*/
  • มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 722044
  • จำนวนผู้โหวต : 415
  • ส่ง msg :
  • โหวต 415 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2552
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 10655 , 18:43:29 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรแกรมเดินทางวันนี้ จะออกจากเมือง St.Moritz แล้วนะคะ...

 

ด้วยความรู้สึกผิดหวังกับเมือง St.Moritz ...เมืองหรูที่ดูแห้งแล้ง... ดิฉันจึงเปลี่ยนความตั้งใจ จากเดิมที่คิดว่าตอนเช้าจะไป Piz Nair ดูเขาเล่นหิมะกัน แล้วค่อยไปเที่ยวเมืองอื่น แต่พอเจอบรรยากาศของเมื่อวานนี้เข้า ก็เลยปรับเปลี่ยนแผนเล็กน้อย

ออกเดินทางเช้ากว่าเดิมหนึ่งชั่วโมง เช็คเอ๊าท์แล้วก็รีบทำเวลาเดินจากโรงแรมไปที่สถานีรถไฟ ใช้เวลาเดินแบบเร็วๆ เพราะเป็นทางลงเขา 15 นาทีพอดี เหลือเวลาอีกห้านาทีรถไฟก็จะออกแล้ว


รถไฟสาย
Rhätische Bahn จาก St.Moritz - Chur


รถไฟที่นั่งเข้าเมือง Chur เป็นรถไฟสาย
Rhätische Bahn ซึ่งวิ่งทับเส้นทางรถไฟสายธารน้ำแข็งหรือ Glacier Express ที่นั่งมาจาก Zermatt เมื่อวานนี้ แม้ว่าภายในจะไม่ได้เลิศหรู เก้าอี้อาจไม่นุ่มสักเท่าไหร่ แต่ดิฉันคิดว่ารถไฟสายนี้ดีกว่า Glacier Express ตรงที่สามารถเปิดบานหน้าต่างถ่ายรูปได้อย่างสบาย พยายามเลือกที่นั่งในตู้ต้นขบวนหรือท้ายขบวนนะคะ จะได้ถ่ายรูปช่วงรถไฟตีโค้งได้สวยค่ะ

จริงๆ แล้ว ใครที่อยากจะเดินทางมาท่องเที่ยวเส้นทางนี้  ดิฉันอยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องนั่ง Glacier Express ก็ได้ เพียงแต่จะเหนื่อยกับการเปลี่ยนขบวนรถไฟหน่อยเท่านั้นเองเพราะไม่ได้เป็น Direct Train  หรือหากมีเวลาไม่มากนัก อาจจะเลือกนั่ง Glacier Express เพียงแค่เส้นทางระหว่าง St.Moritz - Chur ซึ่งสวยที่สุดก็พอแล้ว


ความแตกต่างภายในรถไฟของ Glacier Express กับรถไฟธรรมดา


ผังเส้นทางของรถไฟที่มีให้เห็นในหลายๆ ขบวนท่องเที่ยว


วันนี้ได้เลือกที่นั่งฝั่งที่มีวิวสวยสมใจแล้วค่ะ สังเกตว่าช่วงเข้าอุโมงค์ที่ยาวที่สุดระหว่าง St.Moritz-Chur น่าจะเป็นช่วง Preda-Spinach ซึ่งรถไฟจะจอดเฉพาะที่มีการร้องขอเท่านั้นสำหรับสถานี Spinach ....รถไฟวิ่งผ่านเมือง
Bergün เมืองเล็กๆ ที่มีการสอนสกีแบบเร่งด่วน มีคนเรียนเยอะมากทั้งจากการเห็นเมื่อวานและวันนี้


เส้นทางคดเคี้ยวระหว่างทาง


ก่อนเข้าสถานีเมือง Thusis สักห้านาที รถไฟจะวิ่งผ่านโค้งให้ถ่ายรูปได้อย่างสวยมากๆ เพราะมีอีกหนี่งขบวนรถไฟวิ่งสวนกันมา เป็นโค้งไม่มากแต่ก็ยาวพอสมควร เสียดายที่ดิฉันมัวแต่จดบันทึกการเดินทาง เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่ทันได้ถ่ายรูปช่วงนี้เสียแล้ว มิเช่นนั้น ภาพจะต้องออกมาสวยมากๆ เมื่อรถไฟสีแดงสองขบวนวิ่งสวนกันบนเส้นทางหิมะสีขาว......

 

สำหรับการเดินทางในวันนี้ ดิฉันจะเดินทางไปพักที่ซูริค ซึ่งหากเดินทางตรงจาก St.Moritz เลยก็จะใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชม. เท่านั้น แต่ดิฉันคิดว่าจะแวะเที่ยวสองเมืองเล็กระหว่างทางก่อน คือเมือง Appenzell และ St.Gallen ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น ลองดูตารางการเดินทางนะคะ


ตารางการเดินทางจาก St.Moritz ไป St.Gallen, Appenzell และ Zurich


ดูตารางการเดินทางแล้วก็น่าเหนื่อยเหมือนกันนะคะ ใช้เวลาเกือบ 5 ชม. แล้วก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าแก่การเดินทางไปเยือนแบบชะโงกทัวร์หรือเปล่า แต่จะลองเสี่ยงดูล่ะค่ะ

จาก Chur ดิฉันต้องนั่งรถไฟไปที่ St.Gallen จากนั้นก็หาสถานี St.Gallen AB ซึ่งในข้อมูลบอกว่าจะใช้เวลาเดิน 4 นาทีระหว่างสถานี ดิฉันก็มองหาสถานี St.Gallen แบบงงๆ นะคะ ...อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่เลยค่ะ เพียงแค่คนละฝั่งอย่างที่เห็นในภาพข้างล่างเนี่ยล่ะค่ะ ขวามือคือสถานี St.Gallen ซ้ายมือคือสถานี St.Gallen AB ซึ่ง AB ก็คือ Appenzell Bahn นี่ล่ะค่ะ


สถานีรถไฟ St.Gallen ที่เชื่อมต่อกับสถานี St.Gallen AB


การแวะเที่ยวกลางทางอย่างนี้ สิ่งที่ทำให้ไม่สะดวกก็เห็นจะเป็นเจ้ากระเป๋าเดินทางนี่ล่ะค่ะ ดังนั้น จึงต้องหาล็อคเกอร์ฝากกระเป๋าเดินทางไว้เพื่อที่จะได้เดินเที่ยวอย่างสะดวกสบาย ข้อมูลจากเพื่อนๆ ในอินเตอร์เน็ตมีบอกไว้นะคะว่า ในแต่ละเมืองจะมีล็อกเกอร์ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับเมืองใหญ่หรือเล็ก ตู้เก่าตู้ใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงไม่สนใจเรื่องตู้ใหม่ตู้เก่านี่หรอกค่ะ ขอให้ราคาถูกกว่าเป็นใช้ได้


ความแตกต่างระหว่าง Locker


ดิฉันจึงเลือกฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานี St.Gallen AB เพราะมีล็อคเกอร์สีขาวที่หยอดเหรียญในราคาถูกกว่าล็อกเกอร์สีฟ้าหลายฟรังก์สวิสในขนาดที่เท่ากัน อ้อ...ตู้ใหญ่ราคาแพงกว่าตู้เล็กอยู่แล้วนะคะ

วิธีการฝากกระเป๋าเดินทางไว้ในตู้ล็อคเกอร์นี่ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เราเลือกตู้ที่ยังว่างอยู่หรือมีกุญแจเสียบคาไว้ ควรจะเลือกตู้ที่ให้เราหยิบใส่ได้สะดวกนะคะ คือไม่อยู่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้เหนื่อยในการน้ำหนักกระเป๋าเข้าออกจากตู้ เมื่อเลือกได้ก็จัดแจงเก็บกระเป๋าเข้าไปแล้วปิดล็อคเกอร์ให้เรียบร้อย หยอดเหรียญตามตัวเลขจำนวนเงินที่โชว์ไว้ แล้วก็ดึงกุญแจออก ง่ายๆ แบบนี้แหละ  แต่จะต้องเตรียมเหรียญให้พอดี ตู้จะไม่ทอนเงินให้นะคะ ...อิอิ มีนาลองดูแล้วค่ะ

เส้นทางรถไฟสาย St.Gallen ไป Appenzell จะวิ่งผ่านเมืองเล็กๆ และจอดกว่าสิบสถานีในเวลา 45 นาที ช่วงเวลาสั้นๆ นี่ล่ะค่ะที่ดิฉันคิดว่าหลงรักเมือง Appenzell ได้อย่างไม่ยากเย็น รถไฟวิ่งผ่านท้องทุ่งสีเขียวขจี ผ่านเทือกเขาที่ยังมีหิมะปกคลุม และวิ่งผ่านเมืองและผู้คนที่อยู่อาศัยได้อย่างใกล้ชิดมากๆ


วิวบ้านเรือนระหว่างเส้นทาง


การคมนาคมที่เข้าถึงทุกหนแห่งและอย่างใกล้ชิด


Appenzell เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณอยู่ บ้านเรือนก็ยังคงสไตล์ดั้งเดิม มีเอกลักษณ์ตกแต่งลวดลายด้วยสีสัน ส่วนมากจะเป็นลายดอกไม้บ้าง ลายเรขาคณิตบ้าง ลายการ์ตูนบ้าง และที่เหมือนกับเมือง Stein am Rhein ก็คือมีป้ายเหล็กดัดสวยๆ ของร้านค้าต่างๆ เช่นเดียวกัน


ลวดลายอาคารบ้านเรือนของเมือง Appenzell


ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์


ความสงบในหมู่บ้าน Appenzell


shop
ที่คนมาเยือนมักจะถ่ายรูปไว้


อีกหนึ่งสรรค์สร้าง


ลานออกเสียงกลางแจ้งของชาว Appenzell


ที่ลานออกเสียงกลางแจ้งของชาว Appenzell นี่ เดิมทีการออกสิทธิ์ออกเสียงต่างๆ จะทำได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในการโหวตเรื่องต่างๆ ...จนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วผู้หญิงจึงเริ่มมีสิทธิออกเสียงได้เนื่องจากคำสั่งจากศาลกลางของรัฐที่ออกกฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรีมา ไม่แน่ใจว่าในปัจจุบันชาวเมือง Appenzell ยังออกเสียงกันกลางแจ้งอยู่อีกหรือไม่นะคะ เพราะจากข้อมูลในวิกิพีเดียกล่าวถึงจนถึงปี 2005 เท่านั้น


โบสถ์ประจำเมือง Appenzell


สุสานข้างโบสถ์ที่ได้รับการตกแต่งดอกไม้อย่างสวยงาม


ลวดลายเหล็กดัดแห่งเมือง Appenzell


ลวดลายเหล็กดัดของร้าน Cafe Laimbacher


อีกหนึ่งร้านกาแฟ Cafe
Fässler


การมาเยือน Appenzell ในครั้งนี้เป็นแค่เพียงได้สัมผัสกลิ่นอายเท่านั้น หากมีเวลาเพียงพอ ดิฉันคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นเมืองที่น่ามาพักแรมอย่างยิ่งค่ะ เพราะมีกลิ่นอายความเป็นชนบทมากๆ โดยเฉพาะกลิ่นขี้วัว ซึ่งเมือง Appenzell ยังคงมีการอนุรักษ์เทศกาลต้อนวัวอยู่ ของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นกระดิ่งคอวัวให้นักท่องเที่ยวซื้อติดไม้ติดมือกลับไป อ้อ! เมืองนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องชีสและเบียร์ที่รสชาติเยี่ยมยี่ห้อเดียวกับชื่อเมืองด้วยนะคะ

ดิฉันนั่งรถไฟย้อนกลับไปเที่ยวที่เมือง St.Gallen ต่อ ดูจากเวลาแล้วคงจะต้องรีบทำเวลาพอสมควร ดิฉันไม่ได้เตรียมข้อมูลสำหรับเมืองนี้มามากนัก แต่ที่อยากแวะดูก็คือ โบสถ์ประจำเมือง St.Gallen ซึ่งเคยเห็นในอินเตอร์เน็ตว่ามีความสวยงามมาก


บรรยากาศในเมือง St.Gallen กับถนนสายชอปปิ้งที่เดินผ่าน


St.Gallen ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองและเข้มแข็งทางศาสนามาตั้งแต่สมัยยุคกลางนั่นล่ะค่ะ ดังนั้น โบสถ์ St.Gallen จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาเยือนด้วยความงดงามของโบสถ์สไตล์บาร็อค ซึ่งภายในของโบสถ์นั้นต้องยอมรับว่ามีความสวยงามมาก เพดานโค้งมน โดยตัวโบสถ์นี้สามารถเข้าชมได้ทุกวันและไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด


หอคอยคู่ภายนอกโบสถ์ St.Gallen


ภายในโบสถ์ St.Gallen


ความวิจิตรตระการตาภายใน


ไม่เพียงแต่ St.Gallen จะมีโบสถ์ที่สวยงามเท่านั้น แต่หากยังมีมรดกโลกทางวัฒนธรรมอยู่อีกหนึ่งอย่างคือ หอสมุด Stiftsbibliothek เป็นหอสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์และของโลก เนื่องจากมีต้นฉบับลายมือหนังสือหายากที่เขียนขึ้นในยุคสมัยกลางที่ประเมินค่าในปัจจุบันไม่ได้


หอสมุด St.Gallen Stiftsbibliothek


ค่าเข้าชมห้องสมุดนี่ค่อนข้างแพงหน่อยนะคะ 10 ฟรังก์สวิสค่ะ เคยอ่านข้อมูลในเน็ตบอกไว้ว่าใช้สวิสพาสเข้าฟรี แต่ดิฉันถามเจ้าหน้าที่ขายบัตรดูแล้ว เขาว่าใช้ไม่ได้ค่ะ ก็เลยต้องจ่ายเงินซะดีๆ แล้วใครคิดจะถ่ายภาพข้างในหอสมุดนี่ ต้องบอกว่าไม่ได้โดยเด็ดขาด  เพราะเขาจะให้เราฝากกระเป๋าและสิ่งของต่างๆ ไว้ในตู้ล็อคเกอร์ แล้วก็สวมรองเท้าผ้าคู่โตของทางหอสมุดเข้าชมด้านใน

...อยากบอกว่าถ้าใครไม่มีความรู้หรือความสนใจทางด้านนี้จริงๆ อยากให้ผ่านรายการนี้ไปเลยค่ะ เพราะเขาจะมีผังภาษาอังกฤษให้เป็นไกด์ไลน์ว่าจะต้องดูที่จุดใดก่อน ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะทางที่เข้าใจได้ยากมากๆ นอกจากคิดเสียว่าได้ร่วมทำบุญกับทางโบสถ์และได้ชมความเก่าแก่ของหนังสือและเอกสารสำคัญๆ ต่างๆ ของโลกในสมัยโบราณ


Stadtlounge
ศิลปะและประติมากรรมบนถนนบางสาย


พอเสร็จสิ้นการชมโบสถ์และหอสมุดของ St.Gallen แล้ว ดิฉันเดินเล่นในเมืองอีกสักครู่ ผ่านถนนสายหนึ่งซึ่งเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวพอสมควรเลย ดูจากภาพจะเห็นเหมือนกับเอาสีมาพ่นทาทับรถยนต์ใช่มั้ยคะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่รถจริงหรอกค่ะ เขาสร้างสรรค์ถนนแถบนี้ด้วยการใช้ยางสีแดงปูพื้น เป็นศิลปกรรมสมัยใหม่นะคะ เรียกว่า Stadtlounge หรือ city lounge จากไอเดียที่ต้องการสร้างห้องนั่งเล่นสาธารณะขึ้นในเมือง (public living room) โดยมีทั้งโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ หลากแบบ รวมทั้งรถยนต์นี่ด้วย จากนั้นก็มีการประกวดแข่งขันออกแบบกันจนออกมาอย่างที่เห็น ซึ่ง Stadtlounge นี้มีมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2005 แล้วค่ะ


ดิฉันบอกลาเมือง St.Gallen ตอนหกโมงเย็น กลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ในล็อคเกอร์ แล้วก็รีบจับรถไฟเข้าเมืองซูริค ที่ต้องนั่งรถไฟไปอีกชั่วโมงเศษ

นึกกังวลเกี่ยวกับโรงแรมที่จองไว้ในซูริคที่ดิฉันเปลี่ยนแปลงโปรแกรมกะทันหัน ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไม่ได้บอกวิธีการเดินทางไปยังโรงแรม Olympia Hotel Zurich ...ตอนที่อยู่ St.Moritz ดิฉันเมล์ไปถามทางโรงแรม ปรากฏว่าเขาไม่ตอบกลับมา ดิฉันจึงต้องเมล์ไปถามกับทางลูกค้าสัมพันธ์ของ booking.com ซึ่งติดต่อกลับมาบอกว่าจะต้องเดินทางจากสถานีรถไฟไปถึงโรงแรมได้อย่างไร

พอรู้ทางแล้วก็คลายกังวลค่ะ ขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันที นึกอยากจะหามื้อเย็นกินที่สถานีรถไฟนี่เลย เข้าที่พักจะได้พักผ่อนเยอะหน่อย เพราะเดินเที่ยวสองเมืองมาจนขาชักจะล้าเต็มที ...แต่เดินวนสองรอบแล้ว ก็เห็นแต่อาหารจำนวนฟาสต์ฟู้ดประเภท take home ดิฉันก็เลยทนหิวไปอีกหน่อย รีบเดินทางไปที่พักก่อนดีกว่าค่ะ

ทาง booking.com บอกให้นั่งแทรมสาย 3 จากสถานี Zurich HB ไปลงที่ป้าย Albisrider Platz ค่อนข้างขลุกขลักก็ตรงที่เดินทางในช่วงเวลาที่ชาวเมืองเค้าเลิกงานกัน ผู้โดยสารจึงค่อนข้างมาก การมีกระเป๋าเดินทางมาด้วยยิ่งทำให้ลำบากในการขึ้น-ลงรถ เพราะภายในรถก็เบียดเสียดแน่นขนัด กระเป๋าเดินทางจึงเกะกะชาวบ้านเค้าเหลือเกินค่ะ บางคนก็ทำหน้าดุใส่ ดิฉันได้แต่ยิ้มแหยๆ และทำหน้าจ๋อยพร้อมกับเอ่ยขอโทษไปเรื่อยล่ะค่ะ


วงเวียนที่เดินวนเวียน


งานนี้.. กว่าจะเดินหาโรงแรมเจอก็ลากกระเป๋าเหนื่อยอีกแล้วล่ะ เพราะพอรถแทรมสาย 3 มาจอดที่ป้าย Albisrider Platz จะเห็นว่าบริเวณนั้นเป็นวงเวียนห้าแยกนะคะ ทาง booking.com บอกว่า "...take Tram 3 to Albisrider Platz and the hotel is in front of you" ดิฉันเดินวนเสียสองรอบ ก็ไม่เจอโรงแรมอยู่บริเวณนี้เสียที แม้ว่าจะรู้ชื่อถนน แต่แยกแรกที่เห็นไม่มีติดป้ายชื่อถนนไว้ ก็เลยเดินเข้าวงเวียนอยู่หลายครั้ง จนได้ตัวช่วยแบบ Slumdog Millionaire
เลยค่ะ

หนุ่มอินเดียผู้หล่อเหลาคนหนึ่งเดินเข้ามาทักและถามว่ากำลังมองหาอะไรอยู่เหรอ ดิฉันบอกว่ากำลังหาโรงแรมโอลิมเปียอยู่ เขาไม่รู้จักหรอกค่ะ ดิฉันก็เลยบอกข้อมูลว่าตั้งอยู่บนถนน Badenerstrasse เขาจึงชี้ไปข้างหน้า ดิฉันกล่าวขอบคุณแล้วก็เดินลุยต่อ ปรากฏว่าเดินตั้งไกลก็ไม่เจอสักที จนสุดท้ายต้องเข้าไปถามชาวอาหรับ 2-3 คนที่นั่งอยู่หน้าร้านอาหารใกล้ๆ จุดที่ดิฉันเดินผ่าน เห็นปรึกษากันแล้วก็ชี้มาทิศทางตรงกันข้าม พอมาดูแผนที่ จึงได้ถึงบางอ้อทันที ....อิอิ เล่นเอาเหนื่อยเลยนะคะ แค่ร้อยกว่าเมตรแต่เดินวนหาเสียกว่าครึ่งชั่วโมง งานนี้ GPS จาก HTC ก็ช่วยไม่ได้ สงสัยว่ามันจะงงกับหมวดเดินเท้าเข้าวงเวียนกระมังคะ


ห้องพักที่พอให้ซุกตัวนอน

ห้องพักของโรงแรม Olympia Hotel Zurich ที่จองมาเป็นห้องเดี่ยวที่มีเนื้อที่พอซุกตัวนอนได้เท่านั้น ราคาไม่ถูกหรอกค่ะ CHF100 ไม่รวมอาหารเช้า ถ้าอยากได้ buffee breakfast ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก 14.50 ฟรังก์ ดิฉันยอมจ่ายค่ะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในยามเช้าก่อนออกไปเที่ยว

หลังจากเช็คอินและเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจจะออกไปหามื้อเย็นกินแบบสบายๆ แต่ละแวกนั้นดูหาไม่ง่ายเลย สุดท้ายดิฉันก็กลับมาเข้าร้าน Coop ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ได้น่องและสะโพกไก่ย่างแบบแพ็คสำเร็จรูปกับค็อกเทลแคนตาลูปมาบรรเทาอาการหิว ไม่น่าเชื่อนะคะว่าค็อกเทลแคนตาลูปซึ่งมีอยู่แค่ไม่กี่ชิ้นนี่จะราคาถึง 4.95 ฟรังก์ แพงกว่าไก่ย่างที่อิ่มได้ในราคา 4.5 ฟรังก์เสียอีก


ค็อกเทลแคนตาลูปที่ราคามหาโหด

หลังจัดการอาหารเสร็จ ความเพลียจากการเดินทางในวันนี้ยังไม่ลดลง รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะเดินเที่ยวยามค่ำคืน ดิฉันจึงจบวันแห่งการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยด้วยการหลับปุ๋ยอย่างเคย

...พรุ่งนี้ค่อยออกเที่ยวเมืองสามโบสถ์ในซูริคกันนะคะ....

 

Words of Forest : Tea Time Relaxing & Spa Music



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
lady วันที่ : 19/06/2009 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladystudio

เข้ามาเที่ยวต่อ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

อ่านเรื่องลานออกเสียงแล้วอึ้ง ไม่คิดว่าผู้ชายฝรั่งจะเป็นแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
naijoe วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

บรรยากาศสบาย...น่าเที่ยวจังนะครับ...



ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ปลัดแรมโบ้ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 03.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaifreeman
http://www.oknation.net/blog/wangnuea

น่าเที่ยวมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Patui วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat



เห็นภาพแล้วคิดถึงสวิสฯ มาก ๆ เลย..
ซังกาแลนก็ไปมาแล้ว..
ที่สนามบินซูริค ชอบไปดูเครื่องขึ้นลง...เพลินดี


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ปราณชลี วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ตามมา 'เปิดโลก' ต่อครับ
อ่านเพลิน-ชมภาพเพลิน
ชอบภาพแรกนะครับ, แปลกมุมมองดี
ยิ่งถ้าได้เห็น "ภาพรถไฟสีแดงสองขบวนวิ่งสวนกัน
บนเส้นทางหิมะสีขาว......" คงยิ่งงดงาม
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้
ถือว่าเสียเราบันทึกภาพไว้ในใจก็พอแล้ว
เป็นภาพที่ไม่ถูกกร่อนไปตามกาลเวลาด้วยซิ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
leetahiti วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

ตามมาเที่ยวค่ะ ภาพสวยนะคะ เหมือนในนวนิยายเลยค่ะ
เมืองเค้าน่าหลงไหลจังเลยนะคะ

ทริปหน้าไปใหนเหรอคะ ขอป้าไปด้วยคนได้ป่าว อิอิ เห็นคุณมีนาเที่ยวคนเดียวอย่างมีความสุข อิจฉาน่ะค่ะ ไปแย่งความสุขคุณมีนามั่งดีกว่า อิอิ ไปด้วยๆ
ป้าสำลี

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

อยากนั่งรถไฟแบบนั้นมั่งจัง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มีนา วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณ Cat@ --> ขอบคุณมากค่ะ

คุณคนโทใส่น้ำ --> ห้องนอนเล็กแต่ยังไม่ที่สุดนะคะ เคยไปพักที่ญี่ปุ่นกว่าเดือน ห้องนอนจิ๋วกว่านี้อีกค่ะ

ต้องไปเห็นกับตาด้วยค่ะว่าห้องสมุดที่นี่ มีสมบัติล้ำค่าขนาดไหน เจ้าหน้าที่ที่นี่เฮี้ยบด้วยนะคะ

...ที่ไม่ค่อยลงรูปอาหาร เพราะเจ้าเครปที่ Stein am Rhein พ่นพิษทำเอาเพดานปากพองค่ะ ก็เลย enjoy eating น้อยลงหน่อย ไม่ได้กลัวคุณคนโทฯ มาเจอประโยคฟาดเสียเรียบ ฟาดเสียเกลี้ยง หรอกค่ะ อิอิ


คุณหมี --> วันนี้มีนา reload ตั้งกะสายๆ เพิ่งจะได้เต็มๆ หน้าก็ตอนเย็นนี่แหละ
อ้าว..เพิ่งจะเจอของไม่ชอบของคุณหมี ปกติจะชอบเหมือนๆ กันนี่นา

คุณลูกเสือหมายเลข9 --> มีนาชอบภาพคนปั่นจักรยานนี่มากๆ เหมือนกันค่ะ
ตอนที่นั่งรถไฟแล้วเห็นเด็กขี่จักรยานมาอย่างใกล้ชิดอย่างนั้น คิดในใจว่า อยากมาอยู่เมืองนี้จังเลย ....

คุณ bon09 --> เห็นด้วยเรื่องค่าครองชีพค่ะ ที่สวิสนี่แพงเอามากๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
bon09 วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ เพราะคงไม่มีโอกาสได้ไป ค่าครองชีพแพงเหลือเกิน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบภาพคนปั่นจักรยานนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
apooh วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

วันนี้มาแบบอ่านอย่างเดียวก่อนค่ะ เพราะรูป เท่าที่นับดูมีโหลดได้เต็ม ราวๆ 3 รูปที่เหลือจะเห็น 1/3 หรือ 1/4 ของรูป

แม้นแต่แคนตาลูปของไม่ชอบก็เห็นแค่ 1/4 ค่ะ

เห็นด้วยกับคห.6 ว่า ห้องสมุดต้องไปมั่กมาก สวยซะ
ที่ไม่เห็นด้วยก็ เรื่องฟาดเกลี้ยง ฟาดเรียบ น่ะแหล่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ห้องนอนโรงแรมนี่เล็กจริงๆ เลยนะ

แต่ห้องสมุดสิน่าเข้ามาก

สังเกตว่าทริปนี้ไม่ค่อยลงรูปอาหาร เลยไม่ค่อยเจอประโยคฟาดเสียเรียบ ฟาดเสียเกลี้ยง 555

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 27/05/2009 เวลา : 03.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เขียน และถ่ายภาพได้ดี
สมแล้วที่ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มีนา วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

คุณสายลมที่ผ่านมา --> เที่ยวทางไกล เป็นกำไรชีวิต ...เห็นด้วยเลยค่ะ เก็บเกี่ยวรายทางไปเรื่อยๆ

คุณเพลงกระบี่ฯ --> ทริปนี้มีนาไปแค่แตะๆ สองเมืองนี้ค่ะ ขนาดจะชิมชีสกับเบียร์ยังอดเลย ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสไม่พลาดอย่างแน่นอนเลย

คุณโคมทอง --> ขอบคุณคุณโคมทองที่ชอบภาพนะคะ ...วันนี้เข้าดูยากทุกบล็อกเลยค่ะ ต้องขอโทษด้วยค่ะ แล้วแวะกลับมาชมภาพใหม่นนะคะ


ท่าทางวันนี้บล็อกเกอร์แต่ละท่านคงเหนื่อยในการท่องบล็อกน่าดูนะคะ
ตอนค่ำๆ นี่กว่ามีนาจะล็อกอินเข้ามาได้ reload หลายครั้งมากเลยค่ะ
อีเมล์แจ้งเตือนก็หายไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว.....
เรามาเอาใจช่วยกันดีกว่านะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
โคมทอง วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ว้าว...ภาพสวยมากๆ อยากนั่งรถไฟแบบนี้จังหรูมากมาย (โคมทองกดหลายครั้งเลยค่ะ กว่าจะเข้าได้) แต่มีหลายภาพค่ะ ที่ไม่สามารถเปิดดูได้ในตอนนี้ เพราะระบบโอเคยังไม่เข้าที่ คิดว่าภาพนี้จะติดในภาพวันนี้ด้านหน้าบล็อกใหญ่พรุ่งนี้แน่นอน แล้วจะกลับมาชมภพใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ไปเที่ยว ซังท์กาลเลน กับ อัพเพนเซล มาสองครั้ง ชอบแถบนั้นคะ เพื่อนก็อยู่ที่นั่น ได้ไปเยี่ยมโรงงานช๊อคโกแลต กับ โรงงานชีสมั๊ยคะ ชีสอัพเพนเซลมีชื่อและอร่อยด้วยคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ดีแล้วค่ะที่เปลี่ยนแผน แต่ละที่แต่ละทางมันก็มีวิญญาณเป็นของตัวเองนะค่ะ

เที่ยวให้สนุกค่ะ

เที่ยวทางไกล เป็นกำไรชีวิต

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน