• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 141943
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 5322 , 17:01:19 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำว่า “เวลาไม่พอ” เป็นปัญหาหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยที่สุด เพราะในภาคการศึกษาเดียวกันมีทั้งภารกิจของครูและภารกิจของนักเรียนแทรกแซงในการเรียนการสอนตลอดเวลา

จากทำงานร่วมกับคุณครูนับพันท่าน ผมจะได้ยินเสียงสะท้อนเสมอว่าครูได้รับ “งานเสริม” มากเลยมีเวลาเหลือให้กับ “งานสอน” น้อย ผลก็คือขาดเวลาในการคิดค้น วางแผน และ ปรับปรุงคุณภาพในการสอนตามที่คาดหวัง เพราะว่าจะได้ทำงานก็ต้องไปประชุม อบรม ทำเอกสาร บริการสังคม สรุปคือเหมาหมดจนมีคำคล้องจองที่นิยม Post กันให้เห็นบ่อย ๆ ว่า “ประชุมดี อบรมเด่น เน้นประเมิน”

ในมุมของนักเรียนก็ไม่แพ้กัน ถ้าเอาภาคการศึกษาไทยมาแกะดู ตามปฏิทินแล้ว จะพบว่านักเรียนไทยเรียนหนังสือกันปีละ 8 เดือน หรือ ประมาณ 160 วัน (กะจากสัปดาห์ละ 5 วัน) ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขากำหนดไว้ที่ 180 วันต่อปี ดูต่างกันไม่มากในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้วคนละเรื่อง นักเรียนไทยเรานอกจากเรียนน้อยกว่าแล้ว ใน 160 วันนั้นต้องแบ่งให้กับ วันหยุด วันหยุดชดเชย กิจกรรมพิเศษ งานแสดง งานประกวด ลูกเสือ กีฬาสี ฯลฯ ในขณะที่ 180 วันของนักเรียนสหรัฐอเมริกานับวันเรียนอย่างเดียว ไม่มีวันหยุด หรือ กิจกรรมอื่นใดมาแย่งเวลาดังกล่าวไปได้โดยเด็ดขาด

พอเอาสองประเด็นนี้มาผนวกกันก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือ ผลจากการไปสังเกตชั้นเรียน นักเรียนไทยส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับ Basic Literacy (การอ่านออกเขียนได้ + การคำนวณพื้นฐาน)

ดังนั้นน่าเป็นห่วงมากครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าจะปรับลดเวลาในการเรียนของหลักสูตรลงเพราะอยากเอาอย่างต่างประเทศโดยไม่มีแนวทางปรับการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม

ทางออกคือทำอย่างไรให้การเรียนการสอนมี “ประสิทธิภาพ” มากที่สุด คือ เวลาเท่ากันแต่นักเรียนโดยส่วนใหญ่ต้องเกิดการเรียนรู้ที่ดีกว่า สิ่งที่โครงการด้านการศึกษาเราแนะนำให้คุณครูได้ลองไปทดลองใช้คือการจัดทำ Script (สคริป)

Script คืออะไร Script จะเป็นบทที่กำหนดสิ่งที่ครูต้องทำและพฤติกรรมของนักเรียนที่คาดหวังในเวลาที่กำหนด เอาเป็นว่าใน 1 – 2 ชั่วโมงที่จัดการเรียนการสอนจะเกิดอะไรขึ้นในชั้นเรียนบ้าง ครูจะทำอะไรในช่วงการนำเข้าสู่บทเรียน ใช้คำถามอะไร ใช้สื่ออะไร และ คาดหวังว่านักเรียนจะตอบสนองอย่างไร เป็นในรูปของตารางความยาว 1 – 2 หน้าเท่านั้น (ต่างกับแผนการสอนที่มีความยาวมาก) หลัก ๆ เลยจะแบ่งการสอนออกเป็น 5 ช่วงแบบนี้

จากตัวอย่างการสอน 1 ชั่วโมง จะแบ่งการสอนออกเป็น 5 ช่วง ประกอบด้วย 1) ช่วง Warm-up มีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมให้กับนักเรียน ทำอะไรก็ได้ เช่น ปรบมือ ตั้งคำถาม ทักทาย ดูภาพ เล่นเกม ฯลฯ 2) Introduction เพื่อทบทวน/ตรวจสอบความรู้เดิมเพื่อเชื่อมเข้าสู่ความรู้ใหม่ เช่น เสวนา สุ่มตั้งคำถาม ฯลฯ 3) Body เพื่อใช้เรียนรู้ในเนื้อหาหลักตามจุดประสงค์ 4) Closing เพื่อให้ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปจุดเรียนรู้ และสุดท้าย 5) Exit เพื่อตรวจสอบการเรียนรู้นักเรียนที่ได้รับไป โดยทั้งหมดนี้ครูสามารถคุมเวลาในชั้นเรียนให้เหลือเวลาสำหรับการตรวจสอบสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ไปเสมอ

อีกประการที่อยากให้สังเกตคือการแบ่งบทบาทระหว่างครูและนักเรียน ตรงนี้เป็นช่องที่ได้ประโยชน์มาก เพราะแทนที่ครูจะต้องเหนื่อยสอนอยู่หน้าห้องอยู่คนเดียวก็สามารถกระจายบทบาทให้นักเรียนได้ปฎิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ซึ่งตรงนี้แหละครับคือ Concept ที่แท้จริงของ Teach Less Learn More ที่เคยกล่าวมาแล้ว

เมื่อไหร่จะมี Script ใช้ คุณครูสามารถทดลองทำ Script ด้วยตัวเองง่าย ๆ ได้ โดย Note รายละเอียดเป็นหัวข้อเอาไว้ เช่น ร้องเพลงอะไร ใช้ PowerPoint อะไร ถามคำถามอะไร ประมาณนั้นก่อนพอครับ เอาแค่ว่า Note ในสิ่งสำคัญที่สุดให้ทราบว่าครูและนักเรียนต้องทำอะไร และ ใช้เวลาแค่ไหน เท่านั้นจริง ๆ

กล่าวโดยสรุปแล้ว Script ถือเป็นแผนแบบย่อส่วนเชิงปฏิบัติก็ได้ เพราะครูสามารถเหลือบดูเพื่อคุมกาสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแผนการสอน สำหรับครูที่ผมเลยให้ทดลองใช้แล้วส่วนใหญ่ก็ให้ผลสะท้อนในเชิงบวก นั่นคือ การสอนมีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น ทราบว่าต้องทำอะไรตอนไหน และ คุมเวลาได้

สุดท้ายในมุมของผู้เกี่ยวข้องทางด้านโครงสร้างหลักสูตรแล้ว ฝากพูดแทนคุณครูหน่อยว่าครับว่าช่วยรักษาเวลาในการเรียนรู้ของนักเรียนให้เพียงพอโดยการกำหนดเวลาสุทธิในการเรียนรู้ของหลักสูตร และ ลดภาระงานเสริมของคุณครูลง ตัวอย่างที่ชัดคือการเปลี่ยนแผนการสอนที่ยาวมากมาเป็น Script ที่ใช้เวลาในการเตรียมน้อยกว่า และมีความยืดหยุ่นต่อการพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปในอนาคตได้

สำหรับฉบับนี้สมควรแก่เวลาแล้ว Ministry of Learning จะกลับมาในสัปดาห์หน้า แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]