• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 28 กันยายน 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 2463 , 22:21:12 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน TharmhaJatoตามหาใจ โหวตเรื่องนี้

STEM Education หรือ เขียนเป็นภาษาไทยน่ารัก ๆ ว่า “สะเต็ม ศึกษา” กระแสใหม่ของวงการศึกษาบ้านเรากำลังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รวมถึงภาคเอกชนหลาย ๆ บริษัทที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ต่างก็ส่งเสริมและผลักดันกันอย่างเต็มที่

ชัดที่สุดคงหนีไม้พ้นโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ที่ผนวกกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้าไปไว้ด้วยกันในชื่อใหม่ว่า “กลุ่มความรู้ STEM” ดังนั้นแล้ว STEM มาแน่

ก่อนที่ไปต่อ ทราบกันรึยังว่า STEM คืออะไร? STEM เป็นชื่อที่ตั้งมาจากการย่อชื่อวิชาสำคัญทั้ง 4 วิชาเข้าด้วยกัน ประกอบไปด้วย Science (วิทยาศาสตร์) Technology (เทคโนโลยี) Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และ Mathematic (คณิตศาสตร์) พอเอาคำแรกของแต่ละวิชามาเขียนรวมกันก็เกิดคำที่สะดวกต่อการสื่อสารว่า STEM หรือจะเป็น วิชา STEM ก็สุดแล้วแต่

คราวนี้ STEM มาจากไหน และ ใครอยากให้มี? ต้นกำเนิด STEM จริง ๆ ไม่ใช่ในประเทศไทย เพราะ STEM เป็นอีกหนึ่งในนโยบายการศึกษาของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วยการศึกษา โดยให้นักเรียนได้เริ่มเรียนรู้ Concept ในด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ตั้งแต่ระดับอนุบาลเรื่อยไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อปูพื้นฐานแลกเพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับมหาวิทยาลัย

เหตุที่คิดแบบนั้นเพราะมีการวิจัยรอบรับว่า อาชีพในกลุ่มนวัตกรรมที่ใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งมีแค่ 4% ของประชากรทั้งหมดที่ทำงานในสหรัฐอเมริกา เป็นกลุ่มอาชีพที่สร้างอาชีพให้กับประชากรที่ทำงานส่วนใหญ่อีก 96% ที่เหลือ ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมอากาศยาน ไอที ยา หรือ ยานยนต์ เป็นต้น

ตัวอย่างใกล้ตัวให้คิดง่าย ๆ แค่ว่า เวลามี Smartphone เจ๋ง ๆ ออกวางตลาดสักเครื่องหนึ่งจะทำให้การงานเกิดอาชีพอะไรอีกบ้าง แน่นอนนับตั้งแต่พนักงานในโรงงานประกอบ Smartphone โรงงานผลิตชิ้นส่วน บริษัทขนส่ง นักพัฒนา Software/game ไปจนถึงการผลิต Case แปลก ๆ สวย ๆ ตั้งแต่ถูกยันแพงมาให้เราเลือกสารพัดแบบ นี่ล่ะครับพลังของ STEM กับการขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดังนั้นไม่แปลกใจที่วงการศึกษาไทยจะสนใจและพยายามผลักดันให้เรื่อง STEM เข้ามาสู่ระบบการศึกษา ส่วนตัวผมเห็นด้วย เพราะถ้าเราไม่ปลูกฝังความสามารถนี้ คนไทยเราจะไม่สามารถก้าวออกจากหลุมของสังคมนักบริโภคนิยม (Consumerist Society) ขึ้นมาสู่สังคมแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) กันได้เลย เพราะหลายครั้งที่ผมเห็นความคิดสร้างสรรค์ดี ๆ ต้องถูกทิ้งร้างไว้แบบนั้น เนื่องจากคนที่คิดไม่สามารถหาเทคโนโลยีมารองรับให้เอาไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ตรงนี้ชัดเจนว่าเราต้องการ STEM

ประเด็นที่น่าสนใจต่อไปคือ แล้ว STEM จะเข้ามาในระบบการศึกษาไทยอย่างไร? จากที่ผมได้เรียนรู้มาจากหลายเวที พบว่าบ้านเราตีความการนำเอา STEM ในแง่ของ “Integration” นั่นคือกะจะ “บูรณาการ” วิชาทั้ง 4 นี้เข้าด้วยกัน หากเปรียบเป็นภาพก็คงจะมีลักษณะประมาณนี้

                       

แนวทาง STEM แบบไทยดังกล่าวจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของกิจกรรมที่บูรณาการวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ด้วยกัน เช่น ให้เด็กสร้างเรือเพื่อแข่งกันลอยน้ำหรือทำโครงงานวิทยาศาสตร์ แต่ในนั้นคุณครูจะรู้เองว่ากิจกรรมดังกล่าวสอดใส้ Concept อะไรไว้บ้าง ตั้งแต่วัตถุ/วัสดุ การใช้เครื่องมือ การวางแผน การทำงาน การเก็บข้อมูล การสังเกต จนได้ความรู้เรื่องความหนาแน่นสัมพัทธ์บางส่วนเข้าไปในที่สุด ซึ่งทุกอย่างก็จะผสมกลมกลืนไปจนเป็น “นักผักผลไม้รวม” ในที่สุด ได้คุณค่า ย่อยง่าย แต่แยกไม่ออกจากกันไม่ได้แล้ว สรุปว่าวิธีนี้ครูรู้ว่าสอนครบ แต่นักเรียนไม่ใช่ทุกคนจะรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก

ส่วนแนวทาง STEM ในแบบสากลที่ผมก็ศึกษามาเทียบกันบ้าง ในต่างประเทศเขา “ให้ความสำคัญ” กับ STEM โดยเสริม Engineering เข้าไปมาตรฐานหลักสูตรวิทยาศาสตร์ ย้ำว่า “เสริม” ไม่ใช่ “รวบ” โดยวิชาคณิตศาสตร์ก็ยังคงนับเป็น 1 วิชาเหมือนเดิม ดังนั้นแนวทางของ STEM แบบนี้ยังจะเน้นการเรียน Concept ในเชิงลึกในวิชาต่าง ๆ โดยให้นักเรียนและครูทราบ “การเชื่อมโยง” หรือ “Coherence” ของแต่ละ Concept ที่ได้เรียนรู้ไปตลอดทางว่าเมื่อสำเร็จเรื่องพิชคณิตหรือความน่าจะเป็น จะเอาไปใช้ทำอะไรต่อในด้านวิศวกรรมศาสตร์ หากเปรียบเป็นภาพก็คงจะมีลักษณะประมาณนี้

 

ถ้ายกตัวอย่างเรื่องเดียวกัน แนวทางของ STEM แบบสากลนี้ นักเรียนจะต้องมี Concept ในในเรื่องการคำนวณจากคณิตศาสตร์ รู้เรื่องเรื่องมวล ปริมาตร การจมการลอย จนถึงความหนาแน่นสัมพัทธ์จากวิทยาศาสตร์ และเชื่อมโยงกับวิธีการผลิตชิ้นงานด้วยเครื่องมือจากวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนได้ชิ้นงานที่ทราบที่มาที่ไปขององค์ความรู้ที่ได้รับมา เปรียบเป็นอาหารคงเหมือนกับ “สลัดผัก” ซึ่งยังคงได้คุณค่าและทราบว่าตัวเองกำลังทานผักอะไร มาจากไหน มีคุณค่าทางโภชนาการอะไรบ้าง ซึ่งสำคัญมากต่อการนำไปต่อยอดในเชิงลึก เพราะเห็นความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนในทุก ๆ อย่างที่เรียนจากครู

สรุปแล้วจะเห็นได้ว่า แม้ที่มาของ STEM ไทยกับประเทศอื่น ๆ จะมาจากความต้องการที่คล้ายคลึงกัน แต่การตีความเพื่อนำมาใช้กันเด็กไทยนับสิบล้านคนกำลังไปในแนวทางที่แตกต่าง ผมไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้ STEM รูปแบบถูกต้องหรือดีกว่า แต่ก็มีข้อพิสูจน์ว่าการสอนแบบบูรณาการอย่างใน วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป (General Science) นั้น นักเรียนได้ประโยชน์น้อยต่อการนำไปใช้หรือศึกษาต่อ

ดังนั้นหากเป้าหมายของ STEM คือการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในการคิดค้นและสร้างนวัตกรรมในอนาคตได้ นักเรียนคนนั้นจะต้องมีภูมิใน “เชิงลึก” มากกว่า “เชิงกว้าง” ซึ่งตรงนี้แหละที่คือจุดตัดสินใจในการจะเริ่ม STEM อย่างไรให้เหมาะสมกับเด็กไทย

สุดท้ายนี้ก็ขอฝากไว้ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาในเวลาที่ยังสามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้ อย่าให้ STEM เดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์แห่งความพยายามที่เลิกทำกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Portfolio, Backward Design, Child Center ที่ Concept ไม่ผิด แต่ตีความเพื่อนำมาใช้กับการศึกษาไทยไปอีกอย่าง

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]