*/
  • ท่านทูตเนม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : phumhorthong@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2013-10-05
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 351319
  • จำนวนผู้โหวต : 53
  • ส่ง msg :
  • โหวต 53 คน
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2559
Posted by ท่านทูตเนม , ผู้อ่าน : 1411 , 14:33:19 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีความต้องการเครื่องบินลำใหม่กว่า 33,000 ลำด้วยมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยความต้องการนักบินใหม่จะมีจำนวนมากกว่า 500,000 คน

สวัสดีครับวันนี้ท่านทูตเนมมีสิ่งดีๆในแวดวงการบินมาให้ทุกท่านได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่สนใจทางด้านแวดวงการบินไม่ว่าจะอาชีพนักบินหรือทุกๆอาชีพที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการบินโดยล่าสุดนั้นแอร์บัสได้ออกมาคาดการณ์อัตราการเดินทางโดยสารทางอากาศเกี่ยวกับทิศทางและการเติบโตทางธุรกิจสายการบินและของแวดวงการบินว่า

ในอีก 20 ปีข้างหน้า (ระหว่างปีพ.ศ. 2559-2578) ตามการคาดการณ์ตลาดโลกของแอร์บัส อัตราการเดินทางโดยสารทางอากาศจะเติบโตขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการเครื่องบินลำใหม่ที่มีที่นั่งผู้โดยสารมากกว่า 100 ที่นั่งเป็นจำนวนกว่า 33,000 ลำ (เป็นเครื่องบินผู้โดยสารจำนวน 32,425 ลำและเครื่องบินบรรทุกสินค้าที่มีความจุมากกว่า 10 ตันจำนวน 645 ลำ) ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 5.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ.2578 ฝูงบินทั่วโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 19,500 ลำในปัจจุบัน เป็นจำนวนราว 40,000 ลำ ทั้งนี้ เครื่องบินโดยสารและเครื่องบินบรรทุกสินค้าจำนวน 13,000 ลำจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินประเภทที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น


ชุมชนเมืองและความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชียกำลังขับเคลื่อนการเติบโตด้านการจราจรทางอากาศด้วยจำนวนประชากรรวมที่มีมากกว่าหกพันล้านคน จะทำให้เศรษฐกิจเหล่านี้เติบโตขึ้นที่ร้อยละ 5.6 ต่อปีและแนวโน้มในการเดินทางจะเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็นร้อยละ 75 ของจำนวนประชากรทั้งหมดภายในเวลา 10 ปี การจราจรทางอากาศภายในประเทศจีนจะมีจำนวนสูงที่สุดในโลก ส่วนเศรษฐกิจในยุโรปตะวันตกหรืออเมริกาเหนือนั้น การเติบโตของการจราจรทางอากาศจะอยู่ที่ร้อยละ 3.7


ในขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตด้านการจราจร จะเห็นได้ว่าการบริโภคของภาคเอกชน (ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) ได้กลายมาเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากยิ่ง
ขึ้นของการเติบโตหลักในบางพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ประเทศจีนและพื้นที่ประเทศอินเดีย ทั้งนี้ จำนวนชนชั้นกลางในตลาดที่เกิดขึ้นใหม่จะเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น3.5 พันล้านคนภายในปี พ.ศ.2578


โดยทั่วโลก ภายในปี พ.ศ.2578 ร้อยละ 62 ของประชากรโลกจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองและจำนวนเมืองขนาดใหญ่ด้านการบินจะเพิ่มขึ้นจาก 55 เป็น 93 แห่งภายในปี พ.ศ.2578 โดยศูนย์แห่งการสร้างความมั่งคั่งเหล่านี้จำนวนราว 47 แห่ง ซึ่งมีสนาม บินที่มีตารางเวลาที่จำกัด จะมีส่วนในการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของทั่วโลกในอัตราร้อยละ 35 ในอีก 20 ปี จำนวนของผู้โดยสารในแต่ละวันที่เดินทางในเส้นทางบินพิสัยไกล ซึ่งเป็นการเดินทางออกจากหรือไปสู่เมืองขนาดใหญ่ด้านการบิน จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็นจำนวน 2.5 ล้านคน

 
ธุรกิจการให้บริการทั่วโลกของแอร์บัส ซึ่งในปัจจุบันได้ขยายเป็นศูนย์การให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าจำนวน 6 แห่ง และศูนย์การฝึกอบรม 14 แห่ง ได้ถูกกำหนดให้มีการขยายเพิ่มเติม เนื่องจากในอีก 20 ปีข้างหน้า มีการคาดการณ์ความต้องการนักบินและวิศวกรเป็นจำนวนหนึ่งล้านคน (ประกอบด้วยนักบินใหม่จำนวน 560,000 คนและวิศวกรใหม่จำนวน 540,000 คน) เพื่อปฏิบัติการและซ่อมบำรุงเครื่องบินลำใหม่

 
“ในขณะที่ตลาดอเมริกาเหนือและตลาดยุโรปซึ่งมีความมั่นคงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะเป็นเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนการเติบโตใน 20 ปีข้างหน้า โดยในอีกไม่ช้า ประเทศจีนจะกลายเป็นตลาดด้านการบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
ในโลก และเมื่อรวมกับเศรษฐกิจที่เกิดใหม่ ความหนาแน่นของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และการสร้างความมั่งคั่ง ปัจจัยทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตด้านการจราจรทางอากาศที่แข็งแกร่ง” นายจอห์น ลีฮีห์ ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทแอร์บัส กล่าว “เรากำลังเสริมความแข็งแกร่งด้านการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีต่อผลิตภัณฑ์เครื่องบินชั้นนำของเรา และนอกจากนี้
เรายังจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับการบริการสำหรับลูกค้าของเราเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการขนส่งทางอากาศด้วย”

 
สำหรับตลาดเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้าง แอร์บัสได้คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มความต้องการเครื่องบินที่มีความสามารถในการจุที่เพิ่มมากขึ้น และยังได้คาดการณ์ว่าจะมีความต้องการเครื่องบินผู้โดยสารและเครื่องบินขนส่งสินค้ารุ่นลำตัวกว้างเป็นจำนวนกว่า 9,500 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 29 ของการส่งมอบเครื่องบินลำใหม่ทั้งหมดและคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 54 โดยการส่งมอบเครื่องบินรุ่นลำตัวกว้างที่มากที่สุด (ร้อยละ46) จะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในกลุ่มตลาดนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ330 เครื่องบินแอร์บัส เอ330นีโอ เครื่องบินแอร์บัส เอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี และเครื่องบินแอร์บัส เอ380 นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องบินรุ่นลำตัวกว้างที่มีความครอบคลุมมากที่สุด ตั้งแต่ 200 ไปจนถึงกว่า 600 ที่นั่ง
 
ในตลาดเครื่องบินช่องทางเดินเดี่ยว ซึ่งมีตระกูลเครื่องบินแอร์บัส เอ320 และตระกูลเครื่องบินแอร์บัส เอ320นีโอ รุ่นล่าสุดที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะผู้นำตลาดระดับโลก แอร์บัสได้คาดการณ์ความต้องการเครื่องบินใหม่ของกลุ่มตลาดนี้เป็นจำนวนกว่า 23,500 ลำ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 71 ของการส่งมอบเครื่องบินใหม่ทั้งหมด โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะ
ทำการรับมอบเครื่องบินประเภทนี้ในอัตราร้อยละ 39

 
การเติบโตทางการจราจรกำลังนำไปสู่เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2523 จากการที่สายการบินเลือกสั่งซื้อเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเลือกเปลี่ยนเครื่องบินที่อยู่ในยอดคำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้รับการส่งมอบให้เป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างเครื่องบินแอร์บัส เอ380 เมื่อรวมกับอัตราส่วนในการบรรทุกที่เพิ่มขึ้น ทำให้สายการบินสามารถใช้งานกำหนดเวลาที่สนามบินที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่าและรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มมากขึ้นได้โดยไม่ต้องปฏิบัติการเที่ยวบินเพิ่มเติม ซึ่งได้รับการยืนยันจากสนามบินฮีทโธรว์แห่งกรุงลอนดอน การให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงและเสียงรบกวนเป็นอย่างน้อยร้อยละ 70 ในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา และแนวโน้มเช่นนี้จะดำเนินต่อไปพร้อมกับนวัตกรรมต่างๆ เช่นเครื่องบินแอร์บัส เอ320นีโอ เอ330นีโอ เอ380 และเอ350 เอ็กซ์ดับเบิลยูบี

 
การคาดการณ์ตลาดโลกของแอร์บัสนำเสนอการวิเคราะห์โดยละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก โดยครอบคลุมปริมาณการจราจรทั้งสำหรับผู้โดยสารและสำหรับบรรทุกสินค้าที่แตกต่างกันกว่า 200 แห่ง รวมถึงวิวัฒนาการของฝูงบินแบบปี
ต่อปีของผู้ปฏิบัติการเครื่องบินทั่วโลก ผ่านการวิเคราะห์ฝูงบินของสายการบินสำหรับผู้โดยสารราว 800 ราย และผู้ปฏิบัติการเครื่องบินบรรทุกสินค้ากว่า 200รายในอีก 20 ปีข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ การคาดการณ์นี้จึงครอบคลุมตั้งแต่ความต้องการที่มีต่อเครื่องบินจากตลาดระดับภูมิภาคที่มีจำนวนที่นั่งมากกว่า 100 ที่นั่งไปจนถึงเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน นั่นคือเครื่องบินแอร์บัสเอ380  

 
*เมืองขนาดใหญ่ด้านการบิน: เมืองที่มีผู้โดยสารของเส้นทางการบินพิสัยไกลระหว่างประเทศมากกว่า 10,000 คนต่อวัน

Over 33,000 new planes valued over US$5 trillion for the next 20 years Over 500,000 new pilots required In the next 20 years (2016-2035), according to Airbus’ Global Market Forecast, passenger traffic will grow at an average 4.5% a year, driving a need for over 33,000 new aircraft above 100 seats (32,425 passenger & 645 freighters greater than 10 tonnes) worth US$5.2 trillion. By 2035, the world’s aircraft fleet will have doubled from today’s 19,500 aircraft to almost 40,000. Some 13,000 passenger and freighter aircraft will be replaced with more fuel efficient types. Urbanisation and increased wealth in emerging economies particularly in Asia is powering air traffic growth. With a combined population of over six billion people, these economies will grow at 5.6 percent per year and the propensity to travel will triple to 75 percent of its population. Within 10 years China’s domestic air traffic will become the world’s largest. In economies like Western Europe or North America, air traffic growth will be 3.7% percent. Whilst GDP remains a key driver in traffic growth, we see private consumption (a component of GDP) becoming a more significant economic variable on some important flows including domestic China and domestic India. Middle classes in emerging markets will double to 3.5 billion people by 2035. Globally, by 2035, 62 percent of world population will be city dwellers and the number of aviation mega cities will rise from 55 to 93 by 2035. These centres of wealth creation many 47 of which are already schedule constrained airports will account for 35 percent of world GDP. In 20 years the number of daily long haul passengers travelling to, from, or via aviation mega cities, will more than double to 2.5 million. Airbus’ global services business which today spans six customer support centres, and 14 training centres is set to expand further as the next 20 years sees a requirement for some one million pilots and engineers (560,000 new pilots, 540,000 new engineers) to fly the and maintain the new aircraft. “While established European and North American markets continue to grow, Asia-Pacific is the engine powering growth in the next 20 years. China will soon be the world’s biggest aviation market and together with emerging economies, further population concentration, and wealth creation, together these will help to fuel strong air traffic growth,” said John Leahy, Airbus Chief Operating Officer, Customers. “We are ramping up production to meet market demand for our leading aircraft products and we will also ramp up our customer service offerings to meet the increasing demands of air transportation.” In the widebody market, Airbus forecasts a trend towards higher capacity aircraft and forecasts a requirement for over 9,500 widebody passenger and freighter aircraft over the next 20 years, valued at some US$2.8 trillion. This represents 29% of all new aircraft deliveries and 54% by value. Most widebody deliveries (46 percent) will be in the Asia Pacific region. In this segment, Airbus’ A330, A330neo, A350 XWB and the A380 offer the most comprehensive widebody product range between 200 and above 600 seats In the single aisle market, where the A320 Family and the latest generation A320neo Family are firmly established as the global market leaders, Airbus forecasts a need for over 23,500 new aircraft worth US$2.4 trillion. This represents 71 percent of all new units. Asia Pacific will take 39 percent of these deliveries

Traffic growth is leading to larger aircraft which have grown by over 40 percent since the 1980s as airlines select larger aircraft or up-size existing backlogs. Larger aircraft like the A380 combined with higher load factors make the most efficient use of limited airport slots and contribute to rising passenger numbers asconfirmed by London’s Heathrow Airport. A focus on sustainable growth has enabled fuel burn and noise reductions of to fall by at least 70 per centin the last 40 years. This trend continues with innovations like the A320neo, the A330neo, the A380 and the A350 XWB.
 
The Airbus Global Market Forecast gives a detailed analysis ofworld air transport developments, covering more than 200 distinct passenger and freight traffic flows, as well as a year-by-year fleet evolution of the world’s aircraft operators, through fleet analysis of nearly 800 passenger airlines and 200 freighter operators over the next 20 years. In doing so, the forecast covers aircraft demand from the regional market over 100 seats to the very largest aircraft available, the A380 today.
 
* Mega Cities: with more than 10,000 daily international long-haul passengers

 

 

 

ท่านสามารถรับชมการนำเสนอเกี่ยวกับการคาดการณ์ตลาดโลกประจำปี พ.ศ.2559 ได้ที่ http://www.airbus.com 

ขอบคุณภาพประกอบจาก Thanks for Airbus



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ท่านทูตเนม ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อย่างไรก็...
ขอแสดงความยินดีกับ Airbus, Boeing
ที่เพิ่งได้ออร์เดอร์ใหม่จากอิหร่าน, Air Asia

และขอให้ประเทศไทย
เพิ่มการผลิตนักบิน-นักวิทยุการบิน-ช่างการบินมากๆ
สาขาพวกนี้จบมาแล้วมีงานทำ
มีเงินเสียภาษีไปหลายสิบปีครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน