• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139929
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 3286 , 18:11:28 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เคยคิดมั้ยว่าเวลาภาครัฐออกนโยบายทางการศึกษาต่าง ๆ ออกมา ก็จะมีทั้งเสียงเฮและเสียงโห่ ซึ่งโดยมากมักเป็นแบบหลัง พร้อมกับคำถามพ่วงท้ายมาว่า “ทำไปเพื่ออะไร” หรือแรง ๆ หน่อยก็ “เอาอะไรมาคิด”

ทางออกหนึ่งของการศึกษาไทยคือการออกนโยบายที่ใช้ “ข้อค้นพบที่เกิดขึ้นจริง” มาเป็นฐานในการตัดสินใจ ซึ่งนี่แหละคือเรื่องที่ Ministry of Education อยากมาคุยกันในวันนี้ว่าเราจะทำยังไงกันดีให้การวิจัยเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเกิดประโยชน์กับการศึกษาไทยได้มากที่สุด

ประการแรก ถ้าคิดดี ๆ แล้วจะพบว่าการวิจัยเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด ผมเชื่อว่าทุก ๆ คนใช้การวิจัยเพื่อประกอบการตัดสินใจและการสร้างทางเลือกในชีวิตทั้งนั้น ยกตัวอย่างว่า ถ้ามีใครจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ เรียนต่อ เปลี่ยนงาน แต่งงาน ซื้อบ้าน ซื้อรถ สิ่งที่ต้องทำคือ ตั้งเป้าล่วงหน้า สืบราคา หาทางเลือก เปรียบเทียบเงื่อนไขทั้ง  Promotion และ ของแถมต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูลให้เพียงพอต่อการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ นี่แหละคือ “การวิจัย” แล้ว

หลังจากนั้นก็สุดแล้วแต่ บางคนอาจจะคิดต่อยอดเป็นการสร้างภาพอนาคต (Scenario Building) ว่าอยากได้อะไร ถ้าไม่ตามนั้นเป้าหมายรองลงมาเป็นอะไร ต้องเจรจาต่อรองแบบไหนอย่างไรให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด นี่แหละคือการเอางานวิจัยไปใช้ในเชิงของ “กลยุทธ์” ในที่สุด

เห็นมั้ยว่าการวิจัยให้ประโยชน์อะไรในชีวิตเราได้บ้าง เอาแค่เรื่องส่วนตัวยังเห็นความแตกต่างขนาดนี้ คิดดูสิว่าถ้านำไปสู่การออกนโยบายที่ส่งผลกระทบกับคนทั้งประเทศ การวิจัยจะสำคัญขนาดไหน

การวิจัยทำได้ทุกระดับตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ จนถึงผู้ใหญ่ (ผู้มีตำแหน่งใหญ่ ๆ) เอาแค่การพาเด็กประถมไปเที่ยวตลาดโดยให้โจทยไปก่อน เช่น ไปดูของ นับคน หรือ ไปฟังว่าเขาเปิดเพลงอะไรในตลาดบ้างก็เป็นการฝึกพื้นฐานในการเก็บข้อมูลที่ดีแล้ว จากนั้นก็ค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่เรื่องที่มีความสลับซับซ้อนต่อไป

ฟังดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การศึกษาไทยเรายังทำเรื่องนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดในระดับมหาวิทยาลัยที่นิสิต/นักศึกษาใช้เสียเวลามากในการหาหัวข้อวิจัย เพราะไม่รู้ว่าจะวิจัยเรื่องอะไรดี แต่ทำจริงแป็บเดียวเสร็จ

ดังนั้นการที่ใครสักคนหนึ่งจะเป็นนักวิจัยที่ดี คน ๆ นั้นควรที่จะได้รับการสะท้อนความรู้ความเข้าใจของตนเองตามองค์ประกอบในแผนภาพนี้

 

องค์ประกอบแรก คือ ทฤษฎี (Theories) คนที่จะทำวิจัยได้ จะต้องค่อย ๆ มีความรู้เชิงทฤษฎีสั่งสมไว้ เพราะทฤษฎีคือองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่พิสูจน์มาแล้ว แค่รอให้เราศึกษาศึกษาใครเสนออะไรไว้บ้าง ถือเป็นทางลัดของความรู้ต่าง ๆ ที่ยอดเยี่ยม โดยคนทำวิจัยจะต้องรู้ที่มาที่ไปของทฤษฎีรวมทั้งวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อเอาหลักคิดนั้นมาตั้งข้อสังเกตในเรื่องอื่นได้ต่อ ๆ ไป อย่างไรก็ดีเมื่อมีทฤษฎีใหม่ที่ชัดเจนกว่า ถูกต้องกว่า มาหักล้าง ทฤษฎีก็จะเปลี่ยน ดังนั้นศึกษาแต่อย่ายึดติด

องค์ประกอบต่อมา คือ ประเด็นปัญหา (Issues) คนที่จะทำวิจัยได้จะต้องทราบว่างานวิจัยนี้จะตอบโจทย์อะไร มีเป้าหมายอย่างไร การเข้าใจประเด็นปัญหาไม่ใช่หยุดแค่รู้ แต่ต้องรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของประเด็นด้วย เรียกว่าสามารถทำแผนภูมิก้างปลา (Fish Bone Diagram) หรือ แผนผังต้นไม้ (Problem Tree) จากประเด็นที่เราสนใจได้

องค์ประกอบสุดท้าย คือ วิธีวิจัย (Research Methodology) คือ คนที่จะทำวิจัยได้ดีคือคนที่สามารถเลือกวิธีวิจัยที่เหมาะสมกับสิ่งที่อยากรู้ตามทฤษฎีและประเด็นที่มีได้ เช่น สำรวจ สังเกต สัมภาษณ์ ผมเคยเห็นบางคนเข้าใจเรื่องนี้ผิด ๆ เช่น ยังไม่รู้เลยว่าอยากทำอะไรแต่บอกได้แล้วว่าจะทำ Delphi หรือ ใช้ Meta-Analysis แบบนี้ลำบากแน่ เพราะเท่ากับบีบตัวเองให้มีทางเลือกในการทำงานน้อยลง

ดังนั้นสิ่งที่ครูจนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยจะต้องช่วยกันปรับคือหลักในการช่วยเหลือลูกศิษย์ของท่าน อยากให้มีโอกาสให้เขาได้สะท้อนความรู้และความเข้าใจในต่าง ๆ เหล่านี้บ่อย ๆ เพราะส่วนใหญ่ผมเห็นว่าครูและอาจารย์จะเน้นตรวจงานวิจัยกันที่ “ความตรงของเนื้อหา” (Content Validity) มากกว่าหาแนวคิด (Idea) ในการสร้างโจทย์วิจัยที่เป็นประโยชน์ หนักกว่านั้นที่พบคือตรวจความถูกต้องของการเขียน ทำให้น้ำหนักของงานวิจัยอยู่ไปถ่วงในด้านวรรณกรรม เหล่านี้จะทำให้คนที่อยากทำวิจัยหมดกำลังใจ ก็ทำวิจัยแบบส่ง ๆ จบ ๆ ไปตามอาจารย์บอก การวิจัยก็กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ไกลตัว และ ไปอยู่บนหิ้งด้วยประการนี้แล

หากเราช่วยกันแก้ปัญหาจากล่างขึ้นบนมาได้แบบนี้ ข้อค้นพบจากการวิจัยต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ ตรงความต้องการ คนไทยในอนาคตก็จะสามารถตั้งคำถาม หาคำตอบ แม้แต่การเสพข้อมูลข่าวสารอย่างเข้าใจที่มาที่ไปโดยอัตโนมัติ เมื่อสังคมอุดมปัญญา ผู้ออกนโยบายก็ต้องทำการบ้าน รวบรวมหรือรับฟังข้อมูลต่าง ๆ มากขึ้น เพราะวิเคราะห์และสังเคราะห์นโยบายที่ตรงโจทย์ ตรงความต้องการของประเด็นต่าง ๆ ได้ในที่สุด

โดยสรุปแล้ว การวิจัย จะเป็นคำตอบที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต ซึ่งถือเป็นการบ้านวงการศึกษาไทยที่ต้องมาช่วยกันคิดหาวิธีต่อไป

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้สมควรแก่เวลาแล้ว แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]