• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567592
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1773 , 15:06:33 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , Supalak โหวตเรื่องนี้

                   

ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาได้สร้างความปิติยินดีให้กับบรรดาผู้สนับสนุนและพลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพม่า (NLD) ภายใต้การนำของ อองซาน ซูจี เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้ทำให้พวกเขาต่างก็มองไปถึงอนาคตทางการเมืองของ NLD และ อองซาน ซูจี ที่สดใสมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมองไปถึงชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2015


ทั้งนี้ก็เนื่องจากบรรดาผู้สนับสนุนและพลพรรคของ NLD ทั้งหลายนั้นต่างก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าการที่พรรค NLD สามารถกวาดที่นั่งในรัฐสภาจากการเลือกตั้งซ่อมในครั้งล่าสุดนี้ได้ถึง 43 ที่นั่งจากทั้งหมด 45 ที่นั่งนั้นมันได้แสดงถึงเจตนารมณ์ของชาวพม่าทั้งประเทศที่ต้องการประชาธิปไตยในทางการเมืองอย่างแท้จริงนั่นเอง


แต่ถึงกระนั้น การมองดังกล่าวก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการมองในด้านบวกเพียงด้านเดียว เพราะจะต้องไม่ลืมความเป็นจริงที่ว่าในรัฐสภาของพม่า ทั้งสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) และสภาชนชาติ (สภาสูง) นั้นกว่า 90% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด 664 คนนั้นเป็นคนของกองทัพและพรรคพันธมิตรของทหารทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่า 43 ที่นั่งของพรรค NLD ภายใต้การนำของ อองซาน ซูจี นั้นคิดเป็นสัดส่วนเพียงไม่ถึง 7% ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดด้วยซ้ำ


นอกจากนั้น ก็จะต้องไม่ลืมด้วยว่าการที่พรรค NLD และ อองซาน ซูจี ได้ตัดสินใจเข้าร่วมในการเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุดนี้ด้วยนั้น ย่อมหมายถึงการยอมรับผลการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2010 ที่ NLD ได้ประกาศคว่ำบาตรอันเป็นผลทำให้พรรคสมานฉันท์และการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP) ของกองทัพเป็นฝ่ายได้ชัยชนะอย่างถล่มทลายด้วย


นั่นก็หมายถึงความชอบธรรมในการปกครองประเทศของอดีตรัฐบาลทหารพม่าต่อไป ส่วนผู้ที่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่งยวดในระยะต่อไปนี้ ก็คือ อองซาน ซูจี และพลพรรค NLD เพราะการที่จะหวนกลับไปทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบเดิมนั้นย่อมถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง

ที่จะทำให้ อองซาน ซูจี นั้นต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากยิ่งกว่าในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

กล่าวคือแรกเริ่มเดิมทีนั้น อองซาน ซูจี ได้ปรับเปลี่ยนจากสถานะของลูกสาวที่ได้เดินทางกลับไปพม่าเพื่อเยี่ยมอาการของผู้เป็นมารดาที่กำลังป่วยหนัก แต่ครั้นเมื่อมีการเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประ ชาธิปไตยโดยนักศึกษาพม่าอันเป็นที่มาของการปราบปรามครั้งใหญ่ในวันที่ 8 สิงหาคม 1988 (หรือที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ 8-8-88 ของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยในเวลานี้) ก็ปรากฏว่า อองซาน ซูจี นั้นได้เลือกทางเดินในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอันเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของรัฐบาลทหารพม่าไปในทันที


ครั้นเมื่อสถานภาพได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ จึงทำให้รัฐบาลทหารพม่าต้องหาทางเล่นงาน อองซาน ซูจี ในทุกๆครั้งที่มีโอกาส ซึ่งจะเห็นได้จากการจับกุมคุมขัง อองซาน ซูจี ครั้งแรกในปี 1989 โดยการอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึก และในปีถัดมา ถึงแม้ว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่ อองซาน ซูจี เป็นเลขาธิการพรรคนั้นจะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1990 นั้น ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าก็ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งก็ยังได้คุมขัง อองซาน ซูจี ต่อไปจนครบกำหนดโทษ 3 ปีและได้ขยายระยะเวลาในการคุมขังต่ออีก 3 ปีอีกต่างหาก


ซึ่งนั่นก็เป็น 6 ปีแรกของการถูกคุมขังด้วยการกักบริเวณไว้แต่ภายในบ้านพักของ อองซาน ซูจี เองและถึงแม้ว่า อองซาน ซูจี จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 1991 ก็หาได้ช่วยทำให้นางได้รับการลดผ่อนโทษทัณฑ์แต่อย่างใดไม่ (ทั้งๆที่รัฐบาลทหารพม่าอยากจะให้ อองซาน ซูจี นั้นเดินทางไปรับรางวัลด้วยตัวเองแทบใจจะขาด)


แต่ครั้นเมื่อได้รับอิสรภาพครั้งแรกในปี 1995 และถึงแม้ว่า อองซาน ซูจี นั้นจะดำเนินกิจกรรมในทาง การเมืองด้วยสันติวิธีก็ตาม หากแต่สำหรับรัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำอันสูงสุดของ ตัน ฉ่วย แล้วถือว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของ อองซาน ซูจี และพลพรรค NLD นั้นก็คือการท้าทายอำนาจที่เผด็จการทหารจะยอมมิได้ เพราะฉะนั้น อิสรภาพของ อองซาน ซูจี ในครั้งแรกนั้น จึงต้องถูกควบคุมความเคลื่อนไหวในทุกฝีก้าว


ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงการไม่ยินยอมอนุญาตให้ Michael Aris (ผู้เป็นสามีที่กำลังป่วยหนัก) เดินทางเข้า ไปในกรุงย่างกุ้งเพื่อพบหน้า อองซาน ซูจี (ผู้เป็นภริยา) เป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า ตัน ฉ่วย นั้นต้องการให้ อองซาน ซูจี เป็นฝ่ายที่จะต้องเดินทางไปเยี่ยมสามี ด้วยหวังว่าจะได้ไม่ต้องอยู่เป็นเสี้ยนหนามทางการเมืองภายในพม่าอีกต่อไปนั่นเอง


แต่จนแล้วจนรอด รัฐบาลทหารพม่าก็สามารถหาเรื่องหาราวเพื่อเล่นงาน อองซาน ซูจี ได้อยู่ดีอันเป็นที่มาของการกักบริเวณครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2000 เป็นเวลา 18 เดือนโดยการอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ 1975 และครั้นเมื่อได้รับอิสรภาพเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2002 ก็ยัง นำไปสู่การกักบริเวณอีกเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2003 โดยการอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับเดิม ทั้งก็ยังได้มีการขยายระยะเวลาในการกักบริเวณดังกล่าวทุกๆ 3 ปีอีกต่างหาก


ซึ่งนั่นก็หมายความว่ารัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำอันสูงสุดของ ตัน ฉ่วย นั้น นอกจากจะไม่เคยสนใจใยดีในอันที่จะเจรจาเพื่อปรองดองชาติร่วมกับ อองซาน ซูจี แล้วยังได้พยายามหาเหตุอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่ว่าจะได้กีดกัน อองซาน ซูจี ให้ออกไปจากวงจรทางการเมืองในพม่าอย่างสิ้นเชิง ดังจะเห็นได้จากการขยายการกักบริเวณเป็นเวลา 18 เดือนในครั้งหลังสุดก็หาใช่ความผิดของ อองซาน ซูจี แต่อย่างใดหากเป็นเพราะหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันลักลอบว่ายน้ำข้ามทะเลสาบเข้าไปในบ้านพักของนาง


เพราะฉะนั้น จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็จะเห็นได้ว่าการดำเนินกิจกรรมอย่างใดๆของ อองซาน ซูจี ในระยะต่อไปนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยถ้าหาก อองซาน ซูจี จะยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในแนว ทางเดิม เช่นการจัดขบวนคาราวานเพื่อไปพบปะกับผู้สนับสนุนพรรค NLD หรือแม้แต่การเรียกร้องให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบต่างๆก็ตามก็เชื่อได้เลยว่า อองซาน ซูจี นั้นจะต้องเผชิญกับการถูกหาทางเล่นงานจากอดีตรัฐบาลทหารพม่าเป็นแน่


แต่ที่จะแตกต่างไปจากที่แล้วมา ก็คือรัฐบาลทหารที่ได้แปลงร่างมาเป็นรัฐบาลพลเรือนอย่างสมบูรณ์แล้วในทุกวันนี้ ย่อมสามารถที่จะอ้างความชอบธรรมของการเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ และในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถที่จะสมอ้างได้ด้วยว่า พม่านั้นเป็นประเทศที่มีอำนาจทั้งสามอย่างครบถ้วน เฉกเช่นเดียวกันกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลายที่มีทั้งอำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหารอย่างครบครันแล้วอีกต่างหาก


แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีอยู่อย่างหนึ่งที่ อองซาน ซูจี นั้นสามารถที่จะกระทำได้ ซึ่งก็คือการดำเนินกิจกรรมที่มุ่งเน้นที่การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่าให้ดีขึ้น โดยในความเป็นจริงแล้ว อองซาน ซูจี ก็เคยดำเนินกิจกรรมในด้านดังกล่าวมาแล้ว ด้วยการแปรเปลี่ยนเงินที่ได้จากรางวัลโนเบล 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นเป็นกองทุนพัฒนาการศึกษาและสุขภาพอนามัยของแม่และเด็กในพม่า เพียงแต่ว่าบทบาทในด้านนี้ได้ขาดหายไปกับการเผชิญหน้ากับรัฐบาลทหาร


นอกจากนี้ การที่รัฐบาลทหารพม่าได้จัดตั้งสมาคมเพื่อความสมานฉันท์ และการพัฒนาแห่งสหภาพหรือ USDA (ที่แปลงร่างมาเป็นพรรค USDP ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดนี้) ขึ้นในปี 1993 นั้นก็เพื่อแสดงบทบาทเหมือนกับกองทุนดังกล่าวของ อองซาน ซูจี และเมื่อประกอบกับการที่รัฐบาลทหารพม่าได้ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณควบคู่กันไป จึงทำให้สามารถดึงมวลชนทั้งของพรรค NLD และชาวพม่าโดยทั่วไปได้มากกว่า 25 ล้านคนจากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 29 ล้านกว่าคน


เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่า อองซาน ซูจี จะหวนกลับไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาเพื่อยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่าให้ดีขึ้นเช่นนี้ เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติอย่างล้นหลาม แน่นอน และเมื่อถึงการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ก็น่าที่จะทำให้ อองซาน ซูจี และพรรค NLD สามารถต่อกรกับกลไกและเครือข่ายอำนาจของฝ่ายทหารได้แน่นอน ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขอยู่ว่า อองซาน ซูจี กับพลพรรค NLD นั้นจะต้องไม่เผชิญหน้ากับฝ่ายทหารเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]