• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 567782
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 3024 , 16:51:30 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

                

ถึงแม้ว่ากรณีขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุลีบนแนวแม่น้ำโขงในเขตแขวงไซยะบุลีในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปล) จะยังคงหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ระหว่างทางการลาวกับฝ่ายที่คัดค้าน (ทางการเวียดนาม กัมพูชา และ องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)และล่าสุด International Rivers จะออกมาเปิดโปงว่าทางการลาว “ลักไก่” ลงมือก่อสร้างโครงการเขื่อนดอนสะหงในเขตน้ำตกหลี่ผี-สี่พันดอน (ห่างจากชายแดนกัมพูชาเพียง 2 กิโลเมตรเศษๆเท่านั้น) โดยยังไม่ได้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission—MRC) ในขณะที่ทางการลาวเองก็ยังมิได้ออกมาแสดงท่าทีอย่างใดๆในเรื่องนี้ก็ตาม

 

แต่ทั้งสองกรณีดังกล่าวข้างต้นก็ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนการเป้าหมายของรัฐบาลลาวที่ต้องการจะพัฒนาลาวไปสู่การเป็น “หม้อไฟ” หรือ Battery ในฐานะผู้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในเอเชียเท่านั้นและเพื่อทำให้เป้าหมายดังกล่าวนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้นั้น ทางการลาวก็ได้อนุมัติแผนการก่อสร้างเขื่อนบนแนวแม่น้ำโขงให้กับเอกชนต่างชาติไปแล้วถึง 7 โครงการด้วยกัน โดยนอกจากเขื่อนไซยะบุลี และ เขื่อนดอนสะหงดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีเขื่อนหลวงพระบาง เขื่อนปากลาย เขื่อนสานะคาม เขื่อนแก้งหลวง และเขื่อนท่าค้ออีกด้วย

 

ทั้งนี้โดยล่าสุด ก็มีรายงานว่าทางการลาวได้ให้บุริมสิทธิ์กับโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าค้อที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองโขง แขวงจำปาสัก ซึ่งผลจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในระยะที่ผ่านมานั้น ทางการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาว ก็ได้ให้การยืนยันว่าเขื่อนท่าค้อจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวด ล้อมธรรมชาติในแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน ทั้งก็ยังจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขตการท่องเที่ยว “คอนพะเพ็ง” ที่เมืองโขงอีกด้วย ดังเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาว ได้ให้การยืนยันว่า

 

ที่ตั้งของโครงการไฟฟ้าน้ำตกท่าค้อ ตั้งอยู่นอกเขตของการพัฒนาการท่องเที่ยว จึงบ่ไปแตะต้องเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะว่าโครงการนี่เป็นโครงการที่บ่มีเขื่อน แต่จะมีการต่งเอาน้ำอยู่แคมท่าน้ำ แล้วกะเฮ็ดคลองชลประทานเข้าไปประมาณ 1,700 เมตร และโครงการนี่กะบ่มีอ่างเก็บน้ำ แต่ต่งเอาน้ำโดยกงแล้วกะผ่านเครื่องจักรอยู่ลุ่มคอนพะเพ็งไปอีก”

 

โดยโครงการเขื่อนท่าค้อจะมีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้ารวม 308 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมีการก่อสร้างเป็นแบบขั้นบันไดที่แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนด้วยกัน ก็คือขั้นตอนที่ 1 จะมีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้า 52 เมกะวัตต์ ขั้นตอนที่ 2 จะมีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้า 86 เมกะวัตต์ และขั้นตอนที่ 3 ที่อยู่ต่ำสุดนั้น ก็จะมีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้า 170 เมกะวัตต์ โดยจะส่งกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ขายให้กับไทยภายใต้ข้อตกลงที่ไทยจะรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากลาวไม่น้อยกว่า 7,000 เมกะวัตต์นับจากปี 2015 เป็นต้นไปนั่นเอง

 

แต่อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายองค์กรอนุรักษ์แม่น้ำสากลนั้นก็ไม่เชื่อว่าการศึกษาเพื่อป้องกันผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนบนแนวแม่น้ำโขงในเขตประเทศลาวนั้นจะได้มาตรฐานสากล โดยล่าสุดก็ได้ออกมา คัดค้านการก่อสร้างเขื่อนดอนสะหง ที่เขตสี่พันดอนในแขวงจำปาสัก ด้วยการเสนอรายงานว่าทางการลาวและกลุ่มผู้ลงทุนได้เริ่มลงมือดำเนินการก่อสร้างเขื่อนโดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากประเทศภาคีร่วมใน MRC ทั้งไทย กัมปูเจีย และเวียดนาม ทั้งก็ยังเป็นโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสัตว์น้ำในเขตตอนล่างของแม่น้ำโขงอย่างรุนแรงอีกด้วย

 

โดยคณะเจ้าหน้าที่ขององค์การอนุรักษ์แม่น้ำสากลได้เดินทางเข้าไปสังเกตุการณ์ที่เขตก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็พบว่ากลุ่มลงทุนในโครงการได้เริ่มทำการระเบิดแก่งหินของน้ำตกที่อยู่เขตตอนบนของโครงการเขื่อนแล้ว ส่วนทางการลาวก็ได้ออกประกาศห้ามประชาชนเข้าไปจับปลาด้วย “หลี่” (เครื่องสานขนาดใหญ่สำหรับดักปลา) อย่างเด็ดขาดนับจากปี 2014 เป็นต้นไป

 

ยิ่งไปกว่านั้น องค์การอนุรักษ์แม่น้ำสากลยังได้อ้างถึงการศึกษาวิจัยของ MRC เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการก่อสร้างเขื่อนดอนสะหงจะเป็นการทำลายเส้นทางการสัญจรไป-มาของสัตว์น้ำที่มีอุโมงก์น้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันได้ตลอดปีระหว่างสี่พันดอนในลาวกับทะเลสาปใหญ่ (Tonle Sap) ในกัมพูชา ซึ่งจะทำลายทั้งแหล่งอาหารและอาชีพประมงของคนลาว ไทย และกัมพูชาอย่างกว้างขวางอีกด้วย

 

แต่ถึงกระนั้น บริษัท Mega First Corporation Berhad จากมาเลเซีย ในฐานะผู้ลงทุนของโครงการเขื่อนดอนสะหง ก็ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้ทำการศึกษาเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำอย่างรอบด้านแล้ว โดยใช้เวลาดำเนินการถึง 4 ปีเต็ม และรัฐบาลลาวเองก็ได้อนุมัติแผนการป้องกันผลกระทบดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซึ่งก็ทำให้บริษัทสัญชาติมาเลเซียกลุ่มนี้ได้ตัดสินใจเดินหน้าทุ่มทุนกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างเขื่อนดอนสะหงให้แล้วเสร็จภายในปี 2016

 

โครงการเขื่อนดอนสะหงจะมีกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ระหว่าง 260-380 เมกะวัตต์ โดยพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็จะส่งขายให้กับไทยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ทางการลาวยังวาดหวังว่าเขื่อนดังกล่าวนี้จะตอบสนองพลังงานไฟฟ้าให้กับโรงแรม รีสอร์ท และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเขตคอนพะเพ็ง-สี่พันดอนได้อย่างเพียงพอสำหรับการพัฒนาแขวงจำปาสักให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของ “สี่เหลี่ยมมรกต” ระหว่างลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนามในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างเขื่อนบนแนวแม่น้ำโขงก็ถือเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนน้อยเท่านั้นเมื่อพิจารณาถึงแผนการพัฒนาสู่การเป็น “หม้อไฟ” ในเอเชียของรัฐบาลลาว ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างเขื่อนทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ในเขตประเทศลาวจำนวนมากถึง 170 โครงการ โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ปรากฏว่ารัฐบาลลาวได้อนุมัติการลงทุนสร้างเขื่อนตามแผนการนี้ไปแล้วถึง 80 โครงการและนักลงทุน ที่ได้รับอนุญาตมากที่สุดก็คือนักลงทุนจากจีน เวียดนาม และไทยตามลำดับ

 

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลลาวทุ่มเทให้กับแผนการ “หม้อไฟ” ในเอเชียอย่างมุ่งมั่น (จนไม่รับฟังเสียงคัดค้าน) เช่นนี้ ก็เป็นเพราะเชื่อว่าการเป็น “หม้อไฟ” ดังกล่าวจะทำให้ลาวก้าวไปถึงเป้าหมายของการหลุดพ้นจากความยากจนและสภาพของความด้อยพัฒนาได้ในปี 2015 และปี 2020 ตามลำดับ

 

ทั้งนี้ คณะชี้นำการพัฒนาชนบทและลบล้างความทุกข์ยากแห่งชาติลาว ได้วางคาดหมายประจำปี 2012 ไว้ว่าจะทำให้อัตราความยากจนในลาวลดลงสู่ระดับที่ต่ำกว่า 22% ของประชากรทั้งหมด และจะทำให้ครัวเรือนที่ยากจนลดลงสู่ระดับที่ต่ำกว่า 17% ของจำนวนครอบครัวทั้งหมดในปลายปีนี้

 

แต่อย่างใดก็ตาม สำหรับในปี 2011 ที่ผ่านมา ทางการลาวก็ยอมรับว่ายังคงมีอยู่ถึง 199,758 ครอบครัวที่มีสภาพชีวิตการเป็นอยู่ที่ยากจนอย่างยิ่งหรือคิดเป็น 18.96% ของจำนวนครอบครัวทั้งหมดและในขณะเดียวกัน ก็ยังมีหมู่บ้านยากจนอยู่ถึง 3,216 บ้านหรือคิดเป็น 37.16% ของหมู่บ้านทั้งหมดเลยทีเดียว

 

แต่ถึงกระนั้น ทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว ก็ได้แถลงยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลลาวจะปฏิบัติให้ได้อย่างแท้จริงก็คือการลบล้างความทุกข์ยากของประชาชนให้ได้โดยพื้นฐานด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ย 8% ต่อปีซึ่งจะทำให้ผลผลิตมวลรวมภายใน (GDP) มีมูลค่าที่สามารถถัวเฉลี่ยเป็นรายรับของคนลาวได้ในระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในปี 2015

 

ทั้งนี้โดยแนวทางหนึ่งที่รัฐบาลลาวเชื่อว่าจะทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแท้จริง ก็คือการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนสร้างเขื่อนในลาวภายใต้แผนการ “หม้อไฟ” ของเอเชียนั่นเอง และสำหรับแผนการเฉพาะหน้าจนถึงปี 2015 นี้ รัฐบาลลาวก็ได้วางเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เอกชนต่างชาติเข้าไปลงทุนสร้างเขื่อนในลาวให้ได้ไม่น้อยกว่า 24,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพื่อทำให้สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแท้จริงนั้น จึงไม่มีความสำคัญว่ากระแสเสียงภายนอกจะคัดค้านการก่อ สร้างเขื่อนในลาวด้วยเหตุผลใด!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 20/09/2012 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ขณะซุ่มเงียบนะเนี่ย

ยังหนวกหูมาถึงไทย

ฮา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]