*/
  • มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 722523
  • จำนวนผู้โหวต : 415
  • ส่ง msg :
  • โหวต 415 คน
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 6070 , 21:33:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน VartHart , มะอึก และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

 
 
หลังจากเอนทรี่ก่อน  (มหัศจรรย์สองฝั่งทวีป ณ หอคอย Galata Towerที่ช่วงเช้าพาไปวนหลงเสียนาน กว่าจะทะลุมาจนเจอถนนอิสติคลัล ..ไปเที่ยวกันต่อกันในเอนทรี่นี้เลยนะคะ  
ถนนอิสติคลัล หรือ Istiklal Avenue นี่อยู่ในเขต  Beyoğlu  ถ้ามาแบบไม่หลงทางแบบดิฉันในเอนทรี่ก่อน ก็ต้องเลือกเส้นทางระหว่าง (1) นั่งรถรางไปจนสุดสถานี Kabatas จากนั้นก็นั่งรถรางขึ้นเนินต่อ 2 นาทีจนถึงจตุรัสทักซิม ซึ่งเป็นต้นทางของถนนคนเดินสายนี้ หรือ (2) เดินมาจากสะพานกาลาตา ให้ตั้งต้นที่ Tunel Square หรือ Galata Saray Square

Istiklal Avenue
 
อาคารที่อยู่รายรอบถนนสายนี้ จะเป็นแบบ Neo-Classical, Neo-Gothic, Renaissance Revival, Beaux-Arts, Art Nouveau และสถาปัตยกรรมแห่งชาติเริ่มแรกของตุรกี ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารในยุคปลายสมัยออตโตมันค่ะ
 
 
อิสติคลัล ถนนสายหลัก
 
 
ถนนซอยย่อยบนถนนคนเดิน
 
 
ที่นี่เปรียบเหมือนเป็นสวรรค์ของนักชอปปิ้งทีเดียวค่ะ เพราะเป็นย่านที่มีร้านค้าแบรนด์เนมจำนวนมาก รวมทั้งเป็นย่านจำหน่ายเสื้อผ้าหรือสิ่งทอราคาถูก ซึ่งน่าจะเป็นเพราะตุรกีเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหลักที่ส่งไปจำหน่ายยังยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายถนนบริเวณ Tünel ใครนิยมชมชอบเสื้อผ้าแบรนด์ MANGO หรือ H&M หรือของถูกโลคอลแบรนด์ก็เตรียมกระเป๋าฉีกได้เลยล่ะค่ะ
แถบนี้ เขาว่ายังเป็นย่านของคนกลางคืนด้วยนะคะ เอ! ใช้คำนี้อาจจะไม่ถูกนัก แต่เรียกว่าเป็นย่านแสงสีสำหรับคนชอบเที่ยวยามราตรีน่าจะดีกว่ากระมัง  น่าเสียดายที่ดิฉันไม่มีโอกาสได้ไปเดินย่ำยามราตรีบ้าง นี่อาจจะเป็นข้อเสียของการเที่ยวคนเดียวกระมังคะ แม้ว่าจะรู้สึกว่าประเทศนี้ปลอดภัยอย่างไร ก็ยังไม่ค่อยกล้าที่จะไปย่ำราตรีคนเดียว  คราวหน้าถ้ามีโอกาส อาจจะต้องลองทำใจกล้าออกไปสัมผัสบรรยากาศยามราตรีดูบ้างสักครั้ง
 
 
ห้างสรรพสินค้า Demirören เป็นชอปปิ้งมอลล์ที่น่าสนใจบนถนนสายนี้
 
 
คนทุกเพศวัยกับย่านทันสมัย
 
 
ช่วงบ่ายวันธรรมดาอากาศดีที่คนไม่พลุกพล่านนัก
 
เมื่อเดินมาจากทางด้าน Tünel สักระยะหนึ่งก็จะเจอโบสถ์โรมันคาทอลิกอย่าง Saint Antonio Church อยู่ทางด้านขวามือ Saint Antonio Church มีอีกชื่อหนึ่งว่า St. Anthony of Padua Church ถือเป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอิสตันบูลเลยค่ะ

 

Saint Antoine Church
 
 
เสาด้านนอกบอกชื่อโบสถ์ Saint Antoine Church
 
โบสถ์เดิมของ St. Anthony of Padua สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1725 โดยคนอิตาเลียนที่อาศัยอยู่ในอิสตันบูล แต่ต่อมาพังยับเยิน (ด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้สิคะ) แล้วก็โบสถ์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันก็ถูกสร้างแทนที่ขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 19 พร้อมๆ กับอาคารอื่นในละแวกใกล้เคียง
Pope John XXIII ก็เคยมาเทศน์ที่โบสถ์นี้เป็นเวลายาวนานถึง 10 ปี เมื่อครั้งท่านเป็นทูตของวาติกันก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งสมเด็จพระสันตปาปาพระองค์นี้ก็ได้รับฉายาว่า "The Turkish Pope" เพราะความที่พูดภาษาตุรกีได้คล่องแคล่ว และมักจะเอ่ยถึงเมืองอิสตันบูลและตุรกีด้วยความรักใคร่อยู่บ่อยครั้ง  ด้านนอกของโบสถ์จึงมีรูปปั้นของโป๊ปประดับอยู่ด้วย
 
ด้านในโบสถ์ (http://en.wikipedia.org)
 

 

Pope John XXIII รูปปั้นที่อยู่ด้านขวามือทางเข้าโบสถ์ (http://en.wikipedia.org)
 
 
จากบริเวณอาคารด้านในมองย้อนออกไปที่ถนนอิสติคลัล

 
สถาปัตยกรรมของโบสถ์ดูสวยงาม
 
 
ประติมากรรมพระเยซูที่ประตูหน้าโบสถ์ด้านซ้ายมือ
 
 
Saray Muhallebicisi  สาขานี้บรรยากาศดูดีทีเดียว



ยืนมองการแล่เนื้อเพื่อใส่ในเคบับ ที่พาลทำเอาน้ำลายสอขึ้นมาพลัน
 
 
เพิ่งรู้ทีหลังว่าร้าน Saray Muhallebicisi ดังในนามของ Sweet Secret ขนมหวานน่าจะอร่อยมาก
 

ร้านขายดอกไม้สดบริเวณจตุรัสทักซิม เมื่อพ้นถนนอิสติคลัล
 
ตลอดเส้นทางของถนนอิสติคลัลนี้ จะมีรถรางรุ่นเก่าวิ่งผ่านเส้นทางคนเดินเกือบ 3 กม. ตั้งแต่จตุรัสทักซิมจนไปสิ้นสุดที่  Tünel  ระบบรถรางสายนี้ของที่นี่ถือว่าเก่าแก่เป็นอันดับสองของโลกรองจากของลอนดอนเลยทีเดียว  ซึ่งรถรางสายนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับคนที่ต้องการหลบหลีกฝูงชนที่หนาแน่นบนถนนคนเดิน หรืออยากจะพักผ่อนหย่อนเท้าจากการเดิน บางครั้งก็มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเพลิดเพลินไปกับการนั่งดูสถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19 เท่านั้นเอง
ไม่รู้จะมีใครจำได้มั้ย กับถนนคนเดินที่โคเปนฮาเกน ในเอนทรี่ "Scandinavia trip (6) ...สิบกิโลโคเปนฮาเกน เดินเล่นรอบเมือง ไปเยือน Stroget ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลก" ถนนสายนั้นเป็นถนนคนเดินที่มีความยาวเพียง 1.8 กม. ถ้าหากนับว่าที่นี่มีความยาวเกือบ 3 กม. Istiklal Avenue ก็น่าจะเป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลกมากกว่า 
 
หากเปรียบเทียบบรรยากาศ ไม่เพียงแต่ที่นี่จะมีรถรางโบราณวิ่งทะลุกลางถนนตลอดเส้นทางเท่านั้นที่ทำให้ดิฉันรู้สึกนิยมชมชอบมากกว่าที่ Stroget ในโคเปนฮาเกน อาจจะเป็นเพราะที่นี่มีความหลากหลายในตัวเองมากกว่า มีร้านหนังสือเยอะ ร้านอาหารดูหลากหลาย และมีตรอกซอกซอยให้เดินมากกว่า เสียดายที่ดิฉันให้เวลาที่น้อยไป เพียงแค่เดินผ่านข้ามไปจตุรัสทักซิมเท่านั้น หากมีโอกาสได้กลับไปอิสตันบูลอีกครั้ง ที่นี่คงทำให้เวลาหมดไปอย่างอิ่มเอมอีกแห่งเป็นแน่แท้


รถรางโบราณ เก่าแก่เป็นอันดับสองของโลก
 
 
ความเร็วจำกัดทำให้เด็กมีโอกาสเล่นสนุกกับรถรางโบราณ
 
 
รถเข็นขายลูกเกาลัดร้อนๆ มีให้เห็นโดยทั่วไป รวมทั้งที่จตุรัสทักซิม
 
ทักซิมเป็นศูนย์กลางการขนส่งทั้งของพลเมืองอิสตันบูลเองและนักท่องเที่ยวด้วย ดังนั้น บริเวณจตุรัสทักซิมจึงเต็มไปด้วยโรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร ผับ ฟาสต์ฟู้ดส์ใหญ่ๆ หรือเอเจนซี่ท่องเที่ยวจำนวนมาก โรงแรมใหญ่สุดในอิสตันบูลก็จะอยู่ละแวกนี้ ถ้าเทียบกับบ้านเราแถบนี้อาจจะเปรียบเสมือนเป็นย่านละแวกราชประสงค์ก็ได้ล่ะมัง เพราะเวลามีงานฉลองต่างๆ เช่น การจัดขบวนพาเหรด หรือการเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ก็มักจะมาจัดกันที่บริเวณจตุรัสทักซิมนี่ล่ะค่ะ
ที่กลางจตุรัส จะมีอนุสาวรีย์ The Republic Monument ตั้งอยู่นะคะ  เป็นอนุสาวรีย์ที่ Mustafa Kemal Ataturk ประธานาธิบดีคนแรกของตุรกีให้สร้างขึ้น ในโอกาสรำลึกถึงการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกีเมื่อปี ค.ศ.1923 ที่อตาเติร์กเป็นผู้นำกองทัพเข้าร่วมทำสงครามปลดปล่อยชาวตุรกีกับต่างชาติ อนุสาวรีย์แห่งนี้ออกแบบโดย Pietro Canonica ประติมากรชาวอิตาลี โดยมีความสูง 36 ฟุต สร้างด้วยหินอ่อนสีบรอนซ์ เมื่อสร้างเสร็จก็มีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ.1928...
 

The Republic Monument
 

อนุสาวรีย์แห่งสาธารณรัฐ
 

นกพิราบมากมายกลางจตุรัส
 
 

สภาพการจราจรที่คับคั่งหนาแน่นย่านจตุรัสทักซิม
 

สถานีรถไฟใต้ดิน Taksim อยู่ใจกลางจตุรัส รอบๆ ก็เต็มไปด้วยป้ายรถเมล์
 
 
ดิฉันเลือกนั่งพักดื่มน้ำและมองดูความมีชีวิตชีวาบริเวณจตุรัสทักซิมแห่งนี้ เด็กหนุ่มวัยรุ่นหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนมานั่งรอบๆ ฐานอนุสาวรีย์แห่งสาธารณรัฐ ...ความคับคั่งทั้งของผู้คนและการจราจรในวิถีเมืองใหม่ฝั่งยุโรปของอิสตันบูล มองเห็นความไม่มีระเบียบในการใช้รถและถนน นึกถึงวิถีชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ที่ดูไม่แตกต่างกันนัก ต่างคนต่างขับ เพราะความที่จราจรติดขัด หากรถคันหน้าขยับช้าสักอึดใจ เสียงแตรก็จะถูกกดให้ดังขึ้นจากรถคันหลัง ...การข้ามถนน ที่นึกจะข้ามตรงไหนก็ได้ ไม่ต้องมองหาทางม้าลาย โดยเฉพาะในเวลาที่รถติด มันเป็นความวุ่นวายในเมืองใหญ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปทั่วทุกมุมโลก แต่ก็แปลกที่มันกลับกลายเป็นเสน่ห์และสีสันอย่างหนึ่งของความศิวิไลซ์เลยก็ว่าได้นะคะ
  

หายเหนื่อยก็หยิบแผนที่ออกมาดูว่าจะไป Dolmabahçe Palace หนึ่งในพระราชวังที่สวยงามได้อย่างไรต่อ ทั้งที่คิดว่าดูแล้วก็คงไม่ค่อยได้ประโยชน์สักเท่าไหร่นัก
 
 
 
 
ไหนๆ ก็เดินมาค่อนวันแล้ว ได้พักเหนื่อยไปบ้าง เดินไปเรื่อยๆ น่าจะดีกว่า... 
ถ้าดูจากแผนที่คำนวณระยะทางแล้วน่าจะใจหายพอสมควร จุด A คือสถานีรถราง Sultanahmet จุด B คือ Galata Tower จุด C คือ Taksim Square และสุดท้ายจุด D คือ Dolmabahçe Palace ระยะทางช่างใกล้เคียงกับถนนอิสติคลัลมาจตุรัสทักซิมเลยนะคะ ....ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่ะ 
ดิฉันเลือกเดินตามแผนที่เลียบถนนใหญ่ไปเรื่อย เป็นทางวนลงเขาและขึ้นเนินโดยไม่ได้เดินตัดถนนเส้นใด เพราะกลัวจะหลงทางอีก อิอิ ...จนเดินมาถึงทางสามแยก มองเห็นมัสยิดอยู่ข้างหน้า ข้ามถนนไปดูใกล้ๆ จึงรู้ว่านี่คือ  Dolmabahçe Mosque 
Dolmabahçe Palace เดินไปทางซ้ายมือนะคะ 
 
 Dolmabahçe Mosque
 
 
หอนาฬิกาสไตล์บารอคอยู่ทางขวามือบริเวณทางเข้า
 
พระราชวังโดลมาบาห์เช่เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์และพฤหัส เวลา 09:00-16:00น. ราคาเข้าชม พระราชวัง 30TL ฮาเร็ม 20TL แต่ถ้าซื้อพร้อมกันเลยก็จะจ่ายเพียง 40TL เท่านั้น
 
ตั๋วเข้าชมด้านหน้าและหลัง
 
 
Gate of Sultan
บริเวณประตูพระราชวังชั้นนอกซึ่งเป็นทางเข้าหลังจากซื้อตั๋วเสร็จ 
 
 
น้ำพุกลางอุทยาน
 
 
ด้านหน้าพระราชวัง 
 
บริเวณทางเข้าพระราชวังขณะที่ไปถึงเป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง คนเข้าคิวชมยังไม่มากนัก ด้านซ้ายมือเป็นคิวของคนเข้าชมโดยภาษาตุรกี  ส่วนด้านขวามือเป็นคิวเข้าชมภาษาอังกฤษ แต่ไม่ว่าจะเข้าชมด้วยภาษาใด ก็ไม่สามารถเดินเข้าชมพระราชวังแห่งนี้เองได้ จะต้องมีไกด์ของพระราชวังนำชมเป็นคณะ โดยการเข้าชมพระราชวัง ผู้เข้าชมต้องหยิบถุงพลาสติกรีไซเคิลที่ขยำเป็นก้อนในถังอลูมิเนียมที่วางอยู่ด้านหน้า แล้วหุ้มรองเท้าไว้เพื่อเป็นการลดสิ่งสกปรกที่จะต้องทำความสะอาดภายในพระราชวัง 
 
อะไรเอ่ย?  อ้อ! ถุงพลาสติกรีไซเคิลนั่นเอง 
 
 
รองเท้าที่สวมใส่จะต้องหุ้มด้วยถุงพลาสติกรีไซเคิล
 
ไม่น่าเชื่อว่าแถวน้อยๆ ตอนบ่ายสอง กว่าจะได้เข้าชมก็ตอนบ่ายสาม เรียกว่ายืนรอคิวอยู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม สำหรับคนที่เข้าคิวรอไกด์ภาษาอังกฤษ สังเกตว่านักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะที่มีไกด์มาด้วย จะได้รับสิทธิพิเศษเข้าชมได้ก่อน เนื่องจากไม่ต้องรอไกด์ของพระราชวังที่มีผู้บรรยายภาษาอังกฤษน้อยคน
...แต่คิวจะรอนานแค่ไหน ดิฉันแนะนำว่าให้อดทนรอนะคะ ที่นี่คุ้มค่าแก่การมาเยือนจริงๆ  ควรจะคำนวณเวลาดีๆ ด้วย  เพราะที่นี่จำกัดคนเข้าชมวันละไม่เกิน 3,000 คนเท่านั้น 
Dolmabahçe Palace สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 (ปี ค.ศ.1839-1861) โดยสุลต่านอับดุลเมซิด (Sultan Abdulmecid) ในสมัยสุลต่านออตโตมันที่ 31  เป็นหนึ่งในพระราชวังที่มีเสน่ห์มากที่สุดในโลก โดยรับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมทางตะวันตก เป็นศูนย์กลางของการบริหารในช่วงปลายจักรวรรดิออตโตมันของสุลต่านองค์สุดท้ายของยุคออตโตมันก็ประทับอยู่ที่พระราชวังนี้ จำได้มั้ยคะ เมื่อคราวที่ดิฉันเขียนถึง Topkapi Palace ที่ช่วงท้ายๆ ยุคสมัยออตโตมัน สุลต่านจะนิยมชมชอบมาพักที่พระราชวังใหม่ ซึ่งก็คือพระราชวังโดลมาบาห์เช่นี่แหละค่ะ
 

ห้องโถงที่เป็นทางเข้าหลัก บันได้ข้างหน้าที่เห็นสุดสายตาจะมีแยกขึ้นได้ทั้งซ้ายและขวา

http://www.turkishculture.org 
 
 
จากโถงจะขึ้นชั้นสอง
http://www.turkishculture.org
 
 
ตัวอาคารของพระราชวังหลักมี 3 ชั้น ขนาบคู่ไปกับทะเลหรือบริเวณช่องแคบบอสฟอรัส มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 45,000 ตร.ม. ประกอบด้วยห้องพัก 285 ห้อง ห้องรับแขก 46 ห้อง และ 6 ห้องอาบน้ำใหญ่ และห้องน้ำ (สุขา) มากถึง 68 ห้อง และมีภาพวาดสีน้ำมันประดับประดามากถึง 600 ภาพ  โดยพื้นที่ใช้สอยจะจัดแยกการใช้งานออกเป็น 3 ส่วน คือ  
(1) The Imperial Mabeyn หรือ State Apartments  ส่วนนี้ถูกจัดสรรให้เป็นส่วนบริหารกิจการของรัฐ มีความสวยงามตั้งแต่บันไดทางเข้าที่เป็นคริสตัลขึ้นไปจนถึงบันไดชั้นบน 
 
บันไดที่ประดับด้วยคริสตัลจากโถงทางขึ้นด้านล่างจนถึงข้างบน
 http://en.wikipedia.org/
 
 
ความอลังการ
http://www.greatistanbul.com
 
 
(2) Muayede Salon (Ceremonial Hall)  ส่วนนี้ใช้สำหรับงานพิธีการต่างๆ เช่น รับรองกษัตริย์หรือประธานาธิบดีชาติต่างๆ หรืองานรัฐพิธี  ส่วนที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดเห็นจะเป็นห้องโถงใหญ่ Muayede Salon หรือ Ceremonial Hall นี่ล่ะค่ะ เพราะนอกจากจะมีพื้นที่มากกว่า 2,000 ตร.ม. หลังคาโดมสูง 36 เมตรแล้ว ยังมีโคมไฟระย้า 750 ดวงและมีน้ำหนักมากถึง 4.5 ตัน ซึ่งว่ากันว่่าสุลต่านอับดุลเมซิดได้รับมาจากควีนวิคตอเรียประเทศอังกฤษอีกด้วย  ดังนั้น อย่าแปลกใจ ถ้าหากทราบราคาค่างวดการก่อสร้างในสมัยนั้นที่คิดเป็นทองมากถึง 5 ล้านเหรียญออตโตมัน หรือเทียบเท่ากับทอง 35 ตันในสมัยนี้
 
Ceremonial Hall 
 http://www.greatistanbul.com
 

โดมใหญ่ของ Ceremonial Hall
http://www.turkishculture.org 
 
 
Ambassador Hall ห้องที่ใช้ในพิธีทางการทูต
 http://en.wikipedia.org/
 
 
(3) The Imperial Harem เป็นส่วนพระราชฐานของสุลต่านและเชื้อพระวงศ์ ที่มีเรื่องราวมากมาย เสียดายที่เวลาค่อนข้างจำกัด ในส่วนของฮาเร็มนี้ จะเปลี่ยนไกด์นำบรรยายเป็นอีกคนหนึ่งนะคะ เหมือนกับการพักช่วงเวลา เนื่องจากจะต้องมาต่อแถวเข้าใหม่สำหรับคนที่มีตั๋วส่วนฮาเร็มนี่เท่านั้น บางคนอาจจะหยุดพักไปเข้าห้องน้ำหรือนั่งหากาแฟดื่มก่อนค่อยมาเข้าคิวใหม่ก็มี  แต่คิวที่ฮาเร็มนี่ไม่ยาวนักค่ะ คอยไม่นานเลย
ดิฉันชื่นชอบน้ำเสียงของไกด์สาวของพระราชวังคนแรกมาก รวมถึงวิธีการเล่าเรื่องราว การให้ความรู้ แง่คิด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การเปิดโอกาสให้ซักถามและตอบด้วยความรอบรู้จริงๆ ..เธอจะบอกเหตุผลต่างๆ เช่น การตั้งกระจกไว้ในมุมนั้นๆ ก็ด้วยเหตุผลของการสามารถมองได้รอบทิศว่าคนไหนคุยกับใคร มีท่าทางอย่างไร ..การเปิดหน้าต่างที่อยู่ติดทะเลก็เพื่อให้กลบเสียงคุย ไม่ให้ผู้อื่นได้ยิน หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดในเรื่องฮาเร็ม ซึ่งที่จริงแล้วเป็นที่ให้การศึกษาหรือความรู้ต่างๆ แก่เจ้าชายเจ้าหญิงตัวน้อย หรือสตรีที่อยู่ในฮาเร็มมากกว่าที่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่ามีแต่เรื่องสตรีเพศของเจ้านาย ทว่าไกด์สาวคนหลังที่นำชมฮาเร็มด้วยเสียงที่ไม่กังวานไพเราะเท่าคนแรก  มีลูกเล่นในการเล่าไม่เท่า แต่ก็ได้ความรู้ไม่แพ้กันค่ะ
อ้อ!! ที่นี่ห้ามถ่ายภาพด้านในพระราชวังค่ะ... ดิฉันจึงนำภาพมาจากเว็บไซต์ต่างๆ มาประกอบความทรงจำ แต่ระหว่างที่เดินชมตามไกด์ ก็ยังเห็นมีคนแอบถ่ายอยู่บ้าง ระวังนะคะ เพราะถ้าเจ้าหน้าที่เห็นก็จะถูกดุ อายคนอื่นเขา เราให้ความร่วมมือด้วยดีแล้วเก็บเกี่ยวความอลังการและงดงามไว้ในความทรงจำแทนดีกว่า  

 


Mustafa Kemal Atatürk

หลังจากการสถาปนาสาธารณรัฐตุรกีในอังการา อตาเติร์กก็ได้โอนการทำงานของรัฐบาลทั้งหมดไปยังเมืองหลวงใหม่  (อังการา) แต่ในยามที่อตาเติร์กไปเยือนอิสตันบูล เขาจะอาศัยเพียงห้องเล็กๆ ในพระราชวัง Dolmabahçe เพียงลำพัง เขาใช้ที่นี่ในการต้อนรับแขกต่างประเทศและทำเป็นศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติทางด้านประวัติศาสตร์และภาษา รวมทั้งการประชุมพบปะนานาชาติ 
พระราชวังโดลมาบาห์เช่มีความสำคัญสำหรับคนตุรกี ตั้งแต่ผู้นำสูงสุดคือประธานาธิบดีอตาเติร์กได้ใช้พระราชวังเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี ค.ศ.1927 และใช้เวลาช่วงที่ร้ายแรงที่สุดหรือช่วงสุดท้ายของชีวิตซึ่งล้มป่วยที่พระราชวังแห่งนี้  โดยเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ.1938 ในเวลา 09.05 น. ดังนั้น นาฬิกาทุกเรือนในพระราชวังแห่งนี้จะหยุดที่เวลา 09.05 น. เพื่อเป็นการรำลึกถึงอตาเติร์ก และต่อมาพระราชวังแห่งนี้ก็ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอีกแห่งหนึ่งของตุรกี
 
เตียงที่อตาเติร์กนอนจนกระทั่งสิ้นลมหายใจสุดท้าย
 http://en.wikipedia.org
 
 
วิวช่องแคบบอสฟอรัสผ่านประตูรั้วพระราชวัง
 
 
Gate of Treasury
 
 
เตรียมตัวออกจากพระราชวัง
 
 
Clock Tower หรือหอนาฬิกา
 
หากไม่นับบรรยากาศในการชมวิวทะเลแล้ว ความชอบโดยส่วนตัวของดิฉัน เฉพาะการได้เห็นและสัมผัสพระราชวังแห่งนี้มีมากกว่า Topkapi Palace เยอะเชียวค่ะ แม้ว่าช่วงเวลาที่เข้าชมที่นี่รวมสองส่วนแล้วจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่เหมือนได้สัมผัสชีวิตคนในวังและฮาเร็มมากมาย ได้จินตนาการเห็นภาพการทำพิธีทางการทูตเมื่ออยู่ในโถงของ Ceremonial Hall สัมผัสถึงความมีชีวิตชีวาในงานเลี้ยง เสมือนหนึ่งเราอยู่ในพิธีนั้นเสียเอง ...มองเห็นภาพสตรีแต่ละวัยในฮาเร็มที่วิ่งมาบริเวณระเบียงริมทะเล แอบดูพิธีการที่พวกผู้ชายเขาทำกัน  
 
ดิฉันรู้สึกขอบคุณไกด์สาวคนเก่งที่สร้างความประทับใจให้อย่างมากมาย คุ้มค่าเหลือเกินกับ 40TL หรือ 800 บาทที่จ่ายไป รวมทั้งการอดทนรอคิวเข้าชมอย่างยาวนาน
 
เย็นย่ำของวันที่สาม หลังจากเดินเก็บเกี่ยวความสุขกับสถานที่ไม่กี่แห่งก็กลับไปประทับใจกับอาหารที่ร้านเดิมในละแวกที่พัก ไม่เล่าซ้ำเรื่องบรรยากาศและความอร่อยแล้วนะคะ นำภาพประกอบมาให้ดูว่าดิฉันอิ่มอร่อยและ enjoy eating กับดินเนอร์ในคืนวันที่สามอย่างไรบ้างค่ะ 

 
Lamb Chop (Kuzu Pirzola)
 
เบียร์แก้วน้อยเพื่อให้ใจได้ล่องลอยไปไหนต่อไหน
  
แล้วเอนทรี่หน้าจะพาไปไหนต่อ ตามอ่านด้วยนะคะ  

 

 

 

 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มีนา วันที่ : 10/02/2013 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว


คุณ Ae^ คห.4 , คุณ khunphai คห.5
คุณ RiverSky คห.6, คุณ เหล่าซือสุวรรณา คห.7 และคุณ TaTee คห.8

ขอบคุณที่แวะมาชมภาพและตามเที่ยวนะคะ
ที่จริงบ้านเรามีสถาปัตยกรรมที่ไม่แพ้เมืองนอก
เพียงแต่ปัจจัยหลายอย่างของผู้เกี่ยวข้องไม่เอื้อให้กับการอนุรักษ์หรือคงไว้
ส่วนมากเราจะหันไปปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตามคนอื่นทันเสียมากกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
TaTee วันที่ : 10/02/2013 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

นอกจากร้านค้าและผู้คนที่ค้าขายตามท้องถนนแล้ว จะเห็นได้ว่าสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามช่วยทำให้ถนนน่าเดินยิ่งขึ้น หวังว่าบ้านเราจะเห็นคุณค่าของอาคารเก่ามากกว่านี้ แทนที่จะทุบทิ้งสร้างเป็นตึกแถว/อาคารสูง

ป.ล. อาหารน่ากินอีกแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 7 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ภาพ Saint Antoine Church และอีกหลายๆ ภาพสวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
RiverSky วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/storyriversky

ถ่ายรูปมาให้ดู สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
khunphai วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

สถาปัตยกรรม เค้าสวยดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Ae^ วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

ขิชมด้วยคนพระราชวังเขาอลังการมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


บ่วง - สื่อ - ยู่ - อี่ (ทุกเรื่องให้สมปรารถนา)
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2010/02/13/entry-7

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มีนา วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

สวัสดีค่ะคุณลูกเสือฯ
ถ้ามีกองหนุนไปเดินเล่นด้วย น่าจะดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/02/2013 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อยากไปเดินเล่นมั่ง..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน