*/
  • ni_gul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tnitarpk@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-05-01
  • จำนวนเรื่อง : 940
  • จำนวนผู้ชม : 1147124
  • จำนวนผู้โหวต : 352
  • ส่ง msg :
  • โหวต 352 คน
รวมเพลงสากลฟังเพลินๆ เพราะๆ [HD]

จากเพจ CHANON CHANNEL

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2552
Posted by ni_gul , ผู้อ่าน : 3909 , 01:30:41 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขอนำเรื่องจริงจากผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มาเล่า

เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทุกคน

ในชื่อเรื่องว่า

*

สมควรบอก...

สมควร รำไพกุล ผู้เขียน somcuan71@gmail.com https://www.facebook.com/somcuan.rumpikul

************************************


วันที่ฟ้าสดใส กายใจก็เป็นสุข
คือวันที่คุณหมอกษานติ์ สีตลารมณ์ แผนกมะเร็งวิทยา ที่โรงพยาบาลแห่งนี้
ได้บอกผู้เขียนว่า ขอแสดงความยินดีด้วย คุณหายแล้ว
หลังจากที่ผู้เขียนได้รับการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่มาครบ ๒ ปีพอดี
ซึ่งโดยปกติหมอจะไม่ให้คีโมคุณยายอายุ ๘๐ ปี เพราะอาจเป็นอันตราย
โดยเฉพาะการรักษาในช่วงระยะเวลา ๖ เดือนแรก
เพื่อนร่วมอายุสมัยทุกคนที่ทราบข่าวว่าผู้เขียนหายแล้ว ต่างก็ยินดีกันถ้วนหน้า
มีบางคนถามว่า "พี่เป็นมะเร็งจริงหรือ?"

ผู้เขียนเลยคิดได้ว่าสมควรบอก...

 

มะเร็ง เป็นโรคที่รักษาหายได้ ถ้าใส่ใจสุขภาพ ดูแลเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ
เช่น การกิน การนอน การพักผ่อน การขับถ่าย การหายใจ น้ำหนักตัว
โดยหมั่นศึกษาหาข้อมูล และจดบันทึกสิ่งต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อไปพบคุณหมอจะได้ตอบคำถาม และให้ข้อมูลได้ถูกต้อง 
ทำให้คุณหมอวิเคราะห์อาการและช่วยชีวิตได้ทันเวลา

เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ผู้เขียนมีอาการปวดท้องด้านขวาอย่างรุนแรงและอาเจียน
ลูกสาวจึงนำส่งโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านที่สุด
คุณหมอจันทร์รุ่ง สิทธิพงศ์
ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ ได้ตรวจ
และวิเคราะห์ ทุกขั้นตอน พบว่า ลำไส้อุดตัน
วิธีเดียวที่จะรักษาให้หายคือผ่าตัด
ผู้เขียนจึงตัดสินใจลงชื่อเองอนุญาตให้ผ่าตัดทันที
โดยคุณหมอวิศาล วิโรจน์สำโรง เป็นศัลยแพทย์

เริ่มผ่าตัดตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ น. ใช้เลาผ่าตัดนาน ๔ ชั่วโมงครึ่ง
เมื่อผ่าตัดเสร็จคุณหมอได้เรียกญาติ คือ ลูกๆ ทั้ง ๔ คนมาบอกว่า
"เจอปัญหา และได้ตัดเนื้องอกในลำไส้ออกหมด ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว" 
ลูกคนหนึ่งถามคุณหมอทันทีว่า "ใช่มะเร็งไหม?"  คุณหมอขอส่งไปตรวจก่อน
ภายหลังจึงแจ้งแก่ลูกๆ ว่า
ผู้เขียนเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
ระยะที่สอง อยู่ใกล้กับไส้ติ่ง (ลำไส้ใหญ่ตอนต้น) 

ลูกๆ เครียดมากเพราะพวกเขาเพิ่งเสียคุณพ่อไปได้ไม่นาน
ทางโรงพยาบาลได้ปรึกษาคุณหมออาคม เธียรศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง
คุณหมออาคมวางแผนการรักษาโดยจะให้คีโมติดต่อกันเป็นเวลา ๖ เดือน
ผู้เขียนจึงตัดสินใจว่าจะไปขอรักษาต่อที่โรงพยาบาลของรัฐ
เพราะผู้เขียนเป็นข้้าราชการบำนาญเบิกค่ารักษาพยา่บาลได้
คุณหมอที่โรงพยาบาลเแรกรับ ก็ไม่ขัดข้อง


รวมให้คีโม ๖ รอบ ๆ ละ ๕ วัน แล้วเว้นไป ๓ สัปดาห์
เพื่อให้
ได้พักและเพื่อเตรียมฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงก่อนที่จะรับคีโมรอบต่อไป
เป็นอย่างนี้ไปทุกรอบ ไปกลับทุกวัน, ไม่มีการค้างคืนที่โรงพยาบาล

ผู้เขียนรักษาแผลผ่าตัด และพักฟื้นฟูอยู่ ๑๐ วัน ตามแผนการรักษาของคุณหมออาคม

จึงย้ายไปโรงพยาบาลของรัฐ เริ่มให้คีโมจากการวินิจฉัยของคุณหมอกษานติ์
หลังจากผ่าตัดราว ๑ เดือน
เมื่อครบ ๓ เดือน คุณหมอจันทร์รุ่ง ที่โรงพยาบาลแรกนัดส่องกล้องดูลำไส้
พบว่าไม่มีท่อน้ำเหลืองก่อตัวมะเร็งอีก และได้สั่งยาช่วยย่อยในระหว่างรักษาแผลในลำไส้

การให้คีโม

การรักษาต่อเนื่องโดยการให้คีโมตั้งแต่้ ๙.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.
ก่อนให้คีโมทุกครั้งต้องตรวจเลือดก่อน
เมื่อรู้ผลเลือดจึงให้คุณหมอวินิจฉัยว่าควรจะให้คีโมต่อหรือไม่ อย่างไร
เมื่อพบว่ารับได้ จึงเริ่มจากเปิดเส้นเลือดให้คีโม

อาการในทันทีที่ได้รับคีโม

อยากบอกว่าเมื่อยาเดินเข้าสู่ร่างกายทางเส้นเลือดดำ จะรู้สึกร้อนทั้งตัว คลื่นไส้อยากอาเจียน
ต้องอมน้ำแข็งคลลายอาการ ซึ่งต้องทนอย่างที่สุด

เดือนถัดมามีความรู้สึกว่าไม่อยากทำอีกเลย

ตอนที่รับคีโมไปได้ ๓ เดือน เคยถามคุณหมอว่า หยุดได้ไหม? แต่ไม่มีเสียงตอบ
ผู้เขียนจึงต้องอดทนต่อไป ด้วยความที่อยากหาย และไม่อยากให้ลูก ๆ เครียด

หลังรักษาได้ ๖ เดือน คุณหมอนัดทำ CT Scan ทุกเดือน
ก่อนเข้าเครื่อง ซ๊ทีสแกน ต้องดื่มน้ำผสมรังสีก่อน ๒ เหยือกใหญ่ ๆ (๒,๐๐๐ ซี.ซี.)
ค่อย ๆ ดื่มทุก ๑๐ นาที และให้กลั้นปัสสาวะ ซึ่งทรมานน่าดูเลย

และมีนัด X-ray ปอด อีกหลายครั้ง ด้วยความอดทนจึงรักษามาครบ ๒ ปีพอดี

***************

 หมายเหตุ
 
จากลูกสาวคนหนึ่งผู้ที่ได้ไปเป็นเพื่อนคุณแม่
ไป-กลับโรงพยาบาลทุกวันระหว่างการให้คีโมทุก ๆ ครั้ง

ระหว่างรับการรักษาต่อเนื่องโดยการให้คีโม
คุณแม่สมควรอดทนเข้มแข็งมาก เมื่อรู้สึกไม่สบายตัวจากฤทธิ์ของคีโมคุณแม่ก็จะนอนนิ่งๆ
แลเห็นได้ชัดเจน ว่าท่านตั้งใจที่จะไม่บ่นหรือท้อแท้ใดๆ เลย
สมเป็นวีรสตรีของลูก ๆ ในการต่อสู้กับยาและโรคร้าย

คุณแม่บอกว่าตอนนี้ชีวิตมีแต่กำไรแล้วค่ะ


ยังไปทำงานอาสาของชมรมข้าราชการและครูอาวุโสกระทรวงศึกษาธิการ ทุกวันค่ะ
เป็นตากล้องด้วยนะคะ ยังทำงานสภาผู้สูงอายุอีก
(ล่าสุดเห็นว่าจะไปร่วมโครงการอบรมครูวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศกับสหกรณ์ครู)

...งานทำให้ท่านไม่เหงาค่ะ กลับทำให้สนุก ได้ร้องเพลง ได้เต้นรำ ได้ออกกำลังกับเพื่อนๆ ....
ชีวิตมีแต่กำไร

...ค่ะคงจริงอย่างท่านว่า...

 

 

(โปรดติดตามต่อใน "สมควรบอก..." ตอนที่ ๒)

ตัวอย่างตอนต่อไป ....วันนี้ผู้เขียนอายุ ๘๑ ปี หายและรอดจากอันตรายมาได้
เพราะลูกๆ รวมทั้งการตัดสินใจที่ดีที่ถูกต้องของคุณหมอ....
จากน้ำหนักก่อนและหลัง ๓๓ ก.ก. เป็น ๔๓ ก.ก. ในส่วนสูง ๑๕๓ ซ.ม.

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ni_gul วันที่ : 16/09/2009 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ตอบน้องแมค จันทร์ราตรี
.
.
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำร้ายความฝันเราได้

รู้จัก ลูกา โทนี ไหมคะ
.
ลูกา โทนี รักฟุตบอล ฝันจะเป็นนักบอลที่เก่งระดับโลกให้ได้
และหัดเล่นมาตั้งแต่ 7 ขวบ
ซ้อม ๆๆๆๆๆๆๆ จนอายุ 20 ปี
ก็ยังไม่ได้เข้าตาใคร และไม่ได้เข้าอันดับเลย...
แต่เขาไม่เลิกฝันของเขา
ไม่ยอมเลิกเล่น แม้ดูว่าไม่มีแวว (คนอื่นคงเลิกไปแล้ว)
และเล่นต่อ และซ้อมๆๆๆๆๆ
เปลี่ยนทีมอยู่หลายครั้ง
เขาก็ยังเชื่อว่าเขาจะต้องเก่งระดับโลก

และทำตัวเหมือนนักเล่นระดับโลกตามความคิดของเขา
ต่อไป
....
คือพยายามเล่นให้ดี เพิ่มทักษะไปเรื่อยๆ และซ้อมๆๆๆๆ
วันนี้นักฟุตบอลสุดยอดฝีมือลำดับโลก 1 ใน 20 ของโลก
มีชื่อของเขาอยู่ด้วย ลูกา โทนี ด้วยวัย 32-33 ปี
.วัย 33 หลายคนเปลี่ยนอาชีพไปเป็นโคชแล้ว...

ถ้าเขาเลิกเล่นไปซะก่อน
น้องจันทร์ราตรีคิดว่าเขาจะได้เป็นไหมคะ ..

เช่นกัน
จงอย่าเลิกหวังที่จะรักษาตัวให้หาย
เชื่อหมอ
รักษาจิตใจสู้และรักชีวิตต่อไป
อย่าท้อจนกว่าจะไปให้สุดทางนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เปียแก้ว วันที่ : 13/09/2009 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia

สวัสดีค่ะคุณนิกูล....
มาอ่านตามคำเชิญค่ะ
คุณแม่เป็นยอดหญิงจริงๆค่ะ..เข้มแข็ง อดทน
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าท่านจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้...
ทั้งนี้เป็นเพราะท่านมีลูกหลานที่น่ารัก...
คอยเป็นกำลังใจ และดูแลเป็นอย่างดี...
.....
เคยถามตัวเองบ่อยๆว่า...ถ้าเราพบมะเร็งตอนอายุสัก 60 ปี
เราจะทำยังไง เราจะรับคีโมดีหรือไม่...

หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวของคุณแม่ของคุณนิกูล
รู้สึกทำให้...อาจเปลี่ยนแนวความคิด จากที่บอกว่าไม่รับ เพราะอายุมากแล้ว ร่างกายคงทนไม่ไหว...
.....
น้องสาวของครูเปียแก้ว ก็ต้องจากไปด้วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองค่ะ ตอนพบครั้งแรก ก็ให้คีโมแบบที่คุณแม่เล่ามานั่นแหละค่ะ....สงบเงียบอยู่ 9 ปี มาพบใหม่อีกครั้ง...ก็ให้คีโมอีก...แต่ร่างกายรับไม่ไหว...เศร้าค่ะ
....
ตอนนี้เริ่มมองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาแล้วล่ะ
แต่ก็ขอให้เป็นการจากไปในเวลาที่ควรเถอะนะ
....
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ให้กำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Nual วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 02.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narisza
สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ  อย่าให้ประโยชน์ส่วนตัว อยู่เหนือประโยชน์ของชาติ


ลูกสมควรเล่า

มาเป็นกำลังใจค่ะ

อยากเป็นกำลังให้กับทุกๆ คน
เมื่อมีคนใกล้ชิด เจ็บป่วย
ความรัก ความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และกำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องสำคัญ
ทั้งตัวผู้ป่วยเอง และครอบครัว
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ให้มีความสุข ไม่ต้องมองไกลไป
เชื่อมั่นในตัวคุณหมอที่รักษา
จดบันทึก กิจวัตรประจำวัน กิน ถ่าย และรายละเอียด
ฟังคุณหมอ และเล่าให้คุณหมอฟัง เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณหมอได้ศึกษา
ต้องหัดเป็นผู้สังเกตุ สิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง
ทำสุขภาพจิตให้เข้มแข็ง
เมื่อมีปัญหา มีคำตอบอยู่ 2 ทาง คือ หาย กับไม่หาย
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ และอย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วย
เพื่อจะได้ส่งกำลังใจให้คนอื่นๆ

ครอบครัวของเรา มีผู้ป่วยมะเร็ง
ครั้งแรกที่ รู้จักมะเร็ง

คือมะเร็งเต้านม คุณป้า (พี่สาวคนที่สามของคุณพ่อ) เป็นเมื่อ ยังสาวๆ ตัดเต้าทิ้งไป 1 ข้าง
และรักษาตามที่คุณหมอแนะนำ เวลานี้ 85 แล้ว
ยังมีชีวิตอยู่

ต่อมาน้องสาวคุณพ่อ เป็นมะเร็งเต้านมเช่นกัน เมื่อตัดเต้านมทิ้ง ก็ไม่ได้รักษาต่อเนื่อง
ก็ทิ้งเวลาฉายแสง ช้าไป เนื่องจากห่วงงานสอนหนังสือ กว่าจะได้รักษา ก็ช้าเกินไป มะเร็งลามไปในช่องท้องและตับ
ต่อมาก็พี่สาวคนที่สองของคุณพ่อ สุขภาพแข็งแรง จู่ๆ ก็ทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเร็วมาก 6 เดือนเท่านั้น
มะเร็งก็คร่า ชีวิตคุณป้าของเรา

ครั้งล่าสุด ก็คือคุณแม่ที่รักของเราลูก เครียดกันมาก
แต่โชคดี ที่การตัดสินใจไปพบแพทย์ และรักษาได้เร็ว
คุณแม่สมควร เป็นคนสุขภาพแข็งแรง เป็นข้าราชการที่ไม่เคยใช้สวัสดิการ เลย
คุณแม่ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ จากชมรมครูอาวุโส กับคุรุสภา
ช่วงหลังจะมีอาการปวดท้องบ่อยมาก เข้าห้องน้ำนาน ท้องผูก
มีอาการลิ้นสีม่วง
ก็สังเกตุเห็น ว่าผิดปกติ แนะนำให้ไปหาหมอ
คุณแม่บอก ไม่เป็นอะไร
จนกระทั่งวันพืชมงคล หยุดราชการและคุณแม่ปวดท้องอยู่ สามวัน

เมื่อเปิดทำงานวันแรก เห็นว่าไม่ค่อยดี จึงให้ นิกุล และน้องชายคนเล็ก (เป็นสถาปนิก)
พาคุณแม่ไปพบแพทย์ที่เปาโล สะพานควาย เพราะเชื่อในศักยภาพ และการดูแลผู้ป่วย

เนื่องจากสามีเคยป่วยหนัก ตับอักเสบเนื่องจากดื่มเหล้ามาก และมีน้ำตาลขึ้นสูงทำให้เกิดอาการเบาหวาน ลงไต ไตวายเฉียบพลัน อาการ 30 - 70% (คิดว่าน่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน)
คุณหมอให้ทำใจ รอเพียงปาฏิหารย์
และรักษาด้วยประกันสังคม คุณหมอรักษาอย่างเต็มที่ เป็นทีม
โชคดี ที่สามี หัวใจแข็งแรง และความดันดีจึงรอดชีวิตมาได้ อยู่ ICU ประมาณ 10 วัน จึงขึ้นห้องพักฟื้น

ดังนั้นจึงเชื่อมั่นในการรักษาคนไข้ของที่นี่
น้องชายยังต้องการพาไป โรงพยาบาลของรัฐ
เพราะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้

เราตัดสินใจบอกไป เปาโลก่อน
เมื่อถึงโรงพยาบาล คุณหมอและทีมงาน ทำงานอย่างรวดเร็ว
วินิจฉัยขั้นแรกว่า ลำไส้อุดตัน อาจมีเนื้องอก หรือไม่ก็ไส้ติ่งอักเสบ (คิดว่าคุณหมออยากให้ญาติผู้ป่วยสบายใจ)

คุณหมอทำ TC scan และถามคุณแม่ว่าพร้อมจะผ่าตัดไหม หรือจะกลับไปปรึกษาลูกก่อน
คุณแม่ถามคุณหมอว่าถ้าจะผ่าวันนี้ ทำได้ไหม? คุณหมอตอบว่าห้องพร้อม หมอพร้อม

คุณแม่จึงเซ็นชื่อให้ผ่าตัดได้เลย ช่วง ทุ่มครึ่งเข้าห้องผ่าตัด กว่าจะเสร็จ ก็กินเวลาไป ห้าทุ่มกว่า

เราคิดเลยว่าคงไม่ใช่ ไส้ติ่งหรือเนื้องอกแล้ว
ลูกๆ ทั้ง สี่คน และลูกชายของเรา ยังเยี่ยมคุณแม่ไม่ได้

เนื่องจากคนไข้อายุ 79 ปี คุณหมอนำเข้าห้อง ICU เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแล

พรุ่งนี้ค่อยมาฟังผล จากการตรวจชิ้นเนื้อ
ไม่น่าเชื่อ บ่ายสองโมงของวันรุ่งขึ้น
คุณแม่ฟื้นตัวเร็วมาก เข้าห้องพักฟื้น แข็งแรงจนคุณหมองง
ก่อนส่งชิ้นเนื้อพิสูจน์ พยาบาล นำชิ้นเนื้อมาให้ดู ไม่มีใครกล้าดูเลย
เราขอดู เป็นชิ้นเนื้อขนาดลูกมะพร้าวเผาลูกย่อมๆ ขนาดมือห่อได้ สีคล้ำ พร้อมเนื้อบางส่วน

เรารู้เลยว่าต้องเป็นเนื้อร้าย แน่นอน แต่จะเป็นขั้นไหน
ต้องรอฟังผลอีกครั้ง
หลังจากนั้น สามวัน คุณหมอเฉพาะทางก็แจ้งให้ทราบว่า
คุณแม่เป็นมะเร็งลำไส้ขั้น B จะแจ้งให้คุณแม่ทราบไหม
จะให้คีโมไหม เพราะคุณแม่อายุมากแล้ว
เราในฐานะพี่คนโต บอกคุณหมอว่าเราจะบอกคุณแม่
เพราะการรักษา คนไข้ย่อมทราบว่าเป็นโรคอะไร ให้คุณแม่เป็นผู้ตัดสินใจ
เพราะคุณแม่ ทำงานกับสมาคมผู้สูงอายุ และชมรมครูอาวุโส
เยี่ยมคนป่วยมาเยอะ จึงบอกคุณหมอว่าคุณแม่เข้มแข็งพอ

คุณหมอถามจะบอกคุณแม่เอง หรือให้คุณหมอบอก
เราบอกทันทีว่า เป็นคุณหมอ เพราะเราไม่มีความรู้
เวลาบอกจะบอกไม่ถูก คิดว่าคุณหมอคงมีวิธีอธิบายได้ดีกว่า
ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ดี

ลูกๆ ทุกคนพูดคุยสนุกสนานกับคุณแม่ ไม่เคยทำให้คุณแม่เศร้า เป็นห้องคนป่วยที่ครึกครื้นมาก

วันที่คุณหมอแจ้งคุณแม่ว่าเป็นมะเร็งลำไส้
เหมือนเข้าห้องบรรยาย เรื่องลำไส้ การขับถ่าย การถ่ายอาหาร การดื่มน้ำ
คุณหมออธิบายให้เข้าใจถึงระบบการย่อยอาหาร
และทางเดินของลำไส้ ทำให้ไม่น่ากลัว
และอธิบายถึงวิธีการรักษา ในแต่ละขั้นตอน
ตลอดจนการบำรุงร่างกาย ให้แข็งแรงเพื่อเตรียมพร้อมในการให้คีโม ซึ่งก็เป็นไปตามที่ นิกุล และคุณแม่สมควรเล่า

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวที่ลูกสมควรเล่าให้ฟัง
จะเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ และครอบครัวของผู้ป่วยมะเร็ง

ไม่ต้องกลัวมะเร็ง เพราะมันอยู่กับตัวเรา สู้กับมะเร็งให้เต็มที่ ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง

ด้วยรัก และกำลังใจนะคะ



พี่สาวของ นิกุล

ครอบครัว "รำไพกุล"

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Nual วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 01.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narisza
สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ  อย่าให้ประโยชน์ส่วนตัว อยู่เหนือประโยชน์ของชาติ


มาเป็นกำลังใจให้ น้องสาว นิกุล

อยากเป็นกำลังให้กับทุกๆ คน
เมื่อมีคนใกล้ชิด เจ็บป่วย
ความรัก ความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และกำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องสำคัญ
ทั้งตัวผู้ป่วยเอง และครอบครัว
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ให้มีความสุข ไม่ต้องมองไกลไป
เชื่อมั่นในตัวคุณหมอที่รักษา
จดบันทึก กิจวัตรประจำวัน กิน ถ่าย และรายละเอียด
ฟังคุณหมอ และเล่าให้คุณหมอฟัง เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณหมอได้ศึกษา
ต้องหัดเป็นผู้สังเกตุ สิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง
ทำสุขภาพจิตให้เข้มแข็ง
เมื่อมีปัญหา มีคำตอบอยู่ 2 ทาง คือ หาย กับไม่หาย
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ
กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ และอย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วย
เพื่อจะได้ส่งกำลังใจให้คนอื่นๆ

พี่สาวของ นิกุล

ครอบครัว "รำไพกุล"

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะพี่
ได้กลังใจด้วย .........
...
ยินดีที่ได้รู้จัก เจ้าค่ะ ......

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ที่ทำการคณะผู้ก่อการดี วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/witita
...ต้นไม้ที่แข็งแรง ก็ย่อมมากจากรากที่ฝังแน่นในพื้นดินประเทศชาติที่เข้มแข็ง ก็ย่อมมาจากวัฒนธรรมที่แข็งแรงด้วย... (โหมโรง)


ขออนุญาตนำไปรวมไว้ในรวม Link ค่ะ


รวม Link กำลังใจ "พี่ให้น้อง" สู้ภัยมะเร็ง
http://www.oknation.net/blog/PublicCharity/2009/09/04/entry-1

ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ณ บ้านของคุณ ซันญ่า

อ่านเรื่องเล่าจากตุณซันญ่า จึงได้ข้อความดังที่ยกมานี้
จาก...ความคิดเห็นที่ ๑๘
http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/09/03/entry-1

ยอดเยี่ยมเลยค่ะ
อ่านแล้วเข้าใจ ซึ้งใจ และตื้นตันค่ะ

เพราะได้ผ่านภาวะเศร้าหมองมาแล้ว
ทั้งตอนที่คุณพ่อเจ็บป่วยใหญ่ครั้งแรก ต้องผ่าตัดสมอง
และต้องผ่าตัดสมองอีกครั้ง
แต่ในที่สุดก็ฝืนโรคภัยไปไม่พ้น
ยังดีที่ท่านได้อยู่จนถึงวัยชรา
ยังได้เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ไปจนถึงรุ่นหลาน

หลังจากที่เสียคุณพ่อไปเพียงแค่ ปีกว่า ๆ
ก็มีโอกาสได้มองเข้าไปในจิตตนเองอีกครั้ง

เมื่อคุณแม่ป่วยหนัก เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
คุณแม่ที่ไม่เคยมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะเลย
ทันทีที่ป่วย ก็มากจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
น่าใจหาย
แต่...
เราทุกคนก็ได้เรียนรู้ชีวิต

เรียน

รู้
ที่จะ

เข้าใจ

และ

รัก

ชีวิต

คุณซันญ่าเล่าถึงคุณป้า...


ทำให้นิกุล นึกได้ว่า
ในบรรดาพี่น้องท้องเดียวกันกับคุณพ่อ
มีด้วยกัน ห้าชีวิต ๔ หญิง ๑ ชาย
คุณพ่อเป็นคนที่ ๔

ลำดับการละสังขารของแต่ละคนมีดังนี้

คุณป้าคนโต จากไปตั้งแต่วัยสาว..ด้วยโรคหัวใจ (โรคฮิตอีกเช่นกัน)

หลังจากนั้นไม่กี่ปีนัก
คุณอา น้องสาวคนเล็กของครอบครัวนี้...ก็จากไป
ตั้งแต่วัยสาวด้วยโรคมะเร็ง
ด้วยความเคร่งเครียดหมกมุ่นในชีวิต...จนลืมดูแลสุขภาพ
รักษาไม่ทัน...มะเร็งลามอย่างรวดเร็ว
ก่อนจะจากไป ได้ฝากความเวทนาไว้ในใจลูกหลานหลายคน..........น่าเสียดายที่นิกุลจำไม่ค่อยได้ ด้วยยังเล็กอยู่มาก

ถัดจากนั้นมาจากวัยประถม คุณป้าคนที่สาม ก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม แต่ผ่าตัดเต้านมทิ้งไปข้างหนึ่ง และยังคงรอดชีวิตอยู่ได้

หลังจากนั้นจนนิกุลเกือบจบปริญญาตรี
คุณป้าคนที่สอง ก็ป่วยและจากไปด้วยโรคมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง...
เราได้ทันเห็นความอดทนของท่าน ท่านอยู่ได้ไม่นานก็จากไปเช่นกัน ก็มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นทำลายชีวิตคนเราได้เร็วเหลือเกิน...แต่นิกุลก็ไม่ได้ใกล้ชิดท่านพอจะสำเหนียกในความน่ากลัวของโรคภัย

นิกุลยังเพลินกับชีวิต ไม่ได้นึกระวังในการใช้ชีวิตเลย
วันต่อวัน...ใช้ชีวิตไป โดยไม่เคยคิดว่าคนในครอบครัวตัวเองจะต้องป่วยหนัก เพราะเราดูแลตัวเองดี ทั้งการใช้ชีวิต การกิน การนอน ไม่ดื่มเหล้า และไม่สูบบุหรี่ กันเลย

จนหลังการจากไปของคุณป้าคนที่สอง ถึง ๒๐ ปีได้ ก็ถึงคราวคุณพ่อบ้าง

คุณพ่อที่สูบบุหรี่มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น
คุณพ่อเพิ่งเสียเมื่อปี ๒๕๔๘ นี้เองค่ะ
เนื่องจากเลือดออกในสมอง
แต่ตอนที่ไปโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายนั้น คุณพ่อไปด้วยอาการอึดอัดในช่องท้องกินอะไรไม่ได้มาหลายวัน ต้องกินยาธาตุอยู่ตลอด และแอบกินยาแก้ปวดด้วย ซึ่งเราไม่เคยรู้ว่ามันได้บ่งชี้ถึงอันตรายใหญ่หลวง

ไปถึงโรงพยาบาลหลังจากเสียเวลาอยู่นานในแผนกอายุรกรรมอย่างไปหาหมอปกติ คุณหมอตรวจพบว่า เส้นเลือดใหญ่โป่งพองยาวไปจากหัวใจตลอดไปจนถึงช่องท้อง....ซึ่งน่ากลัวกว่าอาการทางสมองเสียอีก...เพราะถ้าแตกระเบิดก็....เรื่องยาวละค่ะ
.....คุณหมอส่งคุณพ่อเข้าห้องฉุกเฉินทันที...!!!!

จากการที่คุณพ่อกินอะไรไม่ได้มาหลายวัน ร่างกายขาดสารอาหาร ร่างกายจึงอ่อนแอมาก
และวันที่จะไปโรงพยาบาลคุณพ่อก็ลื่นหล่นจากเก้าอี้ล้อที่ท่านนั่งจนศีรษะคงไปกระแทกผนังอีก...จึงมีอาการซึมและปวดษีรษะจากเลือดที่ออกในสมองนั้นด้วย

ยังมีอาการเกล็ดเลือดต่ำซ้ำเข้ามาอีก จึงผ่าตัดยังไม่ได้

เพียงไม่ถึง ๓๐ ชั่วโมงในโรงพยาบาล คุณพ่อก็จากไปโดยสงบ

จำได้ไหมคะพี่น้องของคุณพ่อมี ๕ คน จากไปแล้ว ๔
ยังคงมีชีวิตอยู่อีก ๑ คน ค่ะ
คุณป้า...เป็นพี่สาวคนถัดคุณพ่อขึ้นไป

คุณป้าเป็นมะเร็งเต้านม...
ตอนที่เป็นก็ราว ปี 2516 ได้ ...ตอนนั้นท่านยังสาวอยู่มาก
ลูกๆ ท่านยังอยู่ในวัยรุ่น เช่นเดียวกับนิกุล
ท่านต้องตัดเต้านมทิ้งไปหนึ่งข้าง

แต่ดูสิคะ

ท่านยังมีชีวิตยืนยาวกว่าพี่น้องทุกคน....
ตอนนี้ก็อายุ ใกล้จะ ๙๐ ปีแล้วละค่ะ

เรื่องของท่าน จักเป็นกำลังใจให้อีกหลายคนเช่นกัน

ก็ด้วยแรงใจจากเรื่องราวที่คุณซันณ่าเล่าไว้นั่นละค่ะ

หวังว่าคงเป็นกำลังใจไปถึง จันทร์ราตรี ได้อีกครา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ขอบคุณมากมายหลายกองทัพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bomza วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bomza

สวัสดีค่ะ

มาเยี่ยมชมค่ะ

เป็นกำลังใจให้กันต่อไปค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 06.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

http://www.oknation.net/blog/sonyaUSA/2009/09/03/entry-1



จากเริ่มเกิด จนไปสู่ความดับ และว่าง ในไม่เหลือ

ก็ย้อนมามองจิต อีกที จิตเรา ไม่ดับสูญ มันวิ่งไปมา เกิดดับ เกิด ดับ

ไม่เลิกละ สักน้อยเดียว เราไม่ฝึกฝนก็ไม่ทราบว่า

มันเกิด ดับอย่างนี้ ต่อเนื่อง

แบบไม่รู้ตัว เพราะว่าเรายังมีเนื้อ

เลือด อุ่นๆ และลมหายใจ ที่ยังชีพต่อ

ความเศร้าหมองผุดขึ้นมา ประดังกลางใจ

สุดจะบรรยาย แต่สติเตือนว่า

เรารู้แล้วว่าเศร้าหมอง เศร้าหมองในยึดติด

ว่าตัวเรา โรคนี้ เป็นโรคของเรา

ที่ไหนได้ เป็นโรคของโรค ที่คือโลก..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ต้นแสงจันทร์ วันที่ : 04/09/2009 เวลา : 05.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nathanon

ดีใจด้วยค่ะ อ่านแล้วปลื้ม เป็นกำลังใจให้อีกหลายๆคน
รออ่านตอนต่อไปนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน