• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567782
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1501 , 08:52:19 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supalak โหวตเรื่องนี้

 

ภายหลังจากที่ได้ว่างเว้นจากการปะทะทั้งด้วยอารมณ์และกำลังทหารกับฝ่ายไทยนับตั้งแต่ที่ได้ทราบผลว่าพรรคเพื่อไทย (ของ ทักษิณ ชินวัตร เพื่อนรัก) มีชัยอย่างท่วมล้นในการเลือกตั้งทั่วไปในต้นเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ก็ปรากฏว่า ฮุน เซน ผู้ซึ่งจะขอนั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่นั้น ไม่เพียงจะเก็บอาการอยู่ในความสงบในส่วนที่เกี่ยวพันกับกิจการภายในของไทยเท่า นั้น หากแต่ยังได้ซุ่มเงียบในอันที่จะเร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีส่วนเกี่ยวพันโดยตรงกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลไทยไปพร้อมๆกันอีกด้วย


โดยถึงแม้ว่านับจากปี 2005 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ รัฐบาลของ ฮุน เซน จะได้อนุมัติให้มีการก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นทางการแล้วถึง 21 แห่งในทั่วประเทศก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเขตที่ ฮุน เซน ได้ฝากความหวังไว้มากที่สุดนั้นก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ ซึ่งมีอยู่ถึง 6 แห่งด้วยกัน และที่ถือ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ ฮุน เซน ได้ให้ความสำคัญอย่างที่สุด (ถึงกับเดินทางไปร่วมวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างด้วยตนเอง) นั้นก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษบนเนื้อที่เกือบ 1,700 เฮกตาร์ของเมืองชายฝั่งทะเลที่สีหนุวิลล์ในภาคใต้ของกัมพูชา ซึ่งเป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัท Jiangsu Taihu International Corp. จากประเทศจีนนั่นเอง


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าการลงทุนของกลุ่มบริษัทจากจีนดังกล่าวนี้ ไม่เพียงจะถือเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนรวมที่มากถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หากแต่การลงทุนของกลุ่มบริษัทจากจีนยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ไว้เพื่อรองรับแผนการขุดค้นน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย (ทั้งในเขตน่านน้ำของกัมพูชาและที่เขตทับซ้อนทางทะเลกับไทย) ขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย


แน่นอนว่า ฮุน เซน ได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมาแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคงไปไม่ถึงไหน เพราะมัวแต่เมามันอยู่กับการแทรกแซงกิจการเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองภายในของไทยที่ขยายวงไปสู่ความขัดแย้งที่ว่าด้วยอาณาเขตของปราสาทพระวิหารจนต้องหวนกลับคืนไปสู่การเป็นคดีความระหว่างกันอีกครั้งหนึ่งในชั้นศาลระหว่างประเทศหรือศาลโลกในเวลานี้ แต่ถึงกระนั้น ฮุน เซน ก็ยังคงใช้ความพยายามอยู่ตลอดเวลาในอันที่จะขุดค้นเอาน้ำมันและแก๊สฯในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ให้ได้เร็วที่สุด ถึงขนาดได้เคยหลุดปากออกมาในระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบปริญญา บัตรให้กับผู้จบการศึกษาจากสถาบันแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญว่า เขานั้นได้กำหนดกรอบเวลาให้กลุ่ม Chevron ดำเนินการขุดค้นและนำเอาน้ำมันหรือแก๊สฯในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ให้ได้ในเวลา 12 นาฬิกาของวันที่ 12 ธันวาคม 2012 (ฮุน เซน เชื่อว่า 12-12-12-12 คือเลขมงคลที่จะทำให้ตนสามารถครองอำนาจทางการเมืองได้อย่างยาวนาน) หากไม่เช่นนั้นก็จะถอนสัมปทานในทันที


พร้อมกันนั้น ฮุน เซน ก็ยังได้สั่งการให้การปิโตรเลียมแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกัมพูชาให้เร่งดำเนินการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาร่วมทุนกับกลุ่ม Chevron ในการขุดค้นน้ำมันและแก๊สฯ ดังกล่าวเป็น การเฉพาะ ทั้งยังได้สั่งการให้การปิโตรเลียมแห่งชาติเร่งเซ็นสัญญากับกลุ่ม TOYO Engineering จากญี่ปุ่น เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งแรกในกัมพูชา ด้วยหวังว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้กลุ่ม TOYO ตัดสินใจลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นฯดังกล่าวในระยะต่อไป


ครั้นเมื่อมองเห็นเป้าหมายของ ฮุน เซน อย่างชัดเจนเช่นนี้กลุ่ม Chevron ก็ได้ร่วมกับกลุ่ม Mitsui จากญี่ปุ่น และกลุ่ม GS Caltex จากเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและแก๊สฯ ในเขตน่านน้ำของกัมพูชาอย่างขนานใหญ่ และถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับผลที่ได้รับจากการสำรวจในระยะที่ผ่านมาก็ตาม แต่การที่กลุ่ม Chevron ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อขออนุญาตสัมปทานการขุดค้นจาก การปิโตรเลี่ยมแห่งกัมพูชาอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2010 เป็นต้นมาแล้วนั้นก็ย่อมจะถือเป็นคำตอบ ทั้งก็ยังถือเป็นการตอบสนองต่อเป้าหมายดังกล่าวของ ฮุน เซน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ทั้งนี้โดยกลุ่ม Chevron พร้อมด้วยกลุ่ม Mitsui และกลุ่ม GS Caltex ได้ร่วมทุนกันในสัดส่วน 55% ต่อ 30% และ 15% ตามลำดับ และได้ทำการขุดเจาะเพื่อสำรวจหาน้ำมันและแก๊สฯในเขตสัมปทาน A ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งทะเลของเขตจังหวัดสีหนุวิลล์ทางภาคใต้ของกัมพูชาประมาณ 150 กิโลเมตรนั้น พบว่า 4 ใน 15 หลุมที่ได้ดำเนินการสำรวจนั้นเป็นแหล่งที่คุ้มค่าที่จะลงทุนอย่างยิ่ง


ซึ่งด้วยผลจากการสำรวจฯดังกล่าว ก็ปรากฏว่ามีบริษัทต่างชาติอีกกว่า 10 รายที่ได้หลั่งไหลเข้าไปขออนุญาตสำรวจหาน้ำมันและแก๊สฯ ในทะเลอ่าวไทยในส่วนที่รัฐบาลกัมพูชาถือว่าเป็นเขตน่านน้ำของฝ่ายตนนั้นแล้ว โดยในที่นี้ยังรวมถึงบริษัทในเครือของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย การปิโตรเลี่ยมแห่งสิงคโปร์ กลุ่ม CONOCO, UNOCAL, TOTAL, British Gas Asia, Idemitsu Oil และยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีนอย่าง China National Offshore Oil Corp ด้วย


ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทั้งธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังได้แสดงการเชื่อมั่นว่าน้ำมันและแก๊สฯในกัมพูชา และในเขตทับซ้อนทางทะเลกับไทยด้วยนั้นมีปริมาณน้ำมันสำรองมากถึง 2,000 ล้านบาร์เรลและมีปริมาณแก๊สฯสำรองอีกมากกว่า 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้ IMF ได้ประมาณการว่าหากได้มีการขุดค้นน้ำมันและแก๊สฯขึ้นมาใช้ประโยชน์ก็จะทำให้รัฐบาลของ ฮุน เซน มีรายได้มากกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีแรกของการขุดค้นและจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อได้ดำเนินการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแล้วเสร็จนั้น ก็ยิ่งทำให้ ฮุน เซน ต้องเร่งผลักดันแผนการนี้ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการตัดสินใจลงทุนของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานทั้งหลายในระยะที่ผ่านมานั้น ก็คือความขัดแย้งระหว่างทางการไทยกับทางการกัมพูชาที่ว่าด้วยพื้นที่พิพาทในเขตปราสาทพระวิหารและการที่ทางการของทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์จากแหล่งน้ำมันและแก๊สฯในเขตทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัน ซึ่งกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างกว่า 27,000 ตารางกิโลเมตรในเขตอ่าวไทยนั้น


โดยถึงแม้ว่าทางการไทยและกัมพูชา (ทักษิณ กับ ฮุน เซน) จะเคยตกลงในหลักการร่วมกันมาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2006 โดยตกลงแบ่งเขตทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน โดยส่วนที่อยู่ตรงกึ่งกลางก็ให้แบ่งผลประโยชน์กันในสัดส่วน 50 ต่อ 50 ก็ตาม แต่ส่วนที่ยังตกลงกันไม่ได้ ก็คือเขตทับซ้อนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของไทยและเขตทับซ้อนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของกัมพูชา เนื่องจากฝ่ายไทยนั้นเสนอให้แบ่งผลประโยชน์เป็น 60 ต่อ 40 คือใกล้ชายฝั่งของฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็จะได้ส่วนแบ่งมากกว่าแต่ฝ่ายกัมพูชากลับต้องการให้แบ่งผลประโยชน์เป็น 90 ต่อ 10 เพราะ ฮุน เซน เชื่อว่าเขตทับซ้อนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของกัมพูชานั้นมีปริมาณน้ำมันและแก๊สฯมากกว่าในเขตทับซ้อนที่อยู่ใกล้ฝั่งไทยนั่นเอง


ครั้นเมื่อ ฮุน เซน ก็ได้มองไปถึงผลประโยชน์ก้อนโตที่จะได้จากน้ำมันและแก๊สฯ (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี) แล้วนั้น ทั้งยังหวังว่าผลประโยชน์ที่ว่านี้จะทำให้มีชัยอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาบริหารชุมชนท้องถิ่น (Commune Council) ทั่วประเทศในต้นปี 2012 อันจะเป็นการวางฐานคะแนนเสียงไว้เพื่อรองรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ (National Assembly) ในกลางปี 2013 ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ ฮุน เซน นั้นยิ่งจะต้องเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับไทยให้บังเกิดผลให้เร็วที่สุด และเพื่อเป็นการทำให้ได้ผลตามที่ต้องการดังกล่าว ฮุน เซน ก็ยอมปรับเปลี่ยนผลประโยชน์ในส่วน 90 ต่อ 10 นั้นมาเป็นสัดส่วนที่ ฮุน เซน เชื่อว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้นน่าจะยอมรับได้ ก็คือ 80 ต่อ 20 และส่วนที่อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกันนั้นก็ให้คงไว้ที่ 50 ต่อ 50 ต่อไป


ยิ่งไปกว่านั้น ฮุน เซน ก็ยังได้เชื้อเชิญให้ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีนคือ China National Offshore Oil Corp (CNOOC) นั้นให้เข้ามามีเอี่ยวในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและแก๊สฯในอ่าวไทยด้วย จึงถือเป็นสิ่งที่กดดันต่อกลุ่ม Chevron เป็นอย่างมากจนถึงขนาดที่ประธานกลุ่มอย่าง Steve Glick นั้นต้องบินตรงจากกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อมาปฏิบัติภารกิจพิเศษทั้งในไทยและกัมพูชาด้วยการนำทัพนักธุรกิจอเมริกันในนามของ US-ASEAN Business Council ตระเวณไปพบปะเจรจากับทางการกัมพูชาและไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว


ส่วนทางฝ่าย CNOOC นั้นก็ได้ตั้งความหวังที่จะได้รับส่วนแบ่งในผลประโยชน์จากน้ำมันและแก๊สฯในเขตทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างไทยกับกัมพูชานี้อยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยถึงแม้ว่าจะมาทีหลังก็ ตาม แต่การที่สื่อของทางการจีนอย่างสำนักข่าว XINHUA ได้โหมข่าวเกี่ยวกับการครองอันดับ 1 ของจีนในฐานะที่มีมูลค่าการลงทุนในกัมพูชามากที่สุด กล่าวก็คือในขณะที่จีนมีมูลค่าการลงทุนสะสมในกัมพูชาทะลุหลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วนั้น สหรัฐฯยังคงมีมูลค่าการลงทุนสะสมในกัมพูชาเพียงไม่ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น จึงทำให้จีนมั่นใจว่าสถานภาพของ CNOOC ในสายตา ฮุน เซน นั้นย่อมไม่ด้อยไปกว่ากลุ่ม Chevron จากสหรัฐฯอย่างแน่นอน


ยิ่งเมื่อประกอบกับการที่กลุ่มบริษัทจากจีนยังได้เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็วในระยะกว่า 2 ปีมานี้ด้วยแล้ว จึงนับเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อความต้องการของ ฮุน เซน โดยตรงอีกต่างหาก


อย่างไรก็ตาม การที่มียักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างก็ได้เข้ามามีเอี่ยวด้วยเช่นนี้ย่อมหมายถึงเกมการแย่งชิงผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในเขตอ่าวไทยที่จะมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ระหว่าง ฮุน เซน กับ ทักษิณ เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว และที่สำคัญก็คือรัฐบาลไทยภายใต้ น..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (น้องสาวสุดที่รักของ ทักษิณ) ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับรู้ถึงความจริงในข้อนี้ด้วยเช่นกัน!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]