• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567595
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1908 , 15:32:11 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , พันธุ์สังหยด และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของไทย ได้แถลงยืนยันอย่างหนักแน่นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมาว่าทางการลาวสามารถจับกุม “หน่อคำ” ผู้นำกองกำลังติดอาวุธชาวไทใหญ่สัญชาติพม่าได้แล้ว โดยในขณะนี้ทางการลาวและจีนก็กำลังร่วมกันสอบสวน “หน่อคำ” อยู่ที่สถานกักกันแห่งหนึ่งในนครเวียงจันทน์ (ล่าสุดทางการลาวได้ส่งตัว หน่อคำ ให้กับทางการจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)


โดยถึงแม้ว่า สุรพงษ์ จะไม่ได้ให้การอธิบายว่าทำไม? ทางการลาวถึงยอมให้ทางการจีน (แต่ไม่ยอมให้ไทยและพม่า) เข้าร่วมในการสอบสวน “หน่อคำ” ในครั้งนี้ด้วยก็ตาม หากก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในวงการทูตต่างประเทศในลุ่มน้ำโขงเป็นอย่างดีว่านั่นก็เป็นเพราะอิทธิพลและอำนาจการต่อรองของจีนที่มีต่อประเทศในลุ่มน้ำโขงด้วยกันมากขึ้นทุกขณะนั่นเอง


กล่าวสำหรับในกรณีของการจับกุม “หน่อคำ” ได้ในเขตอธิปไตยของลาวดังกล่าวนี้ ก็เนื่องจากว่าทาง การจีนนั้นต้องการตัว “หน่อคำ” ไปดำเนินคดีอาญาในประเทศของตนเพราะเชื่อว่า “หน่อคำ” และลูกสมุนหลายสิบคนนั้นได้ร่วมกันสังหารลูกเรือขนส่งสินค้าของจีนจำนวน 13 ศพ ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2011 ทั้งก็ยังได้ตั้งข้อสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ไทยที่ร่วมปฏิบัติการด้วยกำลังอาวุธเพื่อเข้าสกัดจับเรือขนส่งสินค้าของจีน 2 ลำที่มีผู้เสียชีวิตดังกล่าวอีกด้วย


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าในขณะที่กำลังทหารไทยได้เข้าควบคุมเรือขนส่งสินค้าทั้ง 2 ลำดังกล่าวนั้นก็ปรากฏว่าได้มีการตรวจพบยาบ้าด้วยเกือบ 1 ล้านเม็ด และภายหลังจากที่ได้ทำการสืบสวนในทางลับแล้วนั้น ทางการไทยก็ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลด้วยว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในเขตสามเหลี่ยมทองคำ 2 กลุ่มใหญ่ที่ขัดแย้งผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติดคือกลุ่มติดอาวุธของ “หน่อคำ” ที่เป็นอดีตมือขวาของ ขุนส่า ราชาค้ายาเสพติดของโลกผู้ล่วงลับไปเมื่อปี 2007 กับกลุ่มติดอาวุธชนชาติว้าของ “จ้าว เหว่ย” โดยทั้งสองกลุ่มนี้ก็ยังเป็นกองกำลังอิสระที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหารพม่าอีกด้วย


แต่ถึงกระนั้น ทางการจีนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลลับดังกล่าวนี้ของทางการไทยแต่อย่างใดเลย เนื่องเพราะทางการจีนได้ให้การยืนยันมาโดยตลอดว่าเรือสินค้าของจีนนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวน การค้ายาเสพติดในลุ่มน้ำโขงที่สามเหลี่ยมทองคำในทุกๆด้าน แต่เนื่องจากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้ลูกเรือสินค้าของจีนต้องเสียชีวิตไปถึง 13 ศพ ทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตติดต่อชายแดนในแม่น้ำโขงที่สามเหลี่ยมทองคำระหว่างพม่า ลาวและไทยด้วยนั้น จึงทำให้ทางการจีนโดย ซ่ง เทา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของจีน ได้พบปะเป็นกรณีพิเศษร่วมกับนักการทูตจากพม่า ลาว และไทยที่กรุงปักกิ่งในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2011 เพื่อเรียกร้องให้ทางการของทั้ง 3 ประเทศให้การร่วมมือกับจีนในการติดตามจับกุมตัว “หน่อคำ” มาลงโทษให้ได้เร็วที่สุด


ทั้งนี้โดยทางการจีนก็ได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่มาประสานงานร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ของทางการพม่า ลาว และไทยนับตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2011 เป็นต้นมา และพร้อมกันนั้น ก็ยังได้จัดส่งกำลังตำรวจน้ำจากมณฑลยูนนานมาให้การคุ้มครองเรือสินค้าของจีนจำนวน 28 ลำและลูกเรืออีก 168 คนในระหว่างการเดินเรือจากเชียงแสนกลับไปยังจีน ทั้งก็ยังได้หยุดการเดินเรือขนส่งสินค้ามาในเขตสามเหลี่ยมทองคำอย่างไม่มีกำหนดหรือจนกว่าทางการพม่า ลาว และไทยจะได้จับกุมผู้ที่ลงมือสังหารลูกเรือสินค้าของจีนทั้ง 13 ศพนั้นมาลงโทษได้แล้ว ทั้งยังจะต้องรับประกันความปลอดภัยให้กับเรือขนส่งสินค้าของจีนได้อย่างแท้จริงอีกด้วย


ซึ่งด้วยการกดดันดังกล่าวจากทางการจีน จึงทำให้ทั้งทางการลาว พม่า และไทยต่างก็ต้องวิ่งวุ่นกันไปทั่วเพื่อควานหาตัว “หน่อคำ” อย่างชนิดที่เรียกได้ว่าพลิกแผ่นดินหาเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลาวนั้น ถึงกับได้มีการจัดตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบภารกิจนี้เป็นการเฉพาะและก็ประสบผลสำเร็จจนได้ ถึงแม้ว่าทางการลาวจะขาดแคลนทั้งงบประมาณและบุคลากรเป็นปกติอยู่แล้วก็ตาม แต่เพื่อหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของการพัฒนารอบด้านอย่างจีนแล้ว “ลาวทำได้”


ทั้งนี้โดยในการเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการในปลายปี 2011 นั้น จูมมาลี ไซยะสอน ประธานประเทศและเลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้แถลงการณ์ร่วมกับ หู จินเทา ประธานาธิบดีและประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่า “...ทั้งสองพรรคและรัฐจะเพิ่มทวีการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างกันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง...”


ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำสูงสุดของลาวและจีนก็ยังร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือระหว่างกันถึง 9 ฉบับ ประกอบด้วยแผนการร่วมมือระหว่างสองพรรคในช่วงปี 2011-2015 แผนแม่บทความร่วมมือทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2011-2015 สัญญาเงินกู้ยืมพิเศษสำหรับพัฒนาระบบชลประทานในลาว สัญญาเงินกู้ยืมพิเศษสำหรับการพัฒนาสนามบินนานาชาตินครเวียงจันทน์ บันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยการร่วมมือด้านการเงินสำหรับโครงการดาวเทียมในลาว สัญญาก่อสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่แขวงสะหวันนะเขต สัญญาพัฒนาถนนเลข 13 ใต้ในแขวงสะหวันนะเขต และแขวงสาละวัน บทบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ และ สัญญาซื้อ-ขายหุ้นล่วงหน้า


โดยในปัจจุบันนี้ จีนนับเป็นประเทศหนึ่งที่ได้ให้การช่วยเหลือแก่ลาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนับจากปี 1990 จนถึงปี 2011 ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่ารัฐบาลจีนได้ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลลาวคิดเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 8,500 ล้านหยวนกับ 2 พันกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับใช้ในการพัฒนา 150 กว่าโครงการในลาว และล่าสุดศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนก็ยังตกลงให้การช่วยเหลือแก่ลาวถึง 663 ล้านหยวนเพื่อก่อสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสำหรับรองรับการประชุมสุดยอดเอเชียกับสหภาพยุโรปที่รัฐบาลลาวจะเป็นเจ้าภาพในปลายปี 2012 นี้ที่นครเวียงจันทน์อีกด้วย


ส่วนในด้านการลงทุนของจีนในลาวนั้นก็มีมูลค่ารวมมากกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะทะลุหลักหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2015 อีกด้วย ถ้าหากว่าจีนได้ตัดสินใจลง ทุนสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาวตามแผนการที่ทางการลาวได้ตั้งความหวังเอาไว้ เพราะโครงการที่ว่านี้จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง


ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทางการลาวสามารถจับกุมตัว “หน่อคำ” ได้ในครั้งนี้ก็ยังจะเป็นผลดีต่อการเดินเรือขนส่งสินค้าของจีนในแนวแม่น้ำโขงอีกต่างหาก เพราะว่าการเชื่อมต่อการเดินเรือขนส่งสินค้าและโดย สารในแนวแม่น้ำโขงระหว่างจีน พม่า ลาว และไทยนับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ก็มีเพียงเรือสินค้าจีนเท่านั้น (100 กว่าลำ) ที่ได้ประโยชน์จากการเดินเรือในแนวแม่น้ำโขง


โดยในปัจจุบันนี้ จีนได้พัฒนาเส้นทางเดินเรือจนสามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 300 ตันได้เกือบตลอดปี และเป้าหมายต่อไปของจีน ก็คือการพัฒนาเส้นทางเดินเรือให้สามารถรองรับเรือสินค้าขนาด 500 ตันให้ได้ตลอดเส้นทางจากท่าเรือเชียงรุ่งของจีนถึงท่าเรือหลวงพระบางของลาวเลยทีเดียว แต่ยังติดปัญหาที่การคัดค้านจากเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติในแม่น้ำโขงเรื่อยมาจนทุกวันนี้ แต่ก็เชื่อว่าทั้งทางการพม่า ลาว และไทยก็จะต้องตอบสนองความต้องการของจีนในท้ายที่สุด


ทั้งนี้เพราะไม่เพียงแต่ลาวเท่านั้นที่มีผลประโยชน์ร่วมกับจีนในเขตสามเหลี่ยมทองคำแห่งนี้ แต่ยังรวมถึงพม่าและไทยด้วย โดยรูปธรรมที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดสำหรับลาวในเวลานี้ก็คือการทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของกลุ่มดอกงิ้วคำจากจีนเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งรัฐบาลลาวได้อนุมัติให้สัมปทานที่ดินที่กว้างถึง 3,000 เฮกตาร์หรือ 18,750 ไร่ในพื้นที่ที่ต่อเนื่องกับเขตป่าสงวนแห่งชาติสายพูกิ่วลมที่ยาวไปตามสายน้ำโขงในแขวงบ่อแก้ว โดยมีอายุสัมปทานยาวนานถึง 99 ปีเลยทีเดียว


ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประกอบกับการที่ทางการลาวและพม่าก็ได้ตกลงที่จะร่วมกันก่อสร้างสะพานข้ามแม่ น้ำโขงเพื่อเชื่อมต่อระหว่างแขวงหลวงน้ำทากับรัฐฉานให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐบาลจีนอย่างแน่นอนเพราะเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแผนการมุ่งสู่ใต้(ลุ่มน้ำโขงและอาเซียน)ของจีนด้วยนั้น จึงนับเป็นปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมให้เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำแห่งนี้ของจีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในอนาคตอันใกล้นี้


ในขณะเดียวกัน พม่านั้นก็มีความสำคัญต่อจีนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าลาวแต่อย่างใด เพราะรายงานล่าสุดที่กระทรวงแผนการและการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการ) ก็ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการลงทุนของต่างประเทศในพม่ามีมูลค่าสะสมมากกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปลายปี 2011 ที่ผ่านมา โดยประเทศที่ลงทุนในพม่ามากที่สุดนั้นก็ได้เปลี่ยนมือจากไทยมาเป็นจีนอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว


กล่าวสำหรับการลงทุนในภาคพลังงาน น้ำมันและแก๊สธรรมชาติในพม่าจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่ามีมูลค่ารวมกันมากถึง 32,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนเพื่อการสำรวจขุดค้น หาน้ำมันและแก๊สธรรมชาตินั้น ถือเป็นภาคการลงทุนที่มีแนวโน้มจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากรายงานของวิสาหกิจน้ำมันและแก๊ส (MOGE) ของรัฐบาลพม่า ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าได้ให้สัมปทานการสำรวจขุดค้นหาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเลไปแล้วกว่า 100 พื้นที่แน่นอนว่าผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดนั้น ก็คือ China National Petroleum Corporation (CNPC) และ China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) นั่นเอง


ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประกอบกับเขตรัฐฉานของพม่า ก็เป็นพื้นที่ที่จีนใช้เป็นแนวท่อส่งแก๊สธรรมชาติและน้ำมันจากท่าเรือน้ำลึกที่อ่าวเบงกอลในเขตน่านน้ำของพม่าที่มีจุดหมายปลายทางที่ยูนนาน กวางสี และเสฉวนในปริมาณเฉลี่ย 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเป็นเวลา 30 ปีติดต่อกันเริ่มจากปี 2013 เป็นต้นไป ซึ่งมากกว่าปริมาณแก๊สธรรมชาติที่พม่าส่งขายให้ไทยถึง 24 เท่าด้วยแล้ว จึงไม่มีสิ่งใดที่จะมาขัดขวางผลประโยชน์เหล่านี้ของจีนได้เป็นอันขาด ซึ่งในที่นี้กรณีของ “หน่อคำ” ก็คือการเริ่มต้น!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จตุธาตุ วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/archarama

เอ แล้วมนุษย์ที่บอกว่ามีคนของกองทัพเกี่ยวข้องในตอนแรก แล้วตอนจบเป็นงี้ ไม่รู้สึกไรเลยเหรอ ฮ่วย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เมื่อจีนขยับโลกจะสะเทือน แต่พี่ไทยเรารบกันเอง ฮา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 14/05/2012 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไทยยังนิ่งเฉย....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]