• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139784
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 3604 , 23:48:23 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมชอบคำพูดของ Yogi Berra ที่กล่าวว่า In theory there is no difference between theory and practice. In practice there is – ในทางทฤษฏีแล้ว ทฤษฎีและการปฏิบัตินั้นเหมือนกัน แต่ในทางปฏิบัตินั้นมันไม่ใช่ คำพูดนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาการจัดการศึกษาของประเทศไทย

เคยคิดหรือไม่ ว่าเด็กเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร? ถ้าตอบตามทฤษฎีคงจะตอบว่าเรียนหนังสือไปเพื่อให้มีความรู้ มีอาชีพ พัฒนาประเทศ หรือแม้แต่ เป็นพลเมืองที่ดีของโลก แต่ในทางปฏิบัติคงจะตอบว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยดี ๆ จะได้มีเงินเดือนสูง ๆ และ เคยคิดหรือไม่ ว่าเด็กได้อะไรจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน? ถ้าตอบตามทฤษฎีคงจะตอบว่าสามารถทำงานได้ หรือ ดำรงชีพอยู่ในสังคมได้ แต่ในทางปฏิบัติ (โดยส่วนใหญ่) คำตอบน่าจะคือได้วุฒิ ม. 6 เพื่อไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย (ไงล่ะ)

เห็นถึงตรงนี้แล้วพอจะเห็นได้ว่า ผลผลิตของระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทยมีช่องว่างระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติมากกว่าที่เราคิดเยอะเลย เพราะในทางทฤษฎีการจบการศึกษาขั้นพื้นฐานน่าจะเพียงพอที่ทำให้เด็กมีพื้นฐานในการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติแล้วยังห่างไกลนัก เพราะขนาดนิสิต/นักศึกษาปริญญาตรีที่จบมาใหม่ ยังต้องการการสอนงานอีกมากกว่าจะทำงานได้เต็มศักยภาพ

ดังนั้นช่องว่างตรงนี้คือสิ่งที่นักการศึกษาไทยต้องมาช่วยกันคิด เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ความศักดิ์สิทธิ์ของระบบการศึกษาไทยจะเสื่อมลงเรื่อย ๆ จนถึงยุคที่ซื้อปริญญาบัตรมาสมัครงานง่ายกว่า เข้าตำรา “เรียนง่าย จ่ายครบ จบแน่นอน” จึงพบว่าปัจจุบันบริษัทเอกชนหลายแห่งหันมาเปิดสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคนป้อนระบบแรงงานของตนเองกันแล้ว เพราะผลผลิตจากระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์

ผมเคยจัด Focus Group เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนต่อมาตรฐานการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จากครู อาจารย์มหาวิทยาลัย และ ภาคเอกชน หลายรอบ หลายจังหวัด ได้เสียงสะท้อนที่น่าสนใจว่า การศึกษาขั้นพื้นฐานจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องสอนยากหรือเยอะ สอนในสิ่งจำเป็นและทำให้เด็กรู้จริงให้ได้ ทำได้ให้จริง มีสามัญสำนึกที่เหมาะสม แค่นั้นก็พอแล้ว ที่เหลือเดี๋ยวอาจารย์มหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการจะรับช่วงต่อเอง

จึงเป็นที่มาของประเด็นในวันนี้ว่า ไหน ๆ เราก็กำลังทำจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ ผมอยากถือโอกาสเสนอทางเลือกให้กับคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ ได้พิจารณาเพื่อดูว่าจะเป็นประโยชน์มากน้อยประการใด

ผมได้ศึกษาเอกสารกรอบสำหรับการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน หรือ A Framework for K-12 Science Standard โดยสภาการวิจัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา National Research Council (2012) ซึ่งสหรัฐอเมริกาใช้เอกสารตัวนี้เป็นแนวทางให้รัฐต่าง ๆ นำไปประกอบการพิจารณาร่าง “มาตรฐาน” และ “หลักสูตร” ของตนเองในลำดับถัดไป

โดยเอกสารดังกล่าวมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การเขียนกรอบนี้จะแยกแยะความเหมือนและความแตกต่างของวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์อย่างชัดเจน (อันนี้จะมาว่ากันในโอกาสต่อไป) และ 2) มีการกำหนดองค์ความรู้ที่เรียกว่า Cross Cutting Concept ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ผมไม่เห็นในการศึกษาบ้านเราเลย

Cross Cutting Concept คืออะไร? Cross Cutting Concept คือ Concept ที่จำเป็นต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ และ วิศวกรรมศาสตร์ (ตาม NRC) แต่หากพิจารณาลึก ๆ แล้วจะพบว่าเป็น Concept ที่สำคัญกับการเรียนรู้แทบจะทุกสาขา ซึ่งมี 7 ข้อดังต่อไปนี้

  1. Pattern (รูปแบบ) ตามแนวคิดของ NRC นักเรียนที่ผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานจะต้องสามารถแยะแยะความเหมือนและความแตกต่างรวมถึงจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ ทั้งในแง่ของสี รูปร่าง ขนาด รูปแบบ จังหวะ หรือแม้แต่ เวลาได้ เช่น ความเหมือนและความแตกต่างของสัตว์ประเภทต่าง ๆ หรือ รูปแบบการก้าวเท้าของกิ้งกือ เป็นต้น
  2. Cause and Effect (สาเหตุ และ ผลกระทบ) นักเรียนสามารถเห็นและเชื่อมโยงสาเหตุและผลกระทบของสิ่งต่าง ๆ จนสร้างเป็นสมมติฐาน (Hypothesis) รวมถึงสร้างแบบจำลองเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลกระทบได้ เช่น ตั้งสมมติฐานและสร้างแบบจำลองรูปแบบในการตีลูกบอลด้วยไม้
  3. Scale, Proportion and Quantity (อัตราส่วน สัดส่วน และ ปริมาณ) นักเรียนสามารถใช้หน่วยต่าง ๆ เพื่อแทนสิ่งที่ใหญ่หรือเล็กมาก ๆ แทนเวลาที่ช้าหรือเร็วมาก ๆ จนถึงเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่าง ๆ เพื่อคำนวณสัดส่วน หรือ ปริมาณต่าง ๆ ได้ เช่น การใช้รู้หน่วยของระยะทางกับหน่วยของเวลาทำให้ทราบทราบความเร็วและหน่วยของความเร็วได้ เป็นต้น
  4. Systems (ระบบ) นักเรียนสามารถเข้าใจระบบ หมายถึง กลุ่ม องค์ประกอบภายในระบบ และ ความเคลื่อนไหวในระบบ รวมถึงขอบเขตและทรัพยากรที่จะต้องใช้ในระบบด้วย เช่น การสังเคราะห์ด้วยแสง วัฏจักรชีวิต ซึ่งสามารถขยายความเข้าใจไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างระบบได้ด้วย เช่น ระบบของโลกกับระบบของดวงจันทร์ เป็นต้น
  5. Energy (พลังงาน) นักเรียนเข้าใจ Concept ของพลังงานและสสาร กฎการถ่ายเทและการอนุรักษ์พลังงาน โดยเข้าใจเป็นเชิงระบบด้วย (Input Process Output) เช่น การถ่ายเทพลังงานงานระหว่างพื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศของโลกกับการเปลี่ยนสถานะของน้ำ
  6. Structure and Function (โครงสร้างและหน้าที่) นักเรียนเข้าใจรูปร่าง หน้าที่และการทำงานร่วมกันของส่วนประกอบต่าง ๆ รวมถึงเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุที่จะนำมาใช้กับส่วนประกอบต่าง ๆ ด้วย เช่น รู้รูปร่างและหน้าที่ของชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่นำมาประกอบเป็นจักรยาน จนถึงรู้วัสดุทดแทนหากต้องการพัฒนาให้จักรยานเบาขึ้นได้
  7. Stability and Change (ความคงที่และความเปลี่ยนแปลง) นักเรียนเข้าใจ Concept ของความคงที่ออกจากความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้ว่าความเปลี่ยนนั้นอาจจะใช้เวลานานกว่าที่จะสังเกตด้วยตาเปล่า เช่น การผลิบานของดอกไม้ การระเหยของน้ำ หรือ แม้แต่การเกิดหินงอกหินย้อย ซึ่งถือเป็น Concept สุดท้ายที่ทาง NRC เสนอให้อยู่ในมาตรฐานที่นักเรียนที่ผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานควรมี

อ่านถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการกำหนดกรอบถึงเรื่อง Cross Cutting Concept นี้แยกออกจาก “สาระการเรียนรู้” ในวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ออกมาเลย เนื่องจากเป็นสิ่งที่สะดวกต่อการวัด และ ส่งเสริมการเรียนใน Concept อื่น ๆ ได้ดีกว่า ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจหากวงการศึกษาบ้านเราจะพิจารณาให้ระบุให้ชัด

หลายคนอาจแย้งในใจว่าหลักสูตรของเดิมก็มีอยู่แล้วในสาระที่ 8 ของมาตรฐานวิทยาศาสตร์ และ สาระที่ 6 ของมาตรฐานคณิตศาสตร์ แต่การนำไปใช้พบว่าออกไปในรูปของ “การบูรณาการ” ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่านักเรียนส่วนน้อยยังไม่ได้มีความเข้าใจและทักษะในเรื่องเหล่านี้เพียงพอเลย

ดังนั้นหากจำเป็นต้องยกระดับการศึกษาของชาติจึงต้องบรรจุสิ่งที่จำเป็นไว้ในมาตรฐานและหลักสูตรจะต้อง และ กำกับติดตามในการสอน เพื่อให้นักเรียนมีทั้งความรู้และทักษะต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อนักเรียนทุกคนไม่ว่าเขาจะออกไปหางานทำหรือออกไปศึกษาต่อ เพราะวันนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่านักเรียนคนไหนจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหรือเลขาธิการสหประชาชาติในอนาคต ดังนั้นเราการศึกษาที่ดีที่สุดจึงเป็นอนาคตของพวกเราทุกคน

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]