• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 569610
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 3536 , 10:49:01 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supalak โหวตเรื่องนี้

 

                    


แม้ว่าประเทศที่อยู่ตอนล่างของลุ่มแม่น้ำโขงทั้งพม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เพิ่งจะผ่านพ้นจากมหาอุทกภัยมาอย่างหมาดๆก็ตาม แต่ในเวลานี้ก็มีทีท่าว่าจะต้องมาเผชิญกับภัยแห้งแล้งที่น่าจะมีระดับของความรุนแรงไม่ด้อยไปกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2010 ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ของระดับน้ำในแนวแม่น้ำโขงในเวลานี้ได้ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังผลทำให้ชาวนครเวียงจันทน์ต้องประสบกับความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้า


กล่าวสำหรับสถานการณ์ที่ชาวนครเวียงจันทน์ต่างก็ต้องประสบพบเจอเป็นครั้งแรกในช่วง 4 ทศวรรษที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ก็คือการเผชิญกับปัญหาน้ำประปาไม่พอใช้อย่างรุนแรง ทั้งๆที่ในเขตนครเวียงจันทน์มีความต้องการใช้น้ำประปาโดยเฉลี่ยเพียง 180,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น ทั้งนี้โดยรัฐวิสาหกิจน้ำประปาลาวได้ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่นครเวียงจันทน์นั้นได้ลดต่ำลงมากสุดเป็นประวัติการณ์จนถึงขนาดที่ทำให้ต้องแก้ไขปัญหาด้วยการนำรถขุดลงไปตักทรายเพื่อทำ ให้พื้นที่รองรับน้ำในแม่น้ำโขงนั้นลึกลงและกว้างขึ้น ทั้งยังต้องขุดร่องเพื่อผันเอาน้ำจากแม่น้ำโขงลงสู่พื้นที่รองรับน้ำดังกล่าวอีกด้วย


ส่วนในเขตภาคเหนือของลาวนั้นก็มีรายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่นของลาวเองว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นไม่สามารถเดินเรือโดยสารในแนวแม่น้ำโขงจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วไปที่ท่าเรือเมืองปากแบ่งแขวงอุดมไซ และต่อเนื่องไปที่ท่าเรือหลวงพระบางนั้นได้ตามปกติ เพราะระดับน้ำโขงได้ลดต่ำลงเป็น อย่างมาก ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้นร่องน้ำในแนวแม่น้ำโขงในเขตภาคเหนือของลาวจะลึกกว่าในเขตตอนล่างก็ตาม


ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสภาพการณ์ที่ระดับน้ำโขงได้ลดต่ำลงอย่างมากและอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็ยังได้ส่งผล กระทบอย่างหนักต่อการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรในลาวอย่างกว้างขวางด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อแผนการทำนาปรัง ซึ่งรัฐบาลลาวได้วางเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกษตกรปลูกข้าวในช่วงฤดูแล้งให้ได้บนเนื้อที่ที่กว้างขึ้นทุกปีก็ตาม


แต่อย่างไรก็ตาม จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น ก็ปรากฏว่าสื่อมวลชนลาวก็มิได้ให้การอธิบายว่าเป็นเพราะเหตุใด ซึ่งตรงกันข้ามกับการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในไทยอย่างสิ้นเชิง เนื่องเพราะสื่อมวลชนในไทยไม่เพียงจะมีการฟันธงด้วยการอ้างถึงข้อมูลที่ได้รับจากองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ที่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่ามีสาเหตุมาจากเขื่อนขนาดใหญ่บนแนวแม่น้ำโขงในเขตมณฑลหยุนหนานของจีนเท่านั้น หากยังได้พยายามเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้รัฐบาลไทยและประเทศที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำโขงนั้นต้องหาทางเจรจากับรัฐบาลจีนในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ได้เร็วที่สุดอีกด้วย


ทั้งนี้ก็เนื่องจากกลุ่มองค์การอนุรักษ์ฯทั้งในไทยและพันธมิตรที่อยู่ในต่างประเทศนั้นต่างเชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงอย่างมากจนผิดปกติเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งบนแนวแม่น้ำโขงในเขตมณฑลหยุนหนาน กล่าวก็คือเขื่อนมันวาน เขื่อนต้าเฉาซาน เขื่อนเชียงรุ่งและเขื่อนเสี่ยววานนั้นได้ปิดประตูเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำไว้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและสนองน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในมณฑลหยุนหนานเป็นสำคัญ


โดยเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งนี้จะต้องกักเก็บน้ำไว้ในปริมาตรรวมกันมากกว่า 17,600 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ถือว่าไม่มากเลยถ้าหากเป็นในช่วงฤดูน้ำหลาก แต่ปัญหาสำหรับในช่วงเวลานี้ก็อยู่ที่ว่าน้ำที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำโขงส่วนใหญ่นั้นมาจากการละลายของหิมะจากเทือกเขาทิเบตเท่านั้น ครั้นเมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่ถึง 4 แห่งที่มาขวางกั้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และเพื่อสนองน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในจีนเป็นด้านหลัก รวมทั้งยังต้องมีการกักเก็บน้ำไว้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเขื่อนเพื่อไม่ให้เกิดการแตกร้าวด้วยนั้น จึงทำให้การ ไหลของน้ำที่มาจากการละลายของหิมะดังกล่าวจะสามารถไหลลงมาสู่เขตตอนล่างได้ก็ต่อเมื่อมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในจีนเท่านั้น


แต่ถึงกระนั้น ทางการจีนก็ได้ตอบโต้การกล่าวหาดังกล่าวมาโดยตลอดว่า ไม่เป็นความจริงเลยที่เขื่อนขนาดใหญ่ของจีนนั้นคือต้นเหตุของภัยแห้งแล้งในเขตตอนล่างของแม่น้ำโขง เพราะปริมาตรน้ำที่ไหลจากเขตจีนลงสู่แม่น้ำโขงทั้งสายนั้นคิดเป็นสัดส่วนเพียง 16% ของปริมาตรน้ำทั้งหมดตลอดปีเท่านั้น


ยิ่งไปกว่านั้น ทางการจีนก็ยังได้เน้นย้ำด้วยว่าเขื่อนในจีนสามารถที่จะช่วยบรรเทาภัยแห้งแล้งและภัยน้ำท่วมให้กับเขตตอนล่างอีกต่างหาก เพราะเขื่อนในจีนสามารถที่จะกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาตรมากๆ โดยไม่ปล่อยน้ำลงมายังเขตตอนล่างในฤดูน้ำหลาก ส่วนในช่วงหน้าแล้งก็ยังจะสามารถปล่อยน้ำลงมาสู่เขตตอนล่างได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นเขื่อนในเขตจีนจึงมีผลประโยชน์ต่อเขตตอนล่างมากกว่าผลกระทบในด้านลบนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สภาพของระดับน้ำที่ลดต่ำลงอย่างมากในเขตตอนล่างของแม่น้ำโขงในเวลานี้ ก็น่าจะสามารถลบล้างการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณดังกล่าวของเขื่อนในเขตจีนได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจนถึงทุกวันนี้จะยังคงไม่มีใครหรือฝ่ายใดได้ทำการศึกษาหาความจริงที่โต้เถียงไม่ได้ก็ตาม


นอกจากนี้ จะต้องไม่ลืมด้วยว่าทางการจีนไม่ได้มีเพียงเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งที่ว่านี้เท่านั้น หากยังได้วางเป้าหมายที่จะก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่บนแนวแม่น้ำโขงในเขตจีนเพิ่มขึ้นอีก 4 โครงการเป็นอย่างน้อยเพื่อทำให้สามารถผลิตพลังงงานไฟฟ้าให้ได้รวมกันทั้งสิ้นถึง 25,000 เมกกะวัตต์อีกด้วย

โดยที่นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือการก่อสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ กล่าวก็คือเขื่อนนูจ้าตู้ ซึ่งจะสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาตรรวมกันมากกว่า 40,000 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือมากกว่าปริมาตรน้ำที่เขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งสามารถกักเก็บไว้ได้ในเวลานี้เกินกว่า 10 เท่าเลยทีเดียว


กล่าวสำหรับเขื่อนเสี่ยววานที่เพิ่งจะเดินเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 4,200 เมกกะวัตต์นั้นนับเป็นเขื่อนที่หวาดหวั่นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเขื่อนที่สูงกว่าระดับน้ำปกติในแนวแม่น้ำโขงถึง 292 เมตรเพื่อทำให้เขื่อนสามารถที่จะกักเก็บน้ำให้ได้ในปริมาตรถึง 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร


ส่วนเขื่อนนูจ้าตู้นั้น ถึงแม้ว่าจะไม่สูงเท่าเขื่อนเสี่ยววานก็ตาม แต่การที่วิศวกรของจีนได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำให้เขื่อนแห่งนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าให้ได้ถึง 5,500 เมกกะวัตต์นั้นก็จำเป็นที่จะต้องกักเก็บน้ำไว้ในปริมาตรรวมไม่น้อยกว่า 43,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเลยทีเดียว


ทั้งนี้โดยเขื่อนยักษ์ทั้ง 2 แห่งดังกล่าวของจีนต้องใช้งบประมาณคิดเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเกือบ 2 เท่าของมูลค่าผลผลิตมวลรวมภายใน (GDP) ของลาวเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าใครหรือฝ่ายไหนจะวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีโครงการเขื่อนยักษ์บนแนวแม่น้ำโขงในเขตจีน อย่างไรก็ตาม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่ทางการจีนจะออกมาตอบโต้ด้วยการชี้แจงถึงสรรพคุณของเขื่อนยักษ์ของจีนทุกครั้งไป


ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือว่าการที่ทางการจีนไม่เคยแสดงท่าทีที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในคณะกรรมาธิการแม่ น้ำโขง (Mekong River Commission—MRC) ร่วมกับประเทศไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมาแล้วนั้น ก็เพราะว่าจีนต้องการที่จะสร้างเขื่อนตามความต้องการของตน โดยไม่ต้องไปมีพันธะผูกพันในอันที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากน้ำในแม่น้ำโขงร่วมกับประเทศใดๆเลย


ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากจีนยังคงมีอิสระที่จะสร้างเขื่อนและกักเก็บน้ำได้ตามใจชอบเช่นนี้ต่อไปย่อมหมายถึงการกักเก็บน้ำไว้ในปริมาณมากในช่วงหน้าแล้งอันจะทำให้แม่น้ำโขงกลับกลายเป็นเพียงร่องน้ำอันตื่นเขินเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้ามเขื่อนยักษ์เหล่านี้ของจีนกลับจะยังผลให้เกิดน้ำท่วมที่หนักมากขึ้นในช่วงหน้าฝน เนื่องเพราะจะต้องมีการปล่อยมวลน้ำอย่างมหาศาลลงมาในเขตตอนล่างนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

GMS คงต้องพูดเรื่องนี้ให้หนัก ๆ

ก่อนที่มันจะกลายเป็นจริง


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]