*/
  • ni_gul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tnitarpk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-01
  • จำนวนเรื่อง : 943
  • จำนวนผู้ชม : 1246652
  • จำนวนผู้โหวต : 358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 358 คน
รวมเพลงสากลฟังเพลินๆ เพราะๆ [HD]

จากเพจ CHANON CHANNEL

View All
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม 2552
Posted by ni_gul , ผู้อ่าน : 3469 , 14:36:21 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หนึ่งในเป้าหมายการอ่านของไทยภายใน 10 ปีต่อไปนี้ ได้แก่

" ค่าเฉลี่ยในการอ่านหนังสือของคนไทย
ต้องเพิ่มจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม "

http://www.oknation.net/blog/mettapc/2009/08/05/entry-2

ไปอ่านบทความนี้มาแล้วจึงได้รู้ว่าในรอบ 10 ปี มานี้ ประเทศไทยพัฒนาช้ามากทั้งที่ไปดูงานกันเพียบ เอางบประมาณไปทำอะไรถึงไม่พัฒนาเท่าที่ควร...อยากให้อ่านกัน...แล้วเราคิดจะส่งเสริมการอ่านของชาวไทยกันอย่างไรต่อไปดี...ยังหวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ?

ตัดทอนจาก

"พัฒนาการอ่านในประเทศไทย ด้วยการดูงานห้องสมุดสิงคโปร์"

โดย มูฮมัด บิน มูดอ/มกุฏ อรฤดี

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act03270752§ionid=0130&day=2009-07-27

หรือที่ http://www.bflybook.com/Article/SingaporeLibrary2/SingaporeLibrary2.htm

".................

คนไทยดูงานห้องสมุดสิงคโปร์ ปีละประมาณ ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
ประเทศไทยสูญเสียเงินตราเพื่อดูงานห้องสมุดสิงคโปร์
ในรอบ ๑๐ ปี ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท

..................

กล่าวกันว่า แม้ประเทศสิงคโปร์จะไม่มีนักเขียนและนักแปลของตนเลยสักคนเดียว วงการหนังสือและการอ่านของสิงคโปร์ก็ไม่เดือดร้อนอะไร

แต่สำหรับประเทศไทยนั้น คนไทยเกือบทั้งประเทศต้องอ่านหนังสือภาษาไทย

ดังนั้น การจะพัฒนาระบบหนังสือและการอ่านในเมืองไทยได้ จำเป็นต้องพัฒนาการเขียนและการแปลอย่างเร่งด่วน เข้มแข็ง และจริงจัง อีกทั้งต้องทำความเข้าใจด้วยว่า กระบวนการเขียนนั้นใช่ว่ามีนักเขียนก็พอแล้ว เพราะการมีนักเขียนแต่ไม่มีบรรณาธิการต้นฉบับผู้สามารถก็ไม่ต่างจากการปล่อยให้เด็กเขียนข้อความในอินเตอร์เน็ตอย่างอิสระสาระแก่นสารจะมีเพียงใดไม่รู้ แล้วนำมาพิมพ์เป็นเล่ม มาปลาบปลื้มยกย่องกันเอง หรือมีนักแปลเต็มบ้านเต็มเมือง แต่แปลหนังสือให้คนไทยอ่านรู้เรื่องไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจว่าโครงสร้างประโยคภาษาไทยต่างจากภาษาต้นฉบับอย่างไร หรือถอดอรรถรสทางภาษา เนื้อหา และจุดมุ่งหมายของผู้เขียนต้นฉบับเดิมออกมาไม่ได้ เช่นนี้ก็ยากจะทำอะไรต่อไป
ฯลฯ

ถ้าผู้บริหารการศึกษาของรัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยยังคิดว่า การจะพัฒนาการอ่านการเรียนรู้ของคนในชาติ คือการขึ้นเครื่องบินไปดูห้องสมุดสิงคโปร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดในห้างสรรพสินค้า ก็บอกได้ว่า ดูไปเถิด อีกล้านปีประเทศไทยก็พัฒนาการอ่าน การเรียนรู้ และระบบหนังสือไม่ได้

หนทางที่ถูกที่ควรและต้องทำ คือ

จงไปดูห้องสมุดโรงเรียนประถมศึกษาในประเทศไทย และเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นของตนเอง

เริ่มต้นด้วยคำถามแรกว่า ห้องสมุดโรงเรียนประถมของไทยจำนวนเกือบ 40,000 แห่งนั้น มี (ครู) บรรณารักษ์จริงๆ กี่คน และทำอะไรอยู่บ้าง

หลังจากนั้นจึงค่อยๆ คิด ว่าจะถามอะไรเป็นคำถามที่สอง ที่ร้อย ที่พัน ที่หมื่น และจะตอบอย่างไร

คำตอบอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้อยู่ที่สิงคโปร์ หรือประเทศไหนในโลกทั้งนั้น"


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ni_gul วันที่ : 07/09/2009 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ความคิดเห็นที่ดีจุดประกายบรรเจิด...อย่ารอฟ้าฝน..ดั้นด้น ปฏิบัติการสานฝันเด็กไทยให้อ่านออก ด้วยสองมือของพวกเรากันเอง...ณ บัด now

ความคิดเห็นที่ 10 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/09/2009 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขออภัยผมพิมพ์เร็วอาจตกหล่นบ้าง มิใช่เลินเล่อครับแต่สายตามองจอคอมไม่ค่อยชัดเพราะตัวหนังสือมันเล็กและแสงจ้ามาก

ความคิดเห็นที่ 9 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/09/2009 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ยังหวังลึก ๆ ว่าคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองสนใจสนับสนุนบ้าง ชายที่เมริกาคนนั้นเริ่มต้นจุดไฟผมรับไม้ต่อตอนนี้มันจะลุกไหม้ต่อไป
ก็ไม่รู้ว่าคนที่พูดว่าห่วงอนาคตของชาติจะตระหนักได้แค่ไหน มีคนทำงาน มีแผน และลงมือทำแล้ว
แค่สนับสนุนทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้จะดีกว่าไหมกับคุณคิดแล้วไม่ทำหรือคิดแล้วไม่มีคนทำ หรือไม่รู่ว่าจะทำอย่างไร ผมเชื่อว่ายังมีคนคิดจะทำสิ่งดี ๆ อีกเยอะครับ เพียงแต่เขาติดขัดในหลาย ๆ ด้าน อยากให้ลงมือเลยครับ อย่ารีรอ รีบลงมือกันเถอะครับ เรื่องของเด็ก ๆ และอนาคตของชาติรอไม่ได้ เริ่มทำไปจากจุดเล็ก ๆ นี่แหละวันหนึ่งมันจะลุกลามใหญ่โตไปได้เอง
ตอนนี้ทั่วโลกตื่นตัวเรื่องการศึกษากันมา แต่ปัญหาของเด็กไทยปัจจุบันคือจบม.ต้นแล้วยังอ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ได้ อัตราส่วนน่าห่วงเลยตอนนี้ เขียนไม่ได้เกิน10เปอร์เซ็นนะครับ เพราะเขาไม่อ่านหนังสือ ฉะนั้นจะแก้ได้ก้ต้องเริ่มต้นที่การอ่าน การยื่นหนังสือให้เด็กอ่าน เพื่อปรับปรุงพื้นฐานการใช้ภาษา อ่างน้อยให้พวกเขาคุ้นเคยกับการเปิดจับหนังสือบ้างก็ยังดี เผื่อจะได้ต่อยอดต่อไปในอนาคตครับ

ความคิดเห็นที่ 8 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/09/2009 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เอ่อจนทุกวันนี้ มีหนังสือในห้องสมุดเคลื่อนที่ เกือบ 700 เล่ม อาศัยคัดเอง เลือกซื้อเอง ด้วยเงินตัวเองทั้งนั้น ดุว่าไม่มีพิษภัยแน่นอนครับ ประทับตราห้องสมุดชื่อว่า ห้องสมุดปัญญาปโชโต(แสงสว่างอันโพลงทั่วคือปัญญา)
ตราโลกโก้ออกแบบเองรูปหนังสือมีปีกครับ
ไปจัดกิจกรรมตามโรงเรียนต่าง ๆ รับบริจาคหนังสือดีที่อยากให้เด็กอ่านด้วยครับ หากใครสนับสนุนไปดูภาพกิจกรรมได้ที่http://www.oknation.net/blog/sawnoyzi

ความคิดเห็นที่ 7 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 06/09/2009 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ผมไม่ได้เรียนรู้ดุงานที่ประเทศไหนเลย แต่ ประเดี๋ยวก่อน
สุทัง ข้าพเจ้าได้ฟังมาว่า
มีชายหนุ่มคนหนึ่งในอเมริกา
เอาหนังสือที่ตนเองรักหนักหนา
ใส่หลังลาสองตัว
บรรทุกหนังสือไป เขาเที่ยวท่องไปทั่ว
สู่หมู่บ้านทุกครอบครัว
ให้เด็กอ่านหนังสือกัน
นานไปคนได้ยินข่าว
เรื่องราวของเขานั่น
ผุ้คนจึงพากัน บริจาคหนังสือมา
ตอนนี้เขามีหนังสือสองพันเล่ม
หลังลาเต็มจนลาล้า
ไม่อาจนำพา หนังสือได้อีกต่อไป
จึงต้องสนุบสนุนรถขนหนังสือดำเนินไป
ห้องสมุดของเขานั้นไซร้จึงกลายเป้นห้องสมุดเคลื่อนที่เต็มตัว มีหนังสือหลังไหล่จากทั่วสารทิศ จนบัดนี้เขายังขนหนังสือไปให้เด็ก ๆและผู้คนอ่านอยู่ ด้วยใจรัก และนั่นคือแรงบันดาลใจ ในการทำห้องสมุดเคลื่อนที่ของผม เราจะมามัวนั่งรอรัฐบาลอยู่เห็นจะไม่ได้ เคยปรึกษาเรื่องนี้ กับเจ้าหน้าที่ราชการในท้องถิ่น เขาอยากสนับสนุนการอ่านแต่(ไม่มีงบ)ต้องเอาเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น เช่นซ่อมแซมอาคารเป็นต้น ซึ่งเห้นผลมากกว่า
ผมเลยไม่รอแล้ว คัดเอาหนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่ตนเองซื้อไว้นี่แหละ(ไม่มีลาก็เลยใส่มอเตอร์ไซค์แทน)ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ จัดกิจกรรมชวนน้องอ่าน เอาหนังสือไปให้อ่านกันเลย คุณจะเรียกว่าส่งเสริมห้องสมุดหรือโครงการอะไรก็ช่าง แต่เด็กได้อ่าน ดีกว่าความคิดสวยหรูที่อยู่แต่ในกระดาษไม่เคยใช้ได้จริง(เพราะไม่มีงบประมาณ) ผมเลยนิยามเสียใหม่ ที่ที่หนังสืออยู่คือห้องสมุด หนังสือเล่มเดียวก้เป็นห้องสมุดได้ หากมันเข้าไปอยู่ในใจของคนอ่าน คุรว่าอย่างนั้นไหมครับ?

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ni_gul วันที่ : 11/08/2009 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

"ระบบหนังสือสาธารณะ คือ แนวคิดที่ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนควรมีสิทธิเสมอภาคกันในเรื่องการอ่านและการเรียนรู้"
อ่านความเห็นของ มกุฎ อรดี

ความเข้าใจเรื่องหนังสือ การอ่าน
และระบบหนังสือสาธารณะ

* พิมพ์ครั้งแรกใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๖๐๙ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗

http://www.bflybook.com/Article/BookNation3/BookNation3.htm

ความคิดเห็นที่ 5 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลีลาวดี2508 วันที่ : 10/08/2009 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lelawadee
ศิลปะคู่ไทย เทิดไท้องค์ราชันย์

ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมกัน..การอ่านเป็นพื้นฐานด้วยนะคะ.. ขอบคุณข้อมูลในการส่งเสริมการอ่านค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

๐คุณทิวสน
...กว่าฉันจะได้เจอกับห้องสมุดที่ถูกต้องเป็นระบบ ก็ตอนเข้าโรงเรียนมัธยมในกรุงเทพ อายุ 12 ปีแล้วโน่น ถ้าพ่อแม่ไม่หาให้อ่านมาแต่เล็กแต่น้อยก็คงยากลำบากที่จะทำให้อ่านได้เก่งหากเริ่มช้าๆ
....ทำให้คิดไปถึงเด็กคนอื่นๆ ในแดนกันดารของไทย

๐คุณกันตวีโร
...ใช่ค่ะ การอ่านสำคัญจริงๆ เพราะสมองต้องแปลจากตัวอักษรผ่านหลายขั้นตอนก่อนจะแปลเป็นความหมายที่เข้าใจได้ ดังนั้นการอ่านจึงทำให้จดจำอยู่ในสมองได้นาน สังเกตดู(จากตัวเองนะคะ) พบว่าสิ่งที่อ่านไปเมื่อยังเล็กๆ แม้ตอนนั้นยังไม่รู้ความหมายนัก แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายสิบปีกลับนึกขึ้นมาได้และตีความได้ใหม่และลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมอีก เช่นนิทานธรรมเรื่องตากับยายปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า กามากินถั่วงาหมด ยายมายายด่า ตามาตาตี ต้องไปหาผู้ช่วยยาวนานมากมาย ตอนเป็นเด็กอ่านเพราะว่าคำมันสั้นๆ รูปประโยคซ้ำไปมาอ่านง่ายดี อ่านแล้วอ่านอีกจนตอนนั้นจำขึ้นใจ แต่ก็อ่านไปอย่างนั้นเองอ่านเพียงเพราะสั้นๆ สนุกดี แล้วโตมาก็ไม่เคยนึกว่าจะจำได้ ต่อภายหลังมาอ่านหนังสือของท่านพุทธทาสเรื่องปฏิจจสมุปบาท เลยนึกขึ้นมาได้ปั๊บเลยค่ะ แปลกนะคะความจำของเราจากการอ่านนี่น่ะ

๐คุณchettapat
...กับเรื่องสำนวนแปลประหลาดๆ เคยเจอจังๆ ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นบ้าเรื่องหมอดู ซื้อหนังสือดูดวงมาอ่านแปลได้แย่มากๆ แปลตำนานเทพปกรณัมจนงงไปหมด เดี๋ยวบริบท(บทขยายความแวดล้อมคำ) กลายเป็นประโยคใหญ่ เดี๋ยวจู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แปลได้(ขอใช้คำประหลาดมาอธิบายหน่อยเถอะว่า) เห่ย และโหลยโท่ย มากๆๆๆ ซื้อมาตั้งหลายร้อย ซื้อมาดองไว้นานกว่าจะเปิดอ่านจะขอคืนก็กระไรอยู่ เซ็งมากเลยค่ะ บรรณาธิการผ่านออกได้ไง ยังงงอยู่เลยค่ะ สงสัยคนแปลแกจะเป็นลูกเมียน้อยของ บ.ก. แน่เลย (ปากจัดไปไหมนี่!)

ความคิดเห็นที่ 3 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chettapat วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chettapat
เชษฐภัทร วิสัยจร

ตอนเรียนวิชาการแปล

มีการยกตัวอย่าง การแปลที่ผิดพลาดของแฮรี่ พ็อตเตอร์ เล่มแรก ๆ

อาจารย์ ขีดตัวแดงเกือบทั้งหมด ย่อหน้า
เรา ๆคนที่เรียนมาทางขีด ๆ เขียนๆ หรือคนที่รักการขีด ๆเขียน เห็นสำนวน การแปล แบบนั้น แล้วก็คงหงุดหงิดเหมอืนกัน (เป็นเล่มแรก ๆ ของแฮรี่คาดว่าตอนนี้คงมีการแก้ไขแล้ว)

แต่พอไปถามคน อื่นที่เขาไม่ได้สนใจการอ่านการเขียน แต่ก็อยากอ่าน แฮรี่ พ็อตเตอร์
พอถามเขาว่า หงุดหงิดกับสำนวนแบบนี้ไหม เขาก็บอกว่าไม่หงุดหงิด
ไม่รู้สึกอะไรเลย สนุกดีออก

ผมเลยตั้งคำถามกับ "การแปลคุณภาพ" จำเป้นไหม ต้องให้ถูกหลักภาษา ปลายทาง

หรือ เอามัน ไว้ก่อน

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กันตวีโร วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 03.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tomnon
คิดดี เขียนดี ชีวีมีสุข

สวัสดีครับ
อ่าน เขียน เพียร คิด ไม่ยากเกินใจที่ใฝ่รู้
สำคัญสุด คือ เขียน ให้ได้ดังที่ใจปรารถนา
เขียนให้มาก อ่านให้มาก"
พระอาจารย์ คำ ลานเทวา ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒

การอ่านสำคัญมากมากครับ
พระอาจารย์ จึงยกมาไว้เป็นอันดับแรก
รักษาสุขภาพน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทิวสน วันที่ : 08/08/2009 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ครับ

เรียนรู้ปัญหา จากห้องสมุดไทย น่าจะดีกว่าไปดูงานห้องสมุดถึงต่างประเทศ

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน