• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567592
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 8308 , 16:17:45 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ลูกเสือหมายเลข9 , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

สะหมาน อะเนกา ผู้อำนวยการบริษัท ล้านช้าง ไมเนอรัล จำกัด (บริษัทลูกของ Minerals and Metals Group จากประเทศจีน) ผู้ลงทุนในการขุดค้นแร่ทองคำและแร่ทองแดง ในเขตเมืองเซโปนและวีละบุลีแขวงสะหวันนะเขตของลาว ได้แถลงให้การยอมรับว่าการขุดค้นแร่ทองคำในตลอดระยะ 10 ปีมานี้ได้เป็นผลทำให้ปริมาณแร่ทองคำในเขตสัมปทานลดลงอย่างต่อเนื่อง และผลจากการสำรวจล่าสุดยังทำ ให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าปริมาณแร่ทองคำที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตสัมปทานในเวลานี้จะถูกขุดค้นขึ้นมาจนหมดเกลี้ยงภายในปี 2013 หรือในอีกหนึ่งปีเท่านั้น


ซึ่งนั่นก็หมายความว่าถ้าหากภายในปี 2013 ยังคงไม่มีการสำรวจพบแหล่งแร่ทองคำแหล่งใหม่ก็ย่อมจะเป็นผลทำให้เหมืองแร่ที่เมืองเซโปนและวีละบุลีดังกล่าวจะยังคงเหลือเพียงผลผลิตจากแร่ทองแดงเท่านั้นนับจากปี 2014 เป็นต้นไป เพราะแร่ทองคำที่เหลืออยู่ในเวลานี้มีปริมาณเพียง 65,000 ออนซ์ ในปี 2012 นี้และจะลดลงเหลือเพียงไม่เกิน 60,000 ออนซ์เท่านั้นในปี 2013 ดังกล่าว


แต่ถึงกระนั้น ด้วยเทคโนโลยีการขุดค้นที่ทันสมัยก็ทำบริษัทล้านช้าง ไมเนอรัลจำกัดสามารถขุดค้นแร่ทองคำได้ในปริมาณรวมถึง 74,484 ออนซ์ในปี 2011 ที่ผ่านมา ส่วนขุดค้นแร่ทองแดงนั้น ก็ทำได้มาก กว่า 78,800 ตันหรือเพิ่มขึ้นจากปี 2010 คิดเป็นสัดส่วนที่เกินกว่า 20% ซึ่งก็ทำให้นักขุดค้นแร่จากจีนมั่นใจว่าผลผลิตแร่ทองแดงในตลอดปี 2012 นี้จะมีปริมาณรวมมากกว่า 85,000 ตันอย่างแน่นอน


นอกจากนี้ บริษัทล้านช้าง ไมเนอรัลจำกัด ยังรายงานด้วยว่าในปี 2011 ที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ได้ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีอากรต่างๆ ให้กับรัฐบาลลาวคิดเป็นมูลค่ารวมถึง 205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมถึงเงินปันผลในมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการที่รัฐบาลลาวได้ร่วมถือหุ้นลงทุนในโครงการในสัดส่วน 10% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดด้วย และถ้าหากจะนับจากที่ได้เริ่มการขุดค้นแร่ธาตุของเหมืองแร่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมานั้นก็ปรากฏว่ารัฐบาลลาวได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งจากเหมืองแร่เซโปนแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


อย่างใดก็ตาม ปัญหาที่บรรดาองค์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในระดับสากลมีความเป็นห่วงมากที่สุดต่อการขุดค้นแร่ธาตุในลาวในเวลานี้ ก็คือปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงสภาพชีวิตการเป็นอยู่ของประชาชนลาวด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยถึงแม้ว่าบริษัทล้านช้าง ไมเนอรัลจำกัด จะยืนยันมาโดยตลอดว่าบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ได้ดำเนินการเคียงคู่กันไปกับการยกระดับชีวิตการเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ในความเป็นจริงก็คือสิ่งปฏิกูลจากเหมืองนั้นจะยังคงตกค้างอยู่ในลาวต่อไปอีกนับเป็นร้อยๆปีเลยทีเดียว


ทางด้าน สุลิวง ดาลาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ ก็แถลงยอมรับว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลลาวต้องทำการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยแร่ธาตุ ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาและรับรองจากสภาแห่งชาติลาวชุดที่ 7 เมื่อไม่นานมานี้ ก็คือการที่มีบทบัญญัติหลายๆ มาตราในกฎหมายดังกล่าวยังไม่ ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาไม่น้อยต่อการบริหารงานในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในช่วงที่ผ่านมา


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานในโครงการต่างๆนั้น ยังต้องเผชิญกับปัญหายุ่งยากทั้งในด้านเอกสารและการปฏิบัติที่เป็นจริงของผู้สัมปทานด้วย เมื่อปรากฏว่าผู้สัมปทานจำนวนไม่น้อยที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญานั้นสามารถที่จะหลีกเลี่ยงความผิดได้ด้วยวิธีการต่างๆนานา ซึ่ง สุลิวง ได้สะท้อนถึงปัญหาดังกล่าวนี้ว่า


“รูปการณ์ที่หนึ่งแม่นมีการขอสัมปทานซอกค้นสำรวจในหลายเขต หลายบ่อน และหลายแร่ธาตุ รูปการณ์ที่สองแม่นขอต่ออายุการซอกค้นและสำรวจ หรือต่ออายุสัญญาต่างๆ หลายๆครั้ง รูปการณ์ที่สามแม่นขอขยายเนื้อที่ รูปการณ์ที่สี่กะแม่นขอทดแทนเนื้อที่ที่บ่เศรษฐกิจ หมายความว่าขอเปลี่ยนเอาเนื้อที่ใหม่แทนเนื้อที่เก่า ด้วยเหตุนี้ จึงเฮ็ดให้ยุ่งยากต่อการกวดกา”


ในปัจจุบัน รัฐบาลลาวได้อนุมัติสัมปทานการสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุให้กับเอกชนลาวและต่างชาติไปแล้วถึง 184 บริษัท โดยในจำนวนนี้เป็นต่างชาติ 140 บริษัทที่ได้รับสัมปทานสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุใน 200 กว่าโครงการ ส่วนอีกกว่า 100 โครงการนั้นเป็นสัมปทานของเอกชนลาว 44 บริษัทที่ในความเป็นจริงแล้วต้องการถือสัญญาสัมปทานไว้เพื่อขายต่อให้กับต่างชาติเป็นด้านหลัก


ยิ่งไปกว่านั้น ความไม่เชื่อมั่นว่ากลไกของรัฐบาลลาวจะสามารถดำเนินการตรวจสอบโครงการเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึงนั้นยังได้กลายเป็นปัญหาที่ประชาชนลาวได้ร้องเรียนไปถึงสภาแห่งชาติลาวมากที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้โดย ไซสมพอน พมวิหาน รองประธานสภาแห่งชาติลาว ได้แถลงชี้แจงในเรื่องดังกล่าวนี้ว่า


“สิ่งที่มีความพ้นเด่นน่าเป็นห่วงและแตะต้องต่อผลประโยชน์ของประชาชน และก็มีท่าเอียงที่เป็นการเอาเปรียบประชาชนตามที่ประชาชนได้ส่องแสงมา ก็แม่นปัญหาเรื่องการขุดค้นแร่ธาตุอย่างซะซาย โดยเฉพาะการขุดค้นคำจำนวนหนึ่งอยู่บางท้องถิ่นอยู่บางแขวง ซึ่งการขุดค้นอย่างซะซายดังกล่าวก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายที่ได้ส่งผลสะท้อนต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและสุขภาพของประชาชนอีกด้วย”


โดยจากรายงานของ กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาว ก็ได้ระบุว่า ในจำนวนสัมปทานการสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุที่รัฐบาลลาวได้อนุมัติให้กับเอกชนลาวและต่างชาติไปแล้วทั้ง 300 กว่าโครงการนั้นได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 3 ล้านเฮกตาร์หรือเกือบ 19 ล้านไร่เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจังว่าทั้งเอกชนลาวและต่างชาติได้ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานอย่างแท้จริงหรือไม่นั้นก็ย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติในลาวอย่างกว้างขวางและผู้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือประชาชนลาว


โดยการลงทุนของต่างชาติที่ถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดและได้ส่งออกทองคำ เงินและทองแดงไปต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมาแล้วนั้นคือเหมืองเซโปนที่เมืองวีละบุลี แขวงสะหวันนะเขต นั่นเอง ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่ได้เริ่มส่งออกทองคำ เงิน และทองแดง นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาแล้วนั้น ก็คือเหมืองแร่ที่ภูเบี้ยและภูคำในแขวงเวียงจันทน์และเซียงขวาง ที่ลงทุนโดยกลุ่ม Pan Australia นั้นก็ได้ชำระค่าสัมปทานและค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้รัฐบาลลาวแล้วกว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการที่กลุ่ม Pan Australia ได้สำรวจพบแหล่งแร่ทองคำ ทองแดงและแร่เงินเพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้สามารถขยายระยะเวลาในการขุดค้นออกไปได้อีกกว่า 1 ทศวรรษด้วยแล้ว ก็หมายถึงรายรับที่จะได้เพิ่มสูงขึ้นของรัฐบาลลาวด้วยเช่นกัน


ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีบริษัทต่างชาติอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังดำเนินการสำรวจและขุดค้นหาแหล่งแร่ธาตุในลาวอย่างกว้างขวางในเวลานี้ เฉพาะอย่างยิ่ง โครงการขุดค้นแร่บ็อกไซด์และการสร้างโรงงานผลิตอลูมิเนียมในแขวงจำปาสักและเซกอง ซึ่งกลุ่มลงทุนจากจีนจะเริ่มขุดค้นและผลิตแร่ดังกล่าวนี้ในปี 2012 และ 2015 ตามลำดับนั้นก็ยังจะทำให้รัฐบาลลาวมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกด้วย เนื่องจากว่าทั้งสองโครงการนี้จะต้องใช้เงินลงทุนรวมกันมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง


นอกจากนี้ กลุ่มทุนจีนยังมีสัมปทานขุดค้นแร่เหล็กในแขวงเซียงขวาง สัมปทานการขุดค้นและก่อสร้างโรงงานหลอมเหล็กที่เมืองวังเวียงในแขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่ดีบุกในแขวงคำม่วน โครงการขุดค้นแร่สังกะสีที่วังเวียง โครงการขุดค้นแร่โปแตสเซียมในแขวงเวียงจันทน์ โครงการขุดค้นแร่ทองคำ เงินและทองแดงในแขวงหลวงพระบางและแขวงอุดมไซ ซึ่งจะเริ่มการผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศภายใน 1-3 ปีข้างหน้านี้ก็คือส่วนที่จะสร้างรายรับให้กับรัฐบาลลาวได้มากขึ้นไปอีกนับเท่าทวีคูณ


ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของลาว จะได้ให้การยืนยันในโอกาสการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างลาวกับจีนครบรอบ 50 ปีในปี 2011 ว่าการร่วมมือระหว่างลาวกับจีนได้มีการพัฒนาดีขึ้นในทุกๆด้าน


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ปี 2000 ที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้เริ่มทำการเดินทางเยือนระหว่างกันอย่างเป็นทางการเป็นต้นมานั้น ก็ได้ยังผลทำให้มีการตกลงในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาร่วมกันอย่างรอบด้านเมื่อปี 2009 ที่ทำให้การร่วมมือระหว่างสองประเทศได้ถูกยกขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับแต่นั้นมา


ในปัจจุบัน จีนนับเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ให้การช่วยเหลือแก่ลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากนับจากปี 1990 จนถึงปี 2011 ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่ารัฐบาลจีนได้ให้การช่วยเหลือแก่รัฐบาลลาวคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว


ส่วนในด้านการค้าระหว่างลาวกับจีนนั้น ก็มีมูลค่ารวมมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าบรรดานักธุรกิจจากจีนได้พากันหลั่งไหลเข้าไปลงทุนในลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงปี 2000-2011 นั้น ก็ปรากฏว่ากลุ่มธุรกิจจีนได้เข้าไปลงทุนในลาวคิดเป็นมูลค่าสะสมมากกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และถึงแม้ว่าจะถูกเวียดนามแซงขึ้นมาเป็นผู้ลงทุนในลาวมากที่สุดในปัจจุบันนี้ก็ตาม แต่ด้วยการลงทุนในด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่อย่างไม่มีการจำกัดดังกล่าว จึงทำให้เชื่อได้เลยว่าจีนจะสามารถทวงคืนความเป็นที่หนึ่งในลาวจากเวียดนามได้ในเร็วๆนี้


ซึ่งนั่นก็หมายความว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในลาวนั้นจะต้องตกอยู่ภายใต้กำมือของกลุ่มทุนจีนอย่างเบ็ดเสร็จในเร็วๆนี้เช่นกัน!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงวอ วันที่ : 27/03/2012 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

มนุษย์คือผู้ทำลายธรรมชาติ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หมาปากเปราะ วันที่ : 27/03/2012 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/forestwatch

ผมเคยได้นั่งคุยกับชนชั้นกลางในลาว เขาบอกว่า ลาวไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก มีการทุจริต คอรัปชั่นในระดับชนชั้นนำมาก มีเส้นสายทุกระบบ เหมืองทองที่ขุดได้ ผลประโยชน์จะมาตกกับชนชั้นนำเป้นส่วนใหญ่ แต่ที่ลาว คนลาวออกมาประท้วง ออกมาพูดไม่ได้ ก็เหมือนที่จีนนั่นแหละครับ ใครไปทำธุรกิจที่นั่นจะรู้ว่าคอรัปชั่นหนักหนาเหมือนกัน จนมีเรื่องล้อรูปปั้นท่านประธานเหมาะที่เฉิงตูว่าเป็นการเตือนว่าจ่ายใต้โต๊ะหรือยัง ถ้ายังให้จ่ายซะ นี่เป็นตลกร้ายที่ไกด์เขาเอามาล้อประเทศเขา ดังนั้นจะเห็นว่า คอมมิวนิสต์ ไม่ใช่เป็นระบอบปกครองที่ดีที่สุดที่ควรแสวงหา ออกจะเป็นเผด็จการด้วยซ้ำ ไอ้พวกซ้ายหลงยุคที่อยากเป็นคอมฯกันจังนี่ก็แค่อยากขึ้นมาเป็นชนชั้นนำบ้างแค่นั้นเอง หรือธิดาแดงจะเถียง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 27/03/2012 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

มันตะบี้ตะบันขุด

ลาวก็มองตาปริบ ๆ

มลภาวะตามมาอื้อ

หุหุ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 27/03/2012 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พรุน
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]