• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567560
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 2373 , 13:25:05 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , นานาทัศนะ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

        

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกอย่างนอกหน้าเหมือนกับทางการฟิลิปปินส์ที่ไม่พอใจต่อการแสดงบทบาทของทางการกัมพูชา ในฐานะประเทศเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 45 ที่กรุงพนมเปญเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ตาม แต่ทางการเวียดนามก็ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจโดยตรงต่อทางการกัมพูชาในการเจรจาทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะทางการเวียดนามยังคงถือว่ารัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ ฮุน เซน นั้นคือมหามิตรทางอำนาจอยู่นั่นเอง จึงมิ ได้แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างโจ่งแจ้งเหมือนฟิลิปปินส์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศถึงกับต้องบินกลับกรุงมะนิลาทั้งๆที่การประชุมฯยังไม่สิ้นสุดด้วยซ้ำ


ครั้นเมื่อการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและระดับพหุภาคีก็แล้วแต่ก็ยังไม่เห็นว่าทางการกัมพูชาในฐานะประธานการประชุมฯ จะยินยอมพร้อมตามด้วยการบรรจุประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือหมู่เกาะสแปรตลี่และพาราเซลในเขตทะเลจีนใต้ให้เป็นประเด็นที่สำคัญในแถลงการณ์ ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในครั้งล่าสุดนี้แล้ว ทางการเวียดนามถึงได้แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการแสดงบทบาทดังกล่าวของทางการกัมพูชาอย่างชัดเจน ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของการไม่ยินยอมให้มีการออกแถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในครั้งนี้ และก็ถือว่าเป็นการหักหน้าประเทศเจ้าภาพอย่างกัมพูชาโดยตรงอีกต่างหาก


การแสดงท่าทีตอบโต้เช่นนี้ของทางการเวียดนามที่มีต่อทางการกัมพูชานั้นย่อมมิใช่เรื่องปกติธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะแต่ไหนแต่ไรมารัฐบาลเวียดนามก็ได้แสดงการโอบอุ้มต่อรัฐบาลของ ฮุน เซน มาโดยตลอด แต่ยกเว้นในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งล่าสุดนี้ที่ทางการเวียดนามเองก็สุดจะทนทานต่อพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของรัฐบาลฮุน เซน ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ที่ว่านี้ยังได้ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติของมหามิตรอย่างเวียดนามอีกด้วย


กล่าวก็คือการที่ทางการกัมพูชาไม่ยอมให้มีการบรรจุประเด็นทะเลจีนใต้ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างจีนกับ 4 ประเทศสมาชิกของอาเซียน (เวียดนาม มาเลเซีย บรูไนและฟิลิปปินส์) ไว้ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งล่าสุดนี้ได้ทำให้เวียดนาม (รวมถึงมาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ด้วย)นั้นมองเห็นอย่างชัดเจนว่าแท้ที่จริงแล้วการกระทำเช่นว่านี้ของทางการกัมพูชาได้เป็นไปตามความต้อง การของทางการจีน ซึ่งไม่ประสงค์จะหยิบยกเอากรณีของความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ขึ้นมาเป็นประเด็นขัดแย้งในระดับพหุภาคีที่จะทำให้ยากต่อการแก้ไขยิ่งขึ้น ทั้งก็ยังจะเป็นช่องทางให้ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาแทรกตัวเข้ามาในความขัดแย้งดังกล่าวได้อีกต่างหาก


แน่นอนว่าการที่ทางการกัมพูชาได้ตัดสินใจเดินตามความต้องการดังกล่าวของทางการจีนก็ย่อมจะมิใช่เรื่องปกติธรรมดาเช่นกัน เพราะการที่ทำให้สามารถหักล้างผลประโยชน์ของมหามิตรอย่างเวียดนามได้เช่นนี้ย่อมจะต้องมีผลประโยชน์ตอบแทนที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าหากพิจารณาในแง่นี้ก็ทำให้สามารถกล่าวได้เลยว่าจีนนั้นได้ให้ผลประโยชน์แก่รัฐบาลกัมพูชาของ ฮุน เซน อย่างมากมายและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย โดยกรณีที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ก็คือการตอบสนองแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลฮุน เซน นั่นเอง


โดยถึงแม้ว่านับจากปี 2005 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ รัฐบาลของ ฮุน เซน จะได้อนุมัติให้มีการก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเป็นทางการแล้วถึง 21 แห่งในทั่วประเทศก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเขตที่ ฮุน เซน ได้ฝากความหวังไว้มากที่สุดนั้นก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ ซึ่งมีอยู่ถึง 6 แห่งด้วยกัน และที่ถือ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ ฮุน เซน ได้ให้ความสำคัญอย่างที่สุด (ถึงกับเดินทางไปร่วมวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างด้วยตนเอง) นั้นก็คือเขตเศรษฐกิจพิเศษบนเนื้อที่เกือบ 1,700 เฮกตาร์ของเมืองชายฝั่งทะเลที่สีหนุวิลล์ในภาคใต้ของกัมพูชา ซึ่งเป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัท Jiangsu Taihu International Corp. จากประเทศจีนนั่นเอง


ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าการลงทุนของกลุ่มบริษัทจากจีนดังกล่าวนี้ ไม่เพียงจะถือเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนรวมที่มากถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หากแต่การลงทุนของกลุ่มบริษัทจากจีนยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ไว้เพื่อรองรับแผนการขุดค้นน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย (ทั้งในเขตน่านน้ำของกัมพูชาและที่เขตทับซ้อนทางทะเลกับไทย) ขึ้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้นี้


ยิ่งไปกว่านั้น ฮุน เซน ก็ยังได้เชื้อเชิญให้ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีนคือ China National Offshore Oil Corp (CNOOC) นั้นให้เข้ามามีเอี่ยวในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและแก๊สฯในอ่าวไทยด้วย จึงถือเป็นสิ่งที่กดดันต่อ Chevron Corp. ของสหรัฐฯเป็นอย่างมากถึงขนาดทำให้ Hillary Clinton รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของสหรัฐฯ ต้องนำทัพนักธุรกิจอเมริกันไปร่วมการประชุม US-ASEAN Business Council ที่เมืองเสียมเรียบ ต่อเนื่องจากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งล่าสุดนี้ที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และ พล..เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีของพม่าเป็นแขกรับเชิญด้วย

อย่างไรก็ตาม CNOOC นั้น ก็ได้ตั้งความหวังที่จะได้รับส่วนแบ่งในผลประโยชน์จากน้ำมันและแก๊สฯในเขตทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่ไม่ใช่น้อยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมาทีหลังก็ ตาม แต่การที่สื่อของทางการจีนได้โหมข่าวเกี่ยวกับการครองอันดับ 1 ของจีนในฐานะที่มีมูลค่าลงทุนในกัมพูชามากที่สุดหรือทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วนั้น (ในขณะที่การลงทุนสะสมในกัมพูชาของสหรัฐฯมีเพียงไม่ถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น) จึงทำให้จีนมั่นใจว่าสถานภาพของ CNOOC ในสายตา ฮุน เซน นั้นย่อมไม่ด้อยไปกว่า Chevron Corp. ของสหรัฐฯอย่างแน่นอน


ยิ่งเมื่อประกอบกับการที่กลุ่มบริษัทจากจีนยังได้เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สีหนุวิลล์ได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็วในระยะกว่า 2 ปีมานี้ ทั้งยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลฮุน เซน คิดเป็นมูล ค่าเฉลี่ยเกินกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในช่วง 5 ปีมานี้ โดยที่ไม่รวมถึงการให้เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำและการช่วยเหลือด้านการทหารนับพันล้านดอลลาร์สหรัฐแต่อย่างใดนั้น จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของ ฮุน เซน ที่อยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีตลอดชีพได้เป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับเวียดนามอย่างสิ้นเชิงที่ถูกมองว่าเป็นผู้สูบทรัพยากรไปจากกัมพูชาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีมานี้


ทางด้านทางการลาวนั้น ถึงแม้ว่าจะได้จัดงานเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปีของความสัมพันธ์แบบพิเศษร่วมกับเวียดนามอย่างยิ่งใหญ่ในเวลานี้ก็ตาม แต่สำหรับในประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้นั้นก็ดูเหมือนว่าทางการลาวจะได้วางตัวกลางอย่างมาก (โดยลืมนึกไปว่าเวียดนามนั้นเป็นมหามิตร) ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าหากพิจารณาในแง่ของผลประโยชน์ที่ทางการลาวได้วาดหวังไว้ว่าจะมีร่วมกับจีนในอนาคตอย่างไร โดยในที่นี้ก็รวมถึงโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกับจีนที่ด่านบ่อเต็นในแขวงหลวงน้ำทาผ่านอุดมไซ-หลวงพระบาง-วังเวียงมาที่นครเวียงจันทน์ ซึ่งจะต้องพึ่งพาเงินลงทุนของจีนกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย


ยิ่งไปกว่านั้น การที่ทางการเวียดนามและกัมพูชาต่างก็ได้แสดงท่าทีคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีบนแนวแม่น้ำโขงของลาว โดยที่ทางฝ่ายกัมพูชาได้ยกเหตุผลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการประมง ส่วนทางฝ่ายเวียดนามก็ได้ยกเหตุผลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการเกษตรที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงอันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามนั้นก็ยังทำให้ทางฝ่ายลาวมองว่าการคัดค้านดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงแผนการพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ในเอเชียหรือ Battery of Asia ของรัฐบาลลาวอีกด้วย เพราะถ้าหากการคัดค้านดังกล่าวนี้สัมฤทธิ์ผลก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงโครงการก่อสร้างเขื่อนอื่นๆของลาวทั้งบนแนวแม่น้ำโขงและในลาวด้วย


ซึ่งจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็จะเห็นได้ว่าความสามัคคีชุมนุมระหว่างสามชาติอินโดจีนที่ดำเนินมาจากอดีตกาลนั้นได้เริ่มเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า “ความเป็นมหามิตรจากการร่วมกันต่อสู้เพื่อกอบกู้ชาติในอดีตนั้น ไม่สำคัญเท่ากับผลประโยชน์ที่จะทำให้กลุ่มที่มีอำนาจนั้นสามารถที่จะยึดกุมอำนาจให้อยู่กับพวกตนได้ต่อไปอีกนานเท่านาน” โดยคำตอบสำหรับรัฐบาลฮุน เซน และกลุ่มผู้นำในลาวในเวลานี้ก็คือการมีผลประโยชน์ร่วมกับจีนนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 08/08/2012 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ผมว่า ไม่มีจีน อาเซียนก็ยังร้าวกันเองอยู่แล้ว

หุหุ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฉันท์ชนก วันที่ : 06/08/2012 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juab77
oe!l

ยังไม่ทันรวมแลย
จะรอดไหมเนี่ย
AEC

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นานาทัศนะ วันที่ : 04/08/2012 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaidung

เป็นบทความที่ดีทำให้มองเห็นหลายมิติ

“ความเป็นมหามิตรจากการร่วมกันต่อสู้เพื่อกอบกู้ชาติในอดีตนั้น ไม่สำคัญเท่ากับผลประโยชน์ที่จะทำให้กลุ่มที่มีอำนาจนั้นสามารถที่จะยึดกุมอำนาจให้อยู่กับพวกตนได้ต่อไปอีกนานเท่านาน”

เป็นข้อสรุปที่ไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง และคงต้องเติมคำว่า "ยังไม่นับรวมการมีอำนาจเพื่อแสวงและยังประโยชน์ส่วนตัว ที่พลอยได้จากการดำรงอยู่ที่ยาวนานนั้นอีกด้วย"

โหวตครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]