• หมี่เป็ดสิวะ!
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : meepedsiva@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-18
  • จำนวนเรื่อง : 121
  • จำนวนผู้ชม : 143221
  • ส่ง msg :
  • โหวต 66 คน
ผู้ชายนัยน์ตาสีสนิมเหล็ก
เชื่อสิ คนรูปหล่อเป็นกวีไม่ได้ทุกคน แต่กวีทุกคนเป็นคนรูปหล่อ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/meepedsiva
วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553
Posted by หมี่เป็ดสิวะ! , ผู้อ่าน : 2667 , 21:43:31 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรดทิ้งขยะให้ลงถัง

ไม่มีใครไม่รู้จักซ้อเหงี่ยม พลันที่ดวงตะวันสาดแสงแรกลงมากระทบถนน และนกนานาชนิดขานขับ

สรรพสำเนียงต้อนรับอรุณ ซ้อเหงี่ยมจะเปิดประตูเหล็กยืดออกเพียงพอดีตัว ด้วยหน้าตางัวเงียยังไม่

ได้ล้าง และดวงตาปรือๆที่ยังหลับอยู่ครึ่งดวง ในมือมีธูปกำใหญ่ที่จุดไว้  พร้อม ด้วยอาการหลับตา

พริ้มดื่มด่ำอยู่ในศรัทธาเซียนทั้งผองอย่างแรงกล้า  ซ้อเหงี่ยมจะตัวสั่นเล็กน้อย ร่างเล็กที่สูงไม่เกิน

155 เซนติเมตรบนรองเท้าส้นตึก จะโงนเงนโยกเยกไปมาน้อยๆด้วยความเลื่อมใส ประหนึ่งมีองค์

เซียนลงมาประทับ  แกจะกำธูปจรดหน้าผากปากขมุบขมิบพึมพำสารพัดสารเพ ลมเช้าหวิววู่มาจาก

ยอดเขา หอบเอากลิ่นหอมของมวลไม้ป่ามาเบาบาง เหล่าเซียนกำลังอวยพรเป็นเพลงลมระบัดโชย

พลิ้วมาอำนวย โอบกอดร่างเล็กแบนทั้งหน้าหลังของซ้อเหงี่ยมอย่างทะนุถนอมอบอุ่น ลมม้วนตัวเป็น

เกลียวแผ่วราวผ้าสไบห่มคลุมตะพายแล่งจากซ้ายมาขวา ก่อนจะวกขึ้นบนลูบหัวปลอบประโลมเอ็นดู

เซียนบนสวรรค์จะคุ้มครองและอำนวยพรที่ขอให้ทุกอย่าง ซ้อเหงี่ยมได้รับสัญญาณจากกลิ่นดอกไม้

หอมกรุ่น อันสยายเกสรปลิวมาจากฟากฟ้าตะวันออก    แกถึงกับทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น แหงนหน้า

มองสวรรค์น้ำตาคลอเบ้า ยกกำธูปขึ้นเหนือหัวกล่าวขอบคุณเซียนทั้งหลายไม่หยุดปาก  หยดน้ำตา

ร่วงเผลาะผล็อยเป็นดวง ไหลรินอาบแก้มทีละเม็ด ควันธูปมุ่นมวยโขมงแสบตาจนต้องขยี้ ดวงตาแดง

ก่ำของซ้อเหงี่ยมเปี่ยมไปด้วยความปลาบปลื้มปีติล้นพ้น  จากนั้นแกก็จะหันไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางตรง

ประตูบ้าน หันไปทางแปะกงที่อยู่ใต้โต๊ะวางโทรทัศน์ โค้งตัวทำความเคารพด้วยกำธูปในมือ ก่อนจะ

กลับหันหน้ามาทางตะวันออกอีกครั้ง แล้วปักธูปทั้งหมดลงกับดินในกระถางต้นกวนอิม  แกมีความสุข

ดื่มด่ำ วันนี้จะเป็นวันแห่งความโชคดีของแกอีกหนึ่งวันแน่แท้ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ใช้เวลาประมาณ 45

นาที เป็นอันเสร็จพิธีบูชาเซียนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่าที่แกจะรู้จัก ด้วยรองเท้าส้นตึกของคนตัวเล็กร่าง

แบน ซ้อเหงี่ยมผู้มีขาสองข้างไม่เท่ากันพยายามเดินกระดกก้นปกปิดความพิการนั้นไว้ เข้าบ้านและ

ปิดประตูเหล็กยืดมิดชิด ที่แม้แต่แมวสักตัวจะสอดสายตามองเข้าไปก็ไม่มีรูให้ส่อง

ซ้อเหงี่ยมร่างเล็กเป็นคนนิยมจีนอย่างสุดซึ้ง เสื้อผ้าเครื่องประดับล้วนแล้วบอกความเป็นจีนเต็มเปี่ยม

แกเกิดและเติบโตที่นี่ ป่าป๊ากับหม่าม้าของแกก็เกิดและเติบโตที่นี่ หลังการอพยพครั้งใหญ่ของเหล่า

ก๋งจากเมืองจีน ครอบครัวเหล่าก๋งต่างๆกระสานซ่านเซ็นไปทั่วแผ่นดินไทย มีไม่น้อยที่มาเพียงพักรอ

การโยกย้ายไปประเทศที่สาม บรรยากาศภายในบ้านซ้อเหงี่ยมจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นธูป ตั้งแต่แกจำ

ความได้ก็เห็นเทวรูปเซียนทั้งหลายเรียงรายอยู่บนหิ้ง ซ้อเหงี่ยมบูชาเซียนทั้งหลายด้วยดวงใจ

ศรัทธาระคนยำเกรง  ทุกครั้งที่นั่งคุกเข่าเงยหน้ามอง ประหนึ่งแสงรังสีเทพส่องประกายเจิดจ้ามาอาบ

ชโลมผิวเนื้อ  ไฟดวงเล็กลากสายรายไปตามหิ้ง  ของเซ่นไหว้จำพวกขนมผลไม้ไม่เคยขาด กระดาษ

เงินกระดาษทองกองเป็นพะเนิน เอาไว้จุดเผาในวันไหว้หรือครบรอบปีการเสียชีวิตของป่าป๊าหม่าม้า

ในวันนั้นแกจะหากงเต๊กจำพวกคนใช้ บ้าน รถยนต์ เผาส่งไปให้พร้อมกัน ควันโขมงที่พวยพุ่งขึ้นมา

จากถังเป็นกลุ่มก้อน ลอยล่องขึ้นสูงไปถึงสวรรค์ ที่นั่นป่าป๊าหม่าม้ากำลังนั่งกระดิกเท้ารอรับกงเต๊ก

ซ้อเหงี่ยมอิ่มความรู้สึกแห่งบุญบารมีที่ได้สร้าง แกหวังถึงภพหน้าว่าจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้จากการ

เผากงเต๊กให้บรรพบุรุษ ทั้งที่แกมีทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้เหลือเฟือเหลือใช้แล้วในชาตินี้ อ้อ แกขาด

แค่คนใช้เท่านั้นเอง ไม่เคยปรากฏว่ามีคนใช้รายใดจะสามารถอดทนอยู่กับแกได้เกิน 2 เดือน ไม่มีใคร

ที่จะไม่รู้ว่าทำไม ทุกคนสามารถคาดเดากันได้ทั้งสิ้น


ทุกครั้งที่ฝนตกน้ำเจิ่งถนน แกจะนั่งเฝ้าอยู่ที่ประตูหน้าบ้านอย่างอดทน ในมือมีไม้ขนาดเล็กยาว

ประมาณสามฟุตถืออยู่ แกจะนั่งหน้าบูดหน้าบึ้ง  เพื่อจะมองดูว่ามีใครหน้าไหนบ้าง ที่อาจหาญเดิน

หลบฝนเข้ามาย่ำใต้ร่มชายคา ถ้ามีและยิ่งถ้าเป็นคนไทยพื้นบ้านละก็ แกจะรีบลุกขึ้นเท้าสะเอวขมึงตา

โบกไม้ไล่ด้วยเสียงแหลมเล็ก มิให้เขาผู้นั้นเอารอยเท้าสกปรกๆมาย่ำฟุตปาธที่สะอาดเอี่ยมอ่องเสมอ

หมาแมวที่ถลำผ่านโดยไม่ตั้งใจ แกจะตะเพิดไล่ไม่ต่างจากที่ไล่คนไทยพื้นเมือง ครั้นฝนซาและหยุด

จนแล้งดีแล้ว แกจะเดินก้นบิดๆเขยกขาไปปักไม้ไว้ในกระถางกวักมรกต รอการหยิบชักขึ้นมาในวันที่

ฝนตกหนักอีกครั้ง



ไม่มีใครเลยที่อยากจะสนทนาปราศรัยกับซ้อเหงี่ยม และทุกคนต่างเวทนาสงสารเฮียย้งกันทั้งสิ้น เฮีย

ย้งคนขายก๋วยเตี๋ยวใจดีคนนี้มีร้านติดกับซ้อเหงี่ยม แกมักรำพึงว่านรกคงชังสวรรค์คงแกล้งให้มาอยู่

ใกล้ ชาติก่อนคงทำบาปเอาไว้หนักหนาสาหัส จึงต้องมาใช้กรรมอันแสนทรมานนี้ แกจะตื่นมาเปิด

ประตูร้านทุกเช้า  ลูกจ้างจะทยอยมาเตรียมของเสร็จสรรพ ร้านก๋วยเตี๋ยวของแกขายดีขึ้นชื่อ ความ

ใจเย็นและสุภาพเสมอทำให้มีขาประจำคุ้นเคยกันมากมาย  แกตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินจนเป็นที่รัก

ใคร่ของใครต่อใคร ตึกแถวพานิชสี่ชั้นนี้มีคลินิกหมอเรียงรายอยู่ 2-3  แห่ง ร้านของแกกับบ้านของซ้อ

เหงี่ยมอยู่กึ่งกลางแถวพอดี เฮียย้งสนิทกับทุกบ้านด้านขวาไล่ไป  ในส่วนฟากด้านซ้ายนั้น ข้ามบ้าน

ซ้อเหงี่ยมไปสักหลัง  แกก็สามารถพูดคุยกันเฮฮาได้ปกติ แต่ก็ไม่ได้มีความสนิทสนมมากนัก  ทุกคน

สันนิษฐานกันว่าเพราะมีซ้อเหงี่ยมมากั้นกางขวางไว้ เฮียย้งจึงไม่สมารถเดินเข้าออกบ้านโน้นบ้านนี้

ได้เหมือนดั่งด้านขวา ดังนั้นการสังสรรค์ปาร์ตี้ในทุกเทศกาล จึงเป็นการสังสรรค์ที่แบ่งเป็นปีกของ

ตึกแถวไปโดยปริยาย  เว้นไว้เพียงบ้านของซ้อเหงี่ยมที่จะเงียบเชียบไม่เคยเข้าร่วมด้วย  เช่นที่ไม่มี

ใครบ้านไหนสักหลังจะเอ่ยปากชวนเชิญ เสมือนหนึ่งซ้อเหงี่ยมไม่มีตัวตนอยู่ในห้องแถวพานิชนี้ แต่

ทุกคนทั้งสองปีกมักจะพูดคุยนินทาลับหลังกันสนุกปาก และหากเมากันหนักเข้า ก็อาจมีการถุยให้อยู่

เหมือนกัน


แรกๆนั้นบ้านทุกหลังจะมีระดับของพื้นหน้าบ้านที่เท่ากัน ตามแบบที่เทศบาลอนุญาตให้สร้าง ซ้อเหงี่

ยมเป็นคนรักความสะอาดอย่างที่สุด ใบไม้ทุกต้นในกระถางได้รับการฉีดน้ำและเช็ดจนแวววับ โดย

เฉพาะใบของกวักมรกตที่เขียวเข้ม  จะเป็นประกายสะท้อนแดดที่สาดเข้ามาแตะต้อง วาวเลื่อมราวกับ

เช็ดด้วยน้ำมัน ประตูเหล็กยืดได้รับการเช็ดถูอย่างดี ลับแลบังตาไม่เคยปรากฏว่าจะมีหยากไย่ฝุ่นหรือ

คราบจารบีเปรอะเปื้อน พื้นหน้าบ้านจะได้รับการกวาดและล้างทุกวันอาทิตย์ วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่

ร้านก๋วยเตี๋ยวของเฮียย้งขายดีเป็นพิเศษ ลูกค้าจะมายืนรอเป็นแถวยาวรายเรียง โต๊ะเสริมถูกนำมาวาง

ไว้ริมถนน และหน้าบ้านของปีกขวาทุกหลัง กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอแก่การรองรับลูกค้า  เฮียย้งหาโต๊ะ

เสริมมาเพิ่ม ขออนุญาตบ้านปีกซ้ายเพื่อวางโต๊ะเก้าอี้  เว้นไว้เพียงหน้าบ้านของซ้อเหงี่ยมเพียงหลัง

เดียว ไม่มีลูกค้าเก่าคนไหนไม่รู้ว่าทำไม นอกจากลูกค้าหน้าใหม่ๆที่มีเข้ามาทุกวัน ด้วยความที่ไม่รู้

ลูกค้ารายใหม่จึงยืนรอกระจุกกันเต็มหน้าบ้านซ้อเหงี่ยม เฮียย้งต้องรีบเอ่ยปากขอโทษที่ให้ยืนรอตรง

นั้นไม่ได้ อย่างเกรงใจยิ่ง เฮียย้งจะวิ่งหาเก้าอี้มาเสริมให้ลูกค้าหน้าใหม่นั่งรอในที่ที่ควรนั่ง ก่อนจะ

อธิบายให้ได้ยินกันทั่วถึงในคราวเดียว ว่าการยืนรอหน้าบ้านซ้อเหงี่ยมนั้นเป็นเรื่องอันตรายและ

อัปมงคลยิ่งนัก เคยมีลูกค้ารายหนึ่งเข้ามาอุดหนุนครั้งแรก เป็นวันที่แดดร้อนจัดจนถนนแทบลุกไหม้

หน้าร้านหันไปทางทิศตะวันออก  ช่วงเดือนที่โลกหมุนขยับทิศนั้น  แดดที่เคยสาดส่องเข้ามาแล้ว

โดนอาคารสี่ชั้นตรงข้ามบังบด ก็ย้ายมุมมาส่องจังๆที่ร้านเฮียย้ง  แดดเก้าโมงเช้าช่างร้อนได้จัดจ้าน

เหลือใจ กันสาดบังแดดไม่สามารถเป็นร่มเงาได้เพียงพอ ลูกค้ารายนั้นขับมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้า

ร้าน เหลียวมองดูที่ร่มก็ไม่เห็นมี ครั้นแล้วก็เหลือบสายตาขึ้นมอง เห็นหน้าบ้านซ้อเหงี่ยมว่างอยู่ ทั้ง

ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ในกระถาง  เขาลงจากมอเตอร์ไซค์แล้วจูงขึ้นไปตั้งขาตั้งหน้าบ้านซ้อเหงี่ยมอย่าง

ยินดี เบาะหนังของมอเตอร์ไซค์หากโดนแดดเผานั้น จะร้อนจนเกินจินตนาการว่าทำไมถึงนั่งไม่ลง

หลังจากสั่งก๋วยเตี๋ยวใส่ห่อได้ประมาณสิบนาที และยืนรอด้วยความหิวอร่อย ซ้อเหงี่ยมก็กลับมาจาก

ธุระข้างนอก มอเตอร์ไซค์ซ้อเหงี่ยมถูกบีบแตรเสียงดังเพื่อไล่ลูกค้าที่ยืนรอเกะกะขวางทาง พลันที่

มอเตอร์ไซค์ซ้อเหงี่ยมทะยานขึ้นฟุตปาธ แกก็ต้องตกใจตาเหลือกลานเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์ของ

ลูกค้ารายนั้นจอดอยู่แนบชิดติดประตูบ้าน ซ้อเหงี่ยมตาเบิกโพลง  รีบเดินมาเท้าสะเอวหน้าร้าน

ก๋วยเตี๋ยว  ปากร้ายๆก็ทำงานอย่างฉับไว เสียงแหลมเล็กนั้นแผดขึ้นหวีดโวยวายในทันที ซ้อเหงี่ยม

ด่าพ่อด่าแม่คนที่จอดรถหน้าบ้านแกอย่างไม่ไว้หน้า ลูกค้าทั้งหลายตกอกตกใจไปตามๆกัน  ลูกค้า

รายนั้นคงกำลังตะลึงจึงไม่ขยับเขยื้อนรถออก เป็นเฮียย้งที่เดินเข้าไปฉวยแฮนด์มอเตอร์ไซค์แล้วจูง

ลงมาที่ถนนหน้าร้าน ลูกค้ารายนั้นยังคงตะลึง ยิ้มแห้งๆอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโกรธและด่ากัน

ขนาดนี้ เฮียย้งส่ายหน้าระอาช้าๆ  และแปลกใจที่ลูกค้ารายนั้นไม่รู้สึกโกรธซ้อเหงี่ยมแม้แต่น้อย

หนำซ้ำยังกล่าวขอโทษเฮียย้งเสียอีก ที่ทำให้แกต้องเสียเวลามาจูงรถลงถนนให้ 


และนับแต่นั้น เพื่อป้องกันอาณาเขตของตน ซ้อเหงี่ยมจึงให้ช่างมาเทพื้นฟุตปาธให้สูงขึ้นมาอีกหนึ่ง

ฟุต ปูด้วยกระเบื้องผิวด้านขนาด 12 คูณ 12 สีเทาสวยงาม  เว้นตรงมุมขวาเอาไว้สำหรับวางถังขยะ

ใบหนึ่ง  และเพื่อความเป็นมงคลของฮวงจุ๊ย ซ้อเหงี่ยมจึงหาปลาหางนกยูงมาปล่อยในกระถางบัว พื้น

ฟุตปาธที่เทสูงขึ้นมานี่เอง ที่เฮียย้งต้องกล้ำกลืนฝืนเก็บความรู้สึกเอาไว้ ไม่ใช่เพราะแกโดนทับฮวง

จุ๊ย หรือกำลังโดนซ้อเหงี่ยมดูถูกว่าต่ำกว่าอย่างที่มีหลายคนบอกกล่าว แต่เพราะทุกวันอาทิตย์ จะเป็น

วันที่ซ้อเหงี่ยมกวาดพื้นถูฟุตปาธอย่างมีความสุขยิ่ง  แกจะฉีดน้ำเนิ่นนานจนพื้นฉ่ำเย็นไปทั่ว ลาก

สายยางไปที่กระถางต้นไม้แล้วรดน้ำจนชุ่ม ปากก็พูดกับต้นไม้เจื้อยแจ้วเรื่อยเปื่อย น้ำยาถูถูกเทลงพื้น

เมื่อแกออกแรงขัดด้วยแปรงด้ามยาว น้ำยาก็จะฟูขึ้นเป็นฟอง คราบสกปรกทั้งมวลถูกขัดชะล้างจน

ฟองนั้นดำหม่น แล้วแกก็จะฉีดน้ำไล่ฟองหม่นดำนั้นออกไป แน่ล่ะที่น้ำย่อมไหลลงที่ต่ำ เมื่อฟุตปาธ

เฮียย้งต่ำกว่า ก็หมายความว่าต้องรองรับคราบสกปรกเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เฮียย้งยืนมองตา

ปริบๆ  ในขณะที่ซ้อเหงี่ยมร้องเพลงจีนล้งเล้งไม่สนใจ เฮียย้งรอจนเก็บร้านแล้วจึงขัดถูพื้นให้หมด

คราบฟอง ซ้อเหงี่ยมเดินไปมาอย่างมีความสุขสบายอารมณ์ ความรู้สึกขุ่นเคืองใจทวีความรุนแรงขึ้น

ในอกเฮียย้ง  แต่แกเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้เงียบๆ และทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ยินเสีย  เสมือนหนึ่งซ้อเหงี่

ยมเป็นเพียงหมาแมวสักตัวที่สร้างความรำคาญใจ ไม่มีประโยชน์ใดเลยที่จะไปทะเลาะกับหมาอย่าง

ซ้อเหงี่ยม 


หลายปีผ่านกับความกล้ำกลืน เฮียย้งแทบจะเป็นโรคประสาทเพราะผู้หญิงร่างเล็กขาเกคนนี้  เสียงที่

แผดดังไม่มีกังวานนั้น บาดแก้วหูเฮียย้งเหลือจะรับ ร้านก๋วยเตี๋ยวยังคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เฮียย้ง

แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการขึ้นป้ายประกาศขอความร่วมมือจากลูกค้า กรุณาอย่ายืนหน้าบ้านหลังนี้

พร้อมลูกศรขนาดใหญ่ชี้ไปที่บ้านซ้อเหงี่ยม  จนรถเข็นที่วางตู้ก๋วยเตี๋ยวมีสภาพทรุดโทรม เฮียย้งจึง

ตัดสินใจหยุดร้านเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ พร้อมด้วยการสั่งต่อรถเข็นใหม่ ไหนๆก็ไหนๆ เฮียย้งจึงให้

ช่างมาเทพื้นฟุตปาธเสียเลย เพื่อง่ายต่อการเข็นรถเข้าในบ้านเมื่อเก็บร้านเสร็จแล้ว และเพื่อแก้

ปัญหาคราบสกปรกเวลาซ้อเหงี่ยมล้างฟุตปาธ  ปูนถูกเทลงมาจนเสมอกับตัวบ้าน กระเบื้องสีอ่อน

นวลถูกปูอย่างบรรจง ทำบันไดเป็นขั้นด้านหน้าเพื่อให้ลูกค้าเดินขึ้นร้านได้สะดวก ซ้อเหงี่ยมที่เหล่

มองมาตั้งแต่เฮียย้งเริ่มโครงการ ก็กระวนกระวายใจอยู่ไม่ติด แกเดินวนไปมาหน้าบ้านเหมือนหมาติด

ท้ายตรอกตัน  ครั้นเชื่อแน่แล้วว่าเฮียย้งเทพื้นให้สูงกว่าของแกเพื่อข่มบารมี ซ้อเหงี่ยมก็เป็นฟืนเป็น

ไฟโกรธโมโหจนแทบจะคลั่ง จะเทพื้นให้สูงขึ้นกว่าอีกก็เสียดายกระเบื้องราคาแพงที่ปูอยู่ก่อน จึง

เรียกช่างให้มาทำคันกั้นระหว่างบ้าน ก่อขึ้นมาให้สูงกว่าพื้นของเฮียย้ง แม้จะอยู่ในเขตบ้านของแก แต่

ระดับความสูงนั้นทำให้ใครต่อใครเข้าใจว่าเฮียย้งก่อขึ้นมา คำอธิบายชุดใหม่ถึงคันปูนจึงต้องถูกพร่ำ

บอกกันนานอีกหลายเดือน ว่านั่นไม่ใช่ของแก แต่เป็นของซ้อเหงี่ยมคนข้างบ้าน หากใครเดินสะดุด

ล้มลงหัวแตก แกก็ไม่รู้จะรับผิดชอบได้อย่างไร  อีกทั้งแกจนปัญญาที่จะจัดการแก้ไขอย่างใดได้อีก

แล้ว 


และไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครรู้ ว่าเมืองใหญ่อย่างนี้จะมีหนูอาศัยอยู่ในท่อมากมายเพียงไร  เมื่อซ้อเหงี่ยมพบ

หนูจำนวนมากป่ายปีนขึ้นมาหาเศษอาหารจากถังขยะของแก ถังขยะของแกที่วางอยู่มุมขวาหน้าบ้าน

แกเองนั่นแหละ  ซ้อเหงี่ยมก็แสดงอาการขยะแขยงขึ้นมาทันที    ส่งเสียงตะเพิดไล่หนูเหล่านั้น

ไปเสียให้พ้นจากถังขยะ พวกมันกรูหนีด้วยความตกใจไปทางหมู่กระถางต้นไม้  เพียงครู่หนูพวกนั้นก็

โผล่จมูกออกมาจากเงามืด มันสอดส่ายสายตาดูซ้อเหงี่ยมที่เต้นแร้งเต้นกาเป็นผีเข้า รอจนได้จังหวะ

ที่ซ้อเหงี่ยมเผลอ ก็กรูวิ่งสวนกลับมาทางซ้อเหงี่ยม แล้วหลบหายไปในรูท่อระบายน้ำตามเดิม ซ้อเหงี่

ยมร้องกรีดขึ้นดังลั่น ด่าพ่อด่าแม่ไอ้หนูสกปรกพวกนั้นเสียงขรม ตัวแกสั่นพับๆเหมือนกับมีเซียนองค์

ร้ายๆลงประทับ  ทำให้ใครต่อใครหันมามองดูว่าเกิดอะไรขึ้น ครั้นแล้วเสียงหัวเราะเยาะก็ดังลั่นขึ้นมา

ถล่มทลายรอบทิศ  ทุกคนสมน้ำหน้าซ้อเหงี่ยม ดีใจที่มีหนูยั้วเยี้ยวิ่งกันเพ่นพ่านหน้าบ้านแก ซ้อเหงี่

ยมหยุดกึก หันมามองดูทุกคนด้วยดวงตาเย็นชาเยียบเย็นอยู่นาน สบตากับเฮียย้งที่ไม่ได้หัวเราะเยาะ

แกแม้สักน้อย มีเพียงแค่เสียงดังหึหึอยู่ในลำคอเท่านั้น ดวงตาแกมาดร้ายจนเฮียย้งรู้สึก ต้องถอน

หายใจรำพึงถึงความซวยที่จะมีมาแน่ๆ



และจริงเช่นนั้น ยามค่ำของอีกวันหนึ่ง เฮียย้งเดินออกจากร้านเพื่อไปกินอาหารมื้อค่ำ ก็ต้องแปลกใจ

ที่เห็นถังขยะซ้อเหงี่ยมมาวางอยู่บนถนนบริเวณที่ตรงกับหน้าร้านของแก เพื่อความสบายใจทั้งปวง

ทั้งของแกเองและของซ้อเหงี่ยม เฮียย้งลากถังขยะใบนั้นให้กลับไปอยู่ที่เดิม จากนั้นก็ออกไปหาข้าว

กิน จนได้เวลาประมาณสามทุ่มนั่นแหละ แกจึงจะเสร็จสิ้นการกินที่เปี่ยมสุขเหลือคณานั้น แต่แล้ว

ความสุขแสนสั้นก็ดับวูบลง เมื่อเฮียย้งกลับมาแล้วเห็นถังขยะวางอยู่บนถนนหน้าร้านอีกครั้ง แกเกา

หัวยิกๆทั้งโกรธทั้งฉุนและทั้งขำในความปัญญาอ่อนของซ้อเหงี่ยม ง้างขาเตะถังขยะจนกลิ้งหลุนๆ

ระเนระนาด เดินบ่นพึมพำปิดประตูบ้านอาบน้ำนอนทันที  ไม่มีใครรู้ว่าเป็นกี่คืนวัน ที่ถังขยะซ้อเหงี่ยม

มาอยู่บนถนนหน้าร้านเฮียย้ง แต่เศษอาหารขยะต่างๆที่โดนหนูลากลงมาเรี่ยราดนั้น นับวันยิ่งระเกะ

ระกะสกปรกส่งกลิ่นไปทั่ว แม้เฮียย้งจะกวาดพื้นถนนในทุกเช้าก็ตามที กลิ่นจากรังหนูในรูท่อระบายน้ำ

ก็โชยมาหึ่งเหม็นจนสุดจะทน เฮียย้งต้องคอยลากถังขยะใบนั้นให้กลับไปอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน ทั้ง

โกรธและไม่พอใจ อยากจะเตะซ้อเหงี่ยมให้กลิ้งหลุนๆเหมือนถังขยะ  อยากจะโยนถังขยะทุ่มใส่ประตู

บ้านซ้อเหงี่ยมให้มันแล้วๆกันไป แต่ถนนเป็นที่สาธารณะ จะพูดว่าไม่มีเจ้าของก็ไม่ได้ เพราะทุกคน

เป็นเจ้าของถนนร่วมกัน ในความหมายที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้แต่ครอบครองไม่ได้นี้  เฮียย้งจึง

ไม่รู้จะจัดการกับถังขยะอย่างไรดี ไอ้เรื่องการจะไปบอกซ้อเหงี่ยมว่าอย่ามาวางหน้าร้านแกนั้น ความ

เป็นไปได้ไม่มีเลย 


ไม่ใช่การแก้แค้นของซ้อเหงี่ยมหรอก กับการจงใจย้ายถังขยะไปอยู่หน้าร้านเฮียย้งในตอนเย็น  คน

ข้างร้านบอกว่านั่นเป็นการแก้ฮวงจุ๊ยต่างหาก ถังขยะเป็นสิ่งรองรับของเสียของสกปรก ไม่ควรวางอยู่

หน้าบ้านแต่อย่างใด และช่วงเย็นที่เฮียย้งเก็บร้านพักผ่อนนั้น เหมาะแก่การลอบเอาถังขยะมาวางไว้

ที่สุด  เฮียย้งวาบขึ้นมาในทรวงอกทันที  พินิจตริตรองดูแล้วเห็นท่าจะจริง ครั้นหวนคิดไปถึงเรื่อง

สารพัดที่โดนซ้อเหงี่ยมเอาเปรียบ  แกก็หน้าตาแดงก่ำด้วยความโกรธขึ้นมาติดหมัด ยิ่งรื้อฟื้นการเท

พื้นของซ้อเหงี่ยมมาคิด  การก่อคันกั้นระหว่าง  การเดินดูถังขยะหน้าบ้านตอนกลางวันว่ามีใครเอา

อะไรมาทิ้งไหม ถ้ามีแกก็จะใช้ไม้เขี่ยขยะนั้นออกมาทิ้งหน้าร้านเฮียย้ง  และที่ครั้งหนึ่งเคยพูดเสียงดัง

ให้ได้ยิน ว่ากันสาดบ้านตรงข้ามเยื้องไปทางซ้ายนั้นลาดลงมาเป็นปลายหอก โชคดีที่มุมลาดนั้นไม่ชี้

บ้านแก โชคดีจริงๆที่ปลายหอกนั้นพุ่งทิ่มเข้าใส่บ้านเฮียย้ง  ยิ่งคิดยิ่งแค้น  ยิ่งทำให้รู้สึกเกลียดซ้อ

เหงี่ยมยิ่งขึ้น  เฮียย้งนอนไม่หลับ แกกลัดกลุ้มและทุกข์ทรมานกับความแค้นคลั่ง จะไปตบตีก็ละอาย

ใจที่ซ้อเหงี่ยมเป็นผู้หญิง  จะทำอย่างไรดี ? กลางวันที่ซ้อเหงี่ยมเทียวเดินดูของแปลกปลอมในถัง

ขยะ และเขี่ยออกมากองบนพื้นถนนหน้าร้านเฮียย้ง  จะจัดการเช่นไรดี ? กลางคืนที่ถังขยะหราอยู่

เบื้องหน้าเมื่อมองมาจากตัวบ้าน หนูขวักไขว่กระโดดขึ้นลงถังคาบโน่นคาบนี่ไม่หยุด เฮียย้งได้แต่กัด

กรามลากถังขยะกลับไปไว้ที่เดิม หลายครั้งที่ซ้อเหงี่ยมเห็น ซ้อเหงี่ยมก็จะยืนเท้าสะเอวขมึงตาไม่

พอใจ และรอจนเฮียย้งกลับเข้าไปในตัวบ้าน แกก็จะลากถังขยะอย่างรุนแรงไปไว้หน้าร้านเฮียย้งทันที

เศษขยะกล่นเกลื่อนหกออกมาเป็นทาง แล้วที่สุดการต่อปากต่อคำเถียงด่ากันก็เกิดขึ้นจนได้  เฮียย้ง

แทบหมดความอดทน แกง้างมือหมายจะตบซ้อเหงี่ยมให้คว่ำลงไปสักฉาด ก็ได้แต่เงื้อง้างค้างไว้เช่น

นั้น  กระฟัดกระเฟียดลดมือลง ทำได้แค่เถียงด่ากลับไปตามเดิม ซ้อเหงี่ยมรู้ดี เฮียย้งไม่กล้าลงมือกับ

แกเป็นเด็ดขาด  เพราะแกเป็นผู้หญิงตัวเล็ก หนำซ้ำยังพิการขาไม่เท่ากัน  หากเฮียย้งตบตีก็จะโดน

ติฉินนินทา อาจร้ายไปถึงการถูกแสดงความรังเกียจเลยก็ได้ นี่คือชัยชนะของซ้อเหงี่ยม นี่คือความ

ปรายชัยพ่ายแพ้หมดรูปของเฮียย้ง การต่อปากต่อคำคืนนั้นจึงจบด้วยเสียงหัวเราะเป็นเป็ดของซ้อ

เหงี่ยม และการแช่งชักหักกระดูกของผู้แพ้  เมื่อซ้อเหงี่ยมกล้าที่จะเบียดเบียนเอาจากสาธารณะด้วย

การวางถังขยะบนถนน ทำไมเฮียย้งจะทำบ้างไม่ได้ ? ในเมื่อทุกคนมีสิทธิเหนือถนนร่วมกัน รถยนต์

สามารถจอดได้ค้างคืน บ้านไหนๆก็สามารถวางกระถางต้นไม้ใหญ่ได้ แกจะมาทำเหนียมต่อสำนึกร่วม

สาธารณะอยู่ทำไม ? จึงมีคันปูนก่ออิฐเกิดขึ้นกั้นถนนระหว่างบ้านซ้อเหงี่ยมกับร้านเฮียย้ง คันปูนนั้น

ลากยาวออกไปประมาณสามฟุต  แบ่งบอกอาณาเขตของสองบ้านชัดเจน แน่ล่ะที่ซ้อเหงี่ยมไหน

เลยจะรู้ร้อนรู้หนาว    แกยังคงยกถังขยะมาวางไว้ร้านเฮียย้งตามปกติ   เฮียย้งจะทำเช่นไร ? ก็ได้แต่

ยืนมองตาปริบๆตามที่เคยเป็น และยกถังขยะกลับไปให้อยู่ที่เดิมของมันเหมือนที่เคยยก



ไม่มีใครไม่รู้จักซ้อเหงี่ยม อาณาเขตบ้านแสนสวยที่แกหวงแหนนั้นไม่เคยมีใครได้กรายใกล้แม้เพียง

ฟุตปาธ ดั่งนั่นเป็นอาณาจักรส่วนตัวที่เป็นเอกเทศแล้วจากสังคมและเทศบาล ซ้อเหงี่ยมไม่ใยดีอย่าง

ใดทั้งสิ้นกับเพื่อนบ้าน แกยืนยันในสิทธิของแกเต็มเปี่ยม สิทธิในอาณาเขตที่แกครอบครองเป็น

เจ้าของ และสิทธิในการเป็นเจ้าของถนนร่วมกัน ไม่ต้องให้มีใครบอก ทุกคนรู้ดีว่าแกจะโต้เถียงกลับ

มาอย่างไรในเรื่องของถังขยะบนถนน และแน่นอนที่ทุกคนก็เถียงแกไม่ได้ในเรื่องนี้ เฮียย้งจึงได้แต่

กล้ำกลืนฝืนทนต่อไป กลิ่นควันธูปที่แกจุดเซ่นไหว้เทพเจ้าเซียนทั้งหลายยังคงล่องลอยโขมงไปทั่ว

เสียงงิ้วจากแผ่นซีดีกังวานกลบสรรพเสียงบนท้องถนน เศษประทัดที่ถูกจุดเพื่อถวายความศรัทธา

เซียนทั้งหลายว่อนเวี่ยปะปนกับกลิ่นกำมะถัน ซ้อเหงี่ยมเดินโขยกเขยกเข้าออกบ้าน ตรวจดูฮวงจุ๊ยใน

ทุกสัปดาห์ว่าถูกที่ถูกทางดีหรือไม่ และรังหนูในรูท่อระบายน้ำนั้น ซ้อเหงี่ยมได้จุดประทัดยาวลงไป

เป็นตับ แรงอัดของประทัดทำให้ฝาท่อสะเทือนเล็กน้อย  แต่ก็มากพอที่จะเกิดรอยร้าวขึ้น  ควันและ

กลิ่นกำมะถันอบอวลกับน้ำคู กระเซ็นขึ้นมาตามรูท่อและรูฝาท่อ ในดงกระถางต้นไม้มงคลของแก ซ้อ

เหงี่ยมก็วางยาเบื่อหนูคลุกเนื้อไก่ล่อไว้ อีกวันซากหนูจำนวนมากมายก็นอนอืดสิ่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

บริเวณ มันเป็นยาเบื่อชนิดไม่ตายทันที แต่จะทำให้หนูวิ่งพล่านหาน้ำกิน น้ำที่กินเข้าไปนั้นจะทำ

ปฏิกิริยากับยาเบื่อ  และจะกระเสือกกระสนดิ้นไปตายที่อื่น เฮียย้งต้องปิดร้านเพื่อเก็บกวาดซากหนูไป

ทิ้ง  ล้างพื้นทำความสะอาดลงน้ำยาดับกลิ่น  ถังขยะซ้อเหงี่ยมยังวางอยู่บนถนนหน้าร้านเฮียย้ง ไม่มี

หนูวิ่งขวักไขว่หากิน ซ้อเหงี่ยมมีความสุขกับการทำความสะอาดครั้งนี้ แกล้างพื้นหน้าบ้านพลางร้อง

เพลงจีนงึมงำ ฉีดน้ำแล้วกวาดคราบดำหม่นอันอัปมงคลออกไป  โลกของแกช่างสะอาดเอี่ยมและน่า

อยู่อาศัยอย่างยิ่ง



แล้วเฮียย้งล่ะ ? เฮียย้งก็ยังคงลวกก๋วยเตี๋ยวขายยังชีพเหมือนที่เคยเป็น ยังต้องกล้ำกลืนไม่รู้จะทำ

อย่างไรดีกับซ้อเหงี่ยม  แกเคยนึกจะฟ้องร้องเอากับศาล  แต่ก็ไม่รู้ว่าข้อกฎหมายใดที่จะเอาผิดซ้อเหงี่

ยมได้  นึกไม่ออกจริงๆ  ซ้อเหงี่ยมไม่ได้ทำผิดคดีอาญาใดใดเลย  แม้ฟุตปาธจะเป็นพื้นที่สาธารณะ

ร่วม มีกฎเทศบาลบังคับอยู่ก็จริง  แต่ก็อยู่ในความดูแลของเจ้าของบ้านแต่ละหลัง เทศบาลยินดีที่จะ

ให้เอกชนปรับภูมิทัศน์ฟุตปาธให้สวยงาม และถนนนั้นก็อย่างที่รู้อยู่ สร้างมาจากภาษีประชาชนทุก

บาททุกสตางค์  ทุกคนต่างสามารถยืนยันเป็นเจ้าของร่วมกันได้  เพียงแต่ไม่สามารถครอบครองได้

เท่านั้นเอง แล้วจะห้ามซ้อเหงี่ยมไม่ให้วางถังขยะบนถนนได้อย่างไร ? ในเมื่อยังมีรถยนต์จอดริมถนน

ค้างคืนอยู่ ที่สำคัญถนนหน้าร้านนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นของเฮียย้ง



ทุกเช้า เฮียย้งจะเปิดประตูร้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก กลิ่นหอมดอกไม้จากยอดเขาฝั่งตะวันออก

ล่องลอยมาปกคลุมบางเบา เซียนทั้งหลายน้อมรับของเซ่นไหว้ต่างๆจากซ้อเหงี่ยม อวยพรให้ชีวิต

มั่นคงสุขสมอารมณ์หมายในทุกอย่าง ให้ซ้อเหงี่ยมปลอดภัยจากการรบกวนใดใดที่ไม่ปรารถนา

เทพเจ้าบนสวรรค์เฝ้ามองดูซ้อเหงี่ยมอย่างเอ็นดู อาณาเขตหน้าบ้านของซ้อเหงี่ยมจะต้องเป็นพื้นที่

บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้รอยย่ำเปื้อนจากเท้าใดใดทั้งสิ้น และเทศบาลจะเป็นผู้อาสาเก็บขยะขนไปทิ้งให้ใน

ตอนดึก  ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องซ้อเหงี่ยมในลำดับต่อมาของเฮียย้ง  ก็คือการขึ้นป้ายประกาศเตือน

ลูกค้าเอาไว้เด่นชัด “โปรดทิ้งขยะให้ลงถังที่ทางร้านเตรียมเอาไว้เท่านั้น” เฮียย้งทำได้เพียงเท่านี้

จริงๆ.


รางวัลชมเชยพานแว่นฟ้า ปี 2553






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 15/09/2010 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ไชโย พี่มนตรี กลับมาเขียนบล็อกอีกแล้ว
อย่างเท่ห์ ใครเห็นรู้เลย ว่ามนตรีแน่ ๆ
(คนเดียวละมั้งที่เป็นกวีขายหมี่เป็ดเนี่ย)
เอ่อวันก่อนครูทุมบอกว่า ยกหม้อก๊วยเตี๋ยวจนเอวเคล็ดถึงกับต้องนอนเสื่อ
หายหรือยังครับพี่ เป็นห่วง
ลองหาพวกน้ำมันมานวดนะครับ ขอให้หายไว ๆ จะได้ ทำหมี่เป็ดกับเขียนกวีต่อ
วันก่อนเอาบทกวี โลกในดวงตาข้าพเจ้าไปให้เด็กอ่าน เด็กม. 3 ยืนอึ้ง แล้วก็ขอยืม จากนั้นมาหนังสือเล่มนั้นก้ไม่เคยโผล่มาให้ผมเห้นอีกเลย ต้องซื้อใหม่

ผมว่าตั้งแต่อ่านบทกวีมา เล่มนี้แหละโดนใจจิ๋วจี๊ดอย่างผมที่สุดแหละพี่ ของคนอื่น มัวร่ำไรรำพัน มันไม่โดนจาย
มันต้อง มนรัก MSN ไม่ก็น้องแอ๋มแคมฟร็อก จึงจะโดนอิอิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ย่าดา วันที่ : 15/09/2010 เวลา : 01.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ย่องมารู้จักตัวตนของคุณหมี่เป็ดผ่านปลายปากกา อ้อมือรางวัลนี่เอง ข้าน้อยขอคารวะหนึ่งจอก ก่อนปิดเครื่องคอมค่ะเข้าสู่นิทรารมณ์ โอกาสหน้าจะแวะมาใหม่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

นิพพานในร้านหมี่เป็ดศิริวัฒน์

อ่านบทกวีนิพพานในร้านหมี่เป็ดศิริวัฒน์ เมื่อ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]