• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139389
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 4211 , 00:39:58 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ยามครับ โหวตเรื่องนี้

ตั้งแต่เริ่มเขียน Ministry of Learning มา ผมมักจะย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “หลักสูตร” “การสอน” และ “การสอบ” มากตลอดเพราะถือเป็นองค์ประกอบหลักของระบบการศึกษา

ฉบับที่แล้วผมได้เกริ่นถึงเรื่องของ Learning Progression เพื่อเสนอทางออกให้กับการสอบไป หลายคนอาจจะสงสัยว่าตกลงแล้ว Learning Progression คืออะไร เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่วงการศึกษาบ้านเรายังไม่รู้จัก และ เราจะใช้ประโยชน์ของสิ่งนี้กับระบบการศึกษาไทยอย่างไรได้บ้าง

เป็นที่ทราบกันดีว่าระบบการศึกษาของบ้านเรามี “มาตรฐาน” และ “หลักสูตร” ที่ใช้กำกับว่าความรู้ความสามารถของเด็กไทย “ส่วนใหญ่” จะต้องมีอะไรบ้างหลังสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานไปแล้ว

โดย “มาตรฐาน” จะบอกสิ่งที่เป็น WHAT ว่านักเรียนควรจะรู้อะไร กว้างและลึกแค่ไหนในแต่ละเรื่อง โดยจัดลำดับก่อนหลังตามทฤษฎีและความลึกซึ้งของความรู้และทักษะรอเอาไว้ในแต่ละชั้นปี หน้าตาของมาตรฐานส่วนใหญ่จะออกมาในรูปของตารางยาว ๆ ให้เราได้เปิดเพื่ออ้างอิงกัน (บางประเทศทำเป็นแผนผัง และ ใส่รหัส เพื่อบอกความเชื่อมโยงระหว่าง Concept ในแต่ละชั้นปีด้วย)

ส่วน “หลักสูตร” จะบอกสิ่งที่เป็น HOW ว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้นั้นจะมีวิธีจัดการเรียนการสอนอย่างไร ใช้ระบบในการการวัด/ประเมินผลระหว่างทาง และ ปลายทางอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม การได้มี “มาตรฐานและหลักสูตร” ที่ดีก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในสามเท่านั้น “การสอน” ก็เป็นสิ่งที่เราต้องให้ยิ่งความสำคัญเข้าไปใหญ่ โดยปัจจัยสำคัญของการสอนที่ดีคือ “ครู” เพราะครูต้องทั้งสอน ติดตาม และ วิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อนำผลมาปรับปรุงการสอนของตนเองอย่างต่อเนื่อง

จากการศึกษาวิจัยในหลาย ๆ ประเทศ พบว่า ครูไม่ค่อยจะมีโอกาสวิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียนเป็นรายคน เพราะครูส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งที่นักเรียนบางคนติดขัดอยู่จะถึง “บางอ้อ” ได้เองเมื่อเรียนเนื้อหาทั้งหมดครบแล้ว ในบางกรณีที่ครูพบว่ามีนักเรียนยังไม่สามารถเข้าใจ Concept ของเรื่องที่เรียนได้ ก็จะมีครูส่วนน้อยที่มีการสืบถาม และ สอนเสริม บางกลุ่มอาจใช้วิธีแนะนำแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น ห้องสมุด หรือมอบหมายให้นักเรียนที่เก่งกว่ามาช่วยติวให้ น่าเศร้าที่ครูบางส่วนมองว่านักเรียนที่เรียนไม่รู้เรื่องเป็นเด็กไม่เก่งหรือไม่ขยันเรียนก็มีให้พบเช่นกัน

ประเด็นสำคัญไม่ใช่ครูไม่ใส่ใจ แต่เพราะครูขาด “เครื่องมือ” ที่จะมาช่วย หลายครั้งมาตรฐานเองเขียนคลุมเครือ ไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าเนื้อหาแต่ละ Concept มี Concept ย่อย ๆ อะไร จัดเรียงอย่างไรเพื่อให้ครูใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียนได้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ Learning Progression จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้

Learning Progression คืออะไร? Learning Progression คือ เครื่องมือที่จะช่วยให้ครูสามารถวิเคราะห์สถานะการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนที่ โดยการระบุความรู้หรือทักษะที่นักเรียนต้องบรรลุอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสะท้อนให้ครูทราบว่าสิ่งที่ต้องนำไปปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน

Wilson and Bertenthal (2005) ให้ความหมายว่า Learning Progression คือ คำอธิบายเส้นทางในการพัฒนาแนวคิดอย่างมีลำดับขั้นของความสลับซับซ้อน ซึ่งสามารถระบุด้วยการเขียนและยกตัวอย่างของเส้นทางที่มุ่งไปสู่ความเข้าใจระดับผู้เชี่ยวชาญในที่สุด (p.3) ในขณะที่ Popham, (2007) อธิบายว่า Learning Progression คือการจัดเรียงเนื้อหาที่นักเรียนจะต้องเรียนรู้อย่างระมัดระวัง รวมทั้งเส้นทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ซึ่งจะครอบคลุมทั้งเนื้อหาและทักษะที่จำเป็น (p. 83)

โดยสรุปแล้ว Learning Progression คือเส้นทางที่บอกลำดับขั้นในการเรียนรู้ที่นักเรียนแต่ละคนจะต้องเดินผ่านไปยัง Concept สำคัญตามที่มาตรฐานกำหนดไว้ นักเรียนแต่ละคนอาจจะมีเส้นทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ครูจะต้องทราบว่าการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนกำลังอยู่ในส่วนไหน และ จะต้องทำอะไรเพื่อให้เดินไปข้างหน้าได้

ยกตัวอย่างของ Learning Progression เรื่องความหนาแน่นตลอดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามแผนภาพต่อไปนี้

 

จากแผนภาพหากพิจาณาเฉพาะ Concept ที่ 3 ความหนาแน่น มวล และ ปริมาตร (Density and Mass & Volume) จะพบว่านักเรียนแต่ละคนจะต้องพัฒนาความเข้าใจของตนเองไปสู่เรื่องความหนาแน่น บางคนเริ่มจากการค้นหาสาเหตุที่วัตถุจมหรือลอยโดยสังเกตรูปร่างของวัตถุ (แบน ว่างเปล่า เติมอากาศไว้ด้านใน ฯลฯ) บางคนอาจจะเริ่มที่ขนาดของวัตถุ (ชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก) บางคนอาจจะเริ่มที่มวลของวัตถุ (มวลมาก มวลน้อย)

ดังนั้นเมื่อครูทราบเส้นทางการเรียนรู้ของ Concept ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้าแล้ว ครูจะทราบทันทีว่านักเรียนแต่ละคนกำลังอยู่ตรงไหน คนไหนยังงงเรื่อง “มวล” หรือ คนไหนยังไม่รู้เรื่อง “ปริมาตร” ทำให้ครูทราบเองว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อตะล่อมให้การเรียนรู้ของนักเรียนไต่ไปถึง Concept เรื่องความหนาแน่นให้ได้

อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามว่า แล้วเราจะเอา Learning Progression มาจากไหน? คำตอบคือครูสามารถเริ่มทดลองเองได้ที่โรงเรียนของตัวเองเลย ไม่ต้องทำทุกเรื่อง แต่เน้นเรื่องที่นักเรียนเข้าใจยาก ๆ ก่อน (เช่น เรื่องเศษส่วน หรือ เรื่องความหนาแน่น) โดยการสร้างแผนภาพเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของ Concept ย่อย ๆ ว่าอะไรก่อน อะไรหลัง (ตามแผนภาพใหญ่ที่ยกมานี้ก็ได้) แล้วค่อยมาแบ่งใส่ชั่วโมงสอน ทดลองสอน และ ปรับเปลี่ยนจนเห็นแนวปฏิบัติที่ได้เหมาะกับนักเรียนของครูเอง ทำแบบนี้บ่อย ๆ การสอนสนุก เพราะครูจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจนอยากลองหลาย ๆ เรื่องเอง

สรุปได้ว่า Learning Progression เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการเรียนการสอนซึ่งต้องอาศัยการวิจัยในชั้นเรียนของครู ไม่ใช่นักวิชาการที่ไม่เคยสอนหนังสือ เพราะในต่างประเทศ Learning Progression ที่ได้ผลเกิดจากฝีมือของครูมาช่วยกันทำทั้งนั้น เขาแบ่งงานกันไปทดลองที่โรงเรียน แล้วก็จัดสัมมนาเพื่อเอาข้อค้นพบมาแลกเปลี่ยน ก็จะได้องค์ความรู้ตามบริบทฐานมาต่อยอด

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้สมควรแก่เวลาแล้ว และพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

บทความนี้ได้อ้างอิงมาจากการบรรยายพิเศษของ Prof. Thomas Corcoran ในการประชุมวิชาการระดับชาติ “การยกระดับคุณภาพการศึกษาวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2556” ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 1 กันยายน 2556

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 13/10/2013 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับ มาอ่านแล้วได้ประโยชน์จริง การจะสอน ให้บรรลุผล คือ เด็ก เข้าใจนี่ยากจริงครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]