• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 570914
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันจันทร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1876 , 16:01:56 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supalak โหวตเรื่องนี้

 

กระทรวงแผนการและการลงทุนของลาว ได้เสนอรายงานในโอกาสการเดินทางมาเยือนลาวอย่างเป็นทางการของ เจือง เติ่น ซาง ประธานาธิบดีเวียดนาม ในระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์นี้ว่านับตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีบรรดาบริษัทจากเวียดนามได้พากันหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในลาวแล้วจำนวนมากถึง 432 โครงการและคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว


โดยการลงทุนของบรรดาบริษัทจากเวียดนามในลาวดังกล่าวนี้ได้เน้นหนักทั้งในด้านการขุดค้นแร่ธาตุ ด้านพลังงานไฟฟ้า ด้านการบริการ และด้านกสิกรรม-ป่าไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพลังงานไฟฟ้านั้นก็ปรากฏว่ามีบริษัทจากเวียดนาม 7 รายที่ได้ลงทุนก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวน 15 โครง การ ด้วยเป้าหมายที่จะส่งกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้กลับไปที่เวียดนามไม่น้อยกว่า 3,357 เมกกะวัตต์ นับจากปี 2015 เป็นต้นไป


การลงทุนของเวียดนามในการก่อสร้างเขื่อนในลาวดังกล่าวนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เวียดนามมีมูลค่าลงทุนสะสมในลาวแซงหน้าประเทศไทยขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 หรือเป็นรองเพียงจีนประเทศเดียวเท่านั้นในปัจจุบันนี้


โดยสำหรับเขตที่ภาคธุรกิจของเวียดนามได้ลงทุนมากที่สุดในลาวนั้นคือเขตนครเวียงจันทน์ ซึ่งคิดเป็น 52% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดของเวียดนามในลาว ส่วนเขตแขวงชายแดนที่ภาคธุรกิจเวียดนามได้เข้ามาลงทุนมากที่สุด ก็คือแขวงเซกองติดตามด้วยแขวงจำปาสักและอัตตะปือตามลำดับ แต่เขตที่ยังไม่มีการลงทุนของเวียดนามเลยนั้นก็มีเพียงแขวงบ่อแก้วเท่านั้น แต่ทางการลาวก็เชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจของเวียดนามจะขยายการลงทุนไปในทุกเขตแขวงทั่วประเทศลาวในเร็วๆนี้


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าทางการของทั้งสองประเทศได้เปิดกว้างการร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันนับจากปี 1993 และได้มีการตกลงในสัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันนับตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมาแล้ว โดยในปัจจุบัน ทางการของทั้งสองฝ่ายก็กำลังร่วมกันพิจารณาปรับปรุงสัญญาฯดังกล่าวนี้ให้มีความทันสมัยอีกด้วย ดังที่ สมดี ดวงดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน ได้แถลงชี้แจงว่า “...เพื่อตอบสนองการส่งเสริมการลงทุนในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจ-สังคมอันใหม่นี้ สองประเทศพวกเรากำลังดำเนินการทบทวนสัญญาฉบับดังกล่าวร่วมกัน และคาดว่าจะให้สำเร็จในปีนี้ พร้อมเดียวกันนั้น สองฝ่ายได้เอาใจใส่กำหนดทิศละเอียด และสร้างเงื่อนไขอำนวยความสะดวกให้แก่บรรดาหน่วยธุรกิจของทุกภาคส่วนเศรษฐกิจของแต่ละฝ่าย เพื่อให้เข้าไปลงทุนในประเทศของกันและกันให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง...”


โดยภายใต้สัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนดังกล่าวนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันว่าจะส่งเสริมให้มีการพัวพันทางเศรษฐกิจหลายรูปแบบ ที่มีการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจการค้า การลงทุน และการพัฒนาการเชื่อมต่อด้านคมนาคม-ขนส่งอย่างครบวงจรเพื่อเชื่อมโยงกันตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับในโอกาสการเดินทางมาเยือนลาวอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเวียดนามในครั้งล่าสุดนี้ ทางการของทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการร่วมมือสร้างบุคลากรลาวในเวียดนาม แผนการร่วมมือประจำปี 2012 สัญญากู้ยืมเงินจากธนาคารหุ้นส่วนอุตสาหกรรมและการค้าของเวียด นาม สัญญาขุดค้นแร่ธาตุในแขวงคำม่วน และการก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ในแขวงอัตตะปือในเขตภาคใต้ของลาวอีกด้วย


ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่ลาวและเวียดนามมีความสัมพันธ์แบบพิเศษระหว่างกันนับตั้งแต่ปี 1977 เป็น ต้นมาแล้วนั้นก็นับเป็นความได้เปรียบที่เวียดนามมีอยู่เหนือประเทศอื่นๆในลาว โดยในที่นี้ก็รวมถึงจีนด้วย แต่ถึงกระนั้นทางการลาวก็ได้พยายามดำเนินมาตรการถ่วงดุลผลประโยชน์ระหว่างเวียดนามกับ จีน (รวมถึงไทยด้วย) ในลาวอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากการตกลงเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอย่างรอบด้านร่วมกับจีนในช่วง 5 ปีมานี้ และด้วยการเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวนี้ก็นับเป็นที่ มาของโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อจากนครคุนหมิงมาที่นครเวียงจันทน์นั่นเอง


ทางการลาวเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากโครงการดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมสะหวาด เล้งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี ผู้ชี้นำนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลลาวนั้น ถึงกับได้แถลงยืนยันว่าโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อระหว่างลาวกับจีนจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของลาวในระยะยาว


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าการเชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูงกับจีนดังกล่าวนี้ไม่เพียงจะเป็นการตอบสนองต่อแผนการพัฒนาให้ลาวไปเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อทางด้านคมนาคม-ขนส่งในเขตลุ่มแม่น้ำโขงเท่านั้น หากยังจะทำให้ลาวเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบรถไฟความเร็วสูงอีกด้วย ดังที่ สมสะหวาด ได้กล่าวว่า


“โครงการสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อลาว-จีนนี่เป็นเส้นทางที่มีความหมายประวัติศาสตร์อันจะนำเอาผลประโยชน์มาสู่ประเทศเราอย่างมหาศาล พร้อมกันนั้น กะเป็นการเฮ็ดให้ประเทศลาวเป็นใจกลางของการเชื่อมต่อกับบรรดาประเทศในอนุภาคพื้นให้ปรากฏเป็นจริง ด้านหนึ่งอีก กะเป็นการยกสูงบทบาทอิทธิพลของประเทศเรา เพราะว่าประเทศเราจะเป็นประเทศตำอิดอยู่ในเอเชียอาคเนย์ที่มีรถไฟความไวสูงตามมาตรฐานสากล”


โดยทางการลาวและจีนได้ตกลงในบทบันทึกความเข้าใจร่วมกันไว้ว่าจะร่วมกันก่อตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากจีนมายังลาว โดยที่รัฐบาลลาวจะถือหุ้นลงทุนในสัดส่วน 30% ในขณะที่ทางการจีนนั้นก็จะถือหุ้นในสัดส่วน 70% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด


แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าการก่อสร้างทางรถไฟส่วนใหญ่ในลาวนั้น จะต้องผ่านเขตภูเขาสูง จึงทำ ให้ต้องมีการเจาะอุโมงก์คิดเป็นระยะทางรวมถึง 190 กิโลเมตรและยังจะต้องก่อสร้างสะพานอีกหลายแห่งที่มีความยาวรวมกันถึง 90 กิโลเมตรด้วยนั้น ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเฉพาะที่อยู่ในเขตลาวนี้จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือทางการลาวจะต้องร่วมลงทุนด้วยคิดเป็นมูลค่าถึง 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเชื่อว่าทางการลาวนั้นจะได้มาจากการกู้ยืมจากทางการจีน และการตีราคาจากที่ดินในลาวที่จะนำมาใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างทางรถไฟและสถานีรถไฟในตลอดเส้นทางนั่นเอง


ทั้งนี้โดยการก่อสร้างทางรถไฟเฉพาะในเขตลาวนั้นจะมีระยะทางยาวกว่า 420 กิโลเมตร โดยเริ่มจากชายแดนระหว่างลาวกับจีนที่ด่านบ่อเต็นในแขวงหลวงน้ำทาเรื่อยลงมาจนถึงนครเวียงจันทน์ ซึ่งตามแผนการที่วางไว้นั้นจะมีการก่อสร้างสถานีใหญ่ 5 แห่งคือที่ด่านบ่อเต็น อุดมไซ หลวงพระบาง วังเวียง และนครเวียงจันทน์ นอกจากนั้น ก็ยังจะมีสถานีย่อยอีก 16 แห่งที่อยู่ระหว่างสถานีใหญ่ทั้ง 5 แห่งดังกล่าวอีกด้วย

โดยล่าสุด ก็มีรายงานว่าทางการจีนได้เริ่มลงมือก่อสร้างทางรถไฟตามโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟกับลาวนับตั้งแต่ปลายปี 2010 เป็นต้นมาแล้ว โดยเป็นการเริ่มก่อสร้างจากเขตสิบสองปันนาในมณฑลยูนนานเพื่อที่จะต่อมายังชายแดนลาวที่ด่านบ่อเต็นในระยะต่อไป


แต่สำหรับการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในเขตประเทศลาวนั้นก็ยังไม่เริ่มลงมือก่อสร้างแต่อย่างใด เนื่องจากว่าทางการลาวและจีนนั้นยังไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับการตีราคาค่าที่ดินที่ทางการลาวจะจัดสรรให้กับโครงการนั้นยังมีการเจรจาต่อรองกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้


นอกจากนี้ก็มีรายงานด้วยว่าทางการจีนต้องการที่จะได้ที่ดินที่มีหน้ากว้างถึง 2 กิโลเมตรในตลอดเส้นทางที่มีระยะทางยาวกว่า 420 กิโลเมตรดังกล่าว ซึ่งหมายความว่าทางการลาวจะต้องจัดสรรที่ดินให้กับโครงการคิดเป็นเนื้อที่รวมที่กว้างกว่า 840 ตารางกิโลเมตรนั่นเอง ในขณะที่ทางการลาวนั้นเห็นว่า ที่ดินที่มีหน้ากว้าง 800 เมตรในตลอดเส้นทางนั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้จนถึงเวลานี้ แต่ด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฯ ก็เชื่อว่าทางการลาวและจีนจะสามารถตกลงกันได้ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 28/02/2012 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ทุนไทย กำลังจะตามไป
(เล่นคาสิโน)



หุหุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]