*/
  • mindsoul
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tokyo_t@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-07-07
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 415428
  • จำนวนผู้โหวต : 157
  • ส่ง msg :
  • โหวต 157 คน
homesecurity

บ้านปลอดภัยหรือเปล่า

View All
<< กันยายน 2015 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2558
Posted by mindsoul , ผู้อ่าน : 769 , 12:26:20 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน fixedstarNo18 , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

 ภาพในบรรทัด 1

 

 

สาระจากแท็กซี่

เรื่องนี้มีประโยชน์มากจริง ๆ … ยาวหน่อย อ่านแล้วค่อยๆ คิดตามนะ ทัศนคติที่ดี นำมาซึ่งรายได้ที่ดี

 บทความต่อไปนี้ มาจากจีน สถานที่ไม่ใช่สาระสำคัญ … หน่วยของเงินก็ไม่ใช่สาระสำคัญ … ให้เอาหลักคิดมาดัดแปลงดูว่า จะใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันกับชีวิตการงานได้สักแค่ไหน ....

 ... ผม (CEO คนหนึ่ง) ออกจากฉีเจียหุ้ย จะไปสนามบิน จึงจบการประชุมลงอย่างรวดเร็ว ไปยืนหน้าตึกเมยหลอจะเรียกแท็กซี่ … มีแท็กซี่คันนึงเห็นผม ก็ขับมาหยุดรับผม ผมจึงได้รับบทเรียนบริหารธุรกิจฟรีๆ มา1 บท

“ไปไหนครับ”

“สนามบิน”

เมื่อขึ้นรถแล้ว คนขับก็เริ่มพูด ... 

“ตอนผมอยู่แถวนี้ ผมก็ชอบที่จะมาหาลูกค้า ที่ตึกนี้ … แถวนี้ผมจะหาลูกค้าแค่ 2 ที่ คือตึกที่คุณเรียกและอีกตึกนึง … ก่อนรับคุณ ผมก็วนหน้าตึก 2 รอบ ในที่สุดก็เห็นคุณออกมาจากตึกสำนักงาน ไม่ได้ไปใกล้ๆ แน่”

“คุณนี่ฝีมือนะ”

“ขับแท็กซี่ ก็ต้องใช้วิธีวิทยาศาสตร์นะครับ”

ผมตะลึง “วิธีวิทยาศาสตร์อะไรของคุณ ?”

“ต้องรู้จักคำนวณ ผมคำนวณอย่างละเอียด ผมขับวันละ 17 ชม. ต้นทุนต่อชั่วโมงคือ 34.5 เหรียญ”

“คุณคำนวณยังไง ?”

“อ้าวคุณคิดดู ผมจ่ายค่ารถวันละ 380 ค่าน้ำมันประมาณ 210 วันนึง 17ชั่วโมง เฉลี่ยต้นทุนชั่วโมงละ 22 เหรียญ ค่าน้ำมัน ชั่วโมงละ 12.5 รวมกันก็ 34.5 เหรียญ”

ผมตกใจ ผมนั่งรถแท็กซี่มาร่วม 10 ปี เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนขับคิดต้นทุนแบบนี้ จึงคิดจะคุยต่อ 

“ผมเคยได้ยินคนอื่นว่า ต้นทุนต่อ กม. คือ 0.30 และต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก”

“ต้นทุนคิดเป็น กม. ไม่ได้ครับ ต้องคิดเป็นชั่วโมง … มิเตอร์นี้มีข้อมูลให้ตรวจสอบ คุณจะได้รายละเอียดที่ขับของวัน … ผมเอาตัวเลขมาคำนวณ ก่อนจะรับลูกค้าได้แต่ละราย ผมจะวิ่งรถเปล่าประมาณ 7 นาที ค่ารถเริ่มต้น 10 เหรียญ ต้องขับประมาณ 10 นาที ก็คือลูกค้าแต่ละคนต้องมีต้นทุน 17 นาที ก็คือ 9.8 เหรียญ การรับลูกค้าครั้งนี้จึงขาดทุน …

ยกตัวอย่าง ถ้าไปรับลูกค้าแถว ผู่ตง หังโจว ชิงผู่ ลูกค้ามากินข้าว ได้ลูกค้า รายละ 10 เหรียญ ยังไม่พอกินข้าวเลย”

 ... สุดยอดมาก คนขับคนนี้ ไม่เหมือนคนขับรถแท็กซี่เลย กลับเหมือนผู้เชี่ยวชาญคำนวณต้นทุน

“งั้นคุณทำยังไง ?” 

ผมชักสนใจมากขึ้น หวังว่าจะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติม จากระยะทางที่เหลือกว่าจะถึงสนามบิน

 “อย่าให้ลูกค้าพาคุณวิ่งไปวิ่งมา แต่เราต้องเลือกที่จอดรอช่วงเวลาและลูกค้า เลือกที่ๆ เราอยากไป” ... 

ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย

คนขับพูดต่อ “มีคนบอกว่า ขับแท็กซี่เป็นอาชีพที่อาศัยดวง แต่ผมว่าไม่ใช่ คุณต้องยืนอยู่บนจุดยืนของลูกค้า คิดจากมุมมองของลูกค้าต่างหาก”

... คำพูดนี้ฟังดูเป็นมืออาชีพมาก เหมือนกับที่พวกอาจารย์สอนวิชาบริหารว่า 

“Put yourself into others shoes.”

 “ยกตัวอย่าง หน้าโรงพยาบาล คนหนึ่งถือถุงยา อีกคนถือกะละมัง คุณจะรับคนไหน ?”

ผมคิดๆ ... “ไม่รู้”

“คุณต้องรับคนที่ถือกะละมัง … คนทั่วไปเจ็บนิดเจ็บหน่อยไปหาหมอที่ รพ. รับยา เขาไม่ค่อยไป รพ. ที่ไกล แต่คนที่ถือกะละมัง นั่นมันหายป่วยออกจาก รพ. … คนนอน รพ. บางคนก็นอนๆ ตายไป วันนี้ห้องนี้ตาย พรุ่งนี้ห้องนั้นตาย … คนที่ออกจาก รพ. จะมีความรู้สึกเหมือนเกิดใหม่ ได้ความหมายของชีวิตใหม่ๆ สุขภาพสำคัญที่สุด เขาจะเรียกรถไปบ้านเลยโดยไม่คิดมาก 

มีหรือเขาจะเรียกไปแค่สถานีรถไฟใต้ดินเพื่อต่อรถกลับบ้าน? ไม่มีทาง ...”

 ... ผมชักจะนับถือ คนขับคนนี้มากขึ้นละ

“ยกอีกตัวอย่าง วันนั้น มีลูกค้า 3 รายรอรถ … หญิงสาวคนหนึ่งถือถุงใส่ของ เพิ่งช้อปปิ้งเสร็จ ... แล้วก็ชายหญิงคู่หนึ่ง ดูทีเดียวก็รู้ว่ามาเดินเล่น… ส่วนคนที่ 3 ใส่ชุดทำงาน ในมือถือโน้ตบุ๊ค ผมเลือกลูกค้าใช้เวลาแค่3 วินาที ผมจอดหน้าผู้ชายคนนี้โดยไม่ต้องลังเล …

ตอนเขาขึ้นรถ ผมยังไม่ได้ถามว่ามันจะไปไหน เขาถาม ผมก่อนว่า“ทำไมถึงเลือกจะรับผม ? ทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจ เหมือนไปแย่งรถอีก2 คน”

คนขับตอบว่า “ตอนกลางวัน อีก 10 นาทีก็บ่ายโมง ผู้หญิงคนนั้นแว๊บมาซื้อของ เดาว่าที่ทำงานอยู่ไม่ไกล ... ส่วนชายหญิงคู่นั้น เป็นนักท่องเที่ยว ก็ไปไม่ไกล ... แต่ดูคุณเป็นคนทำงาน เรียกรถตอนนี้ คาดว่าคงไม่ไปใกล้ๆ” ...

ลูกค้าผู้ชายตอบว่า “คุณพูดถูก ไปเป่าซาน”

 “พวกที่เรียกรถหน้าห้าง หน้าสถานีรถไฟ ใต้ดิน คนใส่ชุดนอน เขาจะไปไกลเหรอ ? ไปสนามบินเหรอ ?”

คนขับยิ่งพูดยิ่งได้อารมณ์ ผมก็รู้สึกว่าเหตุผลมันดีมาก

... “คนขับหลายคนบ่นว่า ลูกค้าหายาก ค่าน้ำมันแพง ล้วนหาปัญหาจากตัวคนอื่น ถ้าเอาแต่ค้นหาปัญหาจากตัวคนอื่น ตัวเองก็จะไม่มีทางพัฒนาไปข้างหน้า … คุณลองหาปัญหาที่ตัวคุณเองว่ามีปัญหาตรงไหน”

... คำพูดนี้เหมือนเคยได้ยินมาจากไหน เหมือนกับว่า “ถ้าคุณเปลี่ยนโลกไม่ได้ ก็เปลี่ยนตัวคุณเอง”

 “มีครั้งหนึ่ง ที่ถนนหนานตัน มีคนเรียกรถไปเถียงหลิน อีกครั้งหนึ่ง ถนนเส้นเดียวกันก็ไปที่เดียวกัน ผมก็ถาม ทำไมพวกคุณจากถนนเส้นนี้เรียกรถ มักจะไปที่เดียวกัน ? … คนเขาตอบว่า ที่ถนนเส้นนี้ มีสุดป้ายของรถเมล์หลายสาย เราจะนั่งรถเมล์มาที่นี่ แล้วก็เรียกแท็กซี่ไปต่อ ผมถึงได้กระจ่าง … 

เช่นถนนเส้นที่เราวิ่งผ่านมา ไม่มีอาคาร สำนักงาน ไม่มีโรงแรม อะไรก็ไม่มี มีแต่ป้ายรถเมล์ พวกที่เรียกรถแถวนี้ล้วนเป็นพวกเพิ่งลงจากรถเมล์ แล้วก็เลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุดต่อรถแท็กซี่ คุณจะได้ค่ารถจากลูกค้าแถวนี้ไม่เกิน 15 เหรียญ … ผมถึงบอกว่า ความคิดตัดสินทุกอย่าง”

... ผมเคยได้ยินผู้บริหารระดับสูงเป็นสิบคนพูดประโยคนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินจากปากคนขับแท็กซี่ …

 

“ต้องใช้วิธีวิทยาศาสตร์ ใช้วิชาสถิติมาทำงาน … วันๆ รอรับลูกค้าหน้า สถานีรถไฟใต้ดิน จะได้เงินเยอะได้ไง? เดือนๆ เหลือเงิน 500 เหรียญ จะเลี้ยงครอบครัวได้ยังไง? ต้องใช้ความรู้เสริมความแกร่งให้ตัวเอง ... ความรู้ทำให้คนฉลาดได้ … คนฉลาดหาความรู้ทำให้ฉลาดมาก … คนที่ฉลาดมาก หาความรู้เพิ่ม ทำให้เป็นอัจฉริยะได้ …

... อีกครั้งหนึ่ง มีคนเรียกรถไปสถานีรถไฟ ผมถามว่าจะไปทางไหน เขาก็บอกเส้นทางหนึ่ง ผมบอกว่าช้า ผมแนะนำอีกเส้นทาง เขาก็บอกว่าอ้อม ... ผมบอกเขาว่าไม่เป็นไร ผมชำนาญแถวนี้ เส้นทางที่เขาบอกค่ารถ 50 เหรียญ ไปตามทางที่ผมบอก ผมก็คิดแค่ 50 เหรียญก็พอ …ส่วนเกินจากมิเตอร์ผมไม่คิด สุดท้ายวิ่งเกินจากเดิมไป 4 กม. แต่เร็วขึ้น25 นาที ผมก็เก็บลูกค้าแค่ 50 เหรียญ เขาดีใจมาก ประหยัดเงินไป 10เหรียญ 4 กม. นี่สำหรับผม ตีเป็นค่าน้ำมันคือ 1 เหรียญ … เท่ากับว่าผมใช้เงิน 1 เหรียญ ซื้อเวลาได้ 25 นาที … เมื่อกี้ผมบอกว่าต้นทุนผม34.5 เหรียญ ต่อชั่วโมง มันคุ้มมากนะครับ”

... ฟังคนขับพูดจบ ผมนับถือเขายิ่งขึ้น

 

เขาก็พูดต่ออีก “ในบริษัทผม (บริษัทรถแท็กซี่) ทั่วๆ ไปจะมีรายได้ 3-4,000 เหรียญ ดีหน่อย 5,000 เยอะที่สุดคือ 7,000 …

ในบริษัทผม มีคนขับทั้งหมด 20,000 คน … มีแค่ 2-3 คนที่หาได้เดือนละ 8,000เหรียญขึ้นไป ผมก็คือ 1 ในนั้น และรายได้มั่นคงมาก เปลี่ยนแปลงไม่มาก”

... สุดยอดมาก ฟังมาถึงนี่ ผมนับถือคนขับคนนี้มากๆๆๆ ถึงที่สุด

 

... “ผมมักจะบอกว่าผมเป็นคนขับแท็กซี่ที่มีความสุข … เพื่อนก็บอกว่า เพราะผมหาเงินได้เยอะ ผมจึงมีความสุข … ผมตอบพวกเขาว่า พวกคุณพูดผิด … เพราะผมมีความสุข ผมจึงคิดบวกตลอด ผมจึงหาเงินได้เยอะ คุณต้องรู้จักหาความสุขจากงานที่ทำ … ตอนรถติด คนขับส่วนใหญ่บ่นกัน รถติดอีกละ ซวยฉิบหาย … อย่าคิดแบบนี้ ให้มองดูความสวยของเมืองนี้ ข้างนอกมีผู้หญิงสวยๆ เยอะแยะ ตึกทันสมัย แม้จะไม่มีปัญญาซื้อ แต่ใช้หาความสุขจากการมองก็ได้นี่นา ขับรถไปสนามบิน ดูต้นไม้เขียวขจี 2 ข้างทาง มันสวยมากนะ … แล้วดูที่มิเตอร์ขึ้นไป 100 กว่าเหรียญแล้ว มันยิ่งสวยขึ้นไปอีก … งานทุกอย่างมีความสวยงามของมัน เราต้องรู้จักชื่นชมความสวยงามจากการงานที่เราทำ”

 

... ผมมาย้อนคิด ใครสามารถวิเคราะห์อาชีพตัวเองได้ดีเหมือนคนขับคนนี้ ถ้าคุณตั้งใจอ่านบทความนี้จนจบ คุณจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า ที่มีคนมาเปิดโลกให้เรา ... เรามักจะคิดว่า มีแต่เงินเดือนที่ดีเท่านั้นที่จะผลักดันให้เราทำงานไปข้างหน้า แต่ความจริง แรงผลักดันนำมาซึ่งทัศนคติที่ดี ทัศนคติที่ดี นำมาซึ่งรายได้ที่ดี …

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทะรี วันที่ : 02/09/2015 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lopburiguide

..คนทำวิทยานิพนธ์ปลอมตัวมาขับแท๊กซี่ครับ..อิ..อิ..


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/09/2015 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สุดยอดอ่ะ วิธีคิดของคนขับแท๊กซี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน