• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 570913
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันอังคาร ที่ 12 มิถุนายน 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1505 , 12:30:07 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

การเดินทางมาร่วมการประชุม World Economic Forum สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่กรุงเทพฯในครั้งล่าสุดนี้ของนางออง ซาน ซูจี นอกจากจะนับเป็นการเดินทางออกนอกประเทศพม่าเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีแล้ว ก็ยังถือเป็นย่างก้าวแรกในการแสดงบทบาทของนางในเวทีนานาชาติในฐานะสมาชิกรัฐ สภาและผู้นำฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยทางการเมืองในพม่าอีกด้วย


แน่นอนว่าการที่ นางซูจี ได้เลือกเดินในแนวทางของการเสริมสร้างบทบาทในเวทีนานาชาติเช่นนี้ย่อมนับเป็นสิ่งที่จะส่งผลดีต่อประเทศชาติและชาวพม่าส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าการที่ นางซูจี ได้ตัด สินใจเดินทางมาร่วมการประชุม World Economic Forum ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้นานาชาติได้เห็นถึงพัฒนาการในทางบวกของสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าอย่างชัดเจนอันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นที่นานาชาติจะมีต่อการปฏิรูปทางการเมืองของพม่าที่จะยังคงดำเนินต่อไปนั่นเอง


ยิ่งไปกว่านั้น การที่ นางซูจี เองก็ได้เน้นย้ำในแนวทางของการปฏิรูปทางการเมืองในพม่าต่อที่ประชุมฯครั้งนี้ รวมถึงการแสดงจุดยืนที่ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อบทบาทของสตรี ทั้งยังได้ไปพบปะกับบรรดาผู้ใช้แรงงานชาวพม่าทั้งหลายที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยด้วยนั้น นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติในต่างแดนแล้ว การแสดงออกเช่นนี้ของ นางซูจี ยังถือเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลพม่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดี เต็ง เส็ง ด้วยว่าการพัฒนาเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวพม่าให้ดีขึ้นนั้นคือเป้าหมายสำคัญที่สุดของนาง โดยหาใช่การเผชิญหน้าทางการเมืองอีกต่อไปไม่


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าสิ่งที่ นางซูจี ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของการเผชิญหน้าทางการเมืองกับฝ่ายทหารในตลอดช่วงเวลา 24 ปีที่ผ่านมาไม่เพียงจะทำให้ตัวของนางเองต้องถูกจำกัดสิทธิ์ในการเคลื่อนไหวในทางการเมืองด้วยการถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในบ้านพักนับเป็นระยะเวลารวมกันถึง 15 ปีเท่านั้น แต่การเผชิญหน้าทางการเมืองกับฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าดังกล่าวยังได้ส่งผลกระทบสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่าทั้งประเทศอีกด้วย


เพราะการเผชิญหน้าทางการเมืองกับฝ่ายรัฐบาลทหารพม่านั้นได้เป็นสาเหตุทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปต้องตัดสินใจดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษติดต่อกัน โดยหวังว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวนี้จะเป็นการกดดันให้รัฐบาลทหารพม่ายอมคืนอำนาจอธิปไตยทางการเมืองให้กับ นางซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งเป็นฝ่ายที่มีชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1990 แต่เหตุการณ์กลับดำเนินไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม เมื่อรัฐบาลทหารพม่าไม่ยอมโอนอ่อนตามการกดดันจากภายนอกดังกล่าว ทั้งยังได้ดำเนินการคุกคาม กดขี่ ข่มเหงและปราบปรามชาวพม่าที่สนับสนุน นางซูจี และ NLD อย่างต่อเนื่องอีกด้วย


กล่าวก็คือแรกเริ่มเดิมทีนั้น นางซูจี ได้ปรับเปลี่ยนจากสถานะของลูกสาวที่ได้เดินทางกลับไปพม่าเพื่อเยี่ยมอาการของผู้เป็นมารดาที่กำลังป่วยหนัก แต่ครั้นเมื่อมีการเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อการเรียกร้องประ ชาธิปไตยโดยนักศึกษาพม่าอันเป็นที่มาของการปราบปรามครั้งใหญ่ในวันที่ 8 สิงหาคม 1988 (หรือที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ 8-8-88 ของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยในเวลานี้) ก็ปรากฏว่า นางซูจี ก็ได้เลือกเดินในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอันเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองของรัฐบาลทหารพม่าไปในทันที


ครั้นเมื่อสถานภาพได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ จึงทำให้รัฐบาลทหารพม่าต้องหาทางเล่นงาน นางซูจี ในทุกครั้งที่มีโอกาส ซึ่งจะเห็นได้จากการจับกุมคุมขัง นางซูจี ครั้งแรกในปี 1989 โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกและในปีถัดมาถึงแม้ว่า NLD จะได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1990 ก็ตาม แต่ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าก็หาได้ยอมรับผลการเลือกตั้งแต่อย่างใด ทั้งยังได้คุมขัง นางซูจี ต่อไปจนครบกำหนดโทษ 3 ปีและได้ขยายระยะเวลาในการคุมขังต่ออีก 3 ปีอีกต่างหาก


ซึ่งนั่นก็เป็น 6 ปีแรกของการถูกคุมขังด้วยการกักบริเวณไว้แต่ภายในบ้านพักของ นางซูจี เอง และถึงแม้ว่า นางซูจี จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1991 ก็หาได้ช่วยทำให้นางได้รับการลดผ่อนโทษทัณฑ์อย่างใดไม่ (ทั้งๆที่ ตัน ฉ่วย อยากให้ นางซูจี เดินทางไปรับรางวัลด้วยตัวเองแทบใจจะขาด)


แต่ครั้นเมื่อได้รับอิสรภาพครั้งแรกในปี 1995 และถึงแม้ว่า นางซูจี จะดำเนินกิจกรรมในทางการเมืองด้วยสันติวิธีก็ตาม หากแต่สำหรับรัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำอันสูงสุดของ ตัน ฉ่วย แล้วถือว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของ นางซูจี และ NLD นั้นก็คือการท้าทายอำนาจที่เผด็จการทหารจะยอมมิได้ เพราะฉะนั้น อิสรภาพของ นางซูจี ในครั้งแรก จึงต้องถูกควบคุมความเคลื่อนไหวในทุกฝีก้าว


ซึ่งในที่นี้ยังรวมไปถึงการไม่ยินยอมอนุญาตให้ Michael Aris (ผู้เป็นสามีที่กำลังป่วยหนัก) เดินทางเข้า ไปในกรุงย่างกุ้งเพื่อพบหน้า นางซูจี (ผู้เป็นภริยา) เป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่า ตัน ฉ่วย นั้นต้องการให้ นางซูจี เป็นฝ่ายที่จะต้องเดินทางไปเยี่ยมสามี ด้วยหวังว่าจะได้ไม่ต้องอยู่ให้เป็นเสี้ยนหนามทางการเมืองของตนอีกต่อไป


แต่จนแล้วจนรอด รัฐบาลทหารพม่าก็สามารถหาเรื่องหาราวเพื่อเล่นงาน นางซูจี ได้อยู่ดี ซึ่งก็เป็นที่มาของการกักบริเวณครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2000 เป็นเวลา 18 เดือน โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ 1975 และครั้นเมื่อได้รับอิสรภาพเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2002 ก็ยังนำไปสู่การกักบริเวณอีกเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2003 ทั้งยังได้ขยายเวลาในการกักบริเวณทุกๆ 3 ปีอีกต่างหาก


นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำอันสูงสุดของ ตัน ฉ่วย นั้น นอกจากจะไม่เคยสนใจใยดีในอันที่จะเจรจาเพื่อปรองดองชาติร่วมกับ นางซูจี แล้วก็ยังได้พยายามหาเหตุอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่ว่าจะได้กีดกัน นางซูจี ให้ออกไปจากวงจรทางการเมืองในพม่าอย่างสิ้นเชิง ดังจะเห็นได้จากการขยายการกักบริเวณเป็นเวลา 18 เดือนในครั้งหลังสุดก็หาใช่ความผิดของ นางซูจี แต่อย่างใดหากเป็นเพราะหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันได้ลักลอบว่ายน้ำข้ามทะเลสาบเข้าไปภายในบ้านพักของนางเอง


ซึ่งผลที่ติดตามมาจากการเผชิญหน้าดังกล่าวนั้น ก็คือสภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอยเรื่อยมา โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากระดับรายได้เฉลี่ยของชาวพม่าในเวลานี้ไม่ถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีด้วยซ้ำ เพราะมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯและสหภาพยุโรปนั้น นอกจากจะยังผลทำให้การลง ทุนของต่างชาติในพม่าลดลงอย่างต่อเนื่องแล้วยังทำให้ชาวพม่านับสิบล้านคนต้องตกงาน ในขณะที่ผู้ที่มีงานทำก็ได้รับค่าจ้างเพียงเดือนละ 550 บาทเท่านั้น


ครั้นเมื่อประกอบกับปัญหาขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหารกับชนกลุ่มน้อยในพม่า เช่น กะเหรี่ยง ไทใหญ่และมอญที่ดำเนินมากว่า 60 ปีแล้วนั้น ก็ยิ่งทำให้ปัญหาทางการเมืองในพม่ายิ่งมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้การแก้ไขปัญหานั้นสามารถทำได้ยากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน


กล่าวสำหรับปัญหาที่ท้าทายต่อความสามารถของ นางซูจี ซึ่งเป็นผลจากการเผชิญหน้าทางการเมืองในพม่าดังกล่าวและก็ได้ส่งผลกระเทือนถึงประเทศไทยด้วยในเวลานี้ ก็คือปัญหาแรงงานชาวพม่ามากกว่า 2.5 ล้านคนและปัญหาผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงกว่า 140,000 คนที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน ซึ่งยังไม่นับรวมถึงปัญหาการค้ายาเสพติดโดยกองกำลังของชนกลุ่มน้อยอย่างว้าแดงแต่อย่างใด

แน่นอนว่าทั้งแรงงานชาวพม่าและผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ย่อมปรารถนาที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในพม่า แต่ปัญหาสำหรับแรงงานชาวพม่าก็มีอยู่ว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับพวกเขาหรือไม่เมื่อกลับจากไทยไปพม่าแล้วนั้น ส่วนปัญหาสำหรับผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงในไทยก็คือพวกเขายังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในพม่าได้อย่างปลอดภัย


เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมภายหลังจากที่ นางซูจี เสร็จสิ้นภารกิจในไทยและกลับไปพม่าแล้วนั้น จึงถือเป็นบทพิสูจน์เบื้องต้นถึงความสามารถของ นางซูจี ได้เช่นเดียว กัน ส่วนจะสัมฤทธิ์ผลได้มากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงท่าทีของ นางซูจี ต่อรัฐบาลและรัฐ สภาพม่าเป็นสำคัญ


โดยในข้อนี้ ถ้าหากจะพิจารณาจากการพบปะกันระหว่าง นางซูจี กับประธานาธิบดี เต็ง เส็ง และการที่ นางซูจี และพลพรรค NLD ที่ได้รับการเลือกตั้งทั้ง 43 คนได้ยินยอมสาบานตนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับถ้อยคำที่ใช้ในการปฏิญาณตนว่าจะรักษาและปกป้องรัฐธรรมนูญ (ที่คณะทหารพม่าเป็นผู้ร่างขึ้นแต่ฝ่ายเดียว) อย่างสุดชีวิตก็ตาม แต่นั่นก็ถือเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีของ นางซูจี ที่จะส่งผลดีต่อทั้งประเทศและประชาชนชาวพม่าทั้งชาติ ซึ่งก็นับเป็นการเสียสละที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างยิ่ง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 13/06/2012 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ชาวโลกและคนในกลุ่ม ผู้มีใจเสียสละ เพื่อชาติ เพือ่ส่วนรวม และมอเงไกลถึงการ ฟื้นฟูพัฒนา ในโลกนี้ มี ไม่กี่คน ที่เป็นนักต่อสู้แบบ ไม่หวังสิ่งใด นอกจาก สันติสุข แก่ ชนทั้งหลาย
.
.
คาราวะ หัวใจ เลดี้ อองซาน ซูจี
.
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 12/06/2012 เวลา : 15.42 น.

ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]