• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 571676
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม 2555
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 3489 , 11:35:06 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน คนชั้นล่าง , Surakant และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

ในขณะที่ชาวกัมพูชาที่ยังคงเคารพรักและศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์ต่างเศร้าโศกกับการสวรรณคตของสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์ของพวกเขาอยู่ในเวลานี้ แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นเหตุการณ์เดียวกันนี้กลับได้สร้างความหวั่นไหวให้กับสมาชิกในราชวงศ์นโรดมเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสวรรณคตของอดีตกษัตริย์สีหนุนั้นย่อมหมายถึงการสูญเสียเสาหลักของราชวงศ์นโรดมไปอย่างสิ้นเชิงนั่นเอง

 

ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่าสมเด็จเจ้าสีหนุ จะได้ทรงสละราชบัลลังก์ไปตั้งแต่ปลายปี 2004 เป็นต้นมาแล้วก็ตาม แต่การที่พระองค์ได้ทรงผลักดันให้พระโอรสองค์เล็กอย่างสมเด็จเจ้านโรดม สีหมุนี ได้ขึ้นครองราชย์เพื่อสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงเวลานี้ ก็ไม่เพียงจะเป็นสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นถึงพระบารมีของพระองค์ที่ยังคงเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของชาวกัมพูชาอยู่ไม่น้อยเท่า นั้น หากยังแสดงถึงความพยายามของพระองค์ในอันที่จะรักษาราชบัลลังก์ไว้เพื่อราชวงศ์นโรดมให้ได้ต่อไปอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การสละราชบัลลังก์ของสมเด็จเจ้าสีหนุ ในครั้งนั้นก็ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับราช วงศ์นโรดมอยู่ไม่น้อยเช่นกันและยิ่งสั่นสะเทือนมากขึ้นเมื่อสมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ทรงนำจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ส่วนพระองค์ เมื่อกลางปี 2008 ที่มีใจความสำคัญว่า “สมเด็จเจ้าสีหมุนี ทรงปรารถนาที่จะสละราชบัลลังก์”

 

ทั้งนี้โดย สมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในจดหมายที่นำออกเผยแพร่นี้ว่าพระโอรสขอพระองค์ (สมเด็จเจ้าสีหมุนี) ได้ตรัสกับพระองค์ว่าทรงต้องการจะสละราชบัลลังก์ เพื่อกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนที่กรุงปารีสเหมือนเมื่อก่อน จึงไม่ทรงปรารถนาที่จะเป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาต่อไปอีกแล้ว หากแต่ทรงต้องการที่จะกลับไปเป็นคนธรรมดาสามัญให้เร็วที่สุด

 

แน่นอนว่าการนำจดหมายฉบับนี้ออกเผยแพร่สู่การรับรู้ของผู้คนในวงกว้างทั้งที่อยู่ในกัมพูชาและต่างประเทศนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ ซึ่งก็ทำให้หลายๆฝ่ายต่างก็ได้พยายามที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใด? สมเด็จเจ้าสีหนุ จึงต้องนำเรื่องนี้ออกมาเผยแพร่สู่การรับรู้ของผู้คนในวงกว้างเช่นนี้

 

ทั้งนี้เพราะหากจะว่าไปแล้ว สมเด็จเจ้าสีหมุนี พระราชโอรสของพระองค์ ก็เพิ่งจะขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระองค์ที่ทรงสละราชบัลลังภ์ไปเมื่อปลายปี 2004 โดยที่พระองค์ได้ทรงให้เหตุผลในการสละราชบัลลังก์ในครั้งนั้นว่าเป็นเพราะสุขภาพ-ร่างกายไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติราชกิจหลังจากที่ครองราชย์มาเป็นระยะเวลา 10 ปีติดต่อกัน

 

แต่ถึงกระนั้น ก็เป็นที่รับรู้และเข้าใจกันโดยทั่วไปว่าการสละราชบัลลังก์ของพระ องค์ในห้วงเวลานั้นมีสาเหตุมาจากความไม่พอพระทัยต่อสถานการณ์ทางการเมืองในกัมพูชา ที่อุดมไปด้วยความขัดแย้งและแย่งชิงการนำระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชาภายใต้การนำของ ฮุน เซน กับ เจ้านโรดม รณฤทธิ์ โอรสองค์ใหญ่ของพระองค์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฟุนซินเปกในเวลานั้นและ สัม รังสี ผู้นำพรรคสัม รังสี

 

โดยความขัดแย้งและแย่งชิงอำนาจการนำในเวลานั้น ถึงกับทำให้ไม่สามารถจัดตั้งคณะรัฐบาลผสมขึ้นได้เลย หลังจากที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2003 ได้ผ่านพ้นไปแล้วถึงกว่า 1 ปี เพราะชัยชนะที่ไม่เด็ดขาดของพรรคประชาชนกัมพูชานั้นทำให้ ฮุน เซน ต้องตามง้อขอให้ เจ้ารณฤทธิ์ ร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมและก็มาประสบผลด้วยการเสนอให้ตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติแก่ เจ้ารณฤทธิ์ เป็นสมัยที่ 2 นั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2003 จะมีขึ้นนั้นได้มีการตกลงเป็นพันธมิตรทาง การเมืองกันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะระหว่างเจ้ารณฤทธิ์กับ สัม รังสี แต่เจ้ารณฤทธิ์ ก็ไม่รักษาสัญญาในครั้งนั้นก็ยังนับเป็นการหักหลังในทางการเมืองที่ได้กระทำต่อ สัม รังสี เป็นครั้งที่ 3 นับแต่ปี 1993 เป็น ต้นมาด้วยนั้น สัม รังสี ก็ได้ชำระแค้นทางการเมืองที่มีต่อ เจ้ารณฤทธิ์ ด้วยการหันไปจับมือ (เป็นการชั่ว คราว) กับ ฮุน เซน เพื่อแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ ฮุน เซน สามารถจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ในเวลาต่อมา

 

อย่างไรก็ตาม ฮุน เซน ก็ฉลาดพอที่จะอ่านเกมการเมืองของ สัม รังสี ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เนื่องจากเป็นศัตรูคู่อาฆาตทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ ฮุน เซน จึงไม่ได้เร่งรีบที่จะเขี่ยพรรคฟุนซินเปกออกจากการร่วมในรัฐบาลแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ ฮุน เซน ได้วางหมากทางการเมืองและเป็นผลสำเร็จก็คือการขุดคุ้นเรื่องชู้สาวของ เจ้ารณฤทธิ์ กับดารานักร้องสาวสวยชื่อดังรายหนึ่งจนเป็นสาเหตุให้ต้องหย่าร้างกับชายา

 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ เจ้ารณฤทธิ์ ได้ใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในฐานะผู้นำพรรคฟุนซินเปกในการขายที่ดินและสำนักงานพรรคในกรุงพนมเปญให้กับนักธุรกิจชาวต่างชาติแล้วได้นำเอาเงินที่ได้จากการขายดังกล่าวนั้นไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมส่วนตัวด้วยแล้ว จึงไม่เพียงจะเป็นผลทำให้ เจ้ารณฤทธิ์ ต้องถูกคณะกรรมการบริหารพรรคแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดในฐานยักยอกทรัพย์เท่านั้น หากยังถูกขับออกจากพรรคอย่างไม่มีวันที่จะได้หวนกลับไปครองตำแหน่งผู้นำพรรคฟุนซินเปกอีกเลย

ทั้งนี้โดย เจ้ารณฤทธิ์ ต้องหนีออกนอกประเทศเนื่องจากไม่ต้องการที่จะถูกคุมขังในฐานะจำเลยในคดียักยอกทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาศาลอาญาในกรุงพนมเปญ ก็ได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือนในขณะที่ เจ้ารณฤทธิ์ พร้อมด้วยชายาดาราสาวและบุตร ชายที่เพิ่งจะลืมตามองโลกได้ไม่นานนั้นพำนักอยู่ที่ประ เทศฝรั่งเศส

 

ทางด้าน ฮุน เซน ผู้ซึ่งต้องการที่จะครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่นั้น ก็ไม่เพียงจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคฟุนซินเปกที่แปรพักตร์ไปอยู่กับพรรคประชาชนกัม พูชาเท่านั้น หากแต่ยังสามารถโดดเดี่ยวพรรคสัม รังสี ให้เป็นฝ่ายค้านเสียงข้างน้อยเพียงพรรคเดียวต่อไปได้อีกด้วย

 

เพราะฉะนั้น การสละราชบัลลังก์ของ สมเด็จเจ้าสีหนุ ในช่วงเวลานั้น จึงถูกมองว่าเป็นเพราะพระองค์ทรงต้องการที่จะกลับมากอบกู้พรรคฟุนซินเปกที่พระองค์ได้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยพระองค์เอง แต่ก็ต้องมาพังพินาศลงด้วยน้ำมือพระโอรสองค์โตของพระองค์เองเพียงในช่วงเวลา 10 ปีเศษเท่านั้น

 

แน่นอนว่า ฮุน เซน ย่อมรู้ถึงเกมการเมืองเช่นนี้เป็นอย่างดี จึงได้พยายามกดดันราชตระกูลนโรดม ด้วยการก่อให้เกิดกระแสข่าวให้ออกไปสู่สังคมในวงกว้างว่า “จะมีการล้มล้างระบอบกษัตริย์แล้วสถาปนาระบอบสาธารณรัฐขึ้นมาแทน” ซึ่งนับเป็นการกดดันที่ได้ผลเร็วอย่างทันตาเห็น กล่วคือสมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ทรงเสนอให้ สมเด็จเจ้าสีหมุนี ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระองค์ เนื่องเพราะเห็นว่าราชตระกูลของพระองค์ไม่เหลืออำนาจต่อรองอย่างใดๆเหลืออยู่เลยในเวลานั้น ในขณะที่อำนาจของ ฮุน เซน กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้แล้วในทุกวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม การขึ้นครองราชย์ของ สมเด็จเจ้าสีหมุนี ในระยะเวลา 8 ปีมานี้ ก็หาได้ทำให้ภาพลักษณ์แห่งราชตระกูลนโรดมดีขึ้นแต่อย่างใดไม่ เพราะแท้จริงแล้วกษัตริย์แห่งกัมพูชาพระองค์นี้หาได้ฝักใฝ่ในทางการเมืองเหมือนพระราชบิดาและพระเชษฐาของพระองค์แต่อย่างใดไม่ หากแต่ทรงสนพระทัยในศิลปการแสดงและการดนตรีในฐานะที่เคยเป็นครูสอนเต้นและเปียโนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 

เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าหากพระองค์จะทรงอยากที่จะกลับไปสู่เส้นทางชีวิตที่ว่านี้ในวันข้างหน้า แต่สำหรับในวันนี้ สมเด็จเจ้าสีหมุนี ยังจะต้องครองราชบัลลังก์ต่อไปหรือจนกว่าที่ เจ้ารณฤทธิ์ จะเป็นที่ยอมรับของปวงประชาราษฎร์ชาวเขมรในการที่จะก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์นี้ ซึ่งก็มิใช่เรื่องง่าย เนื่องจากชีวิตทางการเมืองที่ผ่านมาของ เจ้ารณฤทธิ์ นั้นได้ดำเนินไปในทิศทางเสื่อมโทรมลงเรื่อยมานั่นเอง

โดยล่าสุด เจ้ารณฤทธิ์ ก็ได้ประกาศอำลาจากการเมืองเป็นครั้งที่ 2 โดยการอำลาครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งก็เป็นการอำลาอย่างจำใจเพื่อแลกกับการที่ ฮุน เซน ไม่คัดค้านการพระราชทานอภัยโทษให้กับ เจ้ารณฤทธิ์ โดย สมเด็จเจ้าสีหมุนี ทั้งยังได้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ เจ้ารณฤทธิ์ เป็นที่ปรึกษาส่วนพระ องค์ด้วยนั่นเอง

 

แต่สำหรับการประกาศอำลาการเมืองในครั้งล่าสุดนี้ได้มีขึ้นภายหลังจากที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าจากการพยายามรวมพรรคฟุนซินเปกเข้ากับพรรคนโรดม รณฤทธิ์ ด้วยหวังว่าจะทำให้ตนกลับมาเป็นใหญ่ทางการเมืองในกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้นเมื่อความพยายามไม่เป็นผลจึงได้ตัดสินใจประกาศอำลาดังกล่าว ทั้งยังได้แสดงเหตุผลที่มีนัยของการยกยอปอปั้น ฮุน เซน ด้วยว่า “ฉันสังเกตเห็นว่าการปกครองระบอบกษัตริย์ในกัมพูชามีความเข้มแข็งภายใต้การคุ้มครองโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ฉันจึงขอประกาศว่านับแต่นี้เป็นต้นไป ฉันจะหยุดทุกกิจกรรมทางการเมือง และจะไม่รับผิดชอบต่อภารกิจ และการตัดสินใจของพรรคนโรดมรณฤทธิ์ ฉันจะเริ่มทำงานเพื่อสังคม และมนุษยธรรมเพื่อพัฒนาชาติ ภายใต้รัชสมัยของสมเด็จเจ้านโรดม สีหมุนี”

 

อย่างไรก็ตาม ฮุน เซน ก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถไว้วางใจ เจ้ารณฤทธิ์ ได้เลยเนื่องจาก เจ้ารณฤทธิ์ นั้นก็เป็นเช่นเดียวกันกับเขาที่สามารถหักหลังคู่ต่อสู้ทางการเมืองได้ทุกเมื่อ อย่างเช่นในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมบนสะพานข้ามแม่น้ำบาสักที่มีคนตายไปกว่า 350 ศพในช่วงเทศกาลลอยกระทงปี 2010 ที่ ฮุน เซน ถูกประนามอย่างมาก เพราะไม่แสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการบริหารงานของตนนั้นก็ได้กลายเป็นโอกาสให้ เจ้ารณฤทธิ์ ฉวยใช้เพื่อประกาศหวนกลับสู่การเมืองอีกครั้งนั่นเอง

 

เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าในการประกาศอำลาจากการเมืองในครั้งล่าสุดนี้ของ เจ้ารณฤทธิ์ จะได้มีการสอดแทรกถ้อยแถลงที่มีนัยของการยกย่องเชิดชูเพื่อเอาใจ ฮุน เซน โดยตรงก็ตาม แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่การยกยอปอปั้นด้วยถ้อยคำเพียงแค่นี้จะทำให้ ฮุน เซน นั้นสามารถไว้วางใจในการที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้ เจ้ารณฤทธิ์ ก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์กษัตริย์กัมพูชาแทนพระอนุชาได้

 

แต่ในขณะเดียวกันถ้าหาก ฮุน เซน พยายามที่จะขัดขวางทางเดินของ เจ้ารณฤทธิ์ โดยไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากการควบคุมปัจจัยที่จะท้าทายอำนาจทางการเมืองของตนเท่านั้นก็ย่อมจะนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหม่ระหว่างฝ่ายที่นิยมกษัตริย์กับฝ่ายที่นิยมพรรคประชาชนกัมพูชาของ ฮุน เซน ได้เช่นกันและถ้า ว่าการเผชิญหน้าได้ก้าวไปสู่ความรุนแรงเมื่อใด รถถังและกำลังทหารของ ฮุน เซน ก็พร้อมที่จะออกมาควบคุมสถานการณ์เมื่อนั้น ซึ่งก็ถือเป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงอย่างยิ่งต่อการดำรงอยู่ของราชวงศ์นโรดม!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
DDGeneral วันที่ : 27/10/2012 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/DDGeneral

น่าสนใจมากค่ะ จะติดตามต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
rattiya วันที่ : 27/10/2012 เวลา : 01.09 น.

"ในขณะที่ชาวกัมพูชาที่ยังคงเคารพรักและศรัทธาต่อสถาบันกษัตริย์ต่างเศร้าโศกกับการสวรรณคตของสมเด็จเจ้านโรดม"

จากความคิดเห็นที่ 2 rattiya ส่งให้บล็อกเกอร์ที่เขียนเรื่องมา เรื่องน่าสนใจค่ะ ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Solazy วันที่ : 27/10/2012 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/solazy

ซับซ้อนจริงครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rattiya วันที่ : 27/10/2012 เวลา : 01.01 น.


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เผ่าไท วันที่ : 27/10/2012 เวลา : 00.54 น.
คนไท

ไม่สนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]