*/
  • มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 136
  • จำนวนผู้ชม : 722044
  • จำนวนผู้โหวต : 415
  • ส่ง msg :
  • โหวต 415 คน
<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม 2557
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 6415 , 21:27:38 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ni_gul , คนดีมีวินัย และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

 
 
 
ในตอนที่แล้ว... "คงเสียใจ...ถ้าไม่ไปรัสเซีย (1) ตอน คนรัสเซียน่ารักกว่าที่เห็น" ต้องถือว่าเป็นความโชคดีของดิฉันที่ได้เจอคนรัสเซียที่ดีและน่ารักตั้งแต่วันแรก นำเสื้อแจ๊คเก็ตกันหนาวที่ถอดวางไว้บนรถไฟมาคืน ถ้าเป็นคนอื่น ก็อาจจะทำเฉยเสียไม่หยิบจับก็ได้ หรือที่แย่กว่านั้น อาจจะหยิบมาเปิดดูว่ามีอะไรบ้าง ถ้าพบว่ามีเงินอยู่ อาจจะฉวยเอาไปเลย หรือถ้าคนทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นว่าดิฉันลืมเสื้อไว้ สุดท้ายก็คงเป็นคนอื่นที่หยิบไปล่ะ ...นึกๆ แล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือหลายที่ได้พบคนดีที่รัสเซียตั้งแต่วันแรก...
 
รถไฟ AeroExpress ที่วิ่งจากสนามบิน Domodedovo จะเข้าสู่ตัวเมืองที่สถานีรถไฟ Paveletsky (Павелецкий вокзал) โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที แต่ละขบวนจะห่างกันประมาณ 30 นาที - 1 ชม. แล้วแต่ช่วงเวลาซึ่งสามารถเช็คในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนก็ได้ 
 
ตั๋วที่ใช้สแกนเข้ามาในชานชาลา อย่าเพิ่งเอาไปทิ้งหรือเก็บห่างตัวนะคะ เพราะนั่งไปได้สักครู่จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาขอตรวจตั๋ว ในระหว่างเดินทาง ก็จะมีรถเข็นมาขายเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวต่างๆ แล้วยังมีคนเดินมาแจกตัวอย่างสินค้าจำพวกยาสีฟันด้วยค่ะ 
 
 
19.15 น. รถไฟไปจอดที่สถานีปลายทางตรงเวลา ดิฉันทำโพยมาจากบ้านแล้วว่าจากที่นี่จะต้องนั่งรถไฟใต้ดินที่สถานี Paveletskaya (Павелецкая) Green Line ไป 2 สถานี แล้วลงที่สถานี Teatralnaya (Театральная) เพื่อเปลี่ยนเป็น Red Line ที่สถานี Ohotny Ryad (Охотный ряд) จากนั้นนั่งไปอีก 1 สถานีลงที่ Biblioteka Imeni Lenina (Библиотека имени Ленина) ให้มองหาป้ายทางออกที่มีคำว่า Выход หรือ Выход в город หรือ Выход на улицу ไปทางสถานี Aleksandrovsky Sad (Александровский сад) Blue Line 
 
เห็นตัวอักษร Cyrillic แล้วพาลจะตาลายใช่มั้ยคะ ...ยังค่ะ มันไม่ยากอย่างที่เห็นเลย
 
ก่อนอื่น ต้องจัดการซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินก่อนค่ะ รายละเอียดจากเว็บไซต์รถไฟใต้ดินของมอสโกให้ข้อมูลไว้คร่าวๆ คือ 
  1. ตั๋วแบบใช้ได้ภายใน 5วัน 
    • จำนวน 1 เที่ยว ราคา R40
    • จำนวน 2 เที่ยว ราคา R80
  2. ตั๋วแบบใช้ได้ภายใน 90 วัน 
    • จำนวน 5 เที่ยว ราคา R150  (ปัจจุบันปรับราคาเป็น R160)
    • จำนวน 11 เที่ยว ราคา R300  (ปัจจุบันปรับราคาเป็น R320)
    • จำนวน 20 เที่ยว ราคา R500  (ปัจจุบันปรับราคาเป็น R540)
    • จำนวน 40 เที่ยว ราคา R1000  (ปัจจุบันปรับราคาเป็น R1080)
    • จำนวน 60 เที่ยว ราคา R1200  (ปัจจุบันปรับราคาเป็น R1300)
  3. ตั๋วแบบใช้ได้ 24 ชั่วโมงไม่จำกัดเที่ยว ราคา R200
จริงๆ ยังมีอีกหลายประเภทนะคะ แต่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวซึ่งใช้งานไม่มากนัก ข้อมูลข้างต้นน่าจะพอเหมาะพอดี  
 
ดิฉันคำนวณจากโปรแกรมเที่ยวที่วางไว้ คิดว่าแบบ 11 เที่ยวนี่กำลังดีสำหรับตัวเอง ก็ตรงไปยังช่องจำหน่ายตั๋วเลยค่ะ จะมีตัวหนังสือเขียนว่า KACCA ซื้อจากเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยการยกนิ้วตัวเลขจำนวนเที่ยวที่ต้องการซื้อ แล้วก็ส่งเงินให้ ทางเจ้าหน้าที่เขาจะใช้เครื่องคิดเลขกดตัวเลขจำนวนเงินให้เราดูว่าเข้าใจตรงกันนะ แล้วก็จะส่งตั๋วเป็นบัตรสีฟ้าขนาดเท่าบัตรเครดิตให้ เราก็แค่เอาไปแตะกับเครื่องสแกนก่อนเข้าด้านใน เครื่องจะโชว์ตัวเลขจำนวนเที่ยวที่คงเหลืออยู่ในบัตรหลังจากครั้งนี้ไว้ให้เรารู้
 
ด้านหน้า-หลังตั๋วรถไฟใต้ดิน 
 
อ้อ! ถ้าไปกันหลายคน เราสามารถใช้บัตรเดียวร่วมกันได้ แค่แตะสแกนซ้ำให้ครบจำนวนคนเท่านั้น และสำหรับกระเป๋าเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าตั๋วนะคะ ถ้าขนาดไม่ใหญ่หรือสูงเกิน 150 ซม.   เท่าที่สังเกต จะเห็นบริเวณที่แตะตั๋วเพื่อเข้าด้านใน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอยู่ 1-2 คนทุกสถานี หรือทุกทางเข้าออกเลยค่ะ ดังนั้น โอกาสที่ใครจะตุกติกคงจะยากสักหน่อย 
 
พอเข้าไปด้านใน ครั้งแรกอาจจะงุนงงอยู่บ้างกับตัวอักษร Cyrillic ที่ละลานตา แต่ถ้าเราพอจำบางตัวได้ก็ช่วยได้เยอะ ไม่ถึงกับชวนปวดหัว ดิฉันได้ภาพอักษรมาจากหนังสือ In Your Pocket (Moscow) ก็เลยเซฟเก็บใส่เครื่องไว้เป็นตัวช่วยแบบง่ายๆ บวกกับในโปรแกรมเที่ยวก็จะพิมพ์ตัวอักษร Cyrillic ไว้คู่กัน จึงทำให้เมื่อเห็นแล้วรู้สึกคุ้นชินพอสมควร
 
ตัวอักษร Cyrillic เทียบภาษาอังกฤษ
 
 
สิ่งที่น่าเวียนหัวในสถานีรถไฟใต้ดินอีกอย่าง เห็นจะเป็นบันไดเลื่อนนี่ล่ะค่ะที่อาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับคนกลัวความสูง ด้วยความที่หลายๆ สถานีเขาสร้างไว้ลึกมาก บางแห่งอาจจะแค่ 5-6 เมตร แต่บางแห่งลึกเกือบ 80 เมตรเลยทีเดียว
 
ดิฉันเองไม่ใช่คนที่กลัวความสูง แต่พอลากกระเป๋าไปยืนบนบันไดเลื่อนของสถานีรถไฟใต้ดินมอสโกแล้ว ยังยอมรับว่ารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ยามที่มองลงไปด้านล่างหรือหันมองกลับขึ้นข้างบน ทำให้ต้องเอามือขวาจับราวบันไดเลื่อนไว้ตลอด 
 
...อ้อ! บันไดเลื่อนที่รัสเซียต้องยืนชิดขวานะคะ ด้านซ้ายมือจะมีผู้โดยสารกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้น-ลงให้เห็นเสมอ ไม่รู้เขาทำได้อย่างไรสำหรับสถานีที่ลึกมากๆ โชคดีที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้โดยสารไม่มากเท่าไหร่ เขาว่าวันทำงานนี่สถานีรถไฟใต้ดินในมอสโกจะคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่หนาแน่นมากค่ะ
 
บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟใต้ดิน

 

บันไดเลื่อนในสถานีรถไฟใต้ดิน มองแล้วชวนหวาดเสียว
 
 
Yandex.Metro  เป็นแอพพลิเคชั่นทางเลือกที่ดีมากทีเดียว สำหรับคนที่นำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตติดตัวไปด้วยสามารถช่วยในการใช้บริการรถไฟใต้ดินได้ดียิ่ง ระบบจะมีตัวเลือกเป็นภาษารัสเซียและภาษาอังกฤษ โดยหลังจากเราเลือกใส่สถานีต้นทางและปลายทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางให้ว่าจะต้องไปต่อสายไหน ที่สถานีอะไร และใช้เวลาเท่าใด โดยมีตัวเลือกแสดงให้เห็นหลายเส้นทาง แล้วแต่เราจะเลือกใช้  ดีจริงๆ ค่ะ
 
Yandex.Metro แอพตัวช่วยในการใช้รถไฟใต้ดินที่รัสเซีย
 
 
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะใช้รถไฟใต้ดินหรือเมโทรของมอสโกเป็นวันแรก ดิฉันก็ยังเห็นว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดไว้ก่อนมา  ถึงเราอาจจะงงๆ บ้างกับป้ายเส้นทางก่อนลงมาที่ชานชาลา แต่พอถึงชานชาลาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซีกซ้ายหรือขวาในแต่ละทิศทาง จะมีป้ายบอกรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน เช่น เส้นที่ใช้อยู่เป็นสายอะไร สีใด ตามมาด้วยชื่อสถานีปัจจุบัน และสถานีถัดไป ส่วนแผงด้านล่างในแนวตั้ง จะเป็นชื่อสถานีที่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟสายอื่น มีสีและชื่อสถานีีบอกไว้ชัดเจน 
 
ดิฉันรู้สึกว่าการใช้เมโทรที่นี่ค่อนข้างจะง่ายกว่าประเทศอื่นในยุโรปด้วยซ้ำไป  เพราะโอกาสที่จะนั่งผิดฝั่งมีค่อนข้างน้อยมาก หากไม่แน่ใจก็ค่อยๆ ไล่ดูได้สบาย ที่ชานชาลามีเก้าอี้ให้นั่งพักรออยู่เป็นระยะด้วยค่ะ ไม่ต้องเร่งรีบว่าจะรอรถขบวนต่อไปนาน เนื่องจากในเวลาปกติ รถไฟใต้ดินแต่ละขบวนจะมาถี่มาก ทิ้งห่างกันแค่ 1-2 นาทีเท่านั้นเอง
 
ลักษณะป้ายบอกสถานีและการเชื่อมต่อสายต่างๆ บนผนังของชานชาลา
 
บันไดสำหรับทางเดินเชื่อมต่อระหว่างสถานีหรือทางเข้า-ออก บางแห่งค่อนข้างสูงชัน
 
 
สิ่งที่เป็นปัญหาในการเดินทางวันแรกของดิฉัน เห็นจะเป็นเรื่องขั้นบันไดปกติที่ไม่ใช่บันไดเลื่อนในเมโทรนี่แหละ 
 
แม้ว่าแต่ละสถานีจะมีการเชื่อมต่อถึงกันหมด ก็ไม่ได้หมายถึงจะสะดวกสบายสำหรับคนหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางนัก ความยากลำบากอยู่ที่การยกกระเป๋าเดินทางขึ้นลงบนขั้นบันไดจำนวนมาก ยิ่งสถานีใหญ่ มีการเชื่อมต่อหลายสาย โอกาสที่จะเจอขั้นบันไดเยอะๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้น 
 
ดิฉันเองใช้กระเป๋าเดินทางใบย่อมสำหรับ 2 อาทิตย์ แค่ขนาด 24 นิ้ว น้ำหนักรวม 14 กก.เศษ ก็ยังทำเอาเจ็บล้าและตึงที่แขนพอสมควร  ดังนั้น คำแนะนำสำหรับนักเดินทางที่ตัวเล็กและไม่มีผู้อื่นร่วมเดินทางด้วย พยายามอย่าขนของใส่กระเป๋าไปเยอะๆ  เพราะจะลำบากตอนอยู่ในเมโทรนี่แหละ เว้นแต่จะยอมเสี่ยงลากล้อให้ถัดผ่านขั้นบันไดไปแบบช้าๆ ก็น่าจะโอเคค่ะ
 
อันที่จริงตอนยกกระเป๋าเดินทางผ่านขั้นบันไดช่วงหนึ่ง เจอกลุ่มวัยรุ่น 3-4 คน ดูเหมือนเด็กผู้หญิงจะสะกิดให้เด็กผู้ชายมาช่วยดิฉันด้วยนะคะ แต่ตัวเด็กผู้ชายคงขี้อาย ละล้าละลัง จนดิฉันยกผ่านขั้นบันไดมาสุดทางออก ก็ยังเห็นเด็กผู้หญิงหันมารีรอแล้วก็หันไปตีแขนผู้ชายเหมือนไม่ยอมช่วยดิฉัน ...บอกตรงๆ วันแรกนี่ ดิฉันเทใจให้รักคนรัสเซียไปแล้วล่ะค่ะ
 
 
...หลังจากทุลักทุเลกับการยกกระเป๋าเดินทางให้ได้เหงื่อโชกทั้งตัวแล้ว ก็หาทางไปโฮสเทลที่จองมาล่ะ 
 
ดิฉันจอง Landmark Hostel Arbat  สำหรับการค้าง 2 คืนในมอสโก ซึ่งทำการจองจาก booking.com เว็บไซต์เจ้าประจำที่ชอบใช้บริการ โดยเลือกจากทำเลที่ตั้งว่าใกล้กับจตุรัสแดง/เครมลิน เพื่อให้เดินออกมาถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ และใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
 
 
หมุดสีฟ้าคือโฮสเทลที่เลือก ใกล้วงรอบสีแดงคือเครมลินและบริเวณจตุรัสแดง
 
 
เส้นทางที่โฮสเทลให้ไว้หาไม่ยากเลย เพราะออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ก็เดินไปทางซ้ายประมาณ 30 เมตร เห็นป้ายบอกชื่อถนน ติดอยู่ที่กำแพง ก็เดินข้ามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปตามทาง ไม่นานนักก็เจอตึกที่ว่าเลขที่ 15 ในโพยบอกให้เข้าประตูเหล็กที่ 2  พอถึงก็กดรหัส 55 เพื่อให้โฮสเทลเปิดประตูให้ 
 
แต่กดอยู่นาน ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ...เอาล่ะสิ ทำงัยล่ะ ซิมการ์ดก็ดันซื้อแบบไม่โทรเสียอีก   โชคดีว่าสักพักนึงก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งจะเข้าไปด้านใน ดิฉันก็เลยได้อาศัยเข้าไปด้วย ผ่านประตูเข้ามาแล้ว มันจะเป็นทางเดินหรือซอกเล็กๆ มีบันไดให้ไต่ขึ้นไปข้างบน แล้วก็มีลิฟท์ให้บริการอยู่ 1 ตัว ชายคนนั้น ก้าวพรวดๆ ขึ้นบันไดไป ปล่อยให้ดิฉันขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 5 แต่เพียงลำพัง
 
 
ประตูที่ 2 ของอาคารเลขที่ 15

 

รายละเอียดของอาคารเลขที่ 15 ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร
 
 
พอออกจากลิฟท์... ก็รู้สึกว่ามันเงียบสงัด วังเวง เกินไปหน่อยล่ะ เห็นมีประตูอยู่ทั้งสองฟากซ้ายขวา เอางัยดีล่ะ ป้ายชื่อก็ไม่เห็นมี ตัดสินใจกดกริ่งประตูด้านซ้ายล่ะ รออยู่อึดใจหนึ่ง จึงมีชายหนุ่มหน้าตาดีใส่แว่น สูงราว 170 ซม. สวมเสื้อยืดสีเขียวเข้มกับกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน ท่าทางเหมือนจะงัวเงียอยู่เล็กน้อย 
 
จังหวะนั้น...ดิฉันกวาดสายตามองเข้าไปด้านใน เห็นว่ามันค่อนข้างมืดเพราะไม่ได้เปิดไฟ  แอบนึกในใจว่า.. ตายล่ะสิ ไม่ใช่โฮสเทลแหงเลยเนี่ย 
 
เป็นจริงดังคาดค่ะ แล้วก็คุยกันไม่รู้เรื่องด้วยนะคะ แต่ชายหนุ่มเจ้าของห้องก็ยังมีน้ำใจพยายามจะใช้ภาษาอังกฤษ right right left left ซ้ายๆ ขวาๆ ประมาณนี้ ...ดิฉันเองก็ต้องระล่ำระลักขอโทษขอโพยที่มารบกวนเขา อย่างน้อยภาษากายก็คงพอบอกได้ว่า เราขอโทษจริงๆ นะ
 
พอถึงคราวลากกระเป๋าเข้าลิฟท์กลับลงไปด้านล่าง ก็เจอกับปัญหาอีก  
ประตูเหล็กหนานั่น ผลักเท่าไหร่ก็ไม่ออก ...เอาล่ะสิ จะออกไปยังไงล่ะ
เหงื่อที่ท่วมตัวอยู่แล้ว มาเจอกับที่อับๆ ไม่มีอากาศอย่างนั้นเข้าอีก ...สภาพดูไม่จืดเลย 
ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครเห็นก็เถอะ  
 
...บอกตรงๆ ว่าไม่กล้าเดินกลับขึ้นไปรบกวนชายหนุ่มคนเดิมให้มาเปิดประตูออกให้หน่อย ได้แต่เดินเป็นหนูติดจั่น แล้วก็แอบพูดกับตัวเองในใจว่า  สงสัยคืนนี้ เราคงจะต้องนอนร้อนอยู่ตรงนี้ซะแล้ว...
 
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ อาจจะ 10 หรือ 20 นาที แต่สำหรับดิฉันมันช่างนานเสียเหลือเกิน แล้วก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยค่ะ โชคดีที่มีชายหนุ่มอีกคนกำลังจะออกไปข้างนอก เปิดประตูปุ๊บ ดิฉันรีบฉวยโอกาสนั้นปั๊บ ลากกระเป๋าตามออกไปทันทีเลย... รอดไปนะคะ 
 
 
พอออกมาตั้งหลักข้างนอกได้ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วก็เดินย้อนกลับไปที่ประตูแรกที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทันได้กดรหัส ก็มีผู้หญิง 2 คนมาเปิดประตูเพื่อเข้าด้านใน ...เราเดินเข้าลิฟท์ไปด้วยกัน แต่เธอทั้งสองออกที่ชั้น 3 ก่อน  ...คราวนี้พอหลุดจากลิฟท์ชั้น 5 ก็มองเห็นป้ายชื่อโฮสเทลบอกอยู่ให้อุ่นใจจนอยากจะร้อง "เย้!!" ออกมาเลย
 
หลังจากกดออดแล้วก็มีเสียงเปิดล็อคจากด้านใน พอเข้าไปก็ค่อนข้างประหลาดใจกับความกะทัดรัดของโฮสเทล ได้แต่เก็บความรู้สึกเอาไว้ก่อน เห็นเคาน์เตอร์เช็คอินอยู่ตรงหน้า ดิฉันก็เดินรี่เข้าไปหา พลันก็ถูกพนักงานพูดเสียงดุใส่นิดนึงว่า ให้ถอดรองเท้าออกก่อนได้มั้ย...
 
แหม!!  ก็พักโฮสเทลมาหลายประเทศแล้ว ยังไม่เคยเจอกฎแบบนี้เลยนี่คะ 
 
พนักงานรับเช็คอินแล้วก็ขอเก็บเงินจำนวน R1,200 เลย ดิฉันถามถึงค่า Registered Visa เขาบอกว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะได้รับเอกสารในเช้าวันพรุ่งนี้ 
 
 
นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางเข้าประเทศรัสเซีย เขามีกฎว่าทุกคนที่เข้ารัสเซียเกิน 7 วัน จะต้องลงทะเบียนที่พักภายใน 3 วันไว้กับทางการผ่านโรงแรมหรือโฮสเทลที่ใช้บริการ มิเช่นนั้น หากเจ้าหน้าที่เรียกแล้วไม่มีเอกสารการลงทะเบียนมาแสดงจะถูกจับปรับ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเงินจำนวนเท่าไรค่ะ 
 
หน้าตาของเอกสารที่ลงทะเบียนที่พักเรียบร้อยแล้ว
 
 
คราวนี้ไปดูภายในโฮสเทลกันหน่อยนะคะ 
 
ลักษณะที่พักไม่เหมือนกับโฮสเทลส่วนใหญ่ที่เคยไปพักในประเทศอื่น ที่นี่ก็เหมือนกับเป็นห้องพักในแฟลตหรืออพาร์ตเม้นต์  แล้วนำมาซอยย่อยเป็นห้องเล็กๆ ทำเป็นโฮสเทลอีกทีหนึ่ง
 
ดูจากทำเลของ Landmark Hostel Arbat และคะแนนรีวิว 8.4 ตอนที่จองในเว็บ booking.com ต้องถือว่าดีทีเดียวกับสนนราคา R600/N สำหรับ domrmitory bed เตียงรวมในห้องหญิงล้วนขนาด 8 เตียง แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้เป็นอย่างคะแนนที่เห็นสักเท่าไหร่ ยกเว้นในเรื่องของทำเลที่ตั้งซึ่งต้องบอกว่าดีมากๆ ใกล้ทั้งรถไฟใต้ดินและจุดเที่ยวหลักของมอสโก
 
ลวดลายน่ารักติดกำแพงบริเวณครัวเล็กๆ
 

บนผนังใกล้เคาน์เตอร์เช็คอิน

 

ครัวเล็กที่รวมทุกอย่าง อยู่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน 
 
 
ตอนที่พนักงานพาเดินแนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง แล้วพามาชี้ให้ดูที่นอน ดิฉันค่อนข้างตกใจเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้ว มันค่อนข้างรกเสียเหลือเกิน เพราะมีผู้พักอยู่แล้ว 6 เตียง เหลือเตียงบนเพียงแค่ 2 เตียงติดประตูซ้ายขวาเท่านั้น พนักงานชี้ว่าเตียงของฉันอยู่ด้านขวามือ มองปราดเดียวก็รู้ว่าคงพักไม่ค่อยสบายนัก..  
 
แอบบ่นอยู่ในใจเหมือนกันนะคะ เพราะคนพักเตียงด้านล่างของดิฉันจับจองที่วางของใต้เตียงจนไม่เหลือที่ให้คนอยู่บนที่มาทีหลังได้ใช้ มองไปที่โต๊ะตรงริมหน้าต่างก็วางของและแขวนเสื้อกันระเกะระกะเต็มไปหมด ซึ่งแตกต่างจากที่เคยใช้บริการโฮสเทลในประเทศอื่นๆ มาค่อนข้างมากทีเดียว
 
ทว่าบ่นไปก็เท่านั้นล่ะนะ   ไปทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องดีกว่าค่ะ
 
สภาพห้องนอนหญิงขนาด 8 เตียง
 
 
เจ้าของเตียงฟากที่เห็นในรูป เตียงบน-ล่างด้านในสุด เป็นสาววัยรุ่นรัสเซีย คนหนึ่งชื่อ Anya อีกคนชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว หน้าตาสะสวยทั้งคู่ มาจากเมืองวลาดิวอสตอก จุดหมายปลายทางสุดท้ายของดิฉันด้วยค่ะ เตียงล่างติดประตูเป็นสาวเจแปน ส่วนฟากเดียวกับดิฉันทั้ง 3 คนเป็นสาวจีนที่มากันกลุ่มใหญ่กับพวกที่รวมอยู่อีกห้องถัดไปด้วย ไม่คุย ไม่สุงสิงกับคนอื่นในห้องนี้ ...แถมบางทียังต้มมาม่าเข้ามากินในห้องนอนเล็กๆ ขนาด 18 ตร.ม. ให้เวียนหัวเล่นอีกต่างหาก 
 
สาวญี่ปุ่นที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอสางผมพร้อมกับเล่าปัญหาของการพักที่นี่ให้ฟังว่า จะลำบากหน่อยกับเรื่องของการเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีเพียงแค่ 2 ห้องเท่านั้น แต่ต้องรองรับผู้เข้าพักถึง 30 คน ไม่ได้แยกชาย-หญิง แถมห้องอาบน้ำกับสุขาก็อยู่ในห้องเดียวกันเสียอีก จึงทำให้คิวรออาบน้ำหรือทำกิจธุระส่วนตัวค่อนข้างยาวนานทีเดียว  เธอเตือนให้ดิฉันจัดสรรเวลาสำหรับการอาบน้ำให้ดี
 
ดิฉันถามถึงตู้นิรภัยที่เห็นติดผนังในห้องนอนว่ามีแค่ 4 ตู้เท่าที่เห็นเหรอ 
เธอบอกใช่ มีเท่านี้แหละ แต่ไม่มีใครใช้เพราะมันไม่มีรหัสล็อก 
ถามพนักงาน พนักงานก็บอกไม่รู้ 
 
....อ้าว!! เป็นงั้นไปซะอีก...
 
เสียดายที่สาวญี่ปุ่นเธอค้างที่นี่เป็นคืนสุดท้าย ไม่งั้นคงได้มีเพื่อนคุยที่ดีแน่ๆ เลย แต่เอาเถอะวันแรกเพิ่งมาถึง แค่ทักทายกันพอหอมปากหอมคอก็ดีแล้ว ดิฉันเหลือบดูเวลาจึงรู้ว่าเกือบ 3 ทุ่มแล้ว เห็นห้องอื่นเขากำลังต้มมาม่ากันในครัว จึงรีบหาจังหวะไปอาบน้ำแล้วออกไปเดินเล่นละแวกที่พัก ทำความคุ้นเคยสักหน่อย ก่อนที่จะพาตัวเองไปทัวร์รถไฟใต้ดินมอสโกที่เขาว่าสวยนักสวยหนานะคะ  
 
 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
มีนา วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

@คห.12
โชคดีที่มีนาได้รับมิตรภาพที่ดีตลอดการครั้งทางในทริปนี้ค่ะคุณคนดีมีวินัย

@คห.13
ที่รัสเซีย ตามสถานีรถไฟหลายแห่งก็ไม่มีการทำทางเลื่อนของกระเป๋าไว้ให้ เว้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กค่อนข้างจะมีครบครันค่ะคุณ ni_gul

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

น่าจะมีใครทำล้อลากกระเป๋าขึ้นลงบันไดขายนะคะ เคยเห็นการออกแบบล้อที่ทำงานคล้ายตีนตะขาบของรถถัง นำมาใช้กับกระเป๋าจะลากขึ้นลงบันไดในเมโทรสบายๆ แน่เลย ... รอติดตามตอนต่อไปอย่างตื่นเต้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนดีมีวินัย วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

ยอดเยี่ยมมากครับ คุณมีนา เดินทางคนเดียว ได้พบ ได้เห็น ได้เรียนประสบการณ์มากมาย จะค้นพบว่าความจริงไม่ได้เดินทางเดียวหรอก มีเพื่อนร่วมเดินทางมากมาย หากเราเรียนรู้เปิดใจรับมิตรภาพที่ดี จะมีเพื่อนเดินทางที่เราคาดไม่ถึง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
มีนา วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

@คห.7
ยินดีที่สามารถทำให้คุณ 4BANK อิจฉาได้นะคะ
สังเกตว่า ในรัสเซีย จะมีที่พักประเภท Minihotel และ Hostel เกิดขึ้นเยอะและถี่ยิบมาก
แต่การบริหารจัดการไม่ดีเท่ากับทางแถบยุโรปอื่น
เพราะส่วนใหญ่ที่พักเหล่านี้จะไม่ได้เข้าเป็น chain กับพวก Hostel World หรือ Hi Hostel
เท่าที่พักมาหลายเมือง หากไม่ได้เข้าเป็น chain ห้องน้ำจะมีประมาณนี้ค่ะ

@คห.8
ดีจัง ที่ทำให้พี่ชบาย้อนถึงวัยนักศึกษาได้เลย อิอิ
นอนเตียงบนนี่ลำบากนิดนึงค่ะ เพราะเสียงไม้มันดังเอี๊ยด เอี๊ยด เวลาปืนขึ้น
กลัวเตียงล่างเขารำคาญเหมือนกันนะคะพี่

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
มีนา วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

@คห.5
การเที่ยวคนเดียวในสถานที่ยากๆ แบบนี้ มันก็ทำให้เราต้องปรับตัวให้มาก
อยู่เมืองไทย เราอาจจะเป็นคุณหนู ดูเนี้ยบ
แต่พอออกไปต่างแดนแล้ว ต้องแปรสภาพ เพื่อให้เอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ค่ะ
ลึกๆ แล้วมีนาจึงชอบที่จะหาโอกาสเที่ยวเองทุกปี

ขอบคุณสำหรับคำชมในทุกเรื่องนะคะ คุณ wullopp


@คห.6
คุณ hayyana กะจะให้มีนาเมาสู้เลยเหรอคะ
ขนาดสติครบยังต้องระวังเกินร้อย ถ้าซดว้อดก้าด้วย สงสัย..มีโอกาสไม่ได้กลับเมืองไทยแน่เลย

ความคิดเห็นที่ 9 BlueHill , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
มีนา วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

@คห.3
ตอนจองและทำการบ้านจากเมืองไทย ก็คิดว่าง่าย ไม่น่ามีปัญหาอะไรเลยค่ะ บก.ชาลี
กลายเป็นว่า ทำเอาเหงื่อตกกว่าหลายทริปที่ผ่านมาเสียอีก

@คห.4
บันไดเลื่อนที่เห็นในภาพ ยังไม่สูงมากที่สุดนะคะคุณแม่หมี เพราะสถานีที่ลึกสุด 73 เมตรทีเดียวค่ะ
ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เตียงเหมือนหอพักนักศึกษาหญิงสมัยพี่บาเป็นนักศึกษาเลยล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
4BANK วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

ได้นอนห้องเดียวกับสาวรัสเซีย ญี่ปุ่น อิจฉาแล้วละครับ อธิบายเรื่อง hostel ดีมากครับ ห้องน้ำสองห้องนี่มึนจังกู

ความคิดเห็นที่ 6 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เอาว๊อดก้าไปกระดกสู้กับมาม่าสิครับ


ความคิดเห็นที่ 5 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เก่งมากๆ ครับ.................. ลุย ติดดิน ใต้ดิน --------------- ใครใจไม่กล้า + เตรียมตัวไม่ดี จริงๆ ทำแบบนี้ ไม่ได้เลย....

ความคิดเห็นที่ 4 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตามมาอ่านเพราะสนุก แต่บันไดเลื่อนนั่น....สูงมาก หัวใจจะวาย

ความคิดเห็นที่ 3 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

พลอยตื่นเต้นไปด้วยครับว่าจะถึงที่พักไหม
กว่าจะหาเจอ เล่นเอาเหนื่อยตามไปด้วยเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มีนา วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

สเตตัสในเฟซบุ๊ค มีนาลงคร่าวๆ เอาไว้เท่านั้น
เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่ายังสบายดีอยู่ ไม่สูญหายไปไหน จึงไม่ได้ลงรายละเอียดต่างๆ สถานที่บางแห่งก็ไม่ได้ลงในสเตตัสด้วยค่ะ

ต้องขอบคุณพี่ลูกเสือนะคะที่ยังคงติดตามเที่ยวไปกับมีนาอยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 มีนา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/10/2014 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาเที่ยวครับ
ตอนดูในเฟซบุ๊ค มันไม่มีรายละเอียดมากแบบนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน