• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567632
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันพุธ ที่ 29 สิงหาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1476 , 14:25:32 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Supalak โหวตเรื่องนี้

                                  

ทันทีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของกัมพูชาได้กำหนดให้วันที่ 28 กรกฎาคม 2013 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติชุดใหม่ของกัมพูชา ก็ทำให้เกมส์การเมืองในกัมพูชาที่เป็นการต่อสู้แย่งชิงระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของ ฮุน เซน กับ พรรคการเมืองฝ่ายค้านภายใต้การนำของ สัม รังสี นั้นได้หวนกลับคืนสู่การเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

 

แต่ถึงกระนั้น การเผชิญหน้าในครั้งนี้ก็มีความแตกต่างกับครั้งก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าทางฝ่าย ฮุน เซน นั้นได้เปิดเกมด้วยปัญหาเขตแดนระหว่างกัมพูชากับเวียดนามเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่นับตั้งแต่ปี 1993 เป็นต้นมานั้น ฮุน เซน ได้พยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหาเขตแดนด้านเวียดนามมาโดยตลอด (ด้วยการพูดถึงเฉพาะปัญหาเขตแดนด้านที่ติดต่อกับไทยเพียงด้านเดียว)

 

ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ในเชิงผลประโยชน์ระหว่าง ฮุน เซน กับฝ่ายเวียดนามนั้นได้เปลี่ยน แปลงไปจากเดิมนับตั้งแต่การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 45 ที่กรุงพนมเปญได้สิ้นสุดลงด้วยความขัดแย้งว่าด้วยหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซลที่รัฐบาลกัมพูชาของ ฮุน เซน ในฐานะเจ้าภาพได้หันไปฝักใฝ่ทางฝ่ายจีน ด้วยการไม่ยอมให้บรรจุประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้ไว้ในแถลงการณ์ร่วมทั้ง 5 ฉบับตามความต้องการของฝ่ายจีน ที่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายเวียดนามและฟิลิปปินส์เป็นอย่างมากจนไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมกันได้เลย

 

แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดเกมด้วยปัญหาเขตแดนระหว่างกัมพูชากับเวียดนามในครั้งล่าสุดนี้ ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนชาวเขมรและพรรคฝ่ายค้านอยู่มิใช่น้อย เนื่องจาก ฮุน เซน ไม่เพียงจะได้ยืนยันว่าตนไม่ได้ “ขายชาติ-ขายแผ่นดิน” ให้กับเวียดนามเท่านั้น หากแต่ ฮุน เซน ก็ยังได้เปิดเผยถึงความได้เปรียบที่กัมพูชามีต่อเวียดนามด้วยว่า

 

...การปักปันเขตแดนระหว่างกัมพูชากับเวียดนาม ซึ่งได้เริ่มดำเนินการนับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมานั้น ถึงแม้ว่าจะได้มีการแลกเปลี่ยนพื้นที่ในบางช่วงบางตอนก็ตาม แต่มันก็ได้เป็นผลทำให้กัมพูชาเป็นฝ่ายที่ได้ครอบครองพื้นที่ที่เคยเป็นของเวียดนามคิดเป็นพื้นที่รวมกันกว่า 2,100 เฮกตาร์ ในขณะที่ทางฝ่ายเวียดนามได้ครอบครองพื้นที่ที่เคยเป็นของกัมพูชาเพียง 1,000 เฮกตาร์เศษๆเท่านั้น...”

 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ฮุน เซน ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินแผนการพัฒนาชายแดนของเขาด้วยการส่งเสริมให้มีการลงทุนสร้างบ่อนกาสิโนอย่างมากมายในชายแดนทุกด้านที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นยังนับเป็นความชาญฉลาดอย่างยิ่งอีกด้วย เนื่องจากบ่อนกาสิโนไม่เพียงจะสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับรัฐบาลกัมพูชาเท่านั้น หากแต่บ่อนกาสิโนยังสามารถช่วยปกป้องเขตอธิปไตยของกัมพูชาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้โดย ฮุน เซน ได้ให้เหตุผลว่า “...การเคลื่อนย้ายหลักเขตชายแดนนั้นสามารถทำได้ แต่การเคลื่อนย้ายบ่อนกาสิโนนั้นย่อมไม่อาจทำได้เป็นแน่...”

 

แน่นอนว่าการที่ ฮุน เซน ได้ออกมาเป็นฝ่ายเปิดเกมดังกล่าวนี้ด้วยตนเองนั้นย่อมเป็นเพราะว่า ฮุน เซน ได้ถูกโจมตีจากพรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของ สัม รังสี นับเป็นเวลากว่า 3 ปีมาแล้วและที่สำคัญก็คือ สัม รังสี ยังได้นำเทคนิคสมัยใหม่มาใช้เป็นประโยชน์ต่อการโหมโจมตี ฮุน เซน อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

กล่าวคือสัม รังสี นั้นได้ใช้ระบบ Video Link จากกรุงปารีสเพื่อติดต่อกับสมาชิกพรรคและก็ถือโอกาสแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเขมรและต่างชาติในกรุงพนมเปญอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปี 2010 เป็นต้นมาแล้วทั้งยังนับเป็นการเลือกใช้ระบบ Video Link เพื่อโจมตีรัฐบาล ฮุน เซน ในการบริหารและจัดการปัญหาเกี่ยวกับเขตแดนของกัมพูชาที่มีอยู่กับประเทศเวียดนามและไทย นับตั้งแต่ที่เขาจำต้องเดินทาง ออกนอกประเทศ เพราะถูกอำนาจผูกขาดในสภาแห่งชาติของ ฮุน เซน ถอดถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกรัฐสภาของกัมพูชาตั้งแต่ปลายปี 2009 เป็นต้นมาแล้วนั่นเอง

 

จนถึงทุกวันนี้ สัม รังสี ไม่เพียงจะยังคงใช้ระบบ Video Link เพื่อโจมตี ฮุน เซน เรื่อยมาเท่านั้น หากยังได้ขยายไปสู่การจัดรายการสดผ่านทางสถานีวิทยุ Candle Lights (FM 93.5 MZ) ที่ได้มีการถ่ายทอดสัญญาณไปทั่วประเทศกัมพูชา ทั้งยังสามารถรับชมรายการได้ทาง Youtube และฟังรายการย้อนหลังทาง Web Site ของพรรคสัม รังสี ได้ตลอดเวลาอีกด้วย

 

ซึ่งด้วยการเลือกใช้ระบบการสื่อสารต่างๆที่ทันสมัยเหล่านี้ของ สัม รังสี ก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความสน ใจจากทั้งชาวเขมร สื่อมวลชนเขมรและสื่อต่างชาติมากขึ้นทุกขณะ จนถึงขนาดที่ทำให้ สัม รังสี นั้นได้ประกาศชัยชนะในโอกาสที่เขาได้ร่วมมือกับชาวเขมรในการถอนหลักเขตแดนระหว่างกัมพูชากับเวียด นามไป 6 หลักมาแล้ว เนื่องเพราะชาวเขมรที่อยู่ท้องถิ่นแถบนั้น ต่างได้ให้การยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นการปักหลักหมายเขตแดนที่รุกล้ำเข้ามาในเขตที่นาของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสวายเรียงเป็นระยะทาง 300-500 เมตรเลยทีเดียว

 

ยิ่งไปกว่านั้น สัม รังสี ยังได้ประกาศอย่างชัดเจนด้วยว่า “...นี่ถือเป็นชัยชนะในยกแรกเท่านั้น เพราะกรณีปัญหาอย่างเดียวกันนี้ได้เกิดขึ้นในตลอดแนวเขตชายแดนระหว่างกัมพูชากับเวียดนามที่มีระยะทางยาวกว่า 1,200 กิโลเมตรนับจากเหนือจรดใต้ อันมีสาเหตุสำคัญมาจากการยินยอมพร้อมใจของรัฐบาล ฮุน เซน...”

 

ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นก็ยังทำให้ สัม รังสี ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนด้วยว่าเขายังจะทำการเคลื่อนไหวในทุกวิถีทางเพื่อทวงเอาผืนแผ่นดินของกัมพูชากลับคืนมาจากเวียดนามให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมานั้นเขาก็ได้เดินทางไปใน 19 ประเทศที่ร่วมลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ ณ กรุงปารีส เมื่อปี 1991 เพื่อแสดงข้อมูลและแผนที่ประกอบที่ทำให้กัมพูชาต้องสูญเสียดินแดนให้กับเวียดนามด้วยน้ำมือของฮุน เซน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า ฮุน เซน ได้เลือกที่จะหวงแหนผืนแผ่นดินของกัมพูชาเฉพาะทางด้านทิศตะวันตกที่ติดต่อกับประเทศไทยเท่านั้น

 

นอกจากนี้ การเปิดเกมรุกของ สัม รังสี ที่มีต่อ ฮุน เซน ที่ได้ดำเนินการอย่างเป็นกระบวนการในตลอดเวลาที่มา ก็คือการเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการที่เป็นอิสระจากรัฐบาลของ ฮุน เซน ขึ้นมาเพื่อให้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนที่มีอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นการเฉพาะ ด้วยเหตุผลที่ว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันนี้เป็นคนในสังกัดของ ฮุน เซน ทั้งสิ้น

 

ซึ่งจากการเสนอดังกล่าวของ สัม รังสี ก็ทำให้ ฮุน เซน ต้องเสียรังวัดทางการเมืองไปไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากว่า ฮุน เซน นั้น นอกจากจะไม่ยอมรับการเสนอดังกล่าวของ สัม รังสี แล้ว ก็ยังได้ให้เหตุผลที่ทำให้ชาวเขมรส่วนใหญ่ฟังดูแล้วก็ต้องรู้สึกถึงความไม่โปร่งใสในการปักปันเขตแดนในด้านที่ติดต่อกับเวียดนามอีกด้วย เพราะเหตุผลที่ ฮุน เซน ได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อเป็นการปฏิเสธต่อข้อเสนอของ สัม รังสี ดังกล่าวนั้นคือ “...การปักปันเขตแดนเป็นเรื่องที่จะต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์สูงอย่างมาก จึงมีเพียงผู้ชำนาญการพิเศษเท่านั้นที่สามารถรับผิดชอบเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี...”

 

ทางด้าน สัม รังสี ก็ได้ตอบโต้ว่าผู้ชำนาญการในเรื่องเกี่ยวกับเขตแดนนั้นมิได้มีอยู่เฉพาะคนของพรรคประชาชนกัมพูชาของ ฮุน เซน เท่านั้นเพราะสมาชิกรัฐสภาในฟากของฝ่ายค้านก็มีบุคลากรจำนวนไม่น้อยที่มีความชำนาญในด้านดังกล่าวนี้ ทั้งก็ยังจบการศึกษาและได้เรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่จากต่างประเทศอีกต่างหาก ในขณะที่บุคลากรส่วนใหญ่ในพรรคของ ฮุน เซน นั้นได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากเวียดนามเป็นด้านหลัก

 

ซึ่งด้วยการตอบโต้เช่นว่านี้ของฝ่าย สัม รังสี นั้นไม่เพียงจะทำให้ประชาชนชาวเขมรต่างให้การขานรับอย่างกว้างขวางเท่านั้น หากยังปรากฏว่ามีองค์กรของชาวเขมรทั้งที่อยู่ในกัมพูชาและก็ในต่างประเทศเป็นจำนวนมากที่ได้ออกมาแสดงท่าทีให้การสนับสนุน สัม รังสี อย่างกว้างขวาง และก็ยังเป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้ สัม รังสี ได้เดินสายไปในทุกประเทศที่สนใจปัญหานี้ ด้วยเป้าหมายที่จะรณรงค์ให้ชาวเขมรในทั่วโลกเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อทวงเอาผืนแผ่นดินเขมรคืนจากเวียดนามที่มีรัฐบาลของ ฮุน เซน เป็นหุ่นเชิดเรื่อยมาจนเท่าทุกวันนี้นั่นเอง

 

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของ สัม รังสี ดังกล่าวนี้ย่อมไม่มีข้อยกเว้นสำหรับไทยด้วยเช่นกัน เพราะว่า สัม รังสี ได้จัดรายการสดทางสถานีวิทยุ Candle Lights เพื่อแสดงจุดยืนของการเคลื่อนไหวเพื่อทวงเอาพื้นที่พิพาทในเขตปราสาทพระวิหารคืนจากประเทศไทยมาแล้วเช่นกัน

 

ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า สัม รังสี นั้นได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าพื้นที่ที่พิพาทกับไทยในเขตปราสาทพระวิหาร 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้นเป็นของกัมพูชาตามการตัดสินของศาลระหว่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1962 เป็นต้นมาแล้ว

 

ฉะนั้น ถ้าหากพิจารณาในแง่นี้ ก็จะเห็นได้ว่าจุดยืนของทั้ง สัม รังสี และ ฮุน เซน นั้นหาได้แตกต่างกันแต่อย่างใดเลย แต่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือกรณีปัญหาเขตแดนด้านเวียดนามที่ ฮุน เซน ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า “ไม่มีปัญหา” โดยทุกอย่างนั้นก็ได้ดำเนินการมาอย่างราบรื่น และปราศจากความขัดแย้งระหว่างกันนับตั้งแต่ที่ได้เริ่มสำรวจเพื่อปักปันเขตแดนระหว่างกันในปี 2003 เป็นต้นมาแล้ว

 

ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องไม่ลืมว่าเรื่องเขตอธิปไตยกับชาตินิยมเขมรนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน และเมื่อประกอบกับ สัม รังสี ได้นำเอาระบบการสื่อสารอันสมัยมาใช้อย่างหลากหลาย เพื่อการติดต่อสื่อสารและส่งข้อมูลต่างๆ ไปสู่ชาวเขมรและสื่อมวลชนทุกสำนักในทั่วโลกได้ตลอดเวลาด้วยแล้ว จึงมิใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้เลย

 

แต่ที่น่าหวั่นเกรงไปมากกว่านั้น ก็คือการที่ ฮุน เซน ได้หันมาเดินในเกมเดียวกัน เพื่อที่จะลบล้างภาพลักษณ์ที่ถูกกล่าวหาว่า “เป็นผู้ขายชาติขายแผ่นดินให้เวียดนาม” ทั้งยังมองไปถึงชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติในเดือนกรกฎาคม 2013 และยังต้องต่อสู้กับการรวมพลังของฝ่ายค้านที่ได้มีการรวมพรรคสัม รังสีกับพรรคสิทธิมนุษยชนของ เข็ม สุขา เข้าด้วยกันภายใต้ชื่อพรรคกอบกู้ชาติด้วยแล้วย่อมจะทำให้ปัญหาเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทยและเวียดนามนั้นต้องถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีกันในเกมการเมือง “ชาตินิยมเขมร” อย่างดุเดือดและเผ็ดร้อนถึงไทยและเวียดนามอย่างแน่นอน!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]