• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139929
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 1445 , 23:05:25 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน BlueHill , kruhnoi โหวตเรื่องนี้

Ministry of Education ฉบับนี้ขอเจาะเรื่องการสอนต่อเนื่องอีกสัปดาห์ ต้อนรับการเปิดเทอมใหม่ เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่เป็นกลุ่มคุณครูลองพิจารณาเลือกไปใช้ได้

เคยสังเกตหรือไม่ว่า การเรียนการสอนในยุคสมัยปัจจุบันตั้งแตกต่างจากยุคสมัยก่อน ๆ ไปพอสมควรทีเดียว เช่น เมื่อก่อน “เน้นครูเป็นศูนย์กลาง” แต่ปัจจุบัน “เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ฟังดูดี แต่อยากให้สังเกตว่า มีครูร้อยละเท่าไหร่ที่ตัวเองได้รับการศึกษามาแบบ “เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง”?

สิ่งนี้น่าสนใจเพราะ “รอยต่อ” นี้แหละ ที่ทำให้การสอนไม่มีประสิทธิภาพ ในสมัยโบราณ (หน่อย) นิสิต/นักศึกษาครูจะเรียนรู้ “วิธีการสอน” จากครู/อาจารย์ของตนเอง นำมาผนวกกับเนื้อหาปรับไปตามยุคสมัยสอนสอนลูกศิษย์ในรุ่นถัด ๆ ไป แต่ในความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะครูไทยโดยส่วนใหญ่เรียนมาแบบครูเป็นศูนย์กลางแต่ต้องมาสอนแบบนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นแล้ว ความคาดหวังว่าครูจะปรับการสอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และ คิดอย่างมีวิจารณญาณนั้น เอาเข้าจริง ต้องมีตัวช่วยคุณครูที่ดีกว่านี้

ทางออกของจุดนี้คือการพัฒนาคุณครูอย่างเป็นระบบเท่านั้น และ เรื่องที่ยากมากที่สุดคือการฝึกให้คุณครูสามารถ “ใช้คำถาม” ได้อย่างเชี่ยวชาญ ฟังดูง่าย ๆ นะ แต่เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่ผมสังเกตเห็นในการใช้คำถามของคุณครูมีข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายอย่าง

อย่างแรก ครูมักถามนักเรียนด้วย “คำสั่ง” ใม่ใช่ถามด้วย “คำถาม” พบได้มากว่าเวลาครูถามนักเรียน มักขึ้นต้นด้วยคำว่า “จง...” เช่น จงทำ... จงตอบ... จงแสดง... แทนที่จะถามว่า อะไร... ทำไม... อย่างไร... ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าครูใช้วิธีนี้ตลอด นักเรียนจะเข้าใจว่าการถามคือการสั่ง ดังนั้นไม่มีนักเรียนที่จะกล้าออกคำสั่งกับครู เช่น “คุณครูครับ จงอธิบายหลักการบวกที่ถูกต้องอีกทีนะครับ” ทั้ง ๆ ที่คำถามที่มีคือ “คุณครูครับ หลักการบวกที่ถูกต้องคืออะไรครับ” อันนี้คือข้อสังเกตแรก

ข้อสังเกตต่อมาคือการถามแบบ “เติมคำลงในช่องว่าง” อันนี้ก็เด่น เช่น เครื่องยนต์มีกี่ประเภท... นักเรียนตอบ มี 2 ประเภท ครูต่อได้แก่อะไรบ้างนักเรียน... เครื่องยนต์เบน... นักเรียนตอบ “ซิน” และเครื่องยนต์อะไรนักเรียน เครื่องยนต์ดี... นักเรียนตอบ “เซล” ก็เป็นอันจบ พอคุณครูใช้คำถามแบบนี้บ่อย ๆ นักเรียนก็จะชินกับการไม่ต้องคิด เพราะรู้ว่าคุณครูมีคำต้นมาสะกิดให้ต่อคำท้ายไปนั้นก็เป็นอัน OK

ข้อสังเกตสุดท้าย คือครูตั้งใจใช้คำถามในการสอน แต่มักจะถามกว้างไปในห้อง นักเรียนไม่มีใครที่ต้องตบก็ “ถั่วงา” กันไป อีกกรณีที่ครูถามแล้ว ถามซ้ำว่า “ใครจะตอบคำถามนี้บ้าง” สิ่งที่ครูมักจะได้รับคือ “ความเงียบ” กรณีสุดท้าย ครูถามและสุ่มเลขที่นักเรียนให้ยืนตอบ (เพื่อนที่เหลือจะส่งเสียงแสดงความ “รอดตัว” เบา ๆ) ซึ่งนักเรียนคนที่โดนสุ่มก็จะตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง

จากที่เล่ามาเป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้นการใช้คำถามในชั้นเรียนจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วันนี้เลยอยากมาแนะนำหลักการใช้คำถามที่คุณครูสามารถเอาไปใช้ได้ทันที หลักการง่าย ๆ นั้นมี 3 ข้อ คือ“เตรียมคำถาม ตามคำตอบ รอบด้วยเทคนิค”

“เตรียมคำถาม” คืออะไร คือคุณครูต้องเตรียมชุดคำถามเด็ดเอาไว้ใน Script หรือ กระดาษโน๊ตกันลืม ว่าในแต่ละช่วงของการสอนจะต้องใช้คำถามอะไร โดยตรียมคำถามล่วงหน้าควรเตรียมเป็นชุด เช่น “นักเรียนเห็นอะไร?” เมื่อได้คำตอบ ควรมีคำถามต่อเนื่องรอไว้ เช่น นักเรียนสังเกตจากตรงไหน? นักเรียนคิดว่าทำไม? นักเรียนนึกถึงเรื่อง (ที่เคยเรียนมาก่อนแล้ว) ดูบ้างมั้ย ว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่นักเรียนเห็นอย่างไรบ้าง? แบบนี้ ดังนั้น คุณครูจะมีคำถาม วิธีการนี้ครูจะไม่ลืมคำถามสำคัญที่จะกระตุ้นให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดอย่างต่อเนื่องตามจุดเรียนรู้ที่ตั้งไว้

“ตามคำตอบ” หมายถึง คุณครูถามนักเรียนไปแล้วจะต้องหยุดคำตอบจากนักเรียนด้วย ตำราฝรั่งเรียกสิ่งนี้ว่า Wait Time ซึ่งจะมีประมาณ 2 – 5 วินาทีหรืออาจจะนานกว่าสำหรับคำถามที่ต้องใช้ความคิดขั้นสูงขึ้น เชื่อหรือไม่ ครูในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่ให้เวลากับการรอคำตอบจากนักเรียนแค่ 1 วินาทีเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก เรื่องนี้สำคัญมากเช่นกัน เพราะถ้าครูไม่ตามคำตอบจากนักเรียนอย่างเหมาะสม ถามทิ้งถามขว้าง หรือ แย่งนักเรียนตอบซะเอง นักเรียนจะเข้าใจว่าครูไม่ได้ตั้งใจเอาคำตอบ สิ่งที่ครูจะได้กลับมาคือการไม่ตอบหรือตอบอย่างไม่ตั้งใจ

สุดท้าย “รอบด้วยเทคนิค” ในกรณีที่ถามไปแล้วนักเรียนตอบไม่ได้หรือตอบผิด ครูควรทำอย่างไรดี?..... (นับ 1 2 3 4 5 แล้วตอบในใจ) วิธีการนี้ผมแนะนำให้ครูมี “เบาะรอง” เช่น ถ้านักเรียนคนแรกตอบไม่ได้ครูสามารถหาตัวช่วยมาช่วยตอบได้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมว่า “ตอบผิด” ไม่ใช่ “ความผิด” อีกเทคนิคคือปล่อยเวลาให้เขาได้คิดคนเดียว แลกเปลี่ยนกับเพื่อน และ สุ่มเพื่อให้นักเรียนบอกคำตอบที่เขากับเพื่อนช่วยกันตอบ วิธีนี้ก็ช่วยลดความกดดัน และ สร้างบรรยากาศในการถามตอบในชั้นเรียนให้ค่อย ๆ เป็นบวกขึ้น ในที่สุดชั้นเรียนก็จะเต็มไปด้วยบรรยากาศของการอภิปรายกันไปเอง

เอาล่ะ สำหรับวันนี้ คิดว่าหลักการ “เตรียมคำถาม ตามคำตอบ รอบด้วยเทคนิค” นี้น่าจะเป็นเครื่องมือที่ให้คุณครูเอาไปฝึกการใช้คำถามในชั้นเรียนได้ ตรงนี้ผมยืนยันว่าต้องใช้เวลา ต้องลอง และ ปรับแต่งไปเรื่อย ๆ เพื่อให้การสอนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ในขณะที่ท่านผู้บริหารสถานศึกษาก็สามารถเอาเทคนิคนี้ไปแนะนำให้ครูทดลองใช้ได้เช่นกัน

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
kruhnoi วันที่ : 09/11/2013 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

thanks

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]