• metrobear
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 130
  • จำนวนผู้ชม : 176322
  • ส่ง msg :
  • โหวต 42 คน
พรหมลิขิตของคนรักศิลปะ
จุดนัดพบของคนรักหนัง ฟังเพลง บรรเลงละคร
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/metrobear
วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม 2557
Posted by metrobear , ผู้อ่าน : 9898 , 12:34:17 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชาว สว.ที่เคยผ่านยุค 70 มา อย่างน้อยต้องเคยผ่านหูชื่อของ ลินดา เลิฟเลซ (Linda Lovelace) และ Deep Throat หนังพอร์โนเรื่องอื้อฉาวของเจ้าหล่อนที่ได้ฉายโรงกันทั่วเมกามาแล้ว  หนังที่ทำให้เธอดังระเบิดระเบ้อชั่วข้ามคืน  กลายเป็นเซเล็บทางเซ็กซ์ที่ซึ่งเป็นตำนานสะเทือนสังคมอเมริกันยุคนั้น  Deepthroat หรือถ้าจะแปลกันตรงๆ ว่า "ลึกสุดคอหอย" นั้น  คงไม่ต้องจินตนาการอะไรมาก  ชื่อเรื่องก็ขายกันโต้งๆ ชนิดไม่ต้องประดิษฐ์ว่ายังไงก็ไม่พ้นเรื่องวนเวียนเรื่องอย่างว่าที่อาศัยการใช้ปากเป็นทักษะ  คือหนังเอ๊กซ์ที่เราๆ ท่านๆรู้จักกันดีนั่นเอง  แต่ทำไมยุคนั้นถึงฮือฮาอะไรกันนักกันหนา?

ปรากฏการณ์ดีพโธรทนั้นเข้าใจได้ว่ามันเป็นช่วงเปลี่ยนยุคของหนังโป๊ 8 มม.ของยุคกระโน้น  จากหนังสั้นๆที่ไม่มีอะไรมากกว่าฉากอย่างว่าที่โผล่หน้าเข้ามาก็ตะลุมบอนกัน  ไม่ต้องมีบทพูดหรือพล็อตบ้าบอให้เสียอารมณ์ว่างั้น (มันก็ไม่แตกต่างจากหนังเอ็กซ์ทุกวันนี้อะไรหรอก)  แต่ดีพโธรทนั้นถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการหนังโป๊ครั้งสำคัญที่สร้างการยอมรับให้กับสาธารณชนหมู่มาก  โดยการกล้าที่จะถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม 35 มม. เสียงในฟิล์มเหมือนหนังใหญ่ทั่วไป มีบทภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องเป็นราว  ด้วยอารมณ์ขันแบบคันๆ ผสมผสานไปกับบทอย่างว่าชนิดฮาร์ดคอร์ได้อย่างลงตัว   และที่สำคัญ กล้าออกฉายตามโรงหนังทั่วไป (อย่างว่าแหละ ก็คงต้องมีการจัดเรตคนดูว่าเป็นหนังสำหรับ “ผู้ใหญ” (Adult) โดยเฉพาะ

เรื่องราวก็ไม่มีอะไรมาก  แม่สาวลินดาที่เล่นเป็นตัวเองในเรื่องมีปัญหาทางเพศที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดกะเขาสักทีกำลังแสวงหาหนทางที่จะรักษาโรคนี้ของตัวเอง  ก็ได้ให้ไปเจอหมอตัวฉกาจที่อาวุธประจำกายแสนจะบิ๊กบึ้ม (นำแสดงโดย Harry Reems พระเอกหนังโป๊ผู้โด่งดังในยุคนั้น)  ได้ค้นพบว่าปุ่มสวาทของเจ้าหล่อนแทนที่จะอยู่ในที่ทางอันควร  ดันไปปรากฏอยู่ในส่วนลึกของคอหอยเจ้าหล่อนซะงั้น  จากนั้นเขาก็เลยแนะนำให้แม่ลินดา เลิฟเลซคนนี้ทำหน้าที่เป็นพยาบาลทางเซ็กซ์แก่บรรดาคนไข้ที่มีปัญหา(ทางเพศ)  ซึ่งก็ดูเจ้าหล่อนเอ็นจอยและจอยเอ็นเป็นที่บันเทิง  นับเป็นการปลดปล่อยแม่ลินดาสู่โลกแห่งอิสระเสรีเหนืออื่นใด  พาชีวิตสู่ความปิ๊งปั๊งรื่นรมย์สมฤดีทางเซ็กซ์  ดังเช่นสาวๆ อเมริกันทั้งหลายมุ่งหวัง

ประเด็นของการปลดปล่อยตัวเองสู่อิสระนี่แหละ  ได้ทำให้หนังกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน  โดยเฉพาะความสามารถในการ “ดีพโธรท” ของลินดา เลิฟเลซ  ที่ไม่เคยยั่นต่อขนาดมหึมาของดาราชายแต่ละคน  เล่นเอาประชาชีมะกันฮือฮาพากันไปดูกันชนิดโรงแทบปริ  ถึงแม้ว่าหลายรัฐหลายเมืองที่ไม่มีโอกาสได้ฉายเพราะประเด็นทางกฎหมาย  แต่ดีพโธรทก็ทำเงินชนิดถล่มทลาย  เล่นเอาหนังกระแสฮอลลิวู้ดยุคนั้นง่อยไปตามกัน  โดยเฉพาะชาวนิวยอร์คต่างฮือฮากันเป็นพิเศษ  ประหนึ่งดีพโธรทเป็นผู้สร้างสรรค์ Pop Culture ยุคใหม่   ลินดา เลิฟเลซ กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ทางเพศที่เซเล็บและดาราดังพากันต้อนรับ  คนดังๆ ในยุคนั้นตั้งแต่ ฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เจ้าพ่อเพลย์บอย  มาร์ติน สคอร์เชซี่ และไบรอัน เดอ พัลมา ผู้กำกับหนัง  ทรูแมน คาโพที่ นักเขียนดัง แจ๊ค นิโคลสัน ดาราออสการ์  และ จอห์นนี่ คาร์สัน พิธีกรชื่อดัง  ล้วนยอมรับว่าต่างได้ชมดีพโธรทมาแล้วทั้งนั้น (แต่ชื่นชมแค่ไหนไม่รู้แฮะ)

ว่าไป ลินดา เลิฟเลซ ก็ไม่ได้เล่นหนังดีอะไรนักหนา  ส่วนที่ดีที่สุดของเจ้าหล่อนก็คือความสามารถในการ “ดีพโธรท” นั่นแหละ  หน้าตาก็ดูบ้านนอกๆ ไม่ได้สวยสะอะไร  แต่ประเด็นคือความกล้าที่หล่อนออกมารับการชื่นชมของสาธารณชนชาวมะกัน  ซึ่งก็นับเป็นเรื่องพิลึกๆ อยู่  อาจจะเป็นฮีโร่ทางเพศซึ่งคนอเมริกันไม่เคยมี  หรือไม่ก็ต่างถูกพันธนาการทางเพศไม่เคยได้ปลดปล่อยแสดงออก  ถึงออกมาฮือฮากันเป็นที่อึกกะทึกครึกโครม  เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมทางเพศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  ความสำเร็จของดีพโธรททำให้เกิดภาคต่อๆ มาของหนังตามประสาของคนฉวยโอกาสทางการตลาด  ส่วนจะดีหรือไม่ดีก็ยังไม่มีโอกาสตามติดไปชมทั้งหมดที่มีถึง 6 ภาค  เรื่องแรกเรื่องเดียวก็คงเกินพอ  ซึ่งถ้าใช้มุมมองของคนยุคปัจจุบัน ก็จะรู้สึกว่ามันเป็นแค่หนังเอ็กซ์ที่ทำกันแบบขอไปทีเรื่องหนึ่ง  ถ่ายกันแบบโปรดักชั่นถูกๆ  ตัวแสดงก็เอ๋อๆ เด๋อๆ  โดยเฉพาะความสามารถอันสุดยอดของแม่นางเอกที่ฮือฮากันนักหนาว่าไร้เทียมทาน  ยุคนี้หาได้กันออกเกลื่อนในบรรดาหนังพอร์โนรุ่นใหม่  ที่ทั้งใหญ่บึ้มกว่า และลึกได้สุดคอหอยกว่า.... จะมีก็เพียงอารมณ์ขันเสียดสีแบบไอ้กันที่พอดูเป็นเรื่องเป็นราวอยู่บ้าง  แต่มันออกจะเชยไปสำหรับยุคนี้ 

แต่ถ้ามองในมุมของวิวัฒนาการของวงการหนังบลูฟิล์ม  ดีพโธรทถือได้ว่าเป็นตำนานคลาสสิค  เป็นจุดพลิกผันของวงการเลยทีเดียว  ทิศทางของวงการหนังโป๊ได้เปลี่ยนไปสู่อะไรที่มีพัฒนาการมากขึ้นทั้งในด้านโปรดักชั่นและตัวแสดง  ส่วนปัญหาทางกฏหมายและปัญหาชีวิตอะไรมากมายที่ตามมา   ก็ค่อยว่ากันอีกที  ประวัติศาสตร์ยังมีอีกยืดยาว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวแม่ แม่เจ้าประคุณ Linda Lovelace ผู้ที่ดังชั่วข้ามคืน ชีวิตหล่อนกับภาพที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มในฐานะเจ้าแม่ดีพโธรทมันเหมือนกันแค่ไหน  และชีวิตจริงของหล่อนลงเอยอย่างไร... เรากำลังจะได้เห็นจากมุมมองของหนังเรื่อง Lovelace

LOVELACE

จากยุค 70 นั่งไทม์แมชีนมาทะลุศตวรรษที่ 21  ใครจะไปนึกว่าหนัง Deep Throat ที่ผ่าซากกลางศีลธรรมของคนอเมริกันจะดำเนินมาถึงบทสรุปด้วยหนัง  Lovelace หนังอัตชีวประวัติของ ลินดา เลิฟเลส ด้วยภาพลักษณ์ที่กลับหัวกลับหาง จากนางเอกหนังโป๊บันลือโลก  กลายมาเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารของวงการหนังพอร์โนไปเสียฉิบ  ท่านทั้งหลายอาจจะงงๆ เง็งๆ จับต้นชนปลายไม่เถิก  ลองมาติดตามดู

สำหรับท่านที่ไม่ค่อยจะกระดี้กระด้าแสวงสารพันหนังมาดูแบบข้าพเจ้า  อาจจะยากที่ได้ดูต้นเหตุของตำนานหนังโป๊อย่างดีพโธรท  และมองไม่เห็นทางว่าจะไปหาซื้อตามร้านรวงอย่างแมงเม่าแมงป่องได้ที่ไหน  กระนั้นแถบสีลมหรือตามร้านไพเรทซอกซอน  ท่านก็อ่านตามหาได้อย่างไม่ยากนัก  ยิ่งท่านผู้อ่านที่เป็นนักท่องเน็ตระดับโหลดบิต  ก็คงไม่ค่อยมีปัญหาแต่ประการใด  ดูไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ตามคำพังเพยโบราณ (เอ๊ะ..ยังไง)  ก็จะได้รู้จักแม่นางลินดา เลิฟเลซตัวจริงยังไงละท่าน

มิฉะนั้นถ้าจู่ๆ ได้มายลหน้าตา ลินดา เลิฟเลซ ที่สวมบทบาทโดย แม่นางเอกคนดัง อย่าง อแมนดา ไซฟรีด  ท่านอาจจะได้ความรู้สึกร่วมไปอีกแบบ  เพราะบุคลิกหน้าตาอย่าง อแมนดา ดูเป็นสาวน้อยวัยใสไร้มลพิษกว่าแม่ลินดาตัวจริงมากมายนัก  แต่เอาเถอะ ถึงแม้ข้าพเจ้าจะตะหงิดๆ แต่แรกแล้วว่าทำไมถึงเลือก อแมนดา มารับบทนี้  และก็พยายามปล่อยใจดู Lovelace ไปอย่างไม่มีอะไรในหัว  ข้าพเจ้าก็ยังรู้สึกว่าอะไรหนอคือสิ่งที่นำพาแม่สาวน้อยร้อยชั่งคนนี้ให้มาล่มหัวจมท้ายกับการเป็นดาราหนังโป๊ระดับฮาร์ดคอร์ได้อย่างหน้าชื่นตาบาน 

แน่นอน สิ่งเหล่านี้คือความจงใจที่ผู้สร้างหนัง Lovelace รู้อยู่แล้ว  และเขาตั้งใจให้หนังดำเนินไปในช่วงแรกอย่างรวดเร็วและออกจะรวบรัดเหมือนกับสูตรสำเร็จ  โดยเล่าเรื่องตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ของสาวน้อย ลินดา ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ครอบครัวคาทอลิกที่แสนเคร่ง  แต่ความอยากรู้อยากเห็นไม่เข้าใครออกใคร  ชีวิตสาวรุ่น (ที่แม้จะเคยมีลูก และถูกพรากไปให้คนอื่นเลี้ยง) ก็ไม่เคยอยู่สุข  มันยังคงโลดแล่นไปตามครรลองของมัน  ตั้งแต่ไปพบกับ ชัค เทรเนอร์ หนุ่มคนใหม่ ซึ่งวางตัวได้แสนดีจนพ่อแม่วางใจ  ปล่อยให้ไปค้างอ้างแรม จนกระทั่งเข้าหอล่อกามา  เอ๊ย เข้าหอเคาะระฆังวิวาห์กันเป็นเรื่องเป็นราว  จนเวลาผ่านไปลายเริ่มงอกออกฤทธิ์กางปีกเป็นแมงดาตัวเอ้  และเริ่มใช้เมียออกทำมาหารับประทานแทน  ตั้งแต่ส่งเข้าโรงแรมให้ลูกค้าพาไปอึ๊บ  จนกระทั่งถึงคราต้องล้างหนี้ด้วยการส่งเข้าไปเล่นหนังบลูฟิล์มเรื่องแรกที่ตั้งใจสร้างเพื่อเข้าฉายตามโรง  ไม่ผิดหรอก ก็ Deep Throat นั่นแหละ

เรื่องราวที่หนังพาไปตั้งแต่ แม่อแมนดา เป็นสาวใสไร้เดียงเซ็กซ์  จนกระทั่งฝาละมีตัวดีฝึกหัดให้ใช้ปากในการโอษฐกาม  ดูมันลื่นไหลไปเรื่อยเปื่อย  ดูง่ายดาย และเต็มอกเต็มใจ  ราวกับชีวิตโรยด้วยกลีบดอกอุตพิตให้ไปโป๊ะเชะกับการเป็นนางเอกหนังเอ๊กซ์บันลือโลก  ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้าง  เป็นที่ยอมรับทั้งคนชั้นกลางในนิวยอร์ค  ไปจนถึงเซเล็บ ดาราดัง ไล่ไปถึงคลับเพลย์บอยอันโด่งดัง ของ นายฮิวจ์ เฮฟเนอร์  เธอก็ยังคงได้รับการต้อนรับอย่างเกรียวกราว  อะไรมันจะลื่นปร๊าดรูดปรื๊ดได้ขนาดนั้น?  ไอ้เราก็ตั้งอกตั้งใจว่าหนังมันจะมีอะไรหนอที่ซ่อนความพิศวงซ่อนเร้นของอารมณ์หนังพอร์โนเอาไว้  ให้เป็นทีเด็ดชวนอิโรติกตามเรื่องราวที่ควรจะเป็น  หรืออย่างน้อยก็ยังมีชั้นเชิงในการนำเสนอแบบลับๆล่อๆ แบบฟิล์มนัวร์อยู่บ้าง

แต่เปล่าเลย...หนังถ่ายทำกันแบบโต้งๆ ดื้อๆ แบบชีวิตจริงยุค 70 ที่ไม่ปรุงแต่งด้วยมุมภาพหรือการใช้เลนส์อย่างชัดตื้นแบบเทเลโฟโต้เหมือนหนังร่วมสมัยทั่วไป  ถ่ายกันแบบตั้งป้อมด้วยกล้องติดเลนส์สแตนดาร์ด  ได้ภาพเหมือนจริง  ตามดุ่ยๆ ไปเรื่อยๆ  อยากจะเห็นนมต้มของแม่อแมนดาก็ล่อกันชัดๆ ไม่ต้องแอบๆ เม้มๆ (แต่ก็ไม่ได้สร้างอารมณ์ซู่ซ่าอย่างที่ควรเป็นแต่ประการใด)  คงเพราะความไม่เข้าใจกับความเป็นไปอันสะดวกโยธินในหนัง  ขณะที่บทพยายามทิ้งปมเล็กๆ น้อยๆ ไว้บ้าง  แต่ก็ไม่ชัดเจน  และที่ชวนผิดหวังคือฉากสำคัญของ ลินดา เลิฟเลซ โชว์ฝีปากอันพันลึกในการบ๊วบอีตาหมอตัวดีที่ค้นพบความลับในลำคอของเจ้าหล่อน  ซึ่งถ่ายทำแบบปิดๆ บังๆ เหมือนหนังสมัยโบราณ  ไม่หากลวิธีที่แยบยลให้คนดูได้จิ้นกันมันกว่านี้

และนั่นคือช่วงต้นของหนังที่ลงเอยด้วยบทอันแสนสุขสมของลินดา  เสมือนเป็นตัวแทนของสาวอเมริกันทั้งประเทศที่ได้ปลดปล่อยตัวเองสู่อิสรภาพทางเซ็กซ์เป็นครั้งแรก  จุดเด่นของเรื่องช่วงนี้กลับไปตกอยู่ที่แม่ของหล่อนที่นำแสดงโดย ชารอน สโตน ซึ่งแต่งจนแก่เฮือกจำแทบไม่ได้  เธอตีบทได้ดีในสภาพของแม่เจ้าระเบียบที่มีปมในใจ  ถ้าไม่มีเธอ หนังคงดูไม่จืดเลยทีเดียว

 แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปถึง 6 ปี  ปมทั้งหลายแหล่ก็ถูกคลี่คลาย  เราได้เห็น ลินดา เลิฟเลซ ในอีกภาพหนึ่ง  เป็นหญิงสาวธรรมดาสามัญที่กำลังต้องเข้าเครื่องจับเท็จ  ทำไมหรือ?  หนังยังคงไม่บอกเรา  ขณะที่เธอต้องคอยตอบคำถามสำคัญๆ ในชีวิตที่ผ่านมา  เรื่องราวก็ถูกแฟลชแบ็คกลับไปสู่เหตุการณ์ที่เราได้เห็นกันมาตั้งแต่ต้นเรื่อง  แต่มันกลับเป็นอีกมุมหนึ่ง  มุมที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ซึ่งเบื้องหลังภาพแห่งความสำเร็จที่ดูเหมือนเทพนิยายนั้น  กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลยทีเดียว  ตั้งแต่ ชัค สามีตัวดี เริ่มซ้อมเธอเป็นอาจิน  ขณะที่ตัวเธอเสมือนตกเป็นเหยื่อ  ไม่กล้าที่จะหนีไปไหน  ครั้นถึงจุดหนึ่งที่ตัวเองทนไม่ไหว  หนีกลับไปบ้านพ่อแม่ ขออยู่กับครอบครัว  แต่กลับได้รับคำปฏิเสธ  ด้วยเหตุที่แม่เป็นคาทอลิกที่เคร่ง  เมียต้องทำหน้าทีทุกอย่างตามสามีสั่ง  จึงหันหลังให้ลูกตัวเองอย่างไม่ใยดี  ฉากนี้เป็นการโชว์ฝีมือการแสดงที่ดีของ อแมนดา ไซฟรีด พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีศักยภาพที่จะแสดงอะไรได้มากกว่านี้ 

ชัค เทรเนอร์ ยังคงกุมทุกอย่างในชีวิตของ ลินดา ไว้ไม่ให้กระดิก  ทั้งงาน ทั้งเงิน ทั้งทุกอย่าง  ลินดา ไม่กล้าแม้แต่จะคิดปลีกตัวจากลำแข้งและกำปั้นของเขา  น่าประหลาดที่เรื่องราวมันช่างกลับตาละปัด  อิสระเสรีเหนืออื่นใดของหญิงอเมริกันหายไปไหนสิ้น?  ซึ่งหลายคนก็แปลกใจกับภาพการนำเสนอนางเอกหนังโป๊ที่กลายเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำย่ำยี  ไม่เหมือนกับที่เห็นหล่อนบันเทิงเริงเตียงกับผู้ชายสารพัดขนาด  สามีของหล่อนยังคงนำหล่อนไปเป็นสินค้าเร่ขายให้กับคนในวงการเข้าคิวร่วมวงไพบูลย์  ซึ่งฉากนี้ดูประหนึ่งเหมือนฉากข่มขืน  นี่น่ะหรือ ชีวิตที่ประสบความสำเร็จของ ลินดา เลิฟเลซ ดาราหนังพอร์โนที่ดังเป็นพลุ?

อย่างไรก็ดี วันนั้นก็ยังมาถึง...วันที่ลินดาตัดสินใจหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการสร้างหนังของเธอเอง  วันที่ได้ประกาศอิสรภาพจากผัวแมงดาจอมโหด

ลินดาประกาศตัวไว้ในหนังสือของเธอเองที่ตั้งชื่อว่า  Ordeal (ซึ่งน่าจะเป็นการล้อคำที่แปลได้สองความหมายว่า “ความเจ็บปวด” หรือ “วิธีพิสูจน์ความบริสุทธิ์)  ซึ่งเธอเขียนชีวประวัติอันขมขื่นของตัวเองว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง  ด้วยเหตุนี้เธอถึงต้องถูกเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องที่เขียนมานี้ไม่ได้เมคขึ้นมา  สำนักพิมพ์จึงจะกล้าพิมพ์ออกจำหน่าย  และไม่เกินคาด Ordeal ได้กลายเป็นหนังสือเบสต์เซลเลอร์ไปในพริบตา  แน่นอน สิ่งที่ต้องแลกกับความสำเร็จคราวนี้  มันก็เสี่ยงกับการที่ครอบครัวใหม่ของเธอจะล่มสลาย  แต่โชคดีที่สามีอันแสนดี และลูกอันน่ารักของเธอเข้าใจตัวเธอ  และนำพาให้พ่อและแม่หันกลับมาพบกับเธออีกครั้ง  (ดูแฮปปี้เอนดิ้งซะไม่มี)

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องการความกล้าหาญในการต้องเผชิญกับความจริงและคำวิจารณ์ในทุกรูปแบบ  เธอต้องตอบคำถามมากมายกับสังคม  แฟนคลับหนังสือของเธอแน่นอนว่าไม่แคล้วกลุ่มผู้หญิงทุกระดับที่ต้องการเป็นอิสระจากพันธนาการของสามีเลวๆ  เธอยินดีที่จะเป็นคนเปิดประตูในคนเหล่านี้มีความกล้าที่จะเดินออกมารับสายลมแสงแดดและ อิสรภาพจากความกลัวของตัวเอง

อ้าว ไปๆมาๆ ไหงกลายเป็นจบแบบชีวิตรันทดของดาราหนังโป๊ไปด้ายยย

สิ่งที่น่างงงวยอยู่ไม่น้อยคือ  ภาพที่เราเห็นจากหนังเรื่อง Deep Throat จริงๆ นั้น เราไม่ได้รู้สึกเลยว่า ลินดา เลิฟเลซ กำลังเผชิญอะไรอยู่  ดูหล่อนเป็นโปรเฟสชันแนลตัวจริงในการใช้ปากกับเจ้าโลกระดับบิ๊กบึ้ม  และลินดาตัวจริงดูกร้านกว่าบุคลิกที่ อแมนดา ไซฟรีดสวมบทไว้ไม่น้อย  ดูหล่อนช่ำชอง และเชี่ยวชาญในทุกรูปแบบ  เกินกว่าที่จะเป็นเหยื่อที่กำลังถูกข่มขืนทั้งกายและใจ  เคสของลินดาเลยกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และถูกจับจ้องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าวงการหนังพอร์โนกำลังทำอะไรอยู่  ใช่ว่านางเอกหนังโป๊เหล่านี้จะยินยอมพร้อมใจแก้ผ้าขึ้นเตียงกับผู้ชายไม่เลือกหน้ากันทุกคนไป

แม้หลายคนจะเริ่มตั้งคำถาม แต่เราไม่สามารถเอาอะไรมาเป็นบรรทัดฐานได้ว่า  กรณีอย่างลินดาจะเกิดขึ้นอยู่ทุกบ่อยในวงการหนังโป๊ของอเมริกัน หรือทั่วโลก?  ถึงยังไง มันก็เป็นวงการสีเทาที่ไม่มีอะไรสะอาดที่สุดหรือเลวที่สุดอยู่แล้ว  ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น (ซึ่งทัศนคติทางเพศนั้นล้ำกว่าฝรั่งบางประเทศด้วยซ้ำ)  คนชั้นกลางที่ทำงานออฟฟิศบางคน กระตือรือล้นที่จะเข้ามาแสดงหนังโป๊ด้วยตัวเอง  แม้ว่าค่าตัวจะดูไม่คุ้มค่าอะไรหนักหนา  เพียงแต่เขานึกสนุกที่จะได้ทำมัน..ก็เท่านั้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เฟื่อง วันที่ : 03/08/2014 เวลา : 19.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

คุณหมี

เขียนซะคนอ่านอิ่ม สรุปแล้ว ลินดาเพิ่งพบอิสระที่แท้จริงจากการปลดปล่อยตนเองจากความกลัว ที่อยู่เหนือตนเองมาตลอด
ไปดูthe look of love นะคะ วันนี้เพิ่งดูมา อยากคุยเรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน