*/
  • มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 796723
  • จำนวนผู้โหวต : 416
  • ส่ง msg :
  • โหวต 416 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2552
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 15746 , 13:01:27 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

หลังจากหลับปุ๋ยในคืนแรกที่มาถึง Switzerland เช้าวันใหม่จึงต้องตื่นแต่เช้า เพื่อให้ทันรถเมล์เที่ยว 07.42 น. รีบลงไปจัดการกาแฟตามที่ซูซานน่าสอนไว้ แต่สามีเธอยังไม่มา ดิฉันจึงเอากุญแจไปวางไว้ที่ข้างๆ คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของเธอ

 
สายหมอกยามเช้าขณะรอรถเมล์
 

เดินออกมาที่ป้ายรถเมล์ หมอกลงจัดมาก ไม่รู้ว่าเย็นกี่องศา รอรถเมล์อยู่ 15 นาที รถก็มาจอดที่ป้ายตามเวลา ดิฉันไม่ได้สนใจเลยว่าค่ารถเท่าไหร่ ควักแบงค์ 20 ฟรังซ์สวิสให้ คนขับทอนมาแล้วพูดอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ขอบคุณแล้วก็เดินไปหาที่นั่ง ประมาณ 10 นาทีที่รถวิ่งผ่านเมืองไปจอดสุดท้ายปลายทางที่สถานีรถไฟ ดิฉันลากกระเป่าไปยืนเตร่อยู่แถวหน้ามินิมาร์ทในสถานี คนขับรถเมล์เดินผ่านมาพูดอะไรก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน ก็เลยเอะใจควักตั๋วและเงินทอนเมื่อสักครู่ออกมาดู เห็นยังทอนไม่ครบ ก็พอดีคนขับออกมาจากมินิมาร์ท ส่งแบงค์ CHF10 มาให้ เลยต้องรีบขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง

อันที่จริง สวิสพาสสามารถนำมาใช้ขึ้นรถเมล์ได้ฟรีนะคะ เพียงแต่ว่าตอนนั้นดิฉันรีบและไม่ทันได้คิด ก็เลยจ่ายค่ารถไป

คราวนี้ถึงคราวดิฉันแวะเข้าไปในมินิมาร์ทเองบ้างแล้วล่ะ หาซื้อโยเกิร์ตกับขนมปังชิ้นโตสำหรับมื้อเช้าวันนี้  แล้วก็ไปนั่งรอที่ชานชาลา เจ้ารถไฟ Thurbo ที่วิ่งระหว่าง Stein am Rhein และ Schaffhausen จอดรออยู่แล้ว รถไฟ Thurbo นี่ข้างนอกดูเรียบๆ สวยงามนะคะ แต่ข้างในตกแต่งที่นั่งด้วยสีสันจี๊ดจ๊าดน่าดูชมทีเดียวค่ะ

 
หมอกยังลงหนาตาขณะที่ถ่ายภาพเจ้า Thurbo
 
ภายในของเจ้า Thurbo สีสันสดใสชวนนั่ง
 

จาก Stein am Rhein ไป Zermatt นั้น จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟถึง 3 ต่อด้วยกัน ดูจากตารางที่ print มาจะเห็นว่านั่งจาก Stein am Rhein ไปเพียง 26 นาทีก็ไปเปลี่ยนขบวนที่ Schaffhausen จากนั้นอีก 40 นาทีก็ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานีซูริค จากซูริคนั่งไปอีก 2 ชม. ก็ไปเปลี่ยนขบวนสุดท้ายที่ Visp ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 4 ชม. 44 นาที

 


ตารางเวลาการเดินรถ

ตอนที่ไปเปลี่ยนขบวนรถไฟที่สถานีซูริค เกิดปัญหาขลุกขลักนิดหน่อย เพราะขบวนที่ต้องต่อไป Visp นั้นเกิดเปลี่ยนชานชาลาขึ้นมากะทันหัน เดิมข้อมูลที่เช็คมารถจะออกที่ชานชาลา 14 ดิฉันก็กระโดดขึ้นไปเลย แต่ชักจะเอะใจอยู่นิดเพราะเห็นตัวหนังสือที่หน้าตู้เขียนว่า St.Gallen ลองไล่ดูจากตารางเวลาเดินรถที่ print มา ก็ไม่มีตรงไหนบอกว่าผ่านเมือง St.Gallen เลย พอถามคนบนรถไฟก็ไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ได้เหมือนกัน จึงตัดสินใจแบกกระเป๋ากระโดดลงมาก่อนดีกว่า


บรรยากาศในสถานีรถไฟซูริค

ระหว่างนั้น เห็นครอบครัวนึงก็กำลังหาขบวนรถที่ไป Visp เหมือนกัน คงจะไป Zermatt ด้วยกันแน่ๆ เลย หน้าตาเลิ่กลั่กกว่าดิฉันซะอีก เพราะ 4 คนพ่อแม่ลูก พอเห็นครอบครัวนี้คุยกับหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ แล้วก็วิ่ง วิ่ง วิ่ง ดิฉันก็เลยบ้าจี้ วิ่งตามบ้าง  

ปรากฏว่าเขาวิ่งไปหานายสถานีกัน ดิฉันก็เลยอาศัยจังหวะนี้เข้าไปฟังด้วย แต่เขาพูดภาษาอะไรไม่รู้ คงประมาณเยอรมันหรือฝรั่งเศสนี่ล่ะ ฟังไม่กระดิกหูสักนิดค่ะ เลยต้องส่งภาษาปะกิตถามนายสถานีเองว่ารถไฟที่จะไป Visp ออกที่ชานชาลาไหน นายสถานีก็ได้แต่ส่ายหน้า บอกว่า "I don't know..."  อธิบายแค่ว่ามีการเปลี่ยนชานชาลา ให้ไปเช็คที่บอร์ดเวลาเอาเอง

อ้าว!! ไหงเป็นอย่างนั้นล่ะคะ

แล้วดิฉันก็เห็นครอบครัวเมื่อสักครู่นี้วิ่งขึ้นขบวนที่เขียนว่าไป Bern ก็คิดในใจแบบเร็วๆ ว่าเรานั่งไปเปลี่ยนขบวนที่ Bern ก็ได้เหมือนกัน เพราะจากซูริครถต้องวิ่งผ่าน Bern อยู่แล้ว ค่อยหาขบวนรถจาก Bern วิ่งไป Visp ทีหลัง ...พอคิดได้อย่างนี้ กำลังจะยกกระเป๋ากระโดดขึ้นตาม ครอบครัว 4 คนนั้นก็เดินลงมาจากรถไฟแบบผิดหวัง ดิฉันจึงใส่เกียร์ถอยหลัง ตัดสินใจลากกระเป๋าวิ่งไปเช็คกับ Express Info  ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว แล้วให้พิมพ์ตารางเดินรถออกมาให้ใหม่ เน้นแบบชัวร์ๆ ดีกว่าค่ะ


รายละเอียดการเดินทางที่เจ้าหน้าที่พิมพ์ให้ใหม่

 

เหนื่อยจริงๆ เลยนะคะ วิ่งไปวิ่งมาเนี่ย สุดท้ายต้องลากกระเป๋ากลับไปรอที่ชานชาลา 17 จนกระทั่งรถไฟที่ไป Bern ขบวนที่ออกเวลา 10.32 น. มา ดิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว รีบลากกระเป๋าขึ้นไปนั่งตั้งแต่ตู้แรกเลย

สักพัก คนตรวจตั๋วมาตรวจ เลยเจอดีเข้าให้ บอกว่า ตู้ที่นั่งอยู่นี่เป็นตู้ชั้นหนึ่งนะ ดิฉันกำลังนั่งกินขนมปังที่ซื้อมาจาก Stein am Rhein อย่างเอร็ดอร่อยอยู่ก็เลยรู้สึกฝืดคอขึ้นมาทันที คิดว่าเดี๋ยวขนมปังหมดชิ้นก็จะเดินไปนั่งตู้ชั้นสอง แต่ยังไม่ทันกลืนขนมปังหมดคำ คุณยายท่านหนึ่งก็เดินตรงมาหาดิฉัน แล้วชี้ไปที่ท้ายขบวน พูดอะไรไม่รู้ล่ะ แต่เข้าใจได้เลยว่า ยายแกคงบอกว่าต้องไปนั่งตรงโน้นนะ  Surprised หน้าตาแกไม่ยิ้มให้สักนิด อิอิ เจอคุณยายศักดินารักษาสิทธิ์เข้าจนได้สิคะ  ...ดิฉันก็เลยจำต้องรีบลุกขึ้นยืนแล้วดื่มน้ำแก้ฝืดคอ ตาก็เลยเหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วยืนอยู่ตรงประตู คงจะรอให้ดิฉันเดินออกไปจากตู้นี้นี่เอง

พอออกไป เขาก็ชี้ให้ดูว่ามีตัวเลข 1 บอก คือ ชั้นหนึ่งนะ ให้เดินขึ้นบันไดไปข้างบน เดินไปเรื่อยๆ จนถึงตู้ชั้นสอง ดิฉันเลยต้องรีบขอบคุณแล้วก็ทำตาม นี่ถ้าอยู่เมืองไทยคงรู้สึกว่าหน้าแตก หมอไม่รับเย็บไปแล้วล่ะค่ะ   ...ปรากฏว่าเดินผ่านที่นั่งด้านบนซึ่งดูหรูๆ ทั้งน้านนน... เดินไปจนถึงตู้อาหาร ใจดิฉันก็คิดว่าการเดินลากกระเป๋าเสียงดังแก๊กๆ ผ่านคนที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ น่าจะทำให้เขารำคาญได้ คิดได้อย่างนั้น ก็เลยตัดสินใจลากกระเป๋าลงไปชั้นล่าง เดินชั้นล่างนี่น่าจะดีกว่า......

ผลปรากฏว่าหนักกว่าเก่าซะอีกแน่ะ เพราะข้างล่างก็เป็นตู้อาหารเหมือนกัน มีเคาน์เตอร์กาแฟขวางอยู่ ดูแล้วน่าจะไม่เหลือช่องให้ลากกระเป๋าผ่านไปได้ ทำให้ดิฉันชะงักแล้วถอยไปตั้งหลักที่ทางเดินระหว่างตู้ หยุดคิดว่า...จะทนยืนไปอีก 40 นาทีจนถึง Bern ดีมั้ย คิดสะระตะดูแล้วน่าจะไม่ดีแน่ๆ ก็เลยลากกระเป๋าเข้าไปสั่งกาแฟคาปูชิโน่มาดื่มแก้วนึงดีกว่า อาศัยวางกระเป๋าไว้ข้างๆ เคาน์เตอร์ แล้วก็ไปนั่งโต๊ะเดียวกับคุณป้าคนหนึ่งที่ท่าทางออกผู้ดีแต่ยิ้มอย่างอ่อนหวานมาให้ดิฉัน

...ครู่ต่อมา นายตรวจคนใหม่เข้ามาตรวจตั๋วอีก ก็เลยส่ง Swiss Pass ให้ คราวนี้เขาขอดูพาสปอร์ตด้วย ไม่รู้ว่าหน้าตาดิฉันจะเหมือนกะเหรี่ยงแล้วดันเจ๋อไปนั่งชั้นหนึ่งให้เป็นที่จับตามองตั้งแต่เมื่อสักครู่รึเปล่านะคะ  

พอส่ง Swiss Pass ให้เขาดู เขาคงเห็นว่าเป็น Swiss Saverpass ซึ่งต้องเดินทางด้วยกันสองคนขึ้นไป เลยถามว่าเดินทางคนเดียวเหรอ ดิฉันก็เลยชี้แจงแถลงไขไปว่า น้องสาวนอนอยู่โรงพยาบาล ไม่สามารถเดินทางมาด้วยได้ เขาก็เลยไม่ถามต่อ บอกขอให้เที่ยวให้สนุกเท่านั้นแหละ (นึกว่าจะขอดู Medical Certificate ของน้องสาวด้วยเสียอีก อุตส่าห์เตรียมไปนะ)


หน้าตา Swiss Saverpass

คุณป้าที่นั่งด้วยคงได้ยินที่ดิฉันคุยกับคนตรวจตั๋ว เลยถามว่าน้องสาวอยู่โรงพยาบาลเหรอ ที่ซูริครึเปล่า ดิฉันก็เลยบอกว่าไม่ใช่ค่ะ อยู่ที่เมืองไทย เธอเลยประสานมือไว้แล้วบอกขอให้พระเจ้าอวยพรนะ ...น่ารักมากๆ เลยนะคะคุณป้าคนนี้น่ะ ดิฉันกล่าวขอบคุณ แต่ไม่กล้าชวนเธอคุยต่อมากนักค่ะ เพราะเห็นนั่งอ่านและเขียนหนังสืออยู่


รถไฟสาย Matterhorn Gotthard bahn จาก Visp ไป Zermatt

ในระหว่างการเดินทางบนรถไฟนั้น ดิฉันอีเมล์จากโทรศัพท์มือถือส่งไปให้โรงแรมบริสตอล ช่วยส่งคนมารับกระเป๋าที่สถานีรถไฟเพื่อนำไปเก็บที่โรงแรมก่อน  ส่วนดิฉันจะได้ขึ้นไป Gornergrat ชม Matterhorn ได้เลย ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา ซึ่งโรงแรมก็น่ารัก ส่ง porter หรือคนยกกระเป๋าขับรถยนต์ไฟฟ้าของโรงแรมมารับตามที่ดิฉันบอกเวลาที่จะเดินทางถึงไว้


สถานี Zermatt Gornergrat Bahn

จากนั้นดิฉันก็เข้าไปซื้อตั๋วที่สถานี Zermatt Gornergrat Bahn (Zermatt GGB) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสถานีรถไฟ Zermatt ซึ่งเส้นทางรถไฟสายนี้จะต้องซื้อตั๋วขึ้นไปด้วย สวิสพาสใช้เป็นบัตรเบ่งขึ้นฟรีไม่ได้ แต่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 25% โดยจ่ายเพียง CHF34.50 (return ticket) ดิฉันได้ขึ้นทันขบวนเที่ยวที่ออกเวลาบ่ายสองโมงพอดีค่ะ


รถไฟสีส้ม gornergrat bahn, the matterhorn railway ที่นั่งขึ้นไปบนจุดชมวิว Gornergrat


ตั๋วรถไฟสาย Gornergrat ที่ใช้เป็นสกีพาสด้วย

 
ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเล่นสกีที่มีทุกวัย

รถไฟสายนี้จอดทั้งหมด 4 สถานีด้วยกันค่ะ คือ Riffelalp, Riffelberg, Rotenboden/Riffelsee และ Gornergrat ซึ่งแต่ละสถานีจะมีนักเล่นสกีขึ้นเยอะแยะไปหมด ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ตลอดระยะเวลานั่งรถไฟไต่เขาขึ้นไป 45 นาทีนั้น ได้ดูวิวเพลินไปเลยเพราะได้มองเห็นภูเขาหลายลูกรวมถึง Matterhorn ด้วย


ณ ลานหน้าสถานี Gornergrat

พอเดินออกจากสถานีรถไฟ ก็จะเห็นทางกั้นไว้ จะต้องเอาตั๋วรถไฟที่เป็นสกีพาสนั่น เสียบเข้าไปในช่องที่คล้ายกับการเสียบบัตรรถไฟฟ้าบ้านเรา

....แรกที่ได้ออกไปสัมผัสลานสกีกว้างที่มีหิมะขาวปกคลุมยาวต่อเนื่องกันถึง 32 ลานนั้น เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกทีเดียว เหมือนกับได้มาอยู่อีกโลกหนึ่ง...

โลกที่มีแต่สีขาว ...เหมือน Snow Heaven สวรรค์เราดีๆ นี่เองค่ะ


เห็นยอดเขา Matterhorn แล้ว


แม้แต่เด็กน้อยก็ยังขึ้นมาด้วย

เขาว่ากันว่า ยอดเขา Matterhorn เป็น "จอมขี้อาย" นะคะ คือมักจะมีปุยเมฆเคลื่อนผ่านมาบังไว้เสมอ โอกาสขึ้นไปแล้วไม่เห็นเต็มๆ ลูกก็มีเยอะ ดังนั้น ก่อนขึ้นไปก็ควรจะเช็คอากาศก่อนเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวเพราะค่าตั๋วแพงเอาเรื่องอยู่

Matterhorn ลูกนี้ ยังถือเป็นมงกุฎแห่งสวิตเซอร์แลนด์หรือถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศด้วย แม้กระทั่งช็อคโกแลตชื่อดังอย่าง Toblerone และบริษัทสร้างหนังฮอลลีวู้ดแห่งหนึ่ง ก็ยังนำไปเป็นโลโก้ของสินค้าและบริษัท

ดิฉันคิดว่าตัวเองโชคดีมากค่ะ เพราะ Matterhorn ในยามที่เห็นตอนนั้นไม่ได้ขี้อายสักเท่าไหร่เลย อาจจะมีปุยเมฆอยู่บ้าง แต่ก็ยังแสดงให้เห็นความเป็นยอดเขาที่ตระหง่านและทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างโดดเด่น ทำให้สามารถถ่ายรูปมาได้เยอะพอสมควร ดิฉันเจอคนไทยขึ้นไปเที่ยวกันหลายกลุ่มค่ะ มีทั้งมาคู่และมาเป็นกรุ๊ป ก็เลยได้โอกาสขอให้ช่วยถ่ายรูปให้บ้างเวลาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน (ทริปนี้ไม่ได้ติดขาตั้งกล้องไป เพราะใช้กระเป๋าเดินทางใบเล็กกว่าเดิม)


ไม่ได้ขี้อายสักเท่าไหร่นะ Matterhorn


ท้าทายความเด่นเป็นสง่า


ทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว 360 องศา

จากจุดชมวิวหน้าสถานี ราว 300 เมตร สามารถเดินไปยังหอวิจัยสภาพอากาศได้ ซึ่งเป็นลานกว้างที่ใช้เป็นจุดชมวิวที่สูงขึ้น ได้เห็นวิวแบบพาโนรามา 360 องศา ซึ่งการเดินขึ้นไปตรงนี้ สิ่งที่ต้องระวังคือการลื่นไหล เพราะต้องเดินบนหิมะ รองเท้าที่มีส้นไม่หนาหรือมีร่องน้อยจะทำให้ลื่นได้ง่าย ดิฉันเห็นบางคนเดินๆ แล้วลื่นล้มเฉยเลย อันที่จริง เขาก็มีทำราวเชือกขึงไว้ข้างหนึ่ง ไว้คอยจับยึดไม่ให้ไถลล้มง่ายๆ น่ะค่ะ


หอวิจัยสภาพอากาศ ??


มองลงไปด้านล่างเห็นร้านอาหาร


บนจุดชมวิว 360 องศา มีแผนภาพไว้ให้ดูว่าเขาลูกไหนชื่ออะไร
สูงสุดซ้ายมือนั่นล่ะ Matterhorn


ภาพพาโนรามา วิว 360 องศา (ภาพแรกของการลองทำพาโนรามา)
คลิกดูภาพใหญ่นะคะ ปุยเมฆเริ่มบังยอด Matterhorn แล้ว


ศิลปกรรมแห่งรักบนลานหิมะ : ภาพนี้ได้ใจอย่างแรง หวานหยดย้อยเลย

ที่จุดชมวิว 360 องศานี่ มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปคนเดียวเยอะมาก ฝรั่งบางคนก็เข้ามาขอให้ดิฉันช่วยถ่ายภาพให้หน่อย ขอวิวเขาลูกนั้นบ้าง เขาลูกนี้บ้าง ถ่ายภาพกันเพลิดเพลินเจริญใจเลยค่ะ ทำให้ใช้เวลาอยู่ข้างบนนี้กว่า 2 ชม. ทั้งๆ ที่ขึ้นไปดูวิวอย่างเดียว ไม่ได้เล่นสกีเหมือนคนอื่นเขา อากาศดีมากๆ ...นี่เป็นความสุขอย่างแท้จริงอีกครั้งในชีวิตเลยล่ะ

ดิฉันนั่งรถไฟกลับลงไปที่เมือง Zermatt ก็ราวห้าโมงเย็น แวะเดินดูของไปเรื่อยๆ  ในเมืองผู้คนคึกคักมาก ทั้งคนที่มาเที่ยว และคนที่เพิ่งกลับจากเล่นสกี ในเมืองมีพิพิธภัณฑ์ Matterhorn ด้วยนะคะ มองจากภายในอาคารเห็นสวยดี แต่พอเดินเข้าไปข้างในก็ถอยออกมา เพราะค่าเข้าชมค่อนข้างแพง อาจจะไม่คุ้มค่านัก


บรรยากาศในเมือง Zermatt


Matterhorn Museum

Zermatt เป็นเมืองเล็กที่ปลอดมลพิษและเป็นเมืองตากอากาศ ทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในหุบเขา ไม่มีรถยนต์ที่ใช้น้ำมันวิ่งในเมือง ยกเว้นรถที่ใช้ไฟฟ้า (Electro Bus) รถม้า และจักรยานเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่นำรถยนต์มาก็จะต้องนำไปจอดที่เมือง Visp หรือ Tasch แล้วนั่งรถ Electro Bus ต่อมายัง Zermatt

ระหว่างทางเดินไปโรงแรมนั้น ดิฉันเดินผ่านสุสานซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ แม่น้ำ สุสานเหล่านี้ส่วนมากจะฝังนักปีนเขาที่มาจบชีวิตลงที่ Matterhorn บ้าง เขาลูกอื่นในละแวกนี้บ้าง มีจำนวนไม่น้อยเลย

...ดูที่หลุมฝังศพนะคะ บางคนทำอนุสรณ์มีค้อนไต่เขาติดไว้ว่า "I Choose to Climb" เรียกว่ารักที่จะปีนเขาโดยไม่เสียดายชีวิตเลยค่ะ


สุสานประจำเมือง


I Choose to Climb

พูดถึงการปีนเขานี้ มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งดิฉันยังชอบและประทับใจไม่ลืมคือ เรื่อง "Vertical Limit"  หรือ "ไต่เป็น ไต่ตาย" ซึ่ง Chris O'Donnell และ Bill Paxton ร่วมแสดง ทำให้เห็นถึงความอันตรายของธรรมชาติที่สวยงาม และการเอาตัวรอดของนักปีนเขาทั้งหลาย เมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังเห็นนำมาฉายทางยูบีซีอยู่เหมือนกัน


Hotel Bristol  ระเบียงฝั่งขวามือจะเห็นวิว Matterhorn ยามเช้า

กลับไปถึงโรงแรมบริสตอล (Hotel Bristol) ปรากฏว่าได้ห้องตามที่ขอจริงๆ ค่ะคือตอนที่จองผ่านทาง booking.com ก็ฝากข้อความพิเศษไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้ดิฉันขอห้องที่เห็นวิว Matterhorn ด้วย

.....โอ้โห!! ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าห้องพักที่ได้ จะมีระเบียงออกไปดูวิวยอดเขา Matterhorn ได้อย่างเต็มที่ เห็นชัดมากเลย จนคิดว่าไม่ต้องนั่งรถไฟขึ้นไปดูบนจุดชมวิวเลยก็ได้  นี่ถ้าไม่มีคอมเม้นต์พิเศษ อาจจะได้ห้องพักอีกฟากฝั่งหนึ่งของโรงแรมซึ่งไม่เห็นวิว Matterhorn เลยนะ

มื้อเย็นของวัน ดิฉันอาศัยร้านอาหารของโรงแรมค่ะ อาหารค่ำของที่นี่ เริ่มตั้งแต่ 19.00-22.00 น. ดิฉันลงไปตอนทุ่มเศษ บริกรคนสวยถามว่าจองมารึเปล่า พอรู้ว่าไม่ได้จอง ก็ทำหน้างงๆ ด้วยกันทั้งคู่ ทางนั้นก็คงคิดว่าทำไมไม่จอง ดิฉันเองก็คิดว่าทำไมต้องจอง พอนั่งสักครู่แล้วถึงได้รู้ว่าควรจะต้องจอง เพราะที่นี่หรูมาก อาหารเป็นแบบเมนคอร์สครบเซ็ต ชุดอาหารประจำวันราคาอยู่ที่ CHF40


เมนูอาหารค่ำประจำวัน

เริ่มจากขนมปังและเนยเรียกน้ำย่อยก่อน ส่วนออเดิร์ฟจานแรกเป็นกุ้งกับเจลลี่มะเขือเทศใส่มอซซาเรลล่าชีสและใบเบซิล (Jelly from tomatoes with mozzarella and basil) รสชาติคล้ายใบโหระพาบ้านเรา จานนี้อร่อยที่สุดล่ะ เสียดายที่มื้อนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย แอบเก็บมาแต่เมนูประจำวันเท่านั้นเองค่ะ

จากนั้นก็ต่อด้วย Cauliflower cream soup with romanesco เป็นซุปอะไรไม่รู้ ใส่ผักคล้ายๆ บร็อคโคลี่บ้านเราแต่รสชาติซุปเค็มไปหน่อย  แล้วก็ต่อด้วยสลัดบุฟเฟ่ต์ .....ที่สวิสนี่ สลัดเค้าอร่อยมากๆ ตั้งแต่กินสลัดมา เริ่มจากเมือง Stein am Rhein ที่ Youth Hostel ก็อร่อย คิดว่าน่าจะเป็นเพราะความสดของผักสลัดนะคะ ..ปีนี้ มาเที่ยวสวิสนี่มีผักให้กินมากมายก่ายกอง มากกว่าการเที่ยวที่ออสเตรียและเช็กไม่รู้กี่เท่าเลยค่ะ

เมนคอร์สของคืนนี้เป็นเนื้อกวาง (Saddle of deer with venison sauce, Eggs spaetzli and red cabbage) เห็นเนื้อยังออกสีแดงๆ ของเลือดอยู่เลยค่ะ ใจก็กลัวไม่อยากกินเลย แต่ก็ต้องลองล่ะ ...รสชาติคล้ายกับเนื้อเป็ด มีผักกระหล่ำปลีแดงแกล้มมาพร้อมกับไข่ชิ้นเล็กๆ ที่ทอดจนแข็ง ....ที่นี่แปลกนะคะ ทำไมเอาไข่ไปทำอย่างนี้ก็ไม่รู้ แข็งเหมือนแป้ง กินแล้วเจ็บคอจัง แถมไม่อร่อยด้วย ส่วนอย่างอื่นรสชาติดี

พอจบจากจานหลัก บริกรคนสวยก็มาเสิร์ฟของหวานเป็นครีมส้มราดช็อคโกแลต (Cream from oranges with chocolate sauce) อร่อยมากค่ะ

ไม่น่าเชื่อว่า อาหารมื้อนี้จะจบตอนสี่ทุ่ม นั่งง่วงหาวแล้วหาวอีกบนโต๊ะอาหาร คงเป็นเพราะเพลียมากๆ จากตอนเช้าที่มีปัญหาขลุกขลักเรื่องการเดินทางที่ซูริค แล้วยังขึ้น Matterhorn อีก จึงรู้สึกง่วงมาก แถมยังรู้สึกปวดน่องเสียเหลือเกิน ก่อนนอนคืนนี้ ดิฉันเลยต้องประคบด้วยยาโวลทาเรนเพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัวลง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเที่ยวในวันรุ่งขึ้น

 

....แล้วดิฉันก็เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการตื่นแต่ตีสี่กว่า ทั้งที่ปลุกนาฬิกาไว้ตอนเจ็ดโมงเช้า สงสัยว่าจะกลัวตื่นไม่ทันได้ดูแสงอาทิตย์จับยอดเขา Matterhorn แน่เลย เอาเข้าจริง...อาทิตย์แสงแรกก็มาเกือบเจ็ดโมงเช้าแหละค่ะ ค่อยๆ ไล่จับ Matterhorn จนเป็นสีส้มทองทั้งลูก สวยมากๆ สวยจนแทบจะไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ เลย ......ราคาห้องพัก CHF170 นี่คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ

 
Matterhorn ตอน 06.38 น. 1/60s, f4 auto flash


Matterhorn ตอน 06.38 น. 1/8s, f4 no flash


Matterhorn ตอน 06.54 น.


Matterhorn ตอน 06.57 น.


Matterhorn ตอน 07.01 น.


Matterhorn ตอน 07.02 น.

 
Matterhorn ตอน 07.05 น.


Matterhorn ตอน 07.07 น.


Matterhorn ตอน 08.08 น.


Matterhorn ตอน 08.09 น.

   
ยืนยันว่า view point ตอน 08.23 น.ที่ระเบียงห้องพักสวยไม่แพ้จุดชมวิวบน Gornergrat


อำลา Matterhorn ตอน 09.12 น. ความขี้อายเริ่มจะมาเยือนอีกครั้ง

สุดท้าย ขออำลา Matterhorn และ Zermatt  ขุนเขาใหญ่ในเมืองเล็กด้วยภาพเมืองแห่งความประทับใจ สัญญากับตัวเองว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นเมืองที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลยค่ะ

Sunshine Bathe : Coffee Time Relaxing & Spa Music


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Patui วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



เวลาป้าตุ้ยไปสวิตฯ มีแต่เพื่อนพาไป..
เลยไม่ค่อยได้จดจำสถานที่เท่าไร
จะลุยเองแค่ไปน้ำตก...นั่งเรือ...รถไฟ...เที่ยวเล่น ๆ
ดีค่ะ...ได้รำลึกความหลัง...


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
มีนา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

ท่านมะอึก --> มีนาขอบคุณค่ะ ทราบว่ามีหลายๆ ท่านเข้ามาแต่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ซึ่งมีนาก็ทำเวลาไปเยือนหลายๆ บ้านเช่นกันค่ะท่านมะอึก

อยากให้ท่านมะอึกมีโอกาสได้เดินทางไปพักผ่อนบ้างนะคะ

คุณป้าสำลี --> ป้าลีแอบไปเที่ยวเมืองชื่อแปลกแล้วไม่บอกมีนาอีกแล้วเหรอ น่าอิจฉาจังเลย
อิอิ ป้าลีอยากไปเที่ยวไหน เดี๋ยวมีนาจัดให้ แต่ป้าลีช่วยหยอดกระปุกสำหรับค่าใช้จ่ายเผื่อมีนาด้วยได้ไหมเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
leetahiti วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

โอ้โห.... ป้าหนีไปเที่ยว เมือง papeete ที่ tahiti island แค่สองวัน กลับมาตีตั๋วไม่ทันเม้นท์คนแรกเลย เศร้าจัง

ภาพสวยมั่กๆ ยังกะโปสการ์คแน่ค่ะ คุณมีนา ป้าดูแล้วดูอีกตั้งหลายรอบ(แก่แล้วตาฟาง) งามแท้ๆ ป้าสำลีอ่านก็หลายรอบนะหนู แม้ว่าคุณมีนาจะเขียนดีอยู่แล้วก็ตาม เพราะสนุก รอบนี้อ่านแล้วลุ้นไปด้วย และโล่งอกที่คุณมีนา ปลอดภัยดีแล้ว เพราะไปอินกับรอบที่แล้วที่ บัตรเครดิตคุณมีนาหายน่ะค่ะ

เห็นแล้วก็เรียกต่อมอยาก ไปเที่ยวของป้าได้ดีทีเดียว นี่แฟนๆ คุณมีนาท่านใดจะไปเที่ยวที่นี่ ขอป้าไปด้วยคนนะคะ อย่าลืมชวนป้าไปด้วยนะคะ รับรองป้ายังเจ๋ง เหอๆ อย่ากลัวว่าจะแก่แล้วแก่เลย หุหุ

ป้าจะเก็บตังค์เพื่อไปตามหารอยคุณมีนา ณ ที่แห่งนี้ให้จงได้ ฮึ่ม !

*นี่ป้าเม้นท์ ตั้ง 3 รอบนะคะเนี่ย เพราะไม่ได้ล็อคอินก่อน พอรอบสอง ล็อคไปแล้ว ดันบอกว่า เฉพาะเม็มเบ่อ อีก เฮ้อ กำของเจ้านาย (บ่ใช่ของค่อย)

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
มะอึก วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อยากมีโอกาสเดินทางอย่างมีนาบ้างจังเลย
ผมแอบมาอ่านเสมอ ๆ ในเกือบทุก ๆ ตอนครับ แต่บางครั้งไม่ได้แสดงตน
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
มีนา วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณรักพงษ์ --> Zermatt เป็นเมืองที่น่าไปเยือนค่ะ สามารถเก็บภาพไว้ในความทรงจำได้เยอะ

คุณ thesaint --> เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ยิ้มได้เมื่อนึกถึงค่ะ และการเฝ้ารอก็รู้สึกว่าเต็มไปด้วยคุณค่าทางใจ
ยินดีอย่างยิ่งที่แวะมานะคะ

คุณพิทักษ์ --> หวังว่าข้อมูลในเอนทรี่เมืองต่างๆ ในสาธารณรัฐเช็กจะเป็นประโยชน์กับคุณพิทักษ์นะคะ
ขอให้มีความสุขกับชีวิตและการเดินทางเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
phithak-P วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

ตามมาดูข้อมูลป.เช็คในเอนทรี่ก่อนๆ หาก หากก็ไม่ลืมละลายสายตากับเรื่องของสวิซฯด้วย
ขอให้มีความสุขกับชีวิตครับ

กลับล่ะ!ปรู๊น ปรู๊น น น น...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
thesaint วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


--- เอ็นทรี้นี้อุดมไปด้วยประสบการณ์ ที่น่าจดจำและน่าอิจฉาครับ การเฝ้ารอถ่ายในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ผมรู้สึกประทับใจครับ ..... ขอโทษด้วยครับ ที่หายไปนานพอสมควร ----

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 16/05/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

น่าไปเที่ยวจริงๆครับ
ภาพสวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มีนา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณสิงห์มือซ้าย --> ขอบคุณที่แวะมานะคะ

คุณจ่าจินต์ --> มีนาขอให้ต้นไม้ของจ่าจินต์โตไวๆ ค่ะ ฝันจะได้ใกล้เข้ามา
อิตาลี ก็ยังเป็นฝันของมีนาอีกแห่งที่ต้องไปให้ได้

คุณหมีปีศาจ --> ปัญหาขลุกขลักเรื่องการเดินทางนี่ คิดถึงทีไร อดยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ค่ะคุณหมี
ก่อนไป... เคยอ่านเจอในหนังสือว่าพระอาทิตย์จับยอดเขา Matterhorn ยามเช้าสวย ก็ยังนึกภาพไม่ค่อยออกนะคะ แต่พอได้เป็นเห็นจริงๆ ...อึ้งจนพูดไม่ออกเลยค่ะ ประทับใจมากๆ

คุณราษีไศล --> ยิ่งตอนที่มาคิดย้อนว่าตัวเองทำตัวโก๊ะๆ เนี่ย ยิ่งน่าสนุกใหญ่เลยค่ะ

คุณ pjeabja --> สวย คอตร คอตร เนี่ย ต้องสวยมากๆ จนบรรยายไม่ถูกเลยใช่มั้ยคะ

คุณสายลมที่ผ่านมา --> บนเขาแต่ละแห่ง อากาศดีมากค่ะ บริสุทธิ์ แต่หนาว หนาว หนาว

คุณภาณุมาศ_ทักษณา --> มีนาก็ประทับใจค่ะ ขอบคุณนะคะ

คุณหมี --> อิอิ ขอบอกว่าทริปนี้ มีนาถ่ายรูปของอร่อยน้อยมาก ยิ่งที่ Zermatt นี่นะคะ แบบว่ามึนงงกับบรรยากาศรอบตัว ทั้งที่มีกล้องติดตัว แต่ไม่ได้ถ่ายไว้เลยสักแชะตอนนั่งดินเนอร์น่ะ ...งานนี้คุณหมีเลยอด

คุณสิงหา --> ฟังเพลงแล้วคิดถึงคนไกลก็ดีค่ะ มีคนให้คิดถึง..อุ่นใจดีนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

คุณแม่มด --> ช่วยลุ้นกับมีนาต่อนะคะ ยังมีเรื่องให้ลุ้นอยู่อีก

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่มด วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

ตามมาลุ้นต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Lioness วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanomwong
~  มีใจ ~  


สวัสดีค่ะ คุณมีนา

คิดถึงสวิส ฟังเพลงแล้วยิ่งคิดถึงคนไกล

ขอบคุณสำหรับเรื่องราว และภาพถ่ายดีๆ ค่ะ

: สิงหา

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
apooh วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

ยอออออออออออออออออออออออออดไปเรยค่ะ

ตอนแรกว่าจะช่วยเหนื่อยที่ต้องลากกระเป๋าหาขบวนรถ แต่พอเห็นมาเธอร์ฮอร์น ก็ หายเหนื่อยเลยมะช่วยล่ะนะคะ

เอนทรี่นี้ขัดใจมาก ไม่มีรูปของอร่อยเลย ร้านของของอร่อยก็มะมี

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
apooh วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

ยอออออออออออออออออออออออออดไปเรยค่ะ

ตอนแรกว่าจะช่วยเหนื่อยที่ต้องลากกระเป๋าหาขบวนรถ แต่พอเห็นมาเธอร์ฮอร์น ก็ หายเหนื่อยเลยมะช่วยล่ะนะคะ

เอนทรี่นี้ขัดใจมาก ไม่มีรูปของอร่อยเลย ร้านของของอร่อยก็มะมี

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ประทับใจครับ ประทับใจ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ท่าทางอากาศดีน่าเที่ยวจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
pjeabja วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

สวย คอตร คอตร

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ราษีไศล วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

น่าสนุกจังครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เพิ่งรู้ว่า ทริปนั้นที่คุณมีนาไปคนเดียว
เพราะน้องสาวนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล น่าเสียดายแทนเธอนะครับ

พระอาทิตย์จับยอดเขาตอนเช้า สวยงามจริงๆ เฮ้อ อิจฉา

แบกกระเป๋าขึ้นรถไฟ ถ้ามันเปลี่ยนชานชาลา เหมือนที่คุณมีนาเจอนี่
ปวดหัวเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

รอให้ต้นไม้ของจ่าโตพอที่จะขายได้
.มีเงินสักก้อนจะวิ่งตามความฝัน.
สวิส..ฝรั่งเศส..อิตาลี..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


ขออนุญาตแจ้งข่าวปชส.ขอบคุณมากค่ะ
ขอเชิญร่วมงานปันรัก เชียร์ฟุตบอลการกุศล
http://www.oknation.net/blog/vickie/2009/05/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มีนา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณชาลี --> ชีวิตเราถ้าได้เจอเหตุการณ์นอกความคาดหมายบ้าง ระทึกใจดี
ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ไปเยี่ยมคุณชาลีเลย เดี๋ยวมีนาแว้บไปนะคะ..ยังคิดถึงอยู่ค่ะ

คุณเฟิงสุ่ย --> หุ หุ ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณเฟิงสุ่ยที่ทำให้อดเจิม อิอิ สงสัยว่ารูปเยอะไปรึเปล่าคะเนี่ย
ถ้ายังมีแรงแข็งขันอยู่ การเดินกับขึ้นรถไฟในต่างประเทศ จะเป็นการทดสอบตัวเราได้อย่างดีค่ะ คุณเฟิงสุ่ยอย่าลืมตามเที่ยวต่อนะคะ

คุณจ่าจินต์ --> เมื่อคืนว่าจะแวะไปบ้านปลูกป่าของจ่าจินต์ แต่ง่วงซะก่อนเลยติดค้างไว้ไม่ได้ไปสักที
ขอบคุณมากค่ะสำหรับโหวต ถือว่าโหวตให้กับฝันละกันนะคะ
ฝันแล้วต้องไปให้ถึง ทำให้เป็นจริงให้ได้ค่ะ

คุณลูกเสือหมายเลข9 --> บางคนไม่รู้ว่ามีความกล้าอยู่ในตัว ต้องเผชิญโลกคนเดียวบ้างค่ะ แล้วจะรู้สึกแปลกใจในตัวเองว่า "เราก็ทำได้แฮะ" ....
ดีใจจัง ได้คุณลูกเสือฯ ติดไปกับทัวร์ด้วย เหมือนมีขุมเพลงตามไปด้วยเลยค่ะ อิอิ
ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ยอดเยี่ยมมากเลยครับคุณมีนา
ผมว่าเรื่องนี้ ช่วยปลุกความกล้าให้หลายคนกล้าที่จะไปเอง
ผมอ่านแล้วเหมือนได้ติดไปกับทัวร์นี้เลย..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

หนึ่งโหวตก่อนเลย..ฝันว่าสักวันหนึ่งจะไปให้ถึง.
ละเลียดอ่านช้าๆ.ขอบคุณนะครับสวิสที่รักในฝัน...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

กว่าจะโหลดส่วนคอมเม้นท์ได้ อืด นานมากค่ะ


เลยอดเจิมเลย


เดินและขึ้นรถกับเพลินเลยนะคะ

เที่ยวแบบนี้สิ น่าเที่ยวมากๆค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chalee วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

เวลามีเหตุการณ์นอกความคาดหมาย
มันทั้งสนุกและระทึกปนกัน

ชอบคุณป้า เธอช่างน่ารักจริง ๆ ค่ะ
อ่านถึงตรงนี้ ก็เผลอยิ้มออกมาเลยล่ะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน