแหม่มโพดำกับ ๒ ดอกจิกเป็น

ไพ่ใบที่เขารู้สึกรักมัน ทุกครั้งที่อยู่ในมือเขาจะหวงแหนไม่ยอมปล่อยออกไปง่ายๆ

แม้ในมือจะไม่มีไพ่ที่เข้ากันได้เลยกับมัน เขามอง ๒ ดอกจิกที่หงายอยู่บนกระดาษ

หนังสือพิมพ์อย่างกระหาย เปิดไพ่ขึ้นมาใบหนึ่งจากสำรับ มันไม่เข้าชุดกับอะไรใน

มือเลยไม่ว่าจะตองหรือเรียง แต่ดันเป็นไพ่ที่จะทิ้งก็เสียดาย ๒ โพแดงอยู่ จึงอมมัน

ไว้แล้วทิ้ง ๗ หลามตัด ร้านหนังสือเล็กๆแห่งนี้เขาอยู่เพียงลำพัง ในแต่ละวันแทบ

จะไม่ได้ออกจากร้านไปไหนเลย เขารู้สึกว่ามันไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องออก

ไปตากแดดร้อนเปรี้ยงๆ หนำซ้ำรถยนต์ที่วิ่งก็พ่นแต่ควันดำหายใจไม่ออก เขาแพ้

ควันรถยนต์พอๆกับที่แพ้เกสรดอกไม้ ครั้งหนึ่งที่เดินผ่านร้านดอกไม้แล้วได้กลิ่น

หอมฉุนของดอกอะไรสักอย่าง เขาถึงกับแน่นหน้าอก ต้องควักเซี่ยงเพียงอิ๊วออกมา

ป้ายจมูก เขาเคยแต่งงานและอยู่เป็นครอบครัวผัวเมียเล็กๆที่ร้านแห่งนี้ เป็นความรัก

ที่แสนแปลก เจอกันที่ตลาดในเช้ามืดของวันทำบุญเดือนสิบ เขาไปหาซื้อขนมรา

ขนมพองจะไปทำบุญ ขณะเธอไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าว ตาสบตาปิ๊งแรกก็ตะลึงงัน

เธอสวยตามแบบฉบับของเธอ เป็นสวยแปลกๆ ร่างผอมๆขาวๆหน้าอกแบนราบแต่

ใบหน้าสวย เขาชอบผู้หญิงผมยาวเส้นเล็ก และเธอมีมัน ผมของเธอสลวยเรียบลง

มาจรดกลางหลัง มีลมเย็นๆวูบหนึ่งของเดือนธันวาคมผ่านมา เขามองการปลิวไสว

ของเรือนผมอย่างตื่นตาตื่นใจ และจากวันนั้นก็เหมือนกับว่าเขามักจะไปตลาดทุก

เช้า เพียงเพื่อไปหาน้ำชาสักแก้วกับปาท่องโก๋สัก ๒-๓ คู่ และมองหาเธอไปทั่ว

ตลาด  



บ่ายมากแล้ววันนี้ยังไม่มีลูกค้าสักราย เขานึกถึงไอ้หนุ่มสวมแว่นสายตาคนนั้น

หนังสือที่เลือกจองอาทิตย์ก่อนยังไม่มาเอา จะปรับค่าฝากดีไหม? เขารำพึงเบาๆ

อย่างหงุดหงิด หยิบ ๕ หลามตัดจากกองของอีกฝั่งแล้วกินเรียง ๖ , ๗ หลามตัด

ยังมี ๘ หลามตัดฝากในมือ เขารู้สึกใจหาย เพราะ ๗ หลามตัดนั้นเขากะว่าจะกิน

ตองเสียเอง เอาเถอะ ทีใครทีมัน เปิดไพ่ได้แหม่มโพดำขึ้นมา นึกกระหยิ่มเมื่อเอา

มาเคียงกับคิงโพดำ รอแต่เอดส์โพดำไม่ก็แจ๊กโพดำเท่านั้น เขายังไม่เลิกกังวลกับ

๒ ดอกจิก   ๒ โพแดงยังล่อตาล่อใจอยู่ แล้วไพ่อีกฝั่งของมันก็ไม่มีอะไรเข้าชุดเลย

กับ ๒ ดอกจิก รู้สึกผิดเล็กๆที่ดูไพ่ของอีกฝั่งเพียงเพื่อการได้เปรียบของตน บ่าย

วันนี้มันร้อนผิดปกติ ดวงอาทิตย์มีสองดวงหรือไงหว่า? เมียเขาเคยถูพื้นซีเมนต์นี้

จนเงาวับ ยามย่างเดินเข้าร้านมายามเที่ยงๆ มันรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทันที ที่จริงเมีย

เขาก็น่ารักดี เขาแอบคิดในใจอย่างนี้เสมอ “นั่นสิ แต่ทำไมถึงอยู่ร่วมกันไม่ได้

หว่า?” คงไม่มีใครตอบได้ เรื่องเช่นนี้เขาเองก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่รู้กันเพียงสองคน

เท่านั้น ไพ่ในมือเริ่มทำให้เขาเครียด คว้าบุหรี่มาจุดสูบอีกมวนหนึ่ง “บ้าจริง มัน

เหลือมวนสุดท้าย” เขาสบถออกมาดังๆ พยายามสูบให้มันได้ควันที่มากที่สุด เพียง

สองสามอึกเขาก็รู้สึกมึนงง บุหรี่เหลือครึ่งมวน เถ้าแดงวาบเป็นปลายยาว เขาใช้นิ้ว

ดีดเถ้าทิ้ง แล้วจี้บุหรี่บนที่เขี่ยอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่ามันดับสนิท มองออกไปหน้าร้าน

ยังไม่มีลูกค้า “มันเกิดอะไรขึ้น?” เขาถามตัวเอง คู่คิ้วขมวดยู่ชิดติดกัน




เขาควรจะชวนเพื่อนมาอีกสักสามคน จะได้ครบขาดัมมี่ ๔ ขา แล้วเล่นจดแต้มฆ่า

เวลาไปเรื่อยๆ แต่นี่มันเป็นช่วงบ่าย ซ้ำยังเป็นวันทำงานของเพื่อนๆ พวกนั้นจะมา

เล่นด้วยได้อย่างไร เดินไปเปิดทีวีดูรายการชุมทางเสียงทอง เขาไม่ได้ตั้งใจเปิด

รายการนี้หรอก เขาเพียงหยิบรีโมทแล้วกดปุ่มเปิดเท่านั้น มันก็ขึ้นรายการนี้ของ

ช่องนี้ทันที นั่งดูเด็กตัวน้อยๆร้องเพลงในชุดสีสันสวยงามจนเพลิน จึงตัดสินใจเปิด

ไพ่ขึ้นมาใบหนึ่ง เขาจะยังไม่กินตอง ๕ ตอนนี้ เขาจะเก็บมันไว้กินมืดแล้วกินโง่ไอ้

อีกฝั่งนั่นด้วย ทิ้งแจ๊คหลามตัดลงไป หยิบกองไพ่อีกฝั่งมาดู เขาใจหายวาบ เขาดู

ชุมทางเสียงทองจนเพลิน เขาลืมไปว่าอีกฝั่งกำลังรอแจ๊คหลามตัดอยู่


เมียเขาชอบเพลงลูกทุ่ง เธอจะเปิดช่องนี้ทันทีเมื่อถึงเวลา โทรทัศน์วางอยู่บน

เคาท์เตอร์ เคาท์เตอร์มีที่ว่างพอสำหรับวงดัมมี่สองคน ซึ่งถ้าครบขาดัมมี่สี่คนละก็

เขาต้องปูเสื่อบนพื้น แล้วยกพัดลมไปวางใกล้ๆด้วย เขาแต่งงานกับเธอเมื่อคบกัน

ได้ประมาณสองปีกว่า เธอเป็นพนักงานธนาคารที่ชอบอ่านหนังสือ ว่างจากงานเธอ

ก็จะมาขลุกอยู่ในร้านของเขา หยิบโน่นหยิบนี่มาอ่านจนเขาแทบไม่มีเวลาคุยด้วย

เขาเคยสังเกตว่าหนังสือแนวของเธอเป็นอย่างไร แล้วก็จะไปหาหนังสือแนวนั้นมา

เพิ่ม เขาจะเดินถือมาด้วยรอยยิ้มเบิกบาน แอบมันไว้ข้างหลังก่อนบอกให้เธอปิดตา

เขาจะทำเป็นว่าแน่ะๆ รู้นะว่าแอบหรี่ตามองอยู่ ไม่เอาๆอย่าขี้โกง เดี๋ยวหอมแก้มนะ

แล้วเขาก็หอมแก้มเธอจริงๆด้วย ทั้งที่เขารู้ว่าเธอปิดตาเม้มสนิทไม่มีเล็ดลอดมอง

เห็นได้เลยก็ตาม มีเล่มหนึ่งที่เธอจะอ่านซ้ำๆ เขาเห็นชื่อปกว่าปีศาจ เขียนโดย

เสนีย์ เสาวพงศ์ เขาเลยไปกว้านหาหนังสือผีทั้งไทยและเทศมาให้ วันที่เขาหอบ

หนังสือของใบหนาดมาตั้งใหญ่ เธอมองเขาอย่างปลงๆ แล้วบอกว่าให้เขาอยู่เฉยๆ

หาหนังสืออื่นๆมาเพิ่ม ไอ้หนังสือเกี่ยวกับภูตผีปีศาจอะไรนี่เธอจะจัดการหาเอง



ความรักเป็นไปอย่างชื่นมื่นเบิกบาน เธอจะซื้อข้าวเที่ยงแถวธนาคารมาฝาก ไม่ลืม

โอเลี้ยงของโกเพ้งที่เขาชื่นชอบด้วยถุงหนึ่ง เขาจะปิดประตูร้านแง้มไว้หน่อย เปิด

ไฟพอสว่างมองเห็น แล้วนั่งสบตากินมื้อเที่ยงกับเธอ ขณะที่เธอก็จะกางหนังสือ

พลางเหลือบดูเขาเป็นระยะพลาง ยามเย็นเล่า เขาจะปิดร้านครู่หนึ่งเพื่อไปรับเธอ

กลับบ้าน แม้เธอพยายามบอกว่าไม่ต้องๆ เธอกลับบ้านถูก   เสียเวลาทำมาหากิน

เปล่าๆ เขาก็ยังดึงดันที่จะทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ให้ได้ โลกของเขาเป็นสีชมพู

เขาเชื่อว่าโลกของเธอก็เป็นสีชมพูด้วยเช่นกัน เขาเรียกโลกใบนั้นว่าโลกของเรา

โลกของเราที่มีเพียงเขากับเธอ



ถนนร้อนอบอ้าว รถราก็ทำไมมันช่างวุ่นวายสับสนอย่างนี้ เหลือบดูไพ่แล้วถอน

หายใจ อยากเปลี่ยนมาเล่นป๊อกเด้งบ้าง แต่นึกขึ้นได้ว่าคอลัมน์ดูดวงในหนังสือ

พิมพ์เตือนเขาเรื่องการได้เสีย จึงหยิบไพ่มาสับๆอีกครั้ง ก่อนกรีดมันให้คละๆกันไป

แล้วเก็บใส่สำรับดังเดิม เขารู้สึกคันยุบยิบบริเวณก้น ตรงไหนนะ? เขาล้วงมือเข้าไป

เกาจนทั่วก็ยังไม่ใช่ เลยเผยอก้นหน่อยแล้วล้วงลึกไปอีก มันอยู่ตรงหูรูดนี่เอง เขา

นั่งเกาไปพลางคิดถึงเมียไปพลาง อะไรนะที่ทำให้เขากับเมียแหนงหน่าย? ทั้งที่

ความรักมันก็ลงตัวสดชื่นดี เมียเขาเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี เสียที่ติดโทรทัศน์มาก

เกินไป ยิ่งรายการข่าวด้วยแล้ว เธอจะหยุดทุกอิริยาบถการงานต่างๆเพื่อมารับข้อมูล

ข่าวสาร ครั้งหนึ่งเธอเคยบ่นว่ารายการข่าวที่มีมันห่วยแตกสิ้นดี จะหาข้อเท็จจริงที่

เป็นกลางนั้นไม่ได้เลย หนังสือพิมพ์ยิ่งแล้วใหญ่ มันแนบเนียนจนดูไม่ออกว่าฉบับ

ไหนเข้าข้างใคร ฉบับไหนเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาล เธออยากรับข่าวสารที่

ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง เธอบอกว่าทักษิณเป็นนายกฯที่ใช้ไม่ได้ แล้ว

ก็อธิบายสารพัดสารพันให้เขารับรู้ ว่าทำไมทักษิณจึงเป็นนายกฯที่ใช้ไม่ได้ เขา

พยักหน้าหงึกๆ ดวงตาใสแป๋วของเขาได้แต่ปุหริบๆ ก่อนโทรฯไปหาตัวแทนเคเบิล

ทีวีให้มาติดตั้งในวันรุ่งขึ้น เธอติดรายการสนทนาข่าวมาก แต่แล้ววันหนึ่งเธอก็บอก

เขาว่าทำไมผู้ดำเนินรายการใช้อารมณ์อย่างนี้ การจะพูดเรื่องการเมืองให้ชาวบ้าน

ฟังนั้น มันควรที่จะสุภาพและไม่เร้าอารมณ์คนฟังด้วย เขาตัดสินใจโทรฯไปหาตัว

แทนเคเบิลทีวีอีกเจ้า เธอใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องไม่มีปัญหา คนที่มีปัญหาก็คือ

เขานั่นแหละ ที่ดูได้ก็แต่รายการสารคดีและหนังพากย์ไทย




เขายังรู้สึกคันยุบยิบตรงหูรูด แต่ไม่กล้าเกามันมากนัก บริเวณนั้นมันอ่อนไหวเกิน

ไป ยิ่งเขาไม่ได้ตัดเล็บมาก่อนด้วย เคราะห์ดีเคราะห์ร้ายเป็นแผลขึ้นมาจะลำบาก

เขากลัวเป็นริดสีดวงที่สุด เขาจึงชอบกินผักและผลไม้ ตื่นเช้าขึ้นมาจะดื่มน้ำ ๕

แก้วใหญ่ๆ บริหารร่างกายก่อนจะอาบน้ำแปรงฟัน มื้อเช้าๆของเขาจะเป็นอาหาร

หนัก มื้อเที่ยงยิ่งหนัก และมื้อเย็นก็ยังหนักเหมือนเดิม เขาจึงเริ่มอ้วนขึ้น แต่การขับ

ถ่ายยังปกติดีอยู่





๒).

เดินออกไปหน้าร้าน ชะเง้อมองหาลูกค้าขาประจำสักคนก็ไม่เห็น แดดร้อนอย่างนี้

ใครมันจะฝ่าแดดเดินมาให้หัวแดงเล่น ล่วงเข้าเกือบจะสี่โมงเย็นแล้ว แต่แดดยังคง

คุกรุ่นรุนแรงไม่หาย ร้านของเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันตก โชคร้ายจริงๆ แดด

ยามบ่ายมันสาดเข้ามาซัดตัวร้านจังๆ เขานึกขึ้นได้ว่าควรจะมีกันสาดสักผืนไว้กัน

แดด และด้านหน้ากันสาดนั้นก็เขียนชื่อร้านของเขาโฆษณาไว้ เวลาฝนตกก็กันฝน

ไปด้วย “เข้าท่าๆ” เขาคิด แล้วก็รีบสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ออกไปหาร้านทำกันสาด

ขับรถมาถึงวงเวียนก็นึกขึ้นได้ว่าประตูร้านเปิดทิ้งไว้ เขาสบถแรงๆคำหนึ่งอย่างหงุด

หงิด วันนี้มีเรื่องให้หงุดหงิดหลายอย่าง มันเป็นวันกาลกิณีรึยังไงนะ? เลี้ยวรถตรง

ถนนข้างหน้า ย้อนกลับไปที่ร้าน ปิดประตูให้แนบสนิท เขารู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที

การขับรถมอเตอร์ไซค์ในเมืองนี่มันเหนื่อยแท้ๆ อยากได้รถยนต์สักคัน มือสองก็ยัง

ดีเอ้า เขายืนใช้ความคิดว่าจะซื้อรถอะไรดีระหว่างปิคอัพกับเก๋ง ก็นึกขึ้นได้ว่าบุหรี่

หมด เลยเดินไปร้านชำใกล้ๆซื้อบุหรี่มา ๑๐ บาท แล้วก็เลิกคิดเรื่องกันสาดกับเรื่อง

ซื้อรถปิคอัพหรือเก๋งดี





คนประเทศนี้มันไม่อ่านหนังสือกันหรืออย่างไรวะ? เขามองชั้นหนังสือที่จัดเรียงไว้

เป็นระเบียบ คว้าไม้ขนไก่ปัดฝุ่นไปตามชั้นและกองหนังสือ โทรทัศน์ยังคงเปิดทิ้ง

ไว้ เขาลืมปิดมันตอนออกไปหาร้านทำกันสาด เป็นรายการเกมโชว์มีดาราสวยๆ

หล่อๆมาเล่นกันอย่างสนุกสนาน เขายืนดูครู่หนึ่ง หัวเราะจนลูกพุงกระเพื่อมเมื่อเห็น

ดาราชายดาวรุ่งโดนพิธีกรแกล้ง เขาเคยทะเลาะกับเมียครั้งหนึ่ง เธออยากดูสารคดี

ชีวิตสัตว์ทางช่องเคเบิล แต่วันนั้นเขากำลังมีความสุขกับละครตลก มันเป็นวันแรก

ที่เขาไม่ยอมให้เธอ และนั่นทำให้เธอฉุนเฉียวให้เห็นเป็นครั้งแรก “นี่กระมังๆ” เขา

คิด นี่กระมังจุดเริ่มต้นของความระหองระแหงแหนงหน่ายระหว่างเขากับเมีย แต่ใช่

จริงๆหรือ? จริงๆเขามีโทรทัศน์สองเครื่อง อีกเครื่องอยู่ข้างบนในห้องนอน แล้ววัน

นั้นเมื่อเขายืนยันจะดูละครตลก เธอก็ยินยอมที่จะให้เขาดูโดยดี ตกค่ำก็ยังคง

นอนกอดกัน และยังคาดหวังว่าจะมีลูกด้วยกันสักคนสองคน เขาอยากได้สองคน

ผู้ชายหนึ่งผู้หญิงหนึ่ง พอแล้ว สมบูรณ์แล้ว เขายังพูดถึงชีวิตที่มีลูกสองคน ว่าจะ

ปล่อยให้เด็กมันเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากชีวิต อยากรู้จักวัว จะพาไปบ้านทวดของ

มัน ให้ไปเห็นวัว ไปเลี้ยงวัว ไปให้รู้ว่าวัวมันกินหญ้าอะไร เคี้ยวยังไง เขาจะบอกลูก

ว่าวัวควายนั้นเลี้ยงไว้เพื่อไถนา จากไถดะก็ไถแปร หว่านหรือดำก็แล้วแต่พื้นที่

แล้วเขาก็เล่าเรื่องไอ้โหนดวัวของยายที่เกเรและดื้อด้านชะมัดให้เมียฟัง เธอฟัง

อย่างมีความสุข เขาเชื่อว่ามีความสุข เพราะเธอมีคำถามมากมายตามมา การตอบ

คำถามให้เธอก็เป็นความสุขของเขา คืนนั้นเขาล่องลอยหายเข้าไปในอดีตที่ผ่านมา

นาน เมียเขาบอกว่าอย่าโหยหาอดีตเลย อยู่กับปัจจุบันนี่ไว้ และมองไปข้างหน้า

จะมีลูกได้นั้นทั้งเขาและเธอต้องพร้อมกว่านี้ อย่างน้อยก็ต้องมีเงินสำรองก้อนใหญ่

สักก้อน เผื่อฉุกละหุก และเผื่อว่าลูกมันจะเข้าโรงเรียน เธอเอานิ้วจิ้มหน้าผากเขา

เบาๆ พูดยิ้มๆว่ารู้ไหม ค่าเทอมเด็กเล็กนั้นเท่าไหร่? และในปีสองปีนี้เธอจะยังไม่ตั้ง

ท้อง เธอกินยาคุมไว้เสมอ เธอกังวลเรื่องของความมั่นคงมาก เธอบอกเขาว่าร้าน

หนังสือมือสองรายได้ไม่เพียงพอหรอกกับชีวิตใหม่ที่จะเกิดมา เธอจะเก็บหอมรอม

ริบยิ่งขึ้น เธอจิ้มหน้าผากเขาเบาๆอีกครั้ง พูดว่ารู้ไหม?  ค่าเสื้อผ้าเด็กเล็กนั้นก็แสน

แพง เขาจำได้ว่าภาพฝันสวยงามของท้องทุ่ง ภาพวัวที่กำลังเทียมแอกคราดไถใน

พื้นนา ดวงตะวันแดงสุกที่กำลังอัสดง สลายหายวับไปในทันที




ความสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขากับเมียเลิกรากันนั้นรุนแรงยิ่งขึ้น มันผ่าน

มาหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่สิ มันผ่านมาเกือบปีแล้วด้วยซ้ำที่เขาดำรงสถานะพ่อ

หม้าย วันที่เมียเขาบอกลานั้นก็เป็นการล่ำลาอย่างง่ายๆ การแต่งงานที่ไม่มีการจด

ทะเบียนสมรส มันง่ายยิ่งนักต่อการลาจาก และเขาก็ฟูมฟายเอากับใครไม่ได้เลย

งานแต่งของเขาเรียบง่าย เชิญแขกไม่กี่คน ไม่มีการเลี้ยงใหญ่โต มีแต่การเดินกัน

ออกไปกินสุกี้ในห้างใหญ่ การเลิกร้างหย่าลาจากยิ่งง่ายกว่านั้น เธอเก็บข้าวของ

ตอนกลางคืน เขายืนมองเงียบๆ ไม่กล้าถามไม่กล้าหยุดยั้ง คืนนั้นต่างคนต่างนอน

กันคนละฟากฟูก เธอนอนหันหลังให้เขา เขานอนหงายมือก่ายหน้าผาก ได้ยิน

เสียงเมียกรนจนรุ่งเช้า เธอคว้ากระเป๋าได้ก็เดินออกจากร้านหนังสือมือสอง น้ำตา

เขานองหน้า อยากฉุดรั้งเธอไว้ อยากโอบกอดเธอบอกว่าให้อยู่อีกสักคืนก่อน เราจะ

พูดคุยกัน เราจะปรับความเข้าใจกัน เราจะรักกันดั่งเดิม แต่ปากเขากลับพูดว่าโชค

ดี ฉันยังรักเธอ และฉันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คิดถึงฉันบ้าง ฉันอยู่ที่นี่ และจะยัง

อยู่ตลอดไป





เขาเปิดประตูร้านอีกครั้ง กันสาดนั้นค่อยไปติดต่อพรุ่งนี้ เขารู้สึกเหนื่อย เดินไปนั่ง

หน้าพัดลมให้พัดลมช่วยคลายความร้อนอบอ้าวที่ทวีคูณนั้นให้สิ้น เหมือนฝนจะ

ตก เขามองออกไปหน้าร้าน เห็นฟ้าครึ้มๆมาแต่ไกล หยิบปีศาจจากชั้นหนังสือมา

อ่าน อ่านไปอ่านมาพบว่ามันน่าเบื่อเหลือเกิน เพียงไม่กี่หน้าเขาก็ปิด แล้วหยิบโดรา

เอม่อนมาอ่านแทน เขาทึ่งกับจินตนาการที่ผู้เขียนสรรหามาให้โดราเอม่อน แต่ก็อด

คิดไม่ได้ หากโดราเอม่อนมีเครื่องวิเศษอะไรสักอย่างให้โนบีตะได้นอนกับสาวละ

ก็ เขายิ้มให้กับความคิดนี้ ความเครียดเรื่องเมียก็ดูเหมือนจะถูกลืมไปโดยง่าย คิด

ต่อ- หากโนบีตะได้นอนกับซิซูกะล่ะ? แล้วเขาก็ตกใจกับความคิดนี้ ซิซูกะยังเด็ก

นัก โนบีตะก็ยังเด็ก เขารู้สึกละอายที่มีความคิดเช่นนี้ หยิบไพ่มาสับๆแก้เกี้ยว สับ

ไปสับมาไม่รู้จะเล่นอะไรดี ก็เก็บไพ่ไว้ในสำรับตามเดิม เขาลืมอาการคันที่หูรูดไป

แล้ว ทั้งที่มันยังคันอยู่





วันที่มีการประท้วงขับไล่รัฐบาลทักษิณครั้งใหญ่ เขาอยากไปทะเล เขาผูกพันและ

โหยหาทะเลตลอดมา อาจเพราะเขามีบ้านเกิดในเมืองที่ทะเลสวย มันเป็นทะเลที่

ไหล่ทวีปค่อยๆลาดลงมหาสมุทร เนื้อทรายก็ละเอียดอ่อนราวคอฟฟี่เมท คลื่นลม

แม้ในหน้ามรสุมก็ไม่แรงจัดนัก ภาพทะเลเวิ้งว้างสุดหูสุดตา ความอ้างว้างวังเวงของ

ผิวคลื่นที่ทยอยซัดฝั่ง เขาบอกเธอว่าเราจะไปเที่ยวทะเล ไปดูสิว่ามันยังมีลูกปลา

ดุกทะเลว่ายอยู่ริมฝั่งไหม ไปดูว่าปลาหมึกหนวดที่เขาเคยพบมันในกะลาคว่ำริม

หาดยังมีอยู่ไหม ไปดูแมงกะพรุน ไปดูซิว่าหอยเสียบที่เคยคลาคล่ำตรงโค้งหาด

โน้น จะมีคนลงไปหยิบมันมาดองเกลือหรือไม่  เธอหันหน้ามาหาเขาขวับ ตอบ

เสียงเด็ดเดี่ยวว่าเธอจะไปไล่ทักษิณ!



๓).

หรือมันจะเป็นเรื่องนี้? เขารู้สึกว่าเขากำลังตามรอยเจอแล้วว่าทำไมเธอกับเขาจึง

เลิกกัน แต่เขาเป็นคนไม่สนใจการเมืองนี่ เขาเป็นแค่คนขายหนังสือมือสอง ใครจะ

มาใครจะไป ใครจะเป็นนายกฯใครจะเป็นรมต. เขาไม่สนใจ วันนั้นเธอแต่งชุด

เหลืองไปร่วมการประท้วงที่สถานีรถไฟ เขายืนมองตาปริบๆ ถามเธอว่าจะไปไหน

เธอหันมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ไปกู้ชาติ” คือคำตอบ หรือเพราะทักษิณที่ทำให้

การหย่าร้างเกิดขึ้น? การเมืองมันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตเขาถึงในมุ้งเลยหรือนี่? เขา

รีบควานหาเสื้อเหลือง บอกเธอให้รอสักครู่ เสื้อเหลืองเพิ่งซักยังไม่ได้รีด เขาจะไม่

รีดมันหรอก แค่สะบัดๆก็พอ สถานีรถไฟมีคนชุมนุมกันมากมายคณานับ เขานั่งฟัง

ข้อมูลที่พันธมิตรกล่าวหาทักษิณอย่างใจจดใจจ่อ รู้สึกตื่นเต้นราวพบเจอสิ่งแปลก

ใหม่ของชีวิต ทำไมเขาไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนนะ? เขายังสงสัยตัวเองว่ามัวแต่

ทำอะไรอยู่ นึกขึ้นได้ก็ยิ้มให้กับตัวเองที่มัวแต่นั่งเล่นไพ่คนเดียว เมียเขาไม่ชอบ

เล่นไพ่ ไม่ว่าจะพนันเงินหรือเล่นฆ่าเวลา เธอเคยบอกเขาว่าชีวิตมันน่าจะมี

สาระมากกว่านี้




พอถึงตอนที่ผู้นำการชุมนุมตะโกนว่า “ท้ากกกกกษิณ...” เขาจะชูมือขวาตะเบ็งไป

สุดเสียงว่า “ออออออกไป!” พร้อมๆกับผู้ชุมนุม ความฮึกเหิมที่บังเกิดมีเป็นครั้งแรก

ของชีวิตทำให้เขาตื่นเต้นกระชุ่มกระชวย เขาลุกขึ้นยืนตะโกนคำว่ายิกอันหมายถึง

การขับไล่จนสุดเสียง และการที่ต้องเปล่งคำว่ายิกนั้น เขาต้องใช้แรงลมในช่อง

ท้องอย่างหนักเพื่อออกเสียงได้ดังที่สุด แรงดันของช่องท้องนั้นพยายามจะ

ผ่านออกมาทางลำคอ โชคร้ายที่ความอ้วนทำให้เขาเป็นคนคอสั้น มันจึงทำให้พลัง

แห่งเสียงยิกออกมาได้เพียงครึ่งแรง โชคร้ายหนักกว่านั้น คืออีกครึ่งพลังแรงยิกมัน

กลับเป็นแรงดันทางด้านล่าง เสียงปรู๊ดดังพร้อมๆกับเสียงยิก เขาหุบปากทันที ตา

โตเหลือกถลนด้วยความอับอาย หน้าซีดและมือไม้สั่นหันไปมองเมีย เขาเห็นเมีย

จ้องมองเขาด้วยดวงตาลุกวาว เรียวปากเธอเม้มสนิท แล้วรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไป

จากที่ชุมนุม เขาได้แต่ยิ้มแหยๆแห้งๆ ยิ่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นผู้ชุมนุมข้างๆเขาพา

กันเผ่นหนีกระเจิง กลิ่นสะตอฟุ้งไปทั่ว และทันใดเขารู้สึกคันหูรูดขึ้นมา มันเป็น

อาการคันที่เขาอยากใช้มีดจิ้มๆๆๆๆลงไปให้หายคัน บนเวทีพยายามบอกผู้ชุมนุมว่า

ให้อยู่ในความสงบ เราจะชุมนุมโดยสงบ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจตราดู

ด้วย ว่ามีใครรับจ้างมาป่วนการชุมนุมหรือไม่ ตำรวจ ๕ นายรีบวิ่งมาที่เกิดเหตุ ล็อค

และเชิญตัวเขาไปสอบปากคำที่โรงพัก เขาพยายามบอกว่าเขามาด้วยใจสุจริต เขา

ไม่มีอาวุธ ไม่ได้รับเงินใครมา เขาเพียงตามเมียมาชุมนุมเท่านั้น แต่เขาไม่เห็นเธอ

แล้ว





เขารู้สึกได้ว่าหูรูดเขากำลังบวมเป่ง มันคันอย่างทรมานมากนัก เขากลับจากโรงพัก

อย่างอับอายขายหน้า ตำรวจที่สอบปากคำหัวเราะดังลั่น เมื่อเขาบอกว่าเขาเพียง

ชอบกินสะตอ ล้วงมือเข้าไปในกางเกง คลำดูเบาๆก็พบว่ามันบวมเป่งจริงนั่นแหละ

ความอ้วนทำให้แก้มก้นหนีบเม็ดบวมนั้นแน่น เขาต้องเดินถ่างขาด้วยความเจ็บ

ปวด  เหยาะเซี่ยงเพียงอิ๊วลงบนนิ้วชี้ แล้วเอาไปป้ายเม็ดบวม เขาคิดผิดที่คิดว่ามัน

จะช่วยบรรเทาอาการคันปวดนั้น และนั่นทำให้เขาต้องนอนรอเมียเขาด้วยท่านอน

โก้งโค้งทั้งคืน




เม็ดบวมกำเริบจนมีอาการไข้ มันรุนแรงจนเขาต้องนอนซมทั้งวัน เขาไม่กล้าบอก

เมีย กลัวเธอหัวเราะเยาะใส่ และเหตุการณ์เมื่อคืนเธอก็ยังโกรธเขาไม่หาย เธอตื่น

นอน อาบน้ำ ไปหาอาหารเช้ามาให้ แล้วก็ไปทำงาน มื้อเที่ยงเธอซื้อข้าวฝากมากับ

มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เขากระย่องกระแย่งหนีบก้นเดินออกมารับ ยิ้มให้มอเตอร์ไซค์

รับจ้างอย่างอายๆ เมื่อเธอเลิกงาน เธอก็จะมาพร้อมกับข้าวแกงชุดหนึ่ง ทำหน้าที่

ของภรรยาที่ดีไม่มีบกพร่อง ทุกแกงล้วนแล้วแต่ของโปรดของเขา เพียงแต่ไม่มี

สะตอสักฝัก และคืนนั้นเธอนอนอยู่อีกฟากฟูก บอกลาเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เขานอนก่ายหน้าผากทั้งคืน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่เขาตดในที่ชุมนุม

เพียงแค่เขาเป็นฝีที่หูรูด เพียงแค่นี้?




ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร คปค. ยึดอำนาจในคืนที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙

เขานึกขึ้นได้ ว่าครั้งก่อนตอนที่ รสช. ยึดอำนาจรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย หูรูดเขาก็

บวมเป่งและคันอย่างนี้ เขาเป็นฝีนี่เอง แต่ให้ตายสิ มันจะเป็นที่ไหนก็ไม่เป็น ทะลึ่ง

มาเป็นที่หูรูด จะไปโรงพยาบาลให้หมอผ่า เขาก็นึกเห็นภาพตัวเองกำลังโก้งโค้งให้

หมอดู ถ้าเกิดหมออดใจไม่ไหวล่ะ? แล้วเขาก็หัวเราะก๊ากใหญ่ “ทะลึ่งๆ” เขาบอก

ตัวเอง




เขาคิดว่าเรื่องคงจะจบลงแล้ว ทักษิณต้องอยู่ต่างประเทศ คปค.แปลงร่างเป็น คม

ช. และมีรัฐบาลบริหารประเทศแทน แต่ทำไมฝีที่หูรูดของเขามันจึงยังบวมเป่ง

อยู่? บางทีอาจต้องไปให้หมอผ่าตัดจริงๆกระมัง? ผ่าเพื่อคว้านหัวเชื้อฝีที่ยังคงมีอยู่

ให้หมด มันจะได้ไม่เป็นอีก เจ็บมากๆเข้าก็ร่ำๆจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนั้น พอจะเดิน

ออกจากบ้านนี่สิ เขากลับลังเล “นี่เราจะไปโก้งโค้งให้หมอดูตูดจริงๆหรือนี่?”  หัน

ไปจะปรึกษากับเมีย ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเก็บข้าวข้องเสื้อผ้าไปแล้วเมื่อเช้า โขยก

เขยกไปเปิดทีวี เห็นภาพข่าวการชุมนุมประท้วงของคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ

ภาพข่าวของกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ที่พยายามล้มร่างรัฐธรรมนูญ เขาพยายามเพ่งดูอย่าง

ละเอียด ว่าจะมีผู้ชุมนุมสักคนไหมที่ตดออกมา แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าตด? อ้อ ก็

ดูตรงที่การแตกกระเจิงของผู้ชุมนุมสิ มีเสียงฮือแตกกลุ่มละก็ใช่เลย พอตั้งท่าจะ

เพ่งอีกครั้ง ข่าวก็เปลี่ยนไปเป็นโฆษณา




อากาศยังคงร้อนอบอ้าวไม่มีสิ้นสุด เขาเหลือบดูชั้นหนังสือ มันขาดการสรรหา

หนังสือมาเพิ่มนานแค่ไหนแล้วหนอ? ไทยเพลย์บอยล่ะยังเหลืออยู่อีกกี่เล่ม? ของ

เขาขายดีจริงๆนะ แฟนๆอากังฟูนี่ล้นหลาม ทั้งๆที่หนังสือปิดตัวไปตั้งแต่อากังฟู

โดนจับเมื่อนานมาแล้ว




เขาคิดถึงเมีย ความรู้สึกหดหู่พลุ่งพล่านขึ้นมากะทันหัน เขาไม่เข้าใจ แค่ตดในที่

ชุมนุมเท่านั้น แค่เขาเป็นฝีเท่านั้น  ความรักชื่นมื่นเบิกบานก็ถึงกับพังทลายเลย

หรือ? แล้วเขาก็ร้องไห้ ซบหน้าลงกับท่อนแขน สะอึกสะอื้นฟูมฟายอยู่เพียงลำพัง

ในร้านหนังสือมือสอง และจังหวะที่เขาสูดขี้มูกนั้น ก้นของเขาก็เกิดขมิบอย่าง

อัตโนมัติ

ฝีแตกแล้ว! เขาดีใจเป็นล้นพ้น ความเจ็บปวดทรมานผ่านพ้นไปแล้ว ลุกขึ้นไปล้าง

ในห้องน้ำ ฉีดด้วยฝักบัวถูด้วยสบู่ เขาดีใจถึงกับฮัมเพลงอะไรไม่รู้ออกมาเบาๆ ไม่

ต้องไปหาหมอแล้ว ไม่ต้องไปโก้งโค้งให้หมอดูหูรูดแล้ว เขาลองขมิบหูรูดดู โอ-

มันช่างสะดวกสบายตูดเสียนี่กระไร อาการกลัดหนองที่สั่งสมมาเป็นเวลาหลายวัน

ได้ทะลักทลายออกมาเป็นน้ำเหลืองและเลือด มันโดนสายน้ำจากฝักบัวชักโครก

ฉีดพุ่งเข้าใส่อย่างจัง แรงดันน้ำฉีกเอาเปลือกปากแผลหลุดหาย ที่เหลือก็เพียงแค่

ใส่ยาเท่านั้น





เดินผิวปากออกจากห้องน้ำ โลกนี้ช่างสดใสสดชื่นเหลือเกิน หยิบบุหรี่มาจุดแล้ว

พ่นควันฉุยๆ ไอ้หนุ่มสวมแว่นทำไมไม่มาเอาหนังสือที่จองสักที? พรุ่งนี้ไปหา

หนังสือเลหลังจากตลาดนัดดีกว่า นึกอะไรขึ้นได้ก็เดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบทีเด็ด,

นวลนางออกมาจากชั้นล่าง เป่าฝุ่นเบาๆสองสามที พลิกๆดูว่าเล่มไหนน่าอ่านบ้าง

แล้วหยิบปีศาจเล่มนั้นโยนไปที่กองหนังสือบนโต๊ะ ป้ายบอกราคา ๑๕ บาท

กระเพื่อมนิดหนึ่ง แล้วก็นอนนิ่งสงบอยู่อย่างเดิม


เขาคว้าสำรับไพ่ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจะเล่นป๊อกเด้ง!



๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐

มนตรี ศรียงค์

พิมพ์ครั้งแรกที่นิตยสาร Vote (คนมีสี) ปักษ์แรกและปักษ์หลัง เดือนพฤษภาคม
๒๕๕๑




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 03.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

หล่อไม่หล่อ..ก็กวี.

กวีไม่ใช่พระเอก.

แต่อนุญาตให้เก็กท่าเวลาถ่ายรูปได้.

(แวะมาอ่าน..ศิลปะครับ)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ยิปซี วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 03.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fairy
สก็อย

พี่หมี่คะ



งั้นกวีหญิงก็เป็นทอมหมดอ่ะจิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ออกหลวงไพร่ วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phri
อพิโธ่-ดาวเรือง แม่ดวงใจของพี่ แสนห่วงเจ้าเสียยิ่งกว่าใดๆ แม่มิรู้หรอก

โคตรรรร ยาวววววว !!!

แวะมาทัก ทาย งิงิ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สีคาร วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seekran

มาแจม..เช่นกันครับ..
ไม่ใช่กวี หน้าตาดีก็มีนะครับ...
อิอิ หุหุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สดายุ... วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sdayoo

มาเจิม...
"กวีทุกคนเป็นคนรูปหล่อ"
ตรงนี้ยังไม่เห็นด้วยเท่าไรนัก

กวี..บางคนเท่านั้นที่..รูปหล่อ...
อันนี้เห็นด้วย
อุอิอุอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นิพพานในร้านหมี่เป็ดศิริวัฒน์

อ่านบทกวีนิพพานในร้านหมี่เป็ดศิริวัฒน์ เมื่อ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]