• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567893
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันจันทร์ ที่ 12 มีนาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1423 , 07:00:36 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , แม่สีไฟ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

                            

กรณีที่กำลังเป็นที่ฮือฮากันอย่างกว้างขวางสำหรับการเมืองพม่าในเวลานี้ ก็คือการที่อดีตนายพลเอกชั้นอัศวินอย่าง ฉ่วย มานน์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) ของพม่าได้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมากับสื่อมวลชนว่า “มีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภา” เกิดขึ้นจากความเห็นที่แตกต่างกันในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารประเทศ ซึ่งในที่นี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเห็นที่แตกต่างกันระหว่าง ฉ่วย มานน์ กับประธานาธิบดีคนแรกของพม่าอย่างอดีตพลเอกเต็ง เส็ง อีกด้วย


กล่าวสำหรับความเห็นที่แตกต่างที่สำคัญในกรณีแรก ก็คือการที่ ฉ่วย มานน์ ได้เสนอให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนให้อยู่ในอัตราขั้นต่ำที่ 1 แสนจั๊ต หรือ 120 ดอลลาร์สหรัฐ และถึงแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของ เต็ง เส็ง จะไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าการปรับขึ้นเงินเดือนดังกล่าวที่จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น จะทำให้ประเทศต้องประสบกับปัญหาภัยเงินเฟ้อสูงขึ้นก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าสมาชิกสภาล่างได้ลงมติเห็นชอบด้วยเสียงอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อการเสนอดังกล่าวนี้ของ ฉ่วย มานน์ อย่างเป็นทางการแล้วในเวลานี้


ซึ่งกรณีดังกล่าวก็ตรงกันข้ามกับการนำเสนอของ เต็ง เส็ง เกี่ยวกับวิธีการลงคะแนนเพื่อแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนในทั่วประเทศเป็นครั้งแรกอย่างสิ้นเชิงเมื่อปรากฏว่า เต็ง เส็ง ในฐานะผู้นำรัฐบาลนั้นได้เสนอความเห็นต่อสภาล่างว่า “ควรให้มีการลงคะแนนอย่างเปิดเผย” แต่กลับต้องพ่ายแพ้ต่อมติดังกล่าว เมื่อเสียงส่วนใหญ่ของสภาฯกล่าวคือ 278 เสียงจากทั้งหมด 514 เสียงนั้นไม่เห็นด้วยกับการ เสนอของ เต็ง เส็ง หากเห็นสมควรให้มีการลงมติโดยปิดลับด้วยเหตุผลที่ว่า “เพื่อป้องกันสิทธิเสรีภาพในการลงคะแนนเสียงของสมาชิกสภาฯ”


โดยสาเหตุที่สมาชิกสภาฯส่วนใหญ่ได้ลงมติไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอของ เต็ง เส็ง ดังกล่าวก็เพราะว่าการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนในอดีตนั้น ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามใบสั่งของผู้มีอำนาจในสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) ภายใต้การนำสูงสุดของพลเอกอาวุโส ตัน ฉ่วย แต่ครั้นเมื่อทั้งสมาชิกสภาล่างและสภาสูงของพม่าในปัจจุบันนี้ต่างก็มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนชาวพม่าแล้วเช่นนี้ จึงทำให้สมาชิกสภาฯส่วนใหญ่เห็นสมควรที่พวกตนจะได้ใช้สิทธิได้โดยอิสระและไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกตามเช็คบิลในภายหลังนั่นเอง


แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาจากทั้งสองกรณีดังกล่าว ก็ย่อมจะทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลพม่านั้นไม่สามารถที่จะควบคุมเสียงในสภาฯได้เลย ทั้งๆที่สมาชิกส่วนใหญ่ในทั้งสองสภาฯนั้นต่างก็มาจากพรรคเดียวกันกล่าวคือ พรรคสหภาพเพื่อความสมานฉันท์และการพัฒนา (USDP) นั้น แต่ถ้าหากพิจารณาลึกลงไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองของพม่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ก็จะได้ว่ากรณีทั้งสองที่เกิดขึ้นนั้นหาใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าสถานการณ์ทางการเมืองของพม่าในเวลานี้กำลังอยู่ในห้วงของการหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาล่างจำนวน 48 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษที่พรรค USDP ของฝ่ายทหารนั้นจะได้ประลองฐานคะแนนเสียงกับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ภายใต้การนำของ อองซาน ซูจี หลังจากที่พรรค NLD เคยได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายมาแล้วในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 1990 ซึ่งรัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนั้น


แต่ครั้นเมื่อมาถึงการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2010 ที่พรรค USDP ของรัฐบาลทหารพม่าเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายนั้น ก็ปรากฏว่าพรรค NLD ไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันในการเลือกตั้งด้วย เพราะเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐบาลทหารพม่าเป็นผู้ที่กำหนดกฎ-กติกา-มารยาทเพียงฝ่ายเดียว จึงได้ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรต่อการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม ครั้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยนานาชาติได้หันมาคบค้าสมาคมและยอมรับผลการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งล่าสุดของพม่ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่าง บารัก โอบามา ที่ได้พบปะเจรจากับประธานาธิบดี เต็ง เส็ง ในระหว่างการประชุมสุดยอดร่วมกับผู้นำอาเซียนที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปลายปี 2011 นั้น ถึงกับได้ประกาศว่า Hillary Clinton รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของสหรัฐฯ จะเดินทางไปเยือนพม่า ซึ่งก็ได้ปฏิบัติตามการประกาศเช่นว่านั้นในต้นปี 2012 นี้ จึงทำให้พรรค NLD ของ อองซาน ซูจี จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางด้วยการหันกลับเข้าร่วมในเวทีการเมืองของพม่าอีกครั้งดังกล่าว


เพราะฉะนั้น ด้วยการวาดหวังว่าพรรค USDP จะสามารถตอกย้ำถึงชัยชนะที่จะต้องอยู่เหนือกว่าทุกพรรคการเมืองในพม่า ซึ่งรวมถึงพรรคคู่แข่งตลอดกาลอย่าง NLD ด้วยนั้น จึงทำให้บรรดานายทหารพม่าที่ฉลาด(แกมโกง)ทั้งหลายจำต้องสร้างภาพลักษณ์ของ “การเป็นประชาธิปไตย” ให้ทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศได้เห็นอย่างชัดเจนซึ่งนั่นก็หมายความว่าการไม่ลงรอยกันระหว่าง เต็ง เส็ง กับฉ่วย มานน์ ดังกล่าวนี้เป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้น ทั้งนี้เพราะทั้ง เต็ง เส็ง และ ฉ่วย มานน์ นั้นต่างก็มีที่มาจากศูนย์อำนาจเดียวกันหรือมาจากนายคนเดียวกัน ซึ่งก็คือ พลเอกอาวุโส ตัน ฉ่วย นั่นเอง


กล่าวสำหรับการที่ เต็ง เส็ง ในฐานะหัวหน้าพรรคUSDP ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ของพม่านั้นไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับชาวพม่าแต่อย่างใดเลย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทุกคนจะมองไปที่ พล..(อาวุโส) ตัน ฉ่วย ก็ตาม แต่การที่ ตัน ฉ่วย ได้ตัดสินใจไม่รับตำแหน่งสูงสุดในคณะรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเช่นนี้ ก็ทำให้ชาวพม่าเข้าใจได้ทันทีว่า ตัน ฉ่วย นั้นได้เลือกคนที่ตนเองไว้วางใจที่สุดให้นั่งบนตำแหน่งดังกล่าวนี้


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า เต็ง เส็ง นั้นได้พิสูจน์ถึงความภักดีที่มีต่อ ตัน ฉ่วย มาอย่างยาวนานและก็ไม่เคยทำ ให้ ตัน ฉ่วย ต้องผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยผลงานชิ้นโบว์แดงในอดีตนั้น ก็คือการนำมวลชนของ กองทัพพม่าไปสกัดกั้นขบวนรถเพื่อการรณรงค์ประชาธิปไตยทางการเมืองของพรรค NLD ภายใต้การ นำของ อองซาน ซูจี จนก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในปี 2003 ซึ่งไม่เพียงจะทำให้มวลชนของ อองซาน ซูจี ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปนับเป็นร้อยๆคนเท่านั้น แต่เหตุปะทะในครั้งนั้นก็ยังเป็นอีกครั้งหนึ่งที่รัฐบาลทหารพม่าใช้เป็นเหตุผลในการกักบริเวณ อองซาน ซูจี ไว้ภายในบ้านพักเป็นครั้งที่ 3 อีกด้วย


ยิ่งกว่านั้น เต็ง เส็ง ยังได้แสดงบทบาทอย่างสำคัญในการเป็นองครักษ์พิทักษ์ ตัน ฉ่วย อย่างสุดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังจากที่ได้ร่วมมือกับ ตัน ฉ่วย ในการกำจัด พล..ขิ่น ยุ้นต์ ให้พ้นไปจากเส้นทางการเสริมสร้างอำนาจและบารมีของ ตัน ฉ่วย ได้สำเร็จในเดือนตุลาคม 2004 นั้น ก็ยิ่งทำให้ผู้ นำสูงสุดของรัฐบาลทหารพม่าอย่าง ตัน ฉ่วย นั้นมีความไว้วางใจ เต็ง เส็ง มากยิ่งขึ้นและได้ตอบแทนเต็ง เส็ง ด้วยการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการเอก SPDC ซึ่งถือเป็นผู้มีอำนาจอันดับที่ 3 รองจาก ตัน ฉ่วย และ พล..หม่อง เอ รองประธาน SPDC นั่นเอง


ครั้นเมื่อผู้ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน ขิ่น ยุ้นต์ อย่าง พล..โซ วิน ได้เสียชีวิตไปในอีกสามปีต่อมา และด้วยการที่เป็นผู้ที่สามารถตอบสนองความต้องการของ ตัน ฉ่วย ได้ในทุกเรื่องทุกราวนั้นก็ได้เป็นผลทำให้ เต็ง เส็ง ได้รับการปูนบำเน็จด้วยการถูกแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน โซ วิน ผู้ล่วงลับ และจนกระทั่งถึงเวลานี้ด้วยการทุ่มเทให้กับ “นาย” อย่างไม่คิดชีวิตในตลอดระยะเวลาอันยาว นานถึงสองทศวรรษนับจากที่ ตัน ฉ่วย ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน SPDC ในปี 1992 เป็นต้นมานั้น จึงทำให้ เต็ง เส็ง ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกตามรัฐธรรมนูญใหม่ของพม่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2011 ซึ่งก็เป็นไปตามความประสงค์ของ ตัน ฉ่วย นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การที่ ตัน ฉ่วย ได้ตกลงปลงใจเลือกให้ เต็ง เส็ง ครองตำแหน่งสูงสุดในคณะรัฐบาลใหม่ของพม่าแทนตนเช่นนี้ ก็ได้เป็นผลทำให้ชาวพม่าจำนวนไม่น้อยที่ต่างก็ได้พากันพยายามค้นหาสาเหตุที่เป็นเหตุผลอยู่เบื้องหลังกันอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว ซึ่งก็ปรากฏว่ามีอยู่เหตุผลหนึ่งที่ชาวพม่าต่างก็เห็นตรงกันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ ตัน ฉ่วย ตัดสินใจไม่นั่งในตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยตนเองนั้นคือบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำหนดให้ผู้ที่มีตำแหน่งในคณะรัฐบาลพม่า ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินของตนและสมาชิกทุกคนในครอบครัวด้วย


ซึ่งแน่นอนว่าด้วยการครองอำนาจสูงสุดในทางการเมืองของพม่ามายาวนานกว่าสองทศวรรษนั้นย่อมทำให้ ตัน ฉ่วย และครอบครัวมีโอกาสกอบโกยความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาล เฉพาะอย่างยิ่ง การกอบโกยผลประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ เช่น อัญมณี ป่าไม้ น้ำมันและแก๊สธรรมชาติ เป็นต้น


ในขณะเดียวกัน ตัน ฉ่วย ก็ยังคงรักษาฐานอำนาจทางทหารของตนไว้ได้อย่างมั่นคง โดยจะเห็นได้จากการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” (พล..มิน ออง เลง ซึ่ง ตัน ฉ่วย เป็นผู้แต่งตั้ง) มีอำนาจที่เป็นอิสระจากรัฐบาลทั้งในด้านการบริหารและการออกคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการภายในของกองทัพ และ “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” ยังมีสถานภาพเป็นสมาชิกใน “สภาความมั่นคงและป้องกันชาติ” (โดยมีประธานาธิบดีเป็นประธาน) รวมทั้งยังมีอำนาจในการประกาศใช้มาตรการบริหารประเทศในสภาวะฉุกเฉินได้โดยที่ไม่ต้องผ่านการห็นชอบจากรัฐสภาอีกต่างหาก


แต่ถึงกระนั้น ตัน ฉ่วย ก็ยังไม่หนำใจในอำนาจที่มีอยู่ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้จัดตั้งองค์กรที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกองค์กรหนึ่งโดยใช้ชื่อว่า “สภาสูงสุดแห่งรัฐ” ซึ่งมีสมาชิก 8 คนภายใต้การเป็นประธานของ ตัน ฉ่วย ในขณะที่ผู้เป็นประธานาธิบดีอย่าง เต็ง เส็ง นั้นมีสถานภาพเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นเช่นเดียวกันกับ ฉ่วย มานน์ ประธานสภาแห่งชาติ (สภาล่าง) และ ขิ่น ออง มินต์ ประธานสภาชนชาติ (สภาสูง) ต่างก็ล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของ ตัน ฉ่วย ในฐานะสมาชิกใน “สภาสูงสุดแห่งรัฐ” ดังกล่าวนี้ทั้งสิ้น


ฉะนั้น สิ่งที่ปรากฏในทางการเมืองของพม่าในเวลานี้จึงเป็นเพียงการโชว์ “ประชาธิปไตย” เท่านั้น และการโชว์ในครั้งนี้ยังแฝงไปด้วยนโยบายประชานิยมอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ส่วนการให้มีการลงมติอย่างปิดลับในการแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนนั้นก็มีนัยที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงการเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของสมาชิกสภาท้องถิ่นในอันที่จะเลือกผู้นำชุมชนในแต่ละท้องถิ่นได้โดยอิสระด้วยนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมเชียร์พม่าเรื่องก้าวย่างไปสู่ระบอบประัชาธิปไตย
แต่อย่าเพิ่งดีใจกันมากเกินไปนัก ขุนทหารผู้เผด็จการไม่ยอมลงจากหลังสือแบบง่าย ๆ ดอกครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
toondee วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ชาวพม่ากำลังใจชื้น แต่จะชื้นนานไหม เป็นเรื่องที่ต้องติดตามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ประชาธิปไตยแบบพม่า
ขุนศึกครองอำนาจและเงินทุน

หุหุ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงวอ วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

บางอย่างน่าจะดีขึ้น
แต่บางกรณีก็น่าห่วง

โดยเฉพาะพฤติกรรมนักการเมือง



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]