• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 571000
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mekong
วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม 2558
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 1164 , 23:25:57 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

                                

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

การล่มสลายของสหภาพโซเวียต-รัสเซีย เมื่อปี 1991 ทำให้ผู้นำสูงสุดของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวในเวลานั้น (ไกสอน พมวิหาน) ต้องเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานทั้งในด้านการเมือง-การปกครองและเศรษฐกิจ โดยประเทศที่เป็นต้นแบบของการปฏิรูปในลาวนับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็คือสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งบริหารประเทศภายใต้หลักการว่า “ประเทศเดียว สองระบบ” กล่าวสำหรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็คือการบริหารเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรีภายใต้การผูกขาดอำนาจโดยพรรคการเมืองเดียวนั่นเอง

โดยเมื่อประกอบกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต-รัสเซียดังกล่าวยังถือเป็นการสิ้นสุดของยุคสงครามเย็นระหว่างค่ายทุนนิยมกับค่ายสังคมนิยม ในขณะเดียวกันก็ได้มีการขับเคลื่อนแผนการร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region-GMS) ที่มีธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เป็นสถาบันหลักที่ให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุนกู้ยืม ภาย ใต้เป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงเข้าด้วยกันนั้น จึงเป็นการเริ่ม ต้นของแนวความคิดในการเปลี่ยนแปลงลาวจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Land Lock) ไป สู่ประเทศที่เป็นศูนย์การเชื่อมต่อด้านคมนาคม-ขนส่ง (Land Link) นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้เนื่องจากว่าลาวเป็นประเทศเดียวที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่สามารถเชื่อมต่อการคมนาคม-ขนส่งกับทุกประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงด้วยกันได้ในทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Corridor) และการเชื่อมต่อเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) ก็ตามต่างมีลาวเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อทั้งสิ้น

โดยรูปธรรมที่เกิดขึ้นแล้วในเวลานี้ คือถนนเลข 3 ในแขวงหลวงน้ำทาที่เชื่อมต่อกับจีนและไทย ส่วนถนนเลข 9 ในแขวงสะหวันนะเขตก็เป็นศูนย์การเชื่อมต่อกับพม่า-ไทย-เวียดนามได้ตลอดปีแต่เป้าหมายสำคัญที่สุดของพรรคฯลาวขณะนี้ก็คือการเป็นศูนย์เชื่อมต่อรถไฟจีน-อาเซียนให้ได้

ทั้งนี้โดย สมสะหวาด เล้งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบด้านแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลลาว ได้ให้การคาดหมายว่ารัฐบาลลาวกับจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในการก่อสร้างทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างลาวกับจีน ภายในเดือนมิถุนายน 2015 นี้และต่อจากนั้นรัฐบาลลาวก็จะเสนอข้อตกลงดังกล่าวเพื่อขอการอนุมัติจากสภาแห่งชาติลาวทันที

สำหรับรูปแบบของการร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาวกับจีนในการก่อสร้างทางรถไฟนั้นจะเป็นการร่วมทุนด้วยการก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบการก่อสร้างและบริหารโครงการร่วมกัน ซึ่งในปัจจุบัน คณะรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินการเจรจาเพื่อตกลงกันเกี่ยวกับแบบก่อสร้าง การกำหนดสัดส่วนการร่วมทุนและการหาแหล่งเงินทุนกู้ยืม ดังที่ สมสะหวาด ให้การยืนยันว่า

“เร่งปรึกษาหารือกันถึงการเข้าหาแหล่งทุนกับการลงทุนเบื้องต้นของบริษัทร่วมลาว-จีนหั่นหนา เฮาสิควรเอาเท่าใด สิเอา 30% หรือว่า 40% กะยังอยู่ในขั้นปรึกษากันเรื่องนี้นี่แหละ”

อย่างไรก็ตาม สมสะหวาด ก็คาดหมายว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่รัฐบาลลาวกับจีนจะลงทุนขั้นเบื้องต้นในมูลค่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 1,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ ส่วนที่จะกู้ยืมจากธนาคารการค้านำเข้าและส่งออก (EXIM Bank) ของทางการจีนนั้น ก็คาดว่าจะมีมูลค่ารวมไม่ถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างแน่นอน

แต่ถ้าหากอิงตามบทรายงานที่ สมสะหวาด ได้แถลงต่อการประชุมสมัยวิสามัญของสภาแห่งชาติลาว เมื่อ 18 ตุลาคม 2012 นั้น รัฐบาลลาวจะกู้ยืมเงินทุนทั้ง 100% หรือ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารของรัฐบาลจีน ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลลาวจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก็คือการก่อตั้งบริษัทขึ้นมาบริหารโครงการและให้มีสถานะเป็นลูกหนี้ของจีน โดยรัฐบาลลาวจะต้องเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ทั้ง 100% พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 2% ต่อปีเป็นเวลา 30 ปี และการค้ำประกันดัง กล่าวนี้ยังรวมไปถึงรายรับและทรัพย์สินทั้งหมดของโครงการ

นอกจากนี้ รัฐบาลลาวจะต้องค้ำประกันด้วยรายรับทั้งหมดที่ได้จากเหมืองแร่ 2 แห่งที่เป็นการลง ทุนของจีนในลาวอีกด้วย โดยในที่นี้ก็คือเหมืองแร่ทองคำและทองแดงที่เมืองเซโปนในแขวงสะ หวันนะเขต และ เหมืองแร่บ็อกไซต์ในแขวงจำปาสักนั่นเอง

ทั้งนี้โดยการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาวตามข้อตกลงเดิมระหว่างลาวกับจีน ในปี 2010 นั้นจะมีระยะทางยาว 417.68 กิโลเมตร รางกว้าง 1.435 เมตร ซึ่งจะใช้เงินลงทุนสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะพื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นเขตภูเขาและแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงจะต้องสร้างสะพานถึง 154 แห่งและเจาะอุโมงก์ 76 แห่งคิดเป็นระยะทางรวมกันกว่า 262 กิโลเมตร จึงทำให้ต้องใช้เงินทุนมากกว่าโครงการโดยทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ หลี่ เค้อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน จึงกล่าวยืนยันว่าการเจรจารอบใหม่ระหว่างลาวกับจีนนั้นจะมีการกำหนดรูปแบบการร่วมมือที่มีประสิทธิภาพที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์และสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง โดยรัฐบาลจีนเห็นว่ารถไฟความเร็วสูงอาจจะไม่เหมาะสมกับภูมิประเทศในลาวที่ส่วนใหญ่เป็นเขตภูเขาและแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงนำเสนอให้ปรับไปเป็นรถไฟที่มีความเร็วปานกลางรางคู่ที่ขบวนโดยสารและสินค้ามีความเร็ว160 และ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามลำดับ

โดยเมื่อประกอบกับการที่รัฐบาลไทยกับจีนก็ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการร่วมมือในการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ความเร็วปานกลาง เมื่อช่วงปลายปี 2014 ที่กรุงเทพฯโดยมีเป้าหมายที่จะเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างกันให้ได้ภายในปี 2022 ด้วยการร่วมลงทุนก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ความเร็วปานกลางใน 2 เส้นทางในประเทศไทย ก็คือ หนองคาย-แก่งคอย-มาบตาพุดและแก่งคอย-กรุงเทพฯนั้นย่อมถือเป็นพื้นฐานให้กับการขยายการเชื่อมต่อไปยังจีนโดยผ่านลาวได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ดังที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แถลงยืนยันว่า

“การลงนามบันทึกความเข้าใจ ที่เรียกว่า MOU ความร่วมมือระหว่างไทย กับ สาธารณรัฐประชา ชนจีน เรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟความเร็วปานกลาง 2 เส้นทาง หนองคาย-แก่งคอย-มาบตาพุด และ แก่งคอย-กรุงเทพฯในยุทธศาสตร์ 2558-25655 ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลนะครับ ที่จะยกระดับของเราให้เป็น HUB การเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีนให้ได้”

ก่อนหน้านี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้แถลงยืนยันว่ารัฐบาลไทยได้อนุมัติแผนการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ขนาดกว้าง 1.435 เมตร ความเร็วระดับปานกลางภายใต้เป้าหมายที่จะเชื่อมต่อกับลาวและจีนให้ได้ตลอดเส้นทางในอนาคตอันใกล้นี้

โดยเส้นทางรถไฟที่รัฐบาลไทยให้การอนุมัติมีอยู่ 3 เส้นทางด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ-โคราช-หนอง คาย กับท่าเรือมาบตาพุด-โคราช-หนองคาย และระยอง-กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย นั่นก็หมาย ความว่าการลงนามใน MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับจีนดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนใน 2 เส้นทางที่อยู่ใน 3 เส้นทางที่จะเชื่อมต่อกับลาวและจีน รวมถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย ดังที่ พลอากาศเอก ประจิน ได้ให้การยืนยันว่า

“จีนมียุทธศาสตร์ในการที่จะสร้างเส้นทางสายไหมเชื่อมมายังทางด้านอาเซียนในอนาคตอันใกล้เช่นกัน เขาก็จะสร้างทางรถไฟมาตรฐานมาที่ลาวผ่านไทยไปมาเลเซียและสิงคโปร์ ตรงนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่ยุทธศาสตร์ของไทย ยุทธศาสตร์ของจีนนั้นสอดคล้องกัน”

เพราะฉะนั้น การยืนยันของ สมสะหวาด ดังกล่าวนี้ย่อมแสดงถึงความพร้อมของรัฐบาลลาวที่จะยินยอมให้ปรับเปลี่ยนแผนการก่อสร้างทางรถไฟในลาวจากความเร็วสูงเป็นความเร็วปานกลางเพื่อให้สอดคล้องกับ MOU ระหว่างไทยกับจีน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือรัฐบาลลาวต้องพึ่งเงิน ทุนจากจีน จึงต้องเดินตามเงื่อนไขที่รัฐบาลจีนเป็นผู้กำหนดเท่านั้น!!!





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]