• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139779
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 2305 , 14:59:19 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน หายหน้าหายตาไป 1 สัปดาห์ ด้วยผมติดภารกิจอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเกินกว่าจะมีอารมณ์เขียนบทความนี้ให้ถูกใจตัวเองก่อนเผยแพร่ เลยได้แต่ร่างและพักไว้ ซึ่งพอเอาเข้าจริงก็เขียนใหม่อยู่ดี

ส่วนตัวแอบตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะตั้งแต่เริ่มเขียน Ministry of Learning มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 ถึงตอนนี้ยอดคุณผู้อ่านที่เข้ามาเยี่ยมบทความนี้เกือบจะแตะ 1 หมื่นวิวแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ติดตามผลงานให้เป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป

คุณผู้อ่านเคยเคยสังเกตกันหรือไม่ ว่าคนเรามักจะชอบการ “จัดกลุ่ม” อยู่เนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้ชีวิต การจัดกลุ่มให้ตัวเอง หรือ จัดกลุ่มให้คนอื่น

ยิ่งไปกว่านั้นการจัดกลุ่มก็มีด้วยกันหลายตำราซะด้วย ไม่ว่าจะเป็นเป็นตำราไทย จีน ฝรั่งมังค่าก็มีหมด อย่างแบบไทย เราก็มักจะจัดกลุ่มโดยอิงหลักโหราศาสตร์ เช่น จัดกกลุ่มตามพื้นดวง กลุ่มดาว จักราศรี ฯลฯ ได้ยินบ่อยมาก ๆ ว่าคนนี้เกิดวันเสาร์จะดวงเข็ง อะไรทำนองนี้ แบบจีนก็จะไปทางบุคลิคลักษณะอย่างโหงวเฮ้ง เพ่งหน้าเพ่งตาก็สามารถแบ่งประเภทคนได้จากตำราที่มีภูมิปัญญาเชิงสถิติ หรือ ถ้าแบบฝรั่งเขาจะมีแบบทดสอบออกมาให้เราได้ทดลองทำ เช่น MBTI ที่สามารถจัดกลุ่มคนออกเป็น 16 ประเภท ได้เป็นต้น

จะว่าไปการจัดกลุ่มก็มีข้อดีหลายอย่าง เพราะช่วยให้เราสามารถระบุ (Identify) ลักษณะเฉพาะบางประการที่แสดงว่าเราต่างกัน นำไปสู่การพัฒนาตนเอง หรือ แม้แต่การเลือกคนให้เหมาะกับงานได้อย่างเหมาะสม

แนวคิดวันนี้ผมอยากมาชวนคุยถึงการจัดกลุ่มคนในมุมมองของทหารบ้าง มาดูกันสิว่าระดับ Hard Core เวลาเขาจะให้หน้าที่ใครไปทำอะไร เขาใช้หลักคิดอย่างไร ซึ่งน่าสนใจเพราะเราสามารถเอาหลักการอันนั้นมาปรับใช้กับการพัฒนาตัวเอง และ การทำงานได้

หลักการนั้นไม่มีชื่อ แต่เป็นวิธีของนายพลชาวเยอรมันที่มีชื่อว่า Kurt von Hammerstein-Equord (1878 – 1943) ซึ่งเป็นบุคลากรร่วมสมัยกับ Adolf Hitler (1889 – 1945) ประวัติส่วนตัวของนายพลคนนี้ก็น่าสนใจอยู่ เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ Hitler มาตลอด ขนาดว่า Hitler ส่งพวงหรีดไปแสดงความเสียใจในงานศพ แต่คนครอบครัวบอกว่าพวงหรีด Hitler “หาย” (แรงจังนะ)

Hammerstein-Equord ในฐานะที่ต้องดูแลกำลังทางทหารได้ใช้ประสบการณ์ตัวเอง กำหนดเกณฑ์ในการแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อให้สามารถมอบหมายงานตามความเหมาะสม อันได้แก่

  1. คนฉลาด แต่ ขี้เกียจ คนกลุ่มนี้ขึ้นแท่นเลย ควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำระดับสูง (งงล่ะสิ) เพราะความฉลาดเมื่อบวกกับความใจเย็นของความขี้เกียจแล้ว คนกลุ่มนี้จะเยือกเย็นและคิดไตร่ตรองเพื่อแก้ปัญหาได้ลึกซึ้งกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ
  2. คนฉลาด และ ขยัน คนกลุ่มนี้สามารถมอบหมายงานทั่ว ๆ ไปให้ทำได้ งานจะสำเร็จและดี กลุ่มนี้เอามาเป็นคนสนิทเพื่อทำงานสำคัญ ๆ น่าจะเข้าท่า
  3. คนโง่ และ ขี้เกียจ คนกลุ่มนี้มีเยอะที่สุดในกองทัพ หรือ ประมาณ 90% ของคนทั้งหมด เพราะโดยธรรมชาติคนโง่มักขี้เกียจอยู่แล้ว คนกลุ่มนี้ควรได้รับการมอบหมายงานประจำ (Routine Job) งานซ้ำ ๆ หรือ งานที่ต้องการปริมาณเป็นหลัก เพราะให้ทำแบบไม่ต้องคิดอะไรแต่ใช้จำนวนงานเป็นตัวตัดสินผลงานเป็นพอ
  4. คนโง่ แต่ ขยัน คนกลุ่มนี้น่าจะได้รับการพัฒนาใช่มั้ย? เปล่าเลย Hammerstein-Equord บอกว่าคนกลุ่มนี้วางใจอะไรไม่ได้ เพราะความโง่แต่ดันทุรังมักจะสร้างความเดือนร้อนให้กับคนที่เหลือทั้งหมด

หากเรามาเขียนเป็นแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ จะพบว่าเราสามารถแบ่งคนออกเป็น Quadrant ได้ดังภาพต่อไปนี้

คุณผู้อ่านสามารถลองมาวิเคราะห์ตัวเองดูสิว่าตัวเราเมื่อเทียบกับเรื่องร่วมงาน หรือ คนในครอบครัวแล้วเราน่าจะอยู่ใน Quadrant ไหน

นิดนึงนะ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่อยากใช้คำว่า “โง่” ในบทความ Ministry of Learning นี้เลย แต่ที่ต้องใช้คำว่า โง่ (Stupid) ฉลาด (Clever) ขี้เกียจ (Lazy) และ ขยัน (Diligent) เพื่อคงความหมายของต้นฉบับไว้ให้มากที่สุด (ซึ่งนั่นก็แปลจากเยอรมันมาเป็นอีกทีหนึ่ง)

สำหรับการตีความ อ่านถึงตรงนี้ อย่าเพิ่งเหมาเอาว่า “ขี้เกียจ” เป็นสิ่งที่ดี เพราะคนเยอรมันมี “วินัย” ขั้นเทพอยู่แล้ว (ไม่งั้นประเทศเดียวจะสู้กับประเทศพันธมิตรตั้งหลายประเทศได้ยังไง) แต่ด้วยบริบทในขณะนั้น ผมวิเคราะห์ว่าการเลือกใช้คำว่า “ขยัน” กับ “ขี้เกียจ” ช่วยสื่อความได้ชัดเจนกว่า “ความกระตือรือร้น” กับ “ความรอบคอบ” ดังนั้นคำว่า “ขี้เกียจ” ในมุมของ Hammerstein-Equord อาจจะเป็นคนที่มีบุคลิคของบัณฑิตที่ดูไม่เหมาะกับงานภาคสนาม เพราะถ้า “ขี้เกียจคิด” ด้วยคงไม่ถูกจัดกลุ่มว่าเป็นคนฉลาดอย่างแน่นอน

แม้ว่าแนวคิดนี้จะมีมานานแล้ว แต่ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่เราสามารถสังเกตสถานการณ์ต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว ในเรื่องอื่น ๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกีฬา การเมือง เศรษฐกิจ หรือ แม้แต่วงการบันเทิง เราก็จะพบเห็นคน 4 กลุ่มนี้แหละวน ๆ เวียน ๆ ในบทบาทที่หลายครั้ง ชวนประหลาดใจ

สุดท้าย ประโยชน์ของเรื่องนี้ หากคุณผู้อ่านอยากมีโอกาสก้าวไปสู่การเป็นผู้นำระดับสูง การหัดทำตัว “ขี้เกียจ” ให้เป็น ด้วยการเป็นคนไตร่ตรองอะไรอย่างรอบคอบ พร้อม ๆ กับการศึกษาหาความรู้อย่างตลอดเวลา เพื่อให้เรา “ฉลาด” ด้วยแล้ว อาจจะเป็นบันใดที่นำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตก็เป็นได้

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้มีความสุขกับกการพัฒนาตนเอง แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โชดก วันที่ : 11/03/2014 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning

เปรียบเปรยได้น่ารักมาก ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Hiriotappa วันที่ : 10/03/2014 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ความสุขุมรอบคอบและการใช้เวลาในการตัดสินใจอาจจะอยู่ร่วมด้วยในอาการขี้เกียจ แต่คนเราส่วนใหญ่มักไม่มองอะไรในแง่บวก ดังนั้นคำว่า ช้า สุขุม รอบคอบ อาจจะมองได้หลายความหมาย ทั้งๆที่จริงๆแล้ว อาการแบบนี้ในแง่ลบ เรียกว่า ขี้เกียจ แต่แง่บวกเราจะเรียกว่า สุขุม นิ่งหรือใจเย็น ทั้งๆที่คนแบบนี้อาจจะอยู่ในอาการขี้เกียจก็ได้ครับ ทำไมการืฟิลด์ที่มีนิสัยขี้เกียจจึงดังเอาดังเอา นั่นเป้นเพราะว่าแต่ละมุขนั้นผุ้วาดใส่ไอเดียให้ตัวการืฟิลด์ดูน่าสนใจนั่นเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]