*/
  • มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 796719
  • จำนวนผู้โหวต : 416
  • ส่ง msg :
  • โหวต 416 คน
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม 2551
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 11373 , 22:49:49 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


วันนี้ยังอยู่ใน Salzburg อีกวันนะคะ เป็นตอนต่อจาก ตะลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองนอก (๑) ...My single step in Salzburg

 


วันที่ฝนตกพรำตลอดวัน

น่าแปลกที่ดิฉันเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นมาก ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกด้วยซ้ำ ปรกติถ้าอยู่กรุงเทพฯ ก่อน ๖ โมงเช้าอย่างนี้แซะขึ้นจากเตียงยากมากเลยค่ะ .....หลังจากที่จัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็มานั่งวางแผนว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหนบ้าง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเก็บได้สักกี่ที่เพราะฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งเช้าก็ยังไม่หยุด

หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ ก็ตัดสินใจรีบออกเที่ยวดีกว่า ไม่รอให้ฝนหยุดตกล่ะ เพราะดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้าจาก http://thai.wunderground.com มาแล้วว่าวันนี้ฝนจะตกทั้งวัน โชคดีที่ตัดสินใจซื้อร่มญี่ปุ่นคันเล็กมาด้วยในนาทีสุดท้าย

ก่อนออกไปเที่ยว ดิฉันตัดสินใจเดินไปที่สถานีรถไฟ Salzburg Hauptbahnhof ก่อน เพื่อที่จะซื้อตั๋วเดินทางไป Hallstatt ในวันรุ่งขึ้น แล้วก็เลยซื้อโปสการ์ดเขียนเล่าถึงสภาพเมืองนี้และความเป็นอยู่สั้นๆ ส่งให้ครอบครัวและคนใกล้ชิด ...ที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้ๆ กันค่ะ เดินออกจากสถานีเลี้ยวขวาไป ไม่กี่สิบก้าวก็ถึงแล้ว (โปสการ์ดที่นี่ใบละ ๐.๕ ยูโร ค่าแสตมป์ส่งกลับมาประเทศไทยดวงละ ๑.๔ ยูโร)

 


Hellbrunn Trick Fountain น้ำพุซ่อนกล

วันนี้ตั้งใจจะไปเที่ยวปราสาทเฮลล์บรุนน์ และ Hellbrunn Trick Fountain ดิฉันจึงนั่งรถเมล์สาย ๒๕ จากหน้าสถานีรถไฟไปทั้งที่ฝนยังพรำอยู่ กลัวเหมือนกันว่าฝนตกแบบนี้ เขาจะไม่เปิดหรือเปิดไม่หมด แต่ปรากฏว่าผิดคาดค่ะ เพราะเจอนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เข้าแถวรอซื้อตั๋วอยู่ ดูจากวัยแล้วน่าจะเป็นนักเรียนในประเทศออสเตรียเองเสียมากกว่านักท่องเที่ยวบ้านนอกอย่างดิฉัน .......และอย่างที่เกริ่นไว้แล้วว่า Salzburg Card เข้าฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แม้แต่ audio guide ก็ไม่ต้องเสียเงินเช่าเพิ่ม เพียงแต่เราต้องนำ Salzburg Card ไปที่หน้าต่างขายบัตรเข้าชม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกรายการก่อน

นักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังรอซื้อตั๋วเข้าชม


สักพัก ไกด์ประจำที่นี่ก็เดินออกมานำเข้าชมและบรรยาย รอบนี้พอดีเป็นภาษาเยอรมัน พอเข้าไปข้างใน ก็เลยได้รู้จักกับพี่ๆ ผู้หญิงคนไทย ๓ คน ทำงานในวงการศึกษา ถามไถ่กันพอได้ความ ดิฉันเลยได้รับแนะนำจากพี่ๆ เหล่านี้เยอะพอควรว่าไปไหนจะต้องระวังอะไรบ้าง ก็ได้โอกาสจับกลุ่มเดินกับพี่กลุ่มนี้อยู่พักใหญ่ค่ะ พี่เขาสงสัยว่าดิฉันคงพูดภาษาเยอรมันได้จึงมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้ แถมไกด์พูดอะไร ดิฉันก็หัวเราะตามไปด้วย จึงสารภาพไปว่าไม่รู้เรื่องภาษาเยอรมันเลย แต่มีสมุดบันทึกการเดินทางที่พกติดตัวตัดแปะภาษาเยอรมันคำที่จำเป็นต้องใช้ไว้ด้วย จริงๆ แล้ว ดิฉันคิดว่า Body language ค่อนข้างจะเป็นเรื่องสำคัญ แม้ว่าเราจะไม่รู้ภาษาท้องถิ่นเลยก็ตาม ก็พอจะสามารถเข้าใจเรื่องที่ผู้พูดสื่อได้

ไกด์ที่น่ารักและลูกเล่นเยอะ


ข้างในนี่น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ มี Trick Fountain น้ำพุซ่อนเยอะแยะไปหมด เกือบจะเรียกได้ว่าซ่อนอยู่แทบทุกที่ นอกจากเปียกฝนแล้ว ดูเหมือนทุกคนจะได้เปียกจากน้ำพุกลนี่โดยถ้วนหน้ากัน

จุดแรกของน้ำพุที่ได้ชม

สนุกสนานเฮฮากับน้ำพุกลที่แอบซ่อน

โรงละครเครื่องกลประกอบด้วยหุ่นกระบอก ๑๑๓ ตัว เคลื่อนไหวด้วยพลังน้ำ

พอพ้นจากจุดสนุกสนานเหล่านี้มาแล้ว ไกด์ก็พาเราออกมาเพื่อเข้าสู่ส่วนที่อยู่ในอาคาร ช่วงนั้นเอง ไกด์จะบอกว่าให้พวกเราดูรูปที่นำมาโชว์บนโต๊ะ ปรากฏว่าถูกถ่ายตั้งแต่ตอนเข้ามาแบบไม่รู้ตัว มีทั้งรูปเดี่ยวและรูปหมู่ ราคารูปละ ๖ ยูโร ซึ่งถือว่าแพงมาก ดิฉันเจอไป ๒ รูป แต่ก็ซื้อด้วยความเต็มใจ เพราะเป็นอิริยาบถที่เราไม่รู้ตัวและคงไม่มีใครมาถ่ายให้เราแบบนี้ด้วย ....ต้องขอชมเลยค่ะว่าที่นี่มีวิธีการหาเงินเข้ากระเป๋าได้เนียนดี

คนที่คลุมพลาสติกสีเหลืองกับ ๒ คนขวามือด้านล่างคือพี่คนไทยที่เจอกัน

พอเสร็จสิ้นจากการชมบนอาคารหรือตัวปราสาท คนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะกลับกัน แต่พี่คนไทยกลุ่มนี้บอกว่ายังมีตามรอย The Sound of Music อยู่อีก เราก็เลยเดินตามหากันจนเจอ

ด้วยความเมตตาของพี่คนไทยกลุ่มนี้ จึงมีโอกาสได้ถ่ายกับวิวสวยๆ บ้าง

สารภาพค่ะว่าดิฉันไม่เคยดู The Sound of Music หรือ มนต์รักเพลงสวรรค์ มาก่อน จนกระทั่งไม่กี่วันก่อนเดินทางให้บังเอิญว่ายูบีซีนำมาฉายให้ชมพอดี ได้ดูตั้งแต่กลางเรื่องจนจบ ...พอรู้มาบ้างว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ถึง ๕ รางวัล โดยสร้างจากหนังสือของมาเรีย ฟอน ทรัปป์ และต่อมาเป็นละครเวทีในเยอรมนี

โดยที่ความอมตะของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้ถ่ายทอดทิวทัศน์ได้อย่างอลังการและผูกให้เป็นเรื่องรัก โยงกับเหตุการณ์บ้านเมืองและความขัดแย้งทางหลักจริยธรรมในเรื่องเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำเพียง ๑๑ อาทิตย์จากสถานที่จริงในซาลซ์บวร์กเกือบจะทั้งหมด จึงทำให้เกิดความรุ่งเรืองด้านการท่องเที่ยวของซาลซ์บวร์ก

เรือนกระจกในเรื่อง The Sound of Music

พอเสร็จจากถ่ายรูปคู่กับเจ้าเรือนกระจกนี่กันแล้ว ดิฉันตั้งใจว่าจะขึ้นเขา Untersberg ไปดูหิมะ แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่า Cable Car ที่ขึ้นไปบนเขาจะเปิดทำการรึเปล่า ว่าจะลองเสี่ยงไปดู มาทั้งทีแล้วนี่นา ส่วนพี่กลุ่มนี้จะไปดูสวนสัตว์ต่อแถวนั้น ดิฉันจึงขอแยกตัวจากพี่กลุ่มนี้เนื่องจากพี่เขาจะไปดูสวนสัตว์ต่อเนื่องจากเมื่อวานไปขึ้นเขามาแล้วเพราะเห็นท้องฟ้าอากาศดี ก่อนจากกันยังได้รับน้ำใจจากพี่ที่เป็นอาจารย์ลาดกระบังให้แอปเปิ้ลมากินแก้หิวมื้อกลางวันด้วย....น้ำเอ๋ย น้ำใจ คนไทยนี่มากมายเลยนะคะ

 


สัมผัสหิมะที่ Untersberg Mountain

จาก Hellbrunn ดิฉันต้องเดินออกมานั่งรถเมล์สาย ๒๕ เหมือนเดิม คราวนี้นั่งไปจนสุดสายก็จะถึง Untersberg Cable Car ขณะนั้นฝนยังพรำๆ อยู่เล็กน้อย ไม่แน่ใจนักว่าจะเกี่ยวกับอากาศเปิดหรือปิดด้วยหรือเปล่า จึงเดินเข้าไปถามพนักงานก็ได้รับคำตอบว่าเปิดตามปรกติ แต่ต้องรอรอบถัดไปตอนบ่ายโมง เหลือบมองนาฬิกาแล้วยังมีเวลาเหลืออีก ๒๐ นาที ดิฉันเลยแวะเข้าไปดูใน Cafeteria บริเวณนั้น เพื่อความรวดเร็วจึงขอแค่รองท้องด้วยกาแฟลาเต้ ราคา ๒.๘ ยูโร และขนม pretzel ชิ้นละ ๐.๙ ยูโร หน้าตาแบบของ Aunti Anne's เลยค่ะ รสชาติออกเค็มไปหน่อย แต่ก็เป็นการรองท้องที่ดี

พอได้เวลาเปิดให้ขึ้นข้างบน ดิฉันก็เข้าไปเป็นคนแรก ตามด้วยคู่คุณลุงคุณป้าสอบถามแล้วว่าเป็นชาวเกาหลี ต่อด้วยกลุ่มคนไทยสาวล้วนๆ อีก ๗ คน ส่งเสียงสนุกสนาน จนคุณลุงเกาหลีแอบแซวกับดิฉันอยู่บ่อยๆ ว่าคนไทยด้วยกันไม่ใช่เหรอ

ทัศนียภาพที่มองจาก Untersberg Cable Car

ขึ้นไปบนเขาแล้วถือว่าโชคดีมากเลยค่ะ คนอื่นๆ กำลังไปเข้าห้องน้ำบ้าง หาทางลงไปด้านล่างบ้าง ดิฉันก็เจอประตูเปิดออกไปข้างนอกได้ หิมะกำลังตกพอดีเลยค่ะ คุณลุงเกาหลีผู้ใจดีอาสาถ่ายรูปให้ดิฉันครู่หนึ่ง หิมะตกใส่ตัวพอดี จากนั้นดิฉันก็ขอให้กลุ่มคนไทยช่วยถ่ายให้อีก ๒ รูป .....แหม!! ดีใจจังเลยนะคะที่ได้สัมผัสกับหิมะด้วย ก่อนมาคิดว่าหิมะน่าจะไม่ตกแล้วซะอีก

ยิ้มหน้าบานที่ได้เล่นกับความขาวโพลนของหิมะ

น่าแปลกที่อากาศข้างบน Untersberg Mountain นี้กลับไม่หนาวเท่าข้างล่าง ดิฉันไม่ค่อยมีพื้นความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สักเท่าไหร่ เห็นพี่ที่เป็นอาจารย์ที่เจอเมื่อเช้าบอกไว้ว่ารังสีมันสะท้อนเลยทำให้อุ่นน่ะค่ะ

เราอยู่ข้างบนได้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที เจ้าหน้าที่ก็บอกได้เวลากลับลงข้างล่างแล้ว ปรากฏว่ากลุ่มคนไทยคนหนึ่งทำแหวนตกหายกลางหิมะแล้วหาไม่เจอด้วย ซึ่งน้องๆ เค้าก็น่ารัก พอเข้ามาแล้วก็ขอโทษคู่คุณลุงคุณป้าชาวเกาหลีที่ทำให้ต้องรอเพราะเพื่อนทำแหวนหาย ดิฉันว่าเป็นมารยาทที่น่ารักมากทีเดียว ....ตอนอยู่ในกระเช้า Cable Car ได้คุยกับสาวๆ กลุ่มนี้ เห็นว่าจะไปที่ Hallstatt, Cesky Krumlov และ Prague เหมือนกัน คุยกันว่าคงจะได้เจอกันอีกหลายรอบแน่เลย

จากนั้นเรามารอรถเมล์สาย ๒๕ เพื่อกลับเข้าไปในเมืองเหมือนกันค่ะ แต่คู่เกาหลีกับสาวกลุ่มนี้จะไปเที่ยว Hellbrunn พอถึงป้ายก็บอกลากัน ส่วนดิฉันตั้งใจจะไปเดินที่ปราสาทมิราเบลล์และสวนมิราเบลล์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในซาลซ์บวร์ก

สวนมิราเบลล์ที่เป็นส่วนหนึ่งของ The Sound of Music


คำนวณจากดินฟ้าอากาศแล้ว ดิฉันตัดสินใจไปเดินหาซื้อเสื้อหนาวใหม่อีกสักตัวแถวสถานีรถไฟ เพราะพรุ่งนี้จะต้องไป Hallstatt ซึ่งอากาศจะหนาวกว่ามาก เนื่องจากอยู่ติดทะเลสาบและอยู่ในหุบเขา ...โชคดีเหลือเกินค่ะได้เสื้อถูกใจที่ห้าง C&A ในราคาลดจาก ๕๙.๙ ยูโร เหลือ ๑๙.๙ ยูโร คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณพันบาทถือว่าน่าจะคุ้มค่า ...อดที่จะนึกถึงน้องสาวไม่ได้ เพราะเธอท้วงว่าดิฉันเอาเสื้อหนาวมาน้อย ตอนจัดกระเป๋าดิฉันพยายามจะทำให้เบาที่สุดเนื่องจากจะไม่มีคนช่วยแบก แล้วดูจากอุณหภูมิที่พยากรณ์ไว้ประมาณ ๑๐ กว่าองศา เสื้อหนาวสองตัวที่ติดมาน่าจะพอ กลับปรากฏว่าเนื้อผ้าสู้อากาศไม่ไหวจนต้องหาซื้อใหม่

ความไม่พร้อมในเรื่องเสื้อหนาวทำให้ต้องเสียเงินซื้อใหม่

เสร็จจากเลือกซื้อเสื้อหนาวราวห้าโมง คิดว่าจะหามื้อเย็นกินให้เรียบร้อยก่อนเข้าที่พัก เดินผ่านร้านพิซซ่าแถวสถานีรถไฟ ดูหน้าตาและราคาแล้วน่าสนใจดี เลยสั่งชุดลาซานญ่า&โค้ก ราคา ๕.๙ ยูโร แพงพอสมควรนะคะ ....ระหว่างที่รอก็นั่งสำรวจภายในร้าน จึงทราบว่าดิฉันเข้าใจผิดจากที่คิดว่าเจ้าของร้านเป็นฝรั่ง จริงๆ แล้วกลับกลายเป็นชาวอาหรับ ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาส่วนใหญ่จึงกลายเป็นคนอาหรับเกือบทั้งหมด น่าแปลกใจที่ทำรสชาติอาหารได้ดีทีเดียว เสียเพียงแต่ว่าลาซานญ่าที่ดิฉันสั่ง ไส้เป็นเนื้อบดเท่านั้นเอง ซึ่งตามปรกติแล้วดิฉันงดเนื้อวัวมากว่าสิบปี แต่ก็ไม่ได้เขี่ยหรือเลือกเนื้อทิ้งหรอกนะคะ ถ้าเป็นที่บ้านเราก็คงจะสั่งอะไรมาแทนอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมาต่างแดนอย่างนี้ค่าของเงินที่แตกต่างกันทำให้ไม่สนใจว่าจะเป็นเนื้ออะไร เพราะอย่างไรซะมันก็ลงไปกองอยู่ในกระเพาะอาหารอยู่ดี

บรรยากาศร้านพิซซ่าที่เจ้าของเป็นชาวอาหรับ

พอกลับถึงโรงแรมที่พัก กำลังเดินขึ้นบันไดก็สวนเข้ากับครอบครัวหนึ่ง พ่อ-แม่-ลูก ๓ คน เห็นหน้าตาเป็นชาวเอเชีย ว่าจะลองทักทายดู ก็บังเอิญว่าคนที่เป็นคุณแม่เอ่ยทักดิฉันขึ้นก่อนว่า เป็นคนไทยรึเปล่า ก็เลยได้คุยกันสักครู่ ทราบว่าครอบครัวนี้เพิ่งเช็คอินเข้าพักที่นี่ พรุ่งนี้ก็จะไป Innsbruck ต่อ ถามถึงสถานที่ที่น่าเที่ยวในซาลซ์บวร์ก ซึ่งดิฉันก็แนะนำไปตามความเห็น ...รู้สึกว่าคุณแม่กับคุณลูกสาวจะสนใจเสื้อหนาวที่ดิฉันเพิ่งซื้อมาค่ะ มีความเห็นตรงกันว่าอากาศหนาวกว่าที่คิดไว้เลยติดมาไม่พอเช่นกัน จากนั้นต่างฝ่ายก็ขอแยกตัวกันไป

ดิฉันเองกลับขึ้นมาแล้วก็รีบจัดกระเป๋าสัมภาระเตรียมไว้สำหรับเช็คเอ๊าท์วันพรุ่งนี้ จะได้ไม่เสียเวลา เพราะตอนเช้าจะได้มีเวลาเที่ยวเก็บตกสถานที่ต่างๆ ในเมืองอีกสัก ๒ ชั่วโมง สักพักก็ลงไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมถามหาห้องอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็คข่าวสารและเมล์ พร้อมกับถามหาร้านขาย Universal Plug ด้วย เพราะที่ดิฉันเตรียมปลั๊กขากลมมานั้นไม่สามารถใช้ได้ มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้นอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ ที่จำเป็นต้องชาร์ตไฟ ....พนักงานที่เคาน์เตอร์เองไม่สามารถให้คำตอบได้ แต่มีน้ำใจมากในอันที่จะรื้อตู้หาปลั๊กเพื่อต่อหัวเสียบแบบที่ดิฉันสามารถใช้ได้ให้ น่ารักจังเลยนะคะ 

และแล้วก็ผ่านไปอีกวัน!!!!

 

อำลา Salzburg

หลังจากที่เมื่อวานได้เบิกบานใจกับหิมะที่ไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส เช้าวันนี้พอเก็บของที่เหลือแพ็คใส่กระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ลงไปจัดการอาหารมื้อเช้า เจอครอบครัว ๓ แม่ลูกที่เมื่อวานเย็นได้ทักทายกัน คนที่เป็นคุณแม่บอกว่าจะไม่ไป Hellbrunn แล้วเนื่องจากเมื่อวานจะไปเดินเล่นในเมืองแต่ฝนตกเลยไม่ได้เที่ยวที่ไหน เธอถามความเห็นดิฉันว่าควรจะไปที่ไหนดีกว่ากัน ดิฉันเห็นว่าเมื่อมีเวลาจำกัดอย่างนี้ ไป Hellbrunn คงไม่ทันกลับมาขึ้นรถไฟไป Innsbruck แน่ จึงแนะว่าน่าจะเที่ยวในเมืองมากกว่า เน้นว่าอย่าลืมขึ้นไปดูวิวบน Hohensalzburg Fortress ด้วย เมื่อทานอาหารเสร็จดิฉันจึงบอกลาขอตัวไปเที่ยวโดยหวังว่าอาจจะไปเจอกันในเมืองอีกครั้งหนึ่ง

เช้าวันนี้ ดิฉันยังนั่งรถหลงฝั่งอีกจนได้ค่ะ เพราะรีบกระโดดขึ้นรถรางสาย ๒๑ หน้าโรงแรม ปรากฏว่าพาไปเข้าอู่ เลยเสียเวลาไปนิดนึงต้องนั่งรออีกประมาณ ๑๐ นาที คนขับคนเดิมจึงมาวนกลับไปใหม่


จุดเริ่มต้นของดิฉันยังเหมือนเมื่อวันแรก คือที่สะพาน Staatsbrucke เดินเลียบริมน้ำสักครู่ก็ข้ามมาที่ Mozart's Birthplace ซี่งขณะนั้นมีทัวร์ไทยกำลังลงพอดี ดูเหมือนจะหลายกรุ๊ปด้วยกัน เห็นคุณไกด์หนุ่มตัวเล็กกำลังอธิบายว่านี่คือบ้านของโมสาร์ตนะ พร้อมกับชี้ให้ดูตัวอาคารสีเหลือง แล้วก็บอกลูกทัวร์ว่า ...เอาอย่างนี้มั้ย ถ้าสนใจเดี๋ยวเราค่อยย้อนกลับมาดู ตอนนี้ไปดูอย่างอื่นก่อนดีกว่า ซึ่งดิฉันก็ไม่คิดว่ากลุ่มนี้จะได้ย้อนกลับมาที่นี่อีก

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบรรดาทัวร์ทั้งหลายจึงไม่ได้แอ้มเงินดิฉันสักที

 

จะว่าไปแล้ว บางคนอาจจะไม่สนใจที่นี่เลยด้วยซ้ำค่ะ เพราะมันเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ที่บอกเรื่องราวความเป็นมาของตัวโมสาร์ต หรือชื่อเต็มว่า Wolfgang Amadeus Mozart คีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งเกิด ณ เมืองซาลซ์บวร์ก ออสเตรีย โมสาร์ตได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะทางดนตรีคลาสสิกโดยเริ่มแต่งดนตรีเมื่ออายุเพียง ๕ ขวบ และแสดงดนตรีต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่ออายุ ๖ ขวบเท่านั้น โมสาร์ตได้เดินทางแสดงดนตรีในยุโรปหลายประเทศ ชื่อเสียงรุ่งโรจน์ตั้งแต่เยาว์วัย ได้รับยกย่องนับถือจากวงสังคมทุกชนชั้น ตั้งแต่ประชาชนคนเดินถนนจนถึงราชสำนักออสเตรีย เยอรมัน ฝรั่งเศส และอังกฤษ


แม้ว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จในด้านชื่อเสียงและผลงาน แต่สุดท้ายโมสาร์ตต้องปิดชีวิตลงด้วยโรคไทฟอยด์ด้วยวัยเพียง ๓๕ เท่านั้น และไม่มีญาติมิตรคนใดไปฝังศพเขา ปล่อยให้สัปเหร่อจัดการ ณ ป่าช้าสำหรับคนอนาถาที่กรุงเวียนนา .....ไม่น่าเชื่อว่าคีตกวีเอกของโลกจะปิดฉากชีวิตลงอย่างเงียบเหงาเศร้าสร้อยเช่นนี้

ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละค่ะ!!!


 ดิฉันอยู่ใน Mozart's Birthplace ราวครึ่งชั่วโมงเศษ รีบทำเวลาเพราะยังมีที่อยากไปดูอีกหลายแห่งด้วยกัน เช่น โบสถ์ St.Peter, โบสถ์ Franciscan และว่าจะไปชมวิวเมืองอีกมุมหนึ่งบนเขา Monchsberg ด้วย

St.Peter Church

ต้องออกตัวว่าดิฉันไม่ใช่คริสตศาสนิกชนจึงไม่สามารถอธิบายเรื่องราวภายในโบสถ์ได้ นอกจากพยายามดูสิ่งที่ศาสนาต้องการสื่อผ่านวัตถุ และดูความงดงามของศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น

Franciscan Church

ตรงที่มีรูปม้าคือ Leopolds Platz


Monchsberg Mountain ที่ดิฉันอยากขึ้นไปชมวิวซึ่งจะต้องขึ้นลิฟท์ไป เจอแต่บันไดทางขึ้นซึ่งปิด มีป้ายบอกชี้อยู่ด้านใน เดินตามไปก็หาไม่เจอ ดิฉันเดินวนหาอยู่ ๓ รอบก็อ่อนใจ ยอมแพ้เพราะไม่มีเวลาหาแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวจะตกรถไฟที่จะไป Hallstatt เสียก่อน

เห็นป้ายรถเมล์ในรูปมั้ยคะ ดิฉันชอบเพราะมีบอกชื่อป้ายว่าเป็นที่ไหน พร้อมกับรถรางหรือรถเมล์สายอะไร ตัวเลขสีแดงในช่องทางขวามือจะบอกเวลาที่รถจะมาถึง ไม่ถึงกับตรงเป๊ะๆ หรอกแต่ก็ใกล้เคียงมาก แถมมีหลอดไฟส่องในยามค่ำคืนอีกด้วย

ร้านช็อกโกแลตโมสาร์ตมีให้เห็นมากมาย

ระหว่างที่คอยรถรางสาย ๒๑ อยู่นั้น ดิฉันเจอคู่รักหวานแหววคู่หนึ่ง .....ถือเป็นคู่รักในฝันของดิฉันเลยก็ว่าได้ค่ะ ดูอายุอานามก็น่าจะเกิน ๗๐ ท่าทางยังแข็งแรงดี ทั้งชายและหญิงน่าจะเป็นชาวเอเชีย หน้าตาค่อนไปทางจีน (จริงๆ แล้วดิฉันนึกถึงภาพชาวเขาบ้านเรามากกว่า) ทั้งคู่สวมเครื่องแต่งกายสีดำ ผู้ชายสวมหมวกดำขณะที่ผู้หญิงคาดผ้าดำคลุมผม แม้จะไม่ถึงกับเดินจูงมือกัน แต่ภาพคู่รักสูงอายุที่สะพายเป้ใบเล็กไว้บนหลังแล้วก็เดินชมเมืองกันนั้น เป็นภาพที่ทำให้ดิฉันประทับใจในวันอำลาเมืองซาลซ์บวร์กวันนี้มากๆ เหมือนกับมองเห็นภาพสิ่งที่เคยนึกฝันในวัยเด็กว่าคู่รักควรจะได้อยู่คู่กันจนถึงแก่เฒ่า บั้นปลายได้ใช้ชีวิตและท่องไปในโลกกว้างร่วมกันแบบนี้ ...ชักจะโรแมนติกเกินเหตุทั้งที่ไปเที่ยวคนเดียวซะแล้วค่ะ


 

คู่รักสูงอายุหน้าตาและวัยประมาณนี้

.....นี่ถ้าดิฉันเจอคู่นี้ในสองวันแรก คงรีบเข้าไปสัมภาษณ์ขอพูดคุยด้วยแน่ๆ เลย แต่วันนี้ยังไงเสียก็ทำตามใจตัวเองไม่ได้ เพราะรถรางมาเสียก่อนค่ะ

กลับมาถึงโรงแรมก็สิบเอ็ดโมงพอดี รีบขึ้นไปแบกกระเป๋าเดินทางลงมาจากห้องเพื่อเช็คเอ๊าท์ที่เคาน์เตอร์ จากนั้นก็เดินลากกระเป๋าไปที่สถานีรถไฟ แวะซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าจาก Hallstatt ไป Linz ไว้ก่อนด้วยเผื่อเหลือเผื่อขาด ส่วนขาไป Hallstatt วันนี้ดิฉันซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เหลือบดูนาฬิกาก็เห็นว่ามีเวลามากพอที่จะหาซื้อของกินสำหรับมื้อกลางวันบนรถไฟด้วย เลยแวะซื้อเบอร์เกอร์ไก่ที่ร้าน BurgerKing ราคาชิ้นละ ๒.๙๙ ยูโร (อย่าคำนวณเป็นเงินไทยเชียวนะคะ เดี๋ยวจะหมดอร่อย)

 

.....ต้องแบกกระเป๋าขึ้นบันไดรถไฟอีกแล้วค่ะ ...เป้บนหลังสัก ๓ กิโล กระเป๋าลากอีก ๑๖ กิโล กล้ามแขนน้อยๆ คงได้ขึ้นคราวนี้แหละ ตอนนี้ให้คุณน้องน่องปูดเพราะเดินมากนำหน้าไปก่อนละกัน รถไฟเริ่มออกจากชานชาลาเวลาเที่ยงเศษ จากนั้นก็ไปเปลี่ยนขบวนที่ Attnang-Puchheim ......เหมือนเดิมเลย ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงบันไดจากชานชาลา ๒ อ้อมไปชานชาลา ๒๑ ซึ่งอยู่คนละฝั่งอีกแล้ว แต่คราวนี้ดิฉันชักจะชินแล้วล่ะ


ขบวนรถไฟที่เปลี่ยนนี่เป็น Regional Express สภาพจะสู้ Inter City ที่นั่งวันแรกหรือจากซาลซ์บวร์กมาไม่ได้ แต่สภาพใหม่กว่ารถไฟบ้านเราค่อนข้างมาก ...นั่งไปสักครู่ก็จะมีพนักงานรถไฟมาตรวจตั๋วตามปรกติ ดิฉันยื่นให้พร้อมกับบอกว่าจะไปลง Hallstatt พอดูตั๋วแล้วเขาก็ประทับตราให้พร้อมกับบอกว่าต้องไปลงที่สถานี Steeg-Gosau แล้วต่อรถบัสไป Hallstatt ....เอาล่ะสิ ทำเอาดิฉันงงว่าทำไมต้องไปลงสถานีนั้น รายละเอียดที่พิมพ์มาจากตารางเดินรถไฟของออสเตรีย ไม่เห็นบอกอย่างนี้นี่นา รถไฟวิ่งไปถึง Hallstatt ได้ จึงเอ่ยถามคนตรวจตั๋วอีกครั้งพร้อมนำ print out ที่ติดตัวมาให้เขาดู เขาก็ยืนยันเหมือนเดิม ดิฉันเลยถามว่าต้องนั่งรถบัสไปไกลไหม เขาบอกว่าประมาณ ๑๐ นาที


สารภาพว่าแทบไม่ได้ชมวิวที่สวยงามข้างทางเลย มัวแต่นั่งใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ที่กำลังเขียนบันทึกการเดินทางอยู่เลยหยุดชะงักไปด้วย นึกสงสัยอยู่ว่าทำไมเส้นทางตามที่คนตรวจตั๋วบอกเนี่ย ไม่เห็นมีใครในเน็ตพูดถึงเลย ใจก็นึกว่าจะโดนคนตรวจตั๋วหลอกรึเปล่าหนอ?

 

ติดตามเรื่องราวต่อได้ใน ตะลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองนอก (๓) ...Hallstatt : : Love at first sight

หมายเหตุ :

ปราสาทเฮลล์บรุนน์ (Schloss Hellbrunn) อยู่ทางใต้ของซาลซ์บวร์ก เป็นตำหนักฤดูร้อนของอาร์คบิชอป มาร์คัส ซิททิคุส สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของปราสาทนี้คือ น้ำพุในอุทยานที่สร้างให้พุ่งไปทุกทิศทางและถ้ำน้ำที่เต็มไปด้วยรูปปั้น การจัดทิวทัศน์แบบต่างๆ และโรงละครเครื่องกลซึ่งประกอบด้วยหุ่นกระบอกถึง ๑๑๓ ตัว เคลื่อนไหวได้ด้วยพลังน้ำ ออกแบบเพื่อให้ความสำราญแก่เจ้าผู้ครองเป็นการส่วนพระองค์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 18/01/2009 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

ชอบอันนี้ค่ะ

ไปเที่ยวคราวหน้าจะทำสมุดแบบนี้มั้ง..

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
พราวนภา วันที่ : 25/05/2008 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

..
ตามไปเที่ยวด้วยค่ะพี่มีนา..
สนุกมาก..

..

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
มีนา วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณปฏิจจชน --> ขอบคุณที่ยังตามเที่ยวอยู่นะคะ

คุณหมีปีศาจ --> ที่ salzburg หรือที่อื่นๆ ในทริปนี้ มี hostel แทบทุกแห่งค่ะ
แต่ที่ไม่เลือกพัก อย่างแรกเพราะไปคนเดียว การพักรวมเกรงปัญหาในเรื่องของสูญหาย
ถ้าพักห้องเดี่ยวราคาไม่ถูกกว่าการพักโรงแรม ไม่มีอาหารเช้าให้ จะทำให้วุ่นวายในการจัดหา
โรงแรมบวกอาหารเช้า ค่อนข้างประหยัดค่าอาหารมื้อเช้ากว่ามาก
อีกอย่างคือ โฮสเทลส่วนมากจะมีเด็กวัยรุ่นมาก ไม่ค่อยชอบความอึกทึกครึกโครมสักเท่าไหร่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

โอย อิจฉาคุณมีนาจัง
มีแต่สถานที่เที่ยวสวยๆ ทั้งน้านเลย

เรื่องโรงแรม ที่ Salzburg ไม่มี hostel ที่ราคาถูกกว่าที่คุณมีนาพักแล้วเหรอฮะ
คงเป็นเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวมั้ง แต่ปกติถ้าพัก hostel ก็น่าจะถูกกว่านี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
patijjachon วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ตามมาเที่ยวด้วยคน ... ต่อจากตอนที่แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
มีนา วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณรุสสกี้ --> นานๆ ได้เขียนเรื่องทีนึงเช่นกันค่ะ

คุณคนโทใส่น้ำ --> แหะ แหะ ขืนลงไปนอนคลุกหิมะนานๆ มีหวังโดนจับฐานทำให้ความขาวให้ไป
ไปเที่ยวนี้ติดขาตั้งกล้องไปด้วย แต่วันขึ้นเขา Untersberg เห็นว่าฝนตกเลยไม่ได้หยิบติดตัวไปค่ะ

คุณ apooh --> แสดงว่าคุณต้องเป็นแฟน The Sound of Music อีกคนแน่ๆ เลย เสียดายจังไม่ได้ดูให้เต็มเรื่องก่อนไปเที่ยว ไม่เช่นนั้น น่าจะเข้าถึงสถานที่ได้มากกว่านี้ ...ดีใจที่ได้ไปเที่ยวค่ะ

คุณ Yai_Nid --> ขอบคุณนะคะ

คุณโยกุจัง --> คิดถึงเช่นกันค่ะ ยังไม่ได้แวะเข้าไปที่บ้านคุณโยกุเลย เดี๋ยวต้องตามไปแล้วค่ะ

คุณจอมโจรเทวะ --> ไม่เจอกันนาน ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

คุณ Maruko --> ทริปนี้มีเมืองในฝันอยู่หลายเมืองเลย

คุณซันตะวันยิ้ม --> เดี๋ยวจะเขียนให้ตามเที่ยวต่อด้วยนะคะ

คุณวิตามินบี --> ถ้าคุณบีไปเอง รับรองว่าต้องเข้าไปเล่นให้เปียกชุ่มแน่ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
วิตามินบี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


อยากเล่นน้ำพุกล

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ตามมาเที่ยวครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Maruko วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/goly

เหมือนเมืองในฝันเลยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

โห...คุณมีนา...


อยากไป..อยากไป...



ความคิดเห็นที่ 24 (0)
YOKUJUNG วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yokujung
 Follow your heart and your dreams will come true. 

คิดถึงจังค่ะคุณมีนา

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Yai_Nid วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

ตามเที่ยวเพลินเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
apooh วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

ศาลากลางสวนนั่น ลูกสาวคนโตเขาร้องเพลงจีบกับ หนุ่ม ว่า ย่างสิบเจ็ดแล้วค่า ชุดสวยเพลงเพราะ น่ารักมากกมาย

ยุโรปน่าไปมากมาย ดีใจจังค่ะที่คุณได้เที่ยว

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

น่าจะลงไปนอนคลุกหิมะนานๆ เลยเนอะ ให้สมกับที่บุกเดี่ยวมา

...ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป?...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

นานๆแวะมาเยี่ยมทีนึง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
มีนา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณชาลี --> ในทริป ๒ อาทิตย์นี่ เจอคนน่ารักเยอะมากค่ะ คู่ต่อไปที่เจอน่ารักยิ่งกว่าอีก รออ่านนะคะ

คุณยายเม้าท์ --> ขอบคุณที่สนใจนะคะ

คุณ Francesca --> ค่ายูโรตอนที่ไปอยู่ที่ ๕๐-๕๒ บาทค่ะ ที่พักแพงจนฝรั่งบ่นว่าแพงแบบไร้สาระ
ที่ Salzburg ยังคงความสะอาดได้อยู่ แต่เวียนนาอาจมีรกๆ ตาให้เห็นบ้าง
ชอบเมืองเล็กค่ะ ผู้คนจะน่ารักกว่ามาก

คุณวิตามินบี --> ไปเห็นเองแล้วจะยิ่งทึ่งกับความคิดของคนสมัยก่อนค่ะ ที่สามารถใช้พลังน้ำได้อย่างดี เสียงนกร้องต่างๆ เป็นเพราะใช้การขับเคลื่อนของน้ำทั้งนั้นเลยค่ะ

คุณภูผาน้ำฝน --> The Sound of Music นี่ยังดูไม่เต็มเรื่องเลยนะคะ ตอนที่ได้ดูเป็นตอนกลางเรื่องแล้วล่ะค่ะ กำลังจะหามาชมใหม่เหมือนกันค่ะ

คุณเจเจ --> เดี๋ยวคราวหน้าพาไปเล่นในทะเลสาบเลยดีกว่านะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
มีนา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณส.สนสอาดจิต --> ขอบคุณที่เพลิดเพลินนะคะ

คุณรอยยิ้มจางๆ --> ปีหน้าไปด้วยกันไหมคะ แหะ แหะ

คุณลูกเสือหมายเลข9 --> หายไปนานแล้วมีเรื่องให้เขียน เพราะว่าหยุดพักจากงานสองอาทิตย์ ไม่มีงานมาให้กังวลใจ ....ตอนเที่ยวก็มีเวลาเขียนบันทึกเรื่องราวระหว่างการเดินทาง กลับมาเดือนพฤษภานี่มีวันหยุดสามวันติดกันอยู่ ๓ ครั้ง เดือนนี้น่าจะมีเวลาเขียนได้หลายเรื่องเลยค่ะ

ตอนที่จัดโปรแกรม อ่านตามเว็บบอร์ดมักจะแนะนำให้ไปเยอรมนีด้วยเพราะติดกับ Salzburg
โดยเฉพาะเดรสเซ่นนี่น่ะค่ะ แต่ตัดสินใจขอแค่ ๒ ประเทศก่อน เพราะคิดว่าโอกาสหน้ายังมีอีกค่ะ

คุณมาลัยอิสรา --> ขอบคุณนะคะ

คุณเฟิงสุ่ย --> ไป Hellbrunn Trick Fountain แล้วไม่เปียก เรียกว่าไปไม่ถึงนะคะ รับรองว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องเปียกจากสะเก็ดน้ำค่ะคุณสุ่ย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

อยากเล่นน้ำพุอ่ะค่ะ




ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

แบกเป้ไปออสเตรียครั้งแรกกับเพื่อน
ก็เพราะเรื่อง the sound of music นี่ล่ะคะ
เป็นหนังที่ประทับใจมากตอนเด็กๆ
ถูกหลอกให้ร้องเพลงโดเรม doe a deer...a female deer ตามหนัง
จนต้องหาหนังมาดู ดูแล้วดูอีก ไม่รู้กี่รอบเลย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
วิตามินบี วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


เกิดมาเพิ่งเคยเห็นโรงละครเครื่องกลค่ะ
สวยแปลกตามากๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Francesca วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Francesca
'Love'  won't wait for you forever... so don't be afraid to get hurt....



ไปออสเตรียครั้งแรกปี 1994 ตอนนั้น 2.10 บาท เท่ากับ 1 ออสเตรียนชิลลิ่ง.... เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนเป็นยูโร ทุกอย่างก็แพงขึ้นเยอะ...

กลับไปออสเตรียอีกหลายครั้ง เพราะเงียบและสงบ..
เพื่อนสวิสบอกว่า ใช้เวลา 1 อาทิตย์ในออสเตรีย เท่ากับ 1 วันในสวิตเซอร์แลนด์...เห็นด้วยอย่างยิ่ง...

ปกติเป็นลูกค่าของ C&A เหมือนกันค่ะ... ได้เสื้อผ้าดีๆจากที่นั่นเยอะ.. โดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้ชาย

Salzburg (และออสเตรียในทุกๆที่) สวยในทุกฤดู...

ป.ล.
เท่าที่เห็นครั้งล่าสุด... ผู้คนมากขึ้น..
สถานีรถไฟกลางขยะเกลื่อนกลาด และสกปรกขึ้นอย่างน่าใจหาย...


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

น่าสนใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ชาลี วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleejang
แผ่นดินนี้สอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของชีวิต

มาติดตามอ่านต่อจากตอนแรก อ่านเพลินเลยค่ะ
คุณมีนาได้ลุยหิมะ
เห็นแล้วหนาวเลย ได้เจอคุณลุงคุณป้าน่ารักซะด้วย

The Sound of Music ชาลีก็ไม่เคยดูเหมือนกัน
เห็นใคร ๆ พูดถึงบ่อย ๆ
คงต้องหามาดูซะหน่อยแล้วว่าแต่มันจะหายากรึเปล่าน๊อ

น้องที่ทำแหวนหายในหิมะนั่น น่าสงสารจัง เหมือนที่ดูในหนังเลยค่ะ
แหวนตกในหิมะ แต่ในหนังน่ะ พระเอกเป็นคนเจอ ว๊า ชีวิตจริงกลับไม่โรแมนติกเนอะ
ดูสิช่วยกันหาตั้งหลายคนกลับไม่เจอ

แล้วจะมาเข้าคิวอ่านตอนต่อไปนะคะ


"ชาลี"

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
feng_shui วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 17.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

Trick fountain น่าตื่นเต้นจังค่ะ
หุ หุ คุณมีนาเปียกป๊ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มาลัยอิสรา วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

ผู้สนใจร่วมเสวนาดังกล่าว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โทร. 02-613-3150-1 โทรสาร 02-224-9420
please check our NEWS at
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom/2008/04/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คุณมีนาไม่เขียนเรื่องนานมาก...
พอเขียนก็พาเที่ยวซะไกล

ซัลเบิร์ก(หรือซัลบวร์ก) ผมเคยแวบแบบ"หนีเข้าเมือง" ด้วยการ"ปีน"จากเยอรมนีเข้าไปแตะพื้นเล่น(ไม่โดนจับก็บุญแล้ว)
เมืองนี้เห็นแล้วนึกถึง The Sound of Music มากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

พี่มีนาคะ อิจฉาคะ สวยจัง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 06/05/2008 เวลา : 01.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต



เพลิดเพลิน ครับ

เพลิดเพลิน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มีนา วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณ ting --> อยากไปต้องตั้งใจไปให้ได้นะคะ

คุณแม่น้องฯ --> แหะ แหะ ...หายไปเพราะงานยุ่งมากค่ะ ลางานไปพักผ่อนเที่ยวเมืองนอก กลับมาเที่ยวนี้ จะพยายามเขียนเรื่องให้จบตลอดโปรแกรมนะคะ ไม่ได้แวะไปบ้านคุณแม่น้องฯ นานเท่าที่หายไปเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

คุณมีนาหายไปเที่ยวยุโรปมานี่เอง

อยากไปเที่ยวตรงเจ้าน้ำพุแสนกลนั่นบ้างจัง น่าสนุก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ting วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

น่าเที่ยวนะค่ะอยากไปมั่ง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มีนา วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณรวงข้าวล้อลม --> ขอบคุณ คุณครูค่ะ ยังไม่เปิดเทอมใช่ไหมคะ

คุณ naijoe --> เส้นทางที่ไปนี่ คนไทยไปเที่ยวค่อนข้างมากค่ะ จนบางทีก็ยังนึกว่าเป็นเชียงใหม่รึเปล่า คนไทยมามากจัง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naijoe วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ...

เป็นเส้นทางที่น่าสนใจมากครับ...



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 05/05/2008 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน