• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139389
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2556
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 2098 , 22:50:28 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

สัปดาห์ที่ผ่านมาโครงการ โบอิ้ง ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี ที่ผมดูแลอยู่ ได้จัดการสัมมนาสรุปโครงการประจำปี โดยมีการเสวนาของนักการศึกษาทั้งนักคิดและนักปฏิบัติที่หลากหลายมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันในเรื่องของการพัฒนาครู

Ministry of Learning สัปดาห์นี้เลยอยากมาคุยกันถึงประเด็นในเรื่องนี้กันสักหน่อย เผื่อจะเป็นประโยชน์ท่านผู้อ่านที่ทำงานพัฒนาครู ศึกษานิเทศก์ หรือ ผู้บริหารสถานศึกษาไม่มากก็น้อย

หากย้อนมองวิธีการพัฒนาครูในบ้านเราส่วนใหญ่เน้น “อบรม” มีเยอะ มีบ่อย จนครูจะพูดกันสั้น ๆ ว่า “ไปอบ ๆ” เรื่องนั้นเรื่องนี้ กล่าวแบบนี้ไม่ใช่ว่าการอบรมเป็นวิธีที่ไม่ดี แต่จริง ๆ ก็มีวิธีการอื่น ไม่ว่าจะเป็นการสัมมนา การดูงาน ฯลฯ แต่สิ่งที่ขาดจริง ๆ คือความต่อเนื่องและใส้ในในการอบรมต่างาก

การอบรมครูให้นำไปใช้ได้คือการที่เน้น “Concept” ไม่ใช่ “เนื้อหา” เพราะครูเป็นผู้ปฏิบัติ การจะให้ครูสามารถปฏิบัติอะไรในการสอนจริงได้ต้องทำการอบรมแบบปฏิบัติด้วย ไม่ใช่จับครูมานั่งฟังคำนิยาม ทฤษฎี หลักการ ฯลฯ แล้วคาดหวังว่าครูจะกลับไป “ทำอะไรเองได้” ที่โรงเรียน แบบนี้รับรองว่าไม่เกิด

การอบรมครูที่ดี จะช่วยให้ครูได้เชื่อม Concept กับปฏิบัติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยการสร้างสร้างกิจกรรมให้ครูได้ฝึก ได้ทำ แล้วค่อย ๆ ตกตะกอนทางความคิด (Crystallization) จนสามารถคิดต่อหาวิธีการใช้ตามบริบทของตนเองได้ในที่สุด

เมื่ออบรมครูไปแล้วสิ่งสำคัญต่อมาคือปัจจัยส่งเสริม อันนี้พลาดไม่ได้เลย หากอยากให้ครูนำเอาสิ่งที่อบรมไปใช้ เราต้องมีบุคคลที่เข้าไปช่วยติดตามด้วย ซึ่งนอกจากคนในโครงการแล้ว ท่านผู้บริหารสถานศึกษา และ ศึกษานิเทศก์ คือผู้ที่จะมีบทบาทในการช่วยให้เกิดการนำไปใช้ที่ดีได้มากทีเดียว

ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่โครงการพัฒนาครูทั้งหลายต้องดำเนินการไปควบคู่กับการพัฒนาผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานประสานกันว่าการโครงการจะอบรมอะไรให้กับครู คาดหวังอะไร และ เทคนิคในการไปติดตามมีอะไรบ้าง เมื่อได้ดังนี้จะมีแรงส่งที่ดีที่จะทำให้เกิดการนำไปใช้ได้จริง

องค์ประกอบต่อมาคือเครือข่าย นอกจากการอบรมแล้ว การมีเครือข่ายครูเป็นปัจจัยเสริมที่ทรงพลังมาก จากประสบการณ์ที่แลกเปลี่ยนกัน ครูส่วนใหญ่ไม่อยากเสี่ยงลองอะไรใหม่ ๆ ที่ตัวเองไม่มั่นใจ แต่การได้เห็นเพื่อนครูที่เริ่มทดลอง เริ่มเปลี่ยน และ เริ่มมีผลที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ครูได้ค่อย ๆ เกาะกระแสของการพัฒนาไปได้มากทีเดียว

สำหรับองค์ประกอบสุดท้าย คงเป็นองค์ประกอบเสริมอย่างฝ่ายบริหารโครงการแบบผม ที่จะเข้าไปติดตาม ครูหลายคนปรับเปลี่ยนการสอนได้เพราะรู้ว่าจะมีคนนอก “ไปดู” เพราะจุดเริ่มต้นจริง ๆ คือ “การลอง” เพราะถ้าได้ลอง ข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เคยคิดไปเองอาจจะไม่ยากอย่างที่คิด โดยบทบาทของฝ่ายบริหารโครงการคือเข้าไป “ช่วย” ไปเป็นผู้ให้คำปรึกษา ไม่ใช่ผู้ประเมิน อันนี้สำคัญมากเช่นกัน

ดังนั้นแล้ว หากสรุปจุดตัดสินใจของครูสักคนหนึ่งที่เราอยากให้เกิดการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน คงมีลำดับที่ไม่ยากอะไรเลย เริ่มจากทำให้เกิดความเข้าใจใน Concept จากก็ต้องมีการสนับสนุนจากหลาย ๆ ฝ่าย และ ตบท้ายด้วยการไปติดตามอย่างเป็นระบบ

สิ่งที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ผมพบ คือการเริ่มจากจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลองอันนี้ ลองอันนั้น ทีละอย่างสองอย่าง ซึ่งหากมีระบบสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ครูจะค่อย ๆ เชื่อมโยง Concept ที่ได้รับจากการอบรมนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีการสอนอย่างยั่งยืนได้เอง

ยกตัวอย่างครูท่านหนึ่ง โครงการผมได้อบรมเรื่องเทคนิคการใช้คำถามในชั้นเรียนไป โดยแนะนำว่าครูควรมี Wait Time อย่างน้อย 3 – 5 วินาที ใน (Ministry of Learning ตอน ถามอย่างไรให้เด็กคิด http://www.oknation.net/blog/ministryoflearning/2013/11/09/entry-1) แต่ครูท่านนี้คุณครูเริ่มจากการชวนนักเรียนมาร่วมทีมแข่งคณิตคิดเร็ว พอเห็นว่านักเรียนสนใจ ครูก็ให้โจทย์ไปลองแก้หนึ่งข้อ ผ่านไปหนึ่งวันยังไม่ได้คำตอบ ครูก็ใจเย็น ให้นักเรียนคนนั้นกลับคิดต่อเป็นการบ้าน มาถึงตอนเช้านักเรียนดีใจ บอกว่าคิดออกแล้ว ผมฟังแล้วประทับใจมาก เพราะการเห็นคุณค่าในการคิดของนักเรียนในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ตัวเองก็ไม่เคยมีรู้มาก่อนว่ามี เพราะหากเป็นเมื่อก่อนครูอาจจะหมดความอดทนที่จะรอและเฉลยคำตอบนั้นไปตั้งแต่ต้นแล้ว นี่แหละการเปลี่ยนแปลงที่ผมพูดถึง

ดังนั้น การพัฒนาครูไม่ใช่เรื่องของพิธีการและงบประมาณ แต่เป็นเรื่องคุณภาพจากจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญ ที่จะต้องร้อยเรียงไปสู่เรื่องใหญ่ ๆ เพราะถ้าเราทำได้ดังนี้แล้ว การพัฒนาเด็กไทยให้มีศักยภาพก็จะเป็นเรื่องไม่ไกลตัวอีกต่อไป

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้สมควรแก่เวลาแล้ว หากท่านอยากรู้จักโครงการโบอิ้ง ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมากกว่านี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวโดยทางกลุ่มของโครงการใน Facebook ที่ชื่อ TEL Project by KIAsia (https://www.facebook.com/groups/166777710051606/) แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]