• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 571129
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 3834 , 08:36:57 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Ananda , ลุงจรัส และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

     

กระแสข่าวเกี่ยวกับการยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เมืองทวาย โดยทางการรัฐบาลพม่านั้นย่อมจะสร้างความวิตกกังวลให้กับเอกชนไทยผู้ลงทุนในโครงการอย่างกลุ่มอิตัลไทยอยู่ไม่น้อย แต่สำหรับทางการรัฐบาลทหารพม่าที่แปลงร่างมาเป็นรัฐบาลพลเรือนอย่างสมบูรณ์แบบตามวิถีการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2010 ที่ผ่านมาแล้วนั้นย่อมจะถือว่าเป็นการเสี่ยงที่น่าจะคุ้มค่าอย่างยิ่ง


ทั้งนี้เพราะการตัดสินใจยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อเป็นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติ และป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ นอกจากจะสามารถสร้างภาพพจน์ของการเห็นความสำคัญของสิ่งแวด ล้อมธรรมชาติและการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนให้กับรัฐบาลพม่าได้ในระดับหนึ่งแล้ว การตัดสินใจเช่นนี้ของรัฐบาลพม่าก็ยังจะนำมาซึ่งการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้นอีกด้วย


แน่นอนว่าเหตุการณ์เช่นนี้ย่อมมิใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการวางแผนแต่อย่างใด หากถือเป็นความชาญฉลาดโดยแท้ของผู้นำในพม่าที่ได้กำหนดจังหวะก้าวต่างๆไว้อย่างเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเห็นได้จากการดันร่างรัฐธรรมนูญออกมาบังคับใช้จนเป็นผลสำเร็จในปลายปี 2008 ต่อเนื่องด้วยการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2010 แล้วจัดตั้งเป็นรัฐบาลพลเรือนและครองอำนาจทางการเมืองในพม่าโดยชอบธรรมเรื่อยมาจนเท่าทุกวันนี้ ทั้งก็ยังเชื่อว่าจะยังคงครองอำนาจต่อไปอีกนานถ้าหากรัฐบาลพม่ายังจะแสดงออกในสิ่งที่ชาญฉลาดและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติเช่นนี้ต่อไป ถึงแม้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้นางอองซาน ซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย จะเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองด้วยก็ตาม


โดยกรณีตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลพม่ามีความมั่นใจว่า การตัดสินใจดำเนินในแนวทางนี้จะทำให้ตนได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่านั้น ก็คือการตัดสินใจให้หยุดโครงการก่อสร้างเขื่อนมิตสอน (Myitsone) โดยการประกาศของประธานาธิบดี เต็ง เส็ง เมื่อปลายปี 2011 ที่ไม่เพียงจะทำให้ประชาชนในรัฐคะฉิ่นและบรรดาองค์กรอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติทั้งหลายทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับสากลเท่านั้นที่ได้แสดงความชื่นชมต่อการตัดสินใจดังกล่าว หากยังทำให้มหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐอเมริกานั้นได้แสดงการชื่นชมอย่างออกหน้าออกตาอีกด้วย เพราะว่าการตัดสินใจดังกล่าวของ เต็ง เส็ง นั้นถือเป็น การขัดผลประโยชน์ของจีนในพม่าอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกด้วย


ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจดังกล่าวนี้ของ เต็ง เส็ง ก็นับว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง บารัก โอบามา นั้นได้ประกาศอย่างชัดเจนในโอกาสร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 19 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมาว่ารัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน จะเดินทางไปเยือนกรุงย่างกุ้งและเมืองเนปิดอว์ในต้นปี 2012 ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงตามการประกาศดังกล่าว


ครั้นเมื่อสหรัฐฯ ได้เริ่มแง้มประตูเพื่อที่จะทำการคบค้าสมาคมกับรัฐบาลพม่าเช่นนี้ (หลังจากที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลทหารพม่านับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา) ก็ได้ยังผลทำให้นานาชาติหันมาให้ความสำคัญกับการเรียกร้องให้มีการยุติการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลพม่ามากขึ้นติดตามมาโดยมีกลุ่มอาเซียนที่พม่าเป็นสมาชิกอยู่ด้วยนั้นเป็นตัวตั้งตัวตี และล่าสุดก็คือรัฐบาลออสเตรเลียนั้นถึงกับได้ประกาศยกเลิกรายชื่อนายทหารพม่าที่ถูกห้ามเดินทางเข้าไปในออสเตรเลียอีกต่างหาก


ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่น อังกฤษ สหภาพยุโรปรวมถึงสหรัฐฯด้วยนั้น ถึงแม้ว่าจะยังคงวางท่าด้วยการวางเงื่อน ไขให้รัฐบาลพม่าปฏิบัติตามในเรื่องต่างๆนานาก่อนที่จะพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรดังกล่าวก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงแบบวิธีปฏิบัติทางการทูตเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วทุกประเทศต่างก็เกรงว่าการยึดมั่นถือมั่นตามแบบวิธีดังกล่าวนี้ ย่อมจะทำให้ตนต้องเสียโอกาสในการที่จะเสริมสร้างผลประโยชน์ในพม่าได้หรือตามไม่ทันประเทศอื่นเป็นแน่


ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากการที่ โคอิจิโร เกมบะ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้ตกลงร่วมกับ วันนา หม่อง วิน รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของพม่าว่า จะเร่งจัดทำข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนระหว่างญี่ปุ่นกับพม่าเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุดเพื่อที่ว่าจะได้ทำ ให้การลงทุนของญี่ปุ่นในพม่านั้นไล่ตามทันจีนและไทยให้ได้


รายงานล่าสุดของกระทรวงแผนการและการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของพม่า) ระบุว่าการลงทุนของต่างประเทศในพม่ามีมูลค่าสะสมกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ โดยประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในพม่ามากที่สุดนั้นก็ได้เปลี่ยนมือจากประเทศไทยมาเป็นจีนอย่างเบ็ดเสร็จแล้วในเวลานี้


กล่าวสำหรับการลงทุนในภาคพลังงาน น้ำมันและแก๊สธรรมชาติในพม่าจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่ามีมูลค่ารวมกันมากถึง 32,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนเพื่อการสำรวจขุดค้น หาน้ำมันและแก๊สธรรมชาตินั้นถือเป็นภาคการลงทุนที่มีแนวโน้มจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากรายงานของวิสาหกิจน้ำมันและแก๊ส (MOGE) ของรัฐบาลพม่า ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าในปัจจุบันนี้ได้อนุมัติให้สัมปทานในการสำรวจขุดค้นหาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติทั้งบนบก และในทะเลที่เป็นเขตน่านน้ำของพม่าไปแล้วมากกว่า 100 พื้นที่


โดยผู้ที่ได้รับสัมปทานนั้นก็มีทั้งบรรษัทจากจีน ฝรั่งเศส อินเดีย รัสเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ฮ่องกง และไทย ส่วนสหรัฐฯและอังกฤษนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงทุนโดยตรงก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วก็เข้าไปในฐานะผู้ร่วมลงทุนอยู่แล้ว ดังเช่นในกรณีของ Chevron Corporation ได้ร่วมลงทุนในสัด ส่วน 25.5% ในโครงการขุดค้นและท่อส่งแก๊สธรรมชาติจากแหล่ง YADANA ที่อ่าวเมาะตะมะในเขตทะเลอันดามันของพม่า มาขายให้ไทยในปริมาณเฉลี่ย 500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมาแล้ว ซึ่งทำให้พม่าได้รับผลประโยชน์จากการขายแก๊สฯให้กับไทยมากกว่า 9 หมื่นล้านบาทในปี 2011 ที่ผ่านมาและคาดว่าจะถึง 1 แสนล้านบาทในปี 2012 นี้ด้วย


แน่นอนว่าผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดนั้น ก็คงจะไม่มีใครเกินบรรษัทข้ามชาติของจีนอย่าง China National Petroleum Corporation (CNPC) และ China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ไปได้ แต่การที่รัฐบาลพม่าเชื่อว่าในเขตอธิปไตยของพม่าทั้งบนบกและในทะเลนั้น ยังคงมีทรัพยากรน้ำมันและแก๊สฯอีกอย่างมหาศาลหรือมากกว่าที่สำรวจพบแล้วในเวลานี้นับร้อยเท่า จึงทำให้รัฐบาลพม่าต้องการที่จะดึงการลงทุนทั้งจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ตลอดจนอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลประโยชน์จากการส่งออกน้ำมันและแก๊สฯให้ได้ถึง 2 หมื่นล้านดอล ลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2020 (เพิ่มขึ้นจากในปัจจุบันนี้มากกว่า 10 เท่า)


ซึ่งด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดที่บรรษัทข้ามชาติในธุรกิจด้านพลังงานทั้งหลายอย่างเช่น CHEVRON Corp. จากสหรัฐฯ TOTAL S.A. จากฝรั่งเศส PETRONAS จากมาเลเซีย DAEWOO จากเกาหลีใต้ ONGC จากอินเดีย DANFORD EQuities จากออสเตรเลีย SUN ITERA จากรัสเซีย และ PTT-EP จากไทยต่างก็เตรียมการที่จะขยับขยายการลงทุนในพม่าเพิ่มมากขึ้นในเร็วๆนี้


ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลพม่ายังได้ฝากความหวังในการพัฒนาทางเศรษฐกิจแห่งชาติไว้กับ Mega-Project อย่างโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทวาย ที่จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมาแล้วอีกด้วย โดยถ้าหากว่า Mega-Project ที่ใหญ่กว่ามาบตาพุดของไทยถึง 7 เท่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อใด ก็ไม่เพียงจะทำให้พม่ากลายเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการค้าทางทะเลระหว่างเอเชีย-ยุโรปและแอฟริกาเท่านั้น หากยังจะทำให้พม่ากลายเป็นศูนย์กลางการค้าด้านพลังงานที่สำคัญของโลกอีกด้วย


ซึ่งด้วยผลประโยชน์อย่างมหาศาลเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่รัฐบาลพม่าได้พยายามกระทำในทุกวิถีทางเพื่อทำให้นานาชาติเกิดความมั่นใจในแนวทางปฏิรูปไปสู่การเป็นประชาธิปไตยทางการเมืองในพม่าและก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบสนองจากนานาชาติเป็นอย่างดียิ่ง ดังจะเห็นได้จากการได้รับฉันทานุมัติจากประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันให้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในปี 2013 และเป็นประธาน เวียนของกลุ่มอาเซียนในปี 2014 และนั่นก็หมายความว่าผู้นำของประเทศคู่เจรจาทั้งหลายของอาเซียน อย่างสหรัฐฯและสหภาพยุโรปนั้นก็จะเดินทางไปกรุงเนปิดอว์ของพม่าด้วย


เพราะฉะนั้น การยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของเอกชนไทยที่เมืองทวาย (ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย) นั้น จึงถือเป็นการยอมเสียชิ้นปลาหมอ ด้วยหวังที่จะได้ชิ้นปลาวาฬยักษ์จากมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกนี้เป็นสิ่งตอบแทนนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
naive วันที่ : 06/02/2012 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wickedgirl

ของแถมที่ยังมองไม่เห็นคือการก่อความวุ่นวายของชนกลุ่มน้อยที่จะมีขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Ananda วันที่ : 22/01/2012 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aplang

พม่าก็เหมือนเด็กสาวสวยวัยกำดัดที่ใคร ๆ ก็ตามจีบ เพราะยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทั้งรูปสวยทั้งรวยทรัพย์ ใครได้ครอบครองก็สบายไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 21/01/2012 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

พม่า เริ่มเปิดประเทศแล้ว
น่าจับตามองอย่างยิ่ง
ไทยคงมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะทำให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นในภูมิภาค

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 21/01/2012 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ตอนนี้ถนนทุกสายมุ่งตรงสู่พม่า...จากที่สถานฑูตพม่ามีคนเข้าไปขอวีซ่าวันหนึ่งไม่เท่าไร แต่ตอนนี้เพิ่มเป็นหลายร้อยคนต่อวัน... และคนส่วนใหญ่จากหลายประเทศทั่วโลกเข้าไปเรียนภาษาพม่ามากขึ้น ต่างกับของไทยที่เรามีชายแดนติดกับพม่าแทนที่จะส่งเสริมโรงเรียนที่ติดชายแดนพม่า เรียนรู้ภาษาพม่าเพิ่มอีก1ภาษา นอกจากภาษาอังกฤษที่เรียนที่โรงเรียน เรากับเมินเฉย...อีกหน่อยคนไทยคงต้องตามก้นพม่าล่ะ เพราะมัวแต่คิดว่าตัวเองแน่น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
su วันที่ : 21/01/2012 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

พม่ากำลังเนื้อหอม เปรียบเหมือนสาวขบเผาะมีแต่คนรุมจีบ นี่แหละผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณสยาม วันที่ : 21/01/2012 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

โอกาสที่ผู้ลงทุนต่างชาติหนีจากไทยไปพม่ามีสูง
เนื่องจากสามปัจจัยหลัก ต้นทุนสินค้า ความเสียงทางการเมือง และความเสียงจากภัยธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เดินติดดิน วันที่ : 21/01/2012 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sake

เฮ้อ.. ผลประโยชน์ ล้วนอนิจจัง
สุดท้ายโลกร้อน.... วิกฤติ...ทุกอย่าง จบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]