*/
  • อะหนึ่ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : inmindhand@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-25
  • จำนวนเรื่อง : 456
  • จำนวนผู้ชม : 1622269
  • จำนวนผู้โหวต : 1448
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1448 คน
Praputhachai Saraburi

สักการะพระพุทธฉาย จินตนาการแห่งพระพุทธเจ้า

View All
<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันนี้คุณ "ยิ้ม" แล้วหรือยัง?
ยิ้ม...ให้กับตัวเอง
58 คน
ยิ้ม...ให้กับคนในครอบครัว
33 คน
ยิ้ม...ให้กับคนแปลกหน้า
15 คน
ยิ้ม...ให้กับเพื่อนร่วมงาน
34 คน
ไม่ได้...ยิ้ม...ให้ใครเลย!
16 คน

  โหวต 156 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม 2551
Posted by อะหนึ่ง , ผู้อ่าน : 4051 , 05:37:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wansuk โหวตเรื่องนี้

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระบวรราชาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ ๒ ในรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๙๔ ขณะทรงมีพระชนมายุได้ ๔๓ พรรษา มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

“
พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศ มหิศเรศรังสรรค์
มหันตวรเดโชชัย มโหฬารคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์
บวรจักรพรรดิราช บวรนาถบพิตร พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
”

“ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงขึ้นครองราชสมบัติ ได้โปรดเกล้าฯสถาปนา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจุฑามณีกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว "เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๒" เพราะทรงเห็นว่า เจ้าฟ้าจุฑามณี มีพระชะตาแรงตามวิชาโหราศาสตร์ ถือว่าชะตาเช่นนี้จะต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าทรงครองพระราชสมบัติแต่พระองค์เดียว จะเสด็จอยู่ได้ไม่เท่าใดก็จะเกิดอัปมงคล ด้วยไปกีดขวางพระบารมีของพระอนุชา จึงสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง "

เหมือนอย่างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถ เป็นพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้าจุฑามณี" หรือ "เจ้าฟ้าน้อย" เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ทรงเป็นพระอนุชาร่วมพระราชชนนี ในเจ้าฟ้ามงกุฎ (รัชกาลที่ ๔)

เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๑ ประสูติ ณ พระราชวังเดิม ในกำแพงวังกรุงธนบุรีโบราณ ริมคลองบางกอกใหญ่...

ซึ่งในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นวโรกาสครบ ๒๐๐ ปี คล้ายวันพระบรมราชสมภพฯ สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จึงได้จัดเสวนาทางวิชาการเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ณ อาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 พิธีเปิดการเสวนา โดย นายเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากร

ช่วงที่ ๑ : บรรยายเรื่อง “พระราชประวัติและวีรกรรมของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว”
โดย นาวาโท ไพรัช สมุทรสินธุ์ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จ.สมุทรปราการ

เมื่อเจ้าฟ้าจุฑามณี ได้ตามเสด็จพระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ ๒ ) มาประทับในพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) ได้รับการเฉลิมพระนามเป็น "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑามณี" หรือ "เจ้าฟ้าอสุนีบาต"
เมื่อพระชนมายุ ๑๖ พรรษา ได้เข้ารับราชการในสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) มีความดีความชอบในราชการ จึง
ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ทรงกรมเป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์”

พระราชกิจจานุกิจด้านการทหารเกี่ยวกับราชการบ้านเมือง ซึ่งได้มีการบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดาร อาทิเช่น...

พ.ศ. ๒๓๔๘ ทรงเป็นผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่และทหารญวนต่างด้าว ทรงพระราชนิพนธ์ตำราปืนใหญ่ขึ้น โดยทรงแปลจากตำราภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ได้ทรงจัดวิธีการฝึกทหารแบบตะวันตกทั้งด้านยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี
พ.ศ. ๒๓๗๕ ทรงนำกองกำลังทหารบก สร้าง "ป้อมพิฆาตข้าศึก" ขึ้น เพื่อรักษาปากน้ำแม่กลองที่เมืองสมุทรสงคราม
พ.ศ. ๒๓๘๔ ทรงเป็นแม่ทัพใหญ่นำกองทัพเรือจากกรุงเทพฯ ยกทัพไปตี "เมืองบันทายมาศ" เพื่อปราบกบฏญวน อยู่เป็นเวลาถึง ๑๖ เดือน เพื่อถ่วงเวลาให้กองทัพบกของสยามทำการถมคลอง เพื่อตัดเส้นทางส่งเสบียงและการคมนาคม
ป้องกันไม่ให้กองทัพญวนเข้ามาตั้งในเขมรได้ แต่การศึกครั้งนั้นฝ่ายสยามจำเป็นต้องยกทัพกลับ เพราะกองทัพของญวนได้ทำการสู้รบอย่างเข้มแข็ง...ฯ

“ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรอบรู้ทางด้านการต่างประเทศ โดยทรงศึกษาภาษาอังกฤษจากมิชชันนารีอเมริกันจนเชี่ยวชาญ และทรงมีพระสหายชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงทรงเป็นพระราชกำลังสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในด้านการต่างประเทศโดย ทรงเป็นที่ปรึกษาในการทำสนธิสัญญาต่างๆกับประเทศตะวันตก ในยุคเริ่มต้นการเข้ามาล่าอาณานิคมในประเทศสยาม ”

ช่วงที่ ๒ : บรรยายเรื่อง “พระบวรราชวังในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว”
โดย นางณัฏฐภัทร จันทวิช นักโบราณคดี ๑๐ ชช. (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์)

หลังจากได้รับพระราชทานบวรราชาภิเษกเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีศักดิ์สูงเสมอพระมหากษัตริย์ เป็น "พระเจ้าประเทศสยามองค์ที่ ๒" (Second King of Siam) ได้ทรงย้ายมาประทับ ณ พระบวรราชวัง (บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในปัจจุบัน)
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้วางพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก สิ่งใดที่มี
ในพระบรมหาราชวังก็โปรดเกล้าฯให้มีในพระบวรราชวังด้วย...

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรด้วยพระโรควัณโรคมาช้านาน ในวันอาทิตย์ที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. จึงเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอิศเรศรราชานุสรณ์ รวมพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา
ครองราชสมบัติอยู่ประมาณ ๑๕ ปี พระองค์ไม่ได้ทรงสถาปนาพระอัครมเหสี แต่ทรงมีพระสนมเอกคือ เจ้าคุณจอมมารดาเอม
นับโดยรวมพระองค์ทรงมีเจ้าจอมหม่อมห้าม ทั้งสิ้น ๓๑ ท่าน ทรงมีพระราชโอรสธิดารวม ๕๘ พระองค์

" หลังจากนั้นอีก ๓ ปี ในพ.ศ. ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต"

..............................

ช่วงที่ ๓ : บรรยายเรื่อง “เกร็ดประวัติศาสตร์สมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จากหลักฐานโบราณวัตถุวังหน้า”
โดย นางสาวเด่นดาว ศิลปานนท์ ภัณฑารักษ์  ๘ ว. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระอุปนิสัยเรียบง่าย ไม่โปรดที่จะแสดงยศศักดิ์ ทรงเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ แต่ก็ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาศาสตร์ ทรงนิยมขนบธรรมเนียมอย่างชาติตะวันตก ที่เห็นได้ชัดคือการแต่งพระองค์และทรงไว้พระมัสสุ (หนวด) ซึ่งภายหลังเป็นที่นิยมกันในสมัยรัชกาลที่ ๕

ทรงเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลแรกที่เริ่มใช้บัตรพระปรมาภิไธยอย่างฝรั่ง (พระนามบัตร) รวมทั้งนำการตั้งเสาและเชิญธงมาใช้ตามแบบชาติตะวันตกขึ้นครั้งแรกในสยาม
ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงม้าและทรงช้างเป็นอย่างยิ่ง ทรงโปรดกีฬาบนหลังม้า (ตีคลี-โปโล) ทรงมีพระอัจฉริยภาพใน
ด้านศิลปะ ทั้งด้านดนตรี การประพันธ์ และนาฏศิลป์ พระองค์ยังสามารถทรงแคน และทรงแอ่วภาษาลาวได้อย่างไพเราะและชัดเจนอีกด้วย...

ช่วงที่ ๔ : บรรยายเรื่อง  “การขุดแต่งพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ และโบราณสถานวังสีทา อ.แก่งคอย จ. สระบุรี”
โดย นางสุนิสา มั่นคง นักโบราณคดี ๘ ว. กลุ่มงานวิชาการโบราณคดีประวัติศาสตร์

ฯพณฯ ประมาณ อดิเรกสาร และชาวบ้านสีทา จ.สระบุรี มาร่วมฟังเสวนาด้วย

การที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอฯไว้ในตำแหน่งพระมหาอุปราชหรือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และให้มีพระราชอิสริยยศเทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดินนั้น มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่สำคัญเป็นเพราะพระปรีชาสามารถในหลายๆ ด้านของพระองค์ฯ

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดตั้ง “กรมทหารเรือวังหน้า” ขึ้นและทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นพระองค์แรก พระองค์ทรงวางรากฐานกิจการทหารเรือให้เข้าสู่ระบบสากลตามแบบอย่างประเทศตะวันตก
ทรงสร้างโรงทหารเรือขึ้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ของวังหน้า โดยทรงต่อ "เรือกลไฟ" ขึ้นเป็นครั้งแรกในสยาม

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ได้ทรงยกเลิกตำแหน่ง “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” โดยทรงสถาปนาตำแหน่ง “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช” ขึ้นแทน...

" และในสมัยต่อๆมาก็ได้มีการลดพื้นที่ในส่วนของวังหน้าลง มีการรื้อป้อมและกำแพงวังหน้าออกไปเพื่อขยายเมือง
พื้นที่ของวังหน้าในส่วนที่เป็นพระตำหนักต่างๆ ถูกรื้อเพื่อสร้างเป็น ม.ธรรมศาสตร์ ในส่วนที่เป็นลานฝึกทหารปืนใหญ่ ก็กลาย
เป็นท้องสนามหลวง
เมื่อมีการขุดพื้นที่เพื่อก่อสร้างต่างๆ ก็จะพบแนวฐานของกำแพงวังหน้า และซากอาคารต่างๆหลงเหลืออยู่ใต้ดิน บ้างก็พบ
โบราณวัตถุ ปืนใหญ่ และกระสุนปืนใหญ่ หรือแม้กระทั่งเรือรบ ส่วนที่ยังคงเห็นเป็นหลักฐานของ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า ก็คือบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปัจจุบัน "

วังสีทา เป็นวังที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จประปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่ บ้านสีทา ต.สองคอน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

“ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) สยามมีเรื่องวุ่นวายกับชาติตะวันตกอยู่เสมอๆ ในปี พ.ศ. ๒๓๙๙ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นไปตรวจเมืองนครราชสีมา เพื่อตั้งเป็นเมืองราชธานีสำรองหรือ “เมืองหลวงที่ ๒” ไว้รองรับจากการบุกรุกของชาติตะวันตก อันเกิดจากการนำเอาเรือรบและกองทับเข้ามาโดยทางทะเล "

ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปตรวจแล้วทรงเห็นว่าไม่เหมาะสมเพราะกันดารน้ำ จึงได้เสด็จมาที่เมืองสระบุรีและโปรดเลือกบริเวณที่ "เขาคอก" ซึ่งมีที่ราบเป็นบริเวณกว้าง มีแนวภูเขาล้อมรอบเปรียบเสมือนป้อมปราการธรรมชาติ...
ทรงสร้างที่ประทับขึ้น ณ "บ้านสีทา" ริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อเป็นที่เสด็จแปรพระราชฐาน และทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างปรับปรุง
ตกแต่งเขาคอก ไว้เป็นป้อมปราการสำหรับป้องกันข้าศึกนักล่าอาณานิคมชาวตะวันตกในสมัยนั้น...

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้รื้อพระตำหนักและพลับพลาที่ประทับต่างๆ ขนเครื่องไม้และรื้อนำเอาอิฐบางส่วนนำมาสร้างวังต่างๆในกรุงเทพฯ...

" สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างไปตามกาลเวลา มีชาวบ้านเข้ามาจับจองทำพื้นที่เกษตรกรรมอยู่หลายชั่วอายุคน โดยไม่รู้ว่าใต้พื้นดินนั้นมีส่วนฐานของวังสีทาในอดีตหลงเหลืออยู่ "

กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๗ และขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก ฯพณฯ ท่าน พลเอก / พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร และประชาชนชาว จ.สระบุรี

หลังจบการบรรยาย อ.สุนิสา มั่นคง ได้นำผู้เข้าร่วมสัมมนาเดิน "เลาะรั้วริมวังหน้า" ไปชมแนวเขตกำแพงพระราชวังบวรสถานมงคลในอดีต ที่ค้นพบจากการขุดพื้นดินฝังเสาตอม่อ เพื่อก่อสร้างอาคารที่จอดรถและโรงอาหาร ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้พบร่องรอยของแนวกำแพงวังหน้า โรงทหารเรือ ซากเรือรบ และปืนใหญ่ ตรงตามหลักฐานแผนที่ของวังหน้าที่ได้มีการบันทึกไว้...

มีการเจรจา ต่อรอง ข้อร้อง เพื่อที่จะอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ไว้ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อน และศึกษาประวัติศาสตร์วังหลัง การต่อสู้ระหว่าง "การอนุรักษ์ และพัฒนา" เป็นไปอย่างยากเย็น "มูลค่า และคุณค่า" เป็นมุมมองที่สวนทางกันเสมอ...

ถึงแม้จะไม่ได้พื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติม ก็น่าชื่นชมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ยังให้พื้นที่เพื่อจำลองแนวกำแพงประวัติศาสตร์วังหน้า ให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (ที่ซ้อนทับอยู่ในตึกคอนกรีต) ให้คนรุ่นหลังได้เที่ยวชมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ผู้ที่ได้มีโอกาสเข้ามาใช้พื้นที่แห่งอดีตนี้...

“ชื่นชมแล้วก็ต้องสะกิจใจ ด้วยภาพแสลงตา ชั้นกำแพงขวดแบบนี้ ประวัติศาสตร์คงไม่ต้องการ ! ”

..............................

บริเวณ ร.พ.ศิริราช และ สถานีรถไฟบางกอกน้อยในปัจจุบัน คือพื้นที่ของ "วังหลัง" ในอดีต

"สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า" สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๖ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง แห่งแรกในประเทศไทย

เมื่อแรกเข้ามาอยู่กรุงเทพฯใหม่ๆ ผ่านสะพานแห่งนี้ครั้งใดผมก็สงสัยทุกครั้ง ชื่อสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตั้งขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ เชื้อพระวงศ์ผู้มีคุณูปการต่อบ้านเมือง พระองค์ใด...ฯ

ผ่านนานหลายปีก็ได้รับรู้ข้อมูลบ้างว่า สะพานแห่งนี้ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็น "พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่ ๒" ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์...ฯ
ยิ่งเพิ่มความสงสัย ประวัติศาสตร์ส่วนนี้ไม่มีบอกไว้ในบทเรียน แผ่นภาพที่คุ้นตา ครูให้ท่องจำจนขึ้นใจ ลำดับพระนามของพระมหา
กษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มี ๙ พระองค์...ฯ

เมื่อป้ารุ และ Minmint ซึ่งเป็นอาสาสมัครของพิพิธภัณฑ์ เชิญชวนให้ไปฟังการเสวนาในครั้งนี้ ผมจึงรีบตกปากรับคำทันที เพราะใคร่อยากรู้พระราชประวัติของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว อยู่นานวัน การจะได้หาอ่านจากหนังสือเป็นเรื่องละเลยจนหลงลืม การได้ไปรับฟังข้อมูลจากวิทยากรผู้รู้มาถ่ายทอดให้ฟัง ช่วยเติมเต็มความไม่รู้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ในยุคสมัยที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี...

ขอบคุณวิทยากรทุกท่าน ขอบคุณ ป้ารุ และ มินมินท์ ครับ

...............................................................................................................

อ้างอิง : อ่านต่อ
หนังสือ รายงานการขุดแต่งและขุดค้นโบราณสถานวังสีทา โดย : สุนิสา มั่นคง (กรมศิลปากร)
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมธนบุรี
http://www.wangdermpalace.com/index.html
กำแพงกลางธรรมศาสตร์ โดย : ป้ารุ
http://www.oknation.net/blog/paaru/2008/03/30/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ป้ารุ วันที่ : 05/11/2008 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ยอดเลยค่ะอนึ่ง
เดี๋ยวต้องส่งต่อให้ชาวพิพิธภัณฑ์
คงจะดีใจได้แนวร่วมเพิ่มอีกคน

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

รายงานได้ครบถ้วนกระบวนความ...ภาพเยี่ยม..เรื่องยอด..ไม่รีรอที่จะโหวตให้เลยจ้า

'หนึ่งจ๊ะ...ครูจะไปแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ กำแพงตรงนั้น...จะคอยเอา "ฟุตเหล็ก" เคาะมือพวกที่ชอบวางขวดทิ้งไว้บนกำแพงนะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

มิ้นท์ ดูเหมือนนักวิชาการเลยง่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
วิตามินบี วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


เพื่อนหนึ่ง..
ฝากแบรนเนอร์ช่วยโปรโมทท้ายเอนทรี่ให้หน่อยค่ะ
ฝากแบกด้วยนะ

วิตามินบี OK Nature

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
minmint วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso


เก็บรายละเอียดได้ดีเหลือเกิน....

ใช้ประโยชน์จากเอกสารได้เก่งมาก

มอบโหวตเป็นที่ระลึกระหว่างเราค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ออกหลวงไพร่ วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phri
อพิโธ่-ดาวเรือง แม่ดวงใจของพี่ แสนห่วงเจ้าเสียยิ่งกว่าใดๆ แม่มิรู้หรอก

รหัสชีวิต : สำนักแม่ชีไทยและเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาส
http://www.oknation.net/blog/phri/2008/11/01/entry-1/comment

เรียนเชิญร่วมสนับสนุนครับ



มิตร ป่าแดง
กลุ่มเขียนข้าว/กาญจนบุรี

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
feng_shui from mobile วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เรื่องดึมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
หน้ามน วันที่ : 01/11/2008 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namol

เห็นภาพขวดนั้นแล้ว
มันปรี๊ดๆเนอะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ToeflThailand วันที่ : 31/10/2008 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

วันนี้ขอดูรูปก่อนนะครับ :)

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
วิตามินบี วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ป่าเป็นสมบัติของเรา OK Nature คือชมรมของคุณ
อย่าทิ้งให้ชมรมเดียวดาย ทุกพลังความคิดมีความหมาย
ขอเชิญร่วม ปักธงแห่งอุดมการณ์ปกป่าร่วมกัน
ด้วยการส่งโลโก้และสโลแกนเข้าประกวด
ลุ้นรางวัลเสื้อเสื้อกันลม-กันฝน (win-brecker) จากลอนดอน

พักนี้เจ้าของบล็อกเที่ยวบ่อย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
mookie วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

อ่ะโห นายแบบเสื้อขาว...

อย่างเท่ห์....


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
roselobster วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

นายแบบเสื้อขาว..
โฟสท่ายืนเท่ส์..ไม่หยอกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ขอบคุณ
ใน ความรู้ดีๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 10.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ขอบคุณ
ใน ความรู้ดีๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ความคิดเห็นที่ 9 / สิงห์มือซ้าย
เดี๋ยวจะชวน พร ไปปั่นจักรยานชมกรุงฯ นะครับ
ดูลาดเลาไว้แล้วล่ะ
--------------
ความคิดเห็นที่ 10 / wansuk
หุ หุ ผลัดกันเก๊ก แลกเปลี่ยบกันถ่าย กับหนูมิ้นท์ จ้า

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
spyone วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
wansuk วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวังหน้า วังหลัง น่าศึกษามากค่ะ

หุ หุ ยืนพิงกระจก ทำเก๊กหล่อ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ไปไม่ชวนเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

.
แวะมาร่วม . ย้อนรอย วังหน้า เนื่องในวโรกาสครบ ๒๐๐ ปี คล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ค่ะ
.
ขอบคุณ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ดีจังค่ะ ได้เห็นของเก่าๆอย่างนี้

แต่ไม่ชอบขวดบนกำแพงเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

เข้ามาเที่ยวด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
luerat วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 07.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

น่าสนใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ting วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 06.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

ของดีที่น่าชมตลอดกาล

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
chaiyassu วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

คุณูประการมากมี
สำนึกนี้ประจักษ์แล้วทั่วไทย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไข่มุ่ย วันที่ : 30/10/2008 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaimui
ประชาชน คนหาดใหญ่ ;  กลุ่มเขียนข้าว

ร่วมสรรเสริญพระคุณพระปิ่นเกล้าครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน