• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139928
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 1318 , 19:47:27 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน หวังว่าคงมีความสุขกับการอ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 42 ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดในวันนี้ ด้วยความที่ที่ทำงานผมอยู่ในอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมได้ลองสังเกตจำนวนคนที่มาเที่ยวชมงานต่าง ๆ ในช่วงหลังมานี้ทั้งงานท่องเที่ยว งานบ้าน/คอนโด หรือ แม้แต่งานคอมพิวเตอร์/โทรศัพท์มือถือ จะพบว่าจำนวนคนบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงความระมัดระวังในการจับจ่ายจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่คาดเดายาก แต่... ไม่ใช่กับงานหนังสือแน่นอน

ปริมาณคนที่หลั่งไหลมาในช่วงระยะเวลาสิบกว่าวันที่ผ่านมาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “หนังสือ” ยังคงเป็นสื่อกลางทางความรู้ที่ได้รับความนิยมอยู่ ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันนี้เรามีสื่อกลางทางเลือกอีกเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ที่เปิดอ่านได้ด้วยฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ สวย ๆ มีข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ Feed มาให้เราอ่านได้ตลอดเวลา หรือ แม้แต่ Clip Video ดี ๆ ที่ช่วยให้เราสามารถเรียนรู้สิ่งที่สนใจได้เยอะแยะไปหมด ซึ่งอีกสักพักคงจะเข้าสู่ยุค Analytic 3.0 (เคยเล่าแล้วใน Ministry of Learning ตอน “มุ่งหน้าสู่อนาคต”) ที่ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยในการตัดสินใจ และ จะต่อยอดไปสู่ระดับของปัญญาประดิษฐ์ในอีกไม่อนาคตอันใกล้นี้

ว่าแต่คุณผู้อ่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมต้องหนังสือ? และ ทำไมต้องการอ่าน? คำตอบในใจอย่างไม่ต้องอาศัยเหตุผลมากนัก (รวมทั้งตัวผมด้วย) ว่า “ก็ชอบไง” ซึ่ง Ministry of Learning จะเสนอแนวคิดไขคำตอบในประเด็นนี้และพาคุณผู้อ่านข้ามไปสู่ประตูถัดไปพร้อม ๆ กันด้วยเลย

ทฤษฎีที่สามารถอธิบายว่าทำไมคนเราถึงชอบหรือถนัดในการอ่าน หรือ การฟัง หรือ การดู ฯลฯ เป็นทฤษฎีที่มีมานานแล้วนั่นคือเรื่อง Metacognition (อ่าน เมตาคอกนิชัน) เสนอโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ชื่อ John Flavell ในปี ค.ศ. 1967 หมายถึง Cognition อยู่เหนือ Cognition แปลง่าย ๆ ว่าเป็นความรู้ที่อยู่เหนือความรู้ หรือ ความคิดที่อยู่เหนือความคิดก็ได้ ฟังแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ

ยกตัวอย่างในชีวิตจริงดีกว่า ขอให้คุณผู้อ่านลองนึกถึงสถานการณ์ที่มาท้าทายเรา เช่น เตรียมการสอบ เตรียมประชุมสำคัญ หรือ สถานการณ์บังคับให้เราต้องเข้าใจบางสิ่งบางอย่างในเวลาอันน้อยนิด ในช่วงเวลาที่เรามะงุมมะงาหรากับการเก็บเกี่ยวเคี่ยวกรำตัวเองนั้นก็พลันรู้สึกตัวได้ว่า มีอีกจิตหนึ่งทักเราในใจว่า “เอ่อ... เดี๋ยวนะ เราอยู่ตรงไหนแล้ว” หรือ “จะทำยังไงดีนะให้เราเข้าใจเรื่องนี้สักที” หรืออาจจะเป็นบอกว่า “นี่ไง หัวข้อนี้แค่เรียงสลับกัน ทำตารางช่วยจำง่ายกว่า” จิตนั้นแหละคือ Metacognition

เพราะ Metacognition จะหมายถึงระดับของความสามารถในการควบคุมกระบวนการคิดที่ใช้ในการเรียนรู้ การวางแผนในการทำงาน การติดตามเพื่อดูความก้าวหน้า และ ประเมินผลตัวเองจากผลงานที่ออกมา ทักษะพวกนี้แหละคือสิ่งสำคัญมากคนทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะถ้ามีแล้วจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีโดยไม่ต้องมานั่งตีอกชกใจว่าเราเรียนมาน้อยหรือคนอื่นมี IQ มากกว่า เพราะแต่ละคนสามารถหาวิธีในการเรียนรู้ในแบบที่เหมาะสมกับตนเองได้ โดยที่ยังสามารถพัฒนาวิธีการนั้นให้รู้เรื่องต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นยิ่งขึ้นได้ด้วยถ้าขยันฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

มาลงรายละเอียดอีกนิดดีกว่าเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ ลำพังแนวคิดของ Metacognition คงจะมองการประยุกต์ไม่ออก ทางเจ้าของทฤษฎีเลยกำหนดประเภทของ Metacognition ให้ 3 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 Declarative Knowledge หมายถึง Metacognition ที่บอกให้เราทราบว่าตัวเราในฐานะผู้เรียนว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรที่จะทำให้เราเรียนรู้ได้บ้าง เช่น บางคนถนัดที่จะเรียนรู้จากการอ่าน การฟัง การลงมือทำ ถ้าจะ Link ก็ลอง Search หาความรู้เรื่อง Learning Pyramid มาเป็นแนวคิดเสริมไว้ก็ได้ แต่ใช่ว่าจะถามใครปุ๊บก็จะเจอนะ มันต้องค้นหา ต้องลองทดสอบว่าวิธีการเรียนรู้แบบไหนที่เหมาะกับตัวของคุณผู้อ่านเอง นั่นถึงเป็นเหตุว่าคนชอบมางานหนังสืออาจจะถนัดกับ “การอ่าน” ไงล่ะ

ประเภทที่ 2 Procedural Knowledge หมายถึง Metacognition ที่บอกให้เราทราบว่าพฤติกรรมหรือเทคนิคอะไรที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้ ยกตัวอย่างเช่น บางคนจะ Highlight สิ่งที่อ่านเพื่อกลับมาอ่านใหม่ บางคนไปอ่านหรือฟังอะไรมาก็จะเขียน Note ใส่สมุดของตัวเองเอาไว้ บางคนอาจจะ Note เป็น Mindmap เขียน Model แสดงความเชื่อมโยง หรือ สร้างตารางเพื่อหาความสัมพันธ์ ฯลฯ เต็มไปหมด ยิ่งฝึกมากก็จะยิ่งอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณผู้อ่านอาจจะลองศึกษาเครื่องมือพวก Graphic Organizer เพิ่มเติมได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะ Procedural จะกว้างไปขนาดว่ารู้จักนั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือ ฟังเพลง Classic มาฟังเพื่อปรับคลื่นสมองเพื่อให้สมองพร้อมต่อการเรียนรู้ตามความถนัดของตนเองก็ได้ทั้งนั้น

ประเภทที่ 3 Conditional Knowledge หมายถึง Metacognition ในแบบรู้ว่าจะใช้ 2 ประเภทที่กล่าวมาแล้วมาผสมผสานกัน ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการตามแนวคิดของสิ่งที่ต้องเรียนรู้ว่าจะเลือกองค์ประกอบอะไรควบคู่กับเทคนิควิธีการไหน เพื่อให้การใช้พลังงานในการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เคยในที่สุด

อ่านถึงตรงนี้คุณผู้อ่านอาจจะเผลอคิดเบา ๆ ว่า “เย้ แบบนี้ฉันเป็นอัจฉริยะในเร็ว ๆ นี้แน่นอน” แต่ยังก่อน เพราะ Metacognition ต้องอาศัย “ความอดทน” และ “ความซื่อสัตย์” เนื่องจากเป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ ว่าวิธีไหนที่ใช้และไปต่อได้ไกลแค่ไหน เพราะการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ หรือ ลงลึกเรื่อย ๆ ต้องใช้ความพยายามทุกขณะจิต (ปวดหัวตุบ ๆ) นั่นถึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึงถนัดทำงานด้านวิจัย งานด้านวิชาการ เพราะเขาสามารถเข้าถึงการมี Metacognition ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งพอมี Metacognition สิ่งที่จะตามมาคือความสามารถในการกำกับตนเอง (Self-Regulation) ให้สามารถทำอะไรได้ดังใจปราถนา ซึ่งผมคงจะได้มีโอกาสมาเล่าต่อในวันหลัง

ว่าแล้วมาทดสอบ Metacognition ของคุณผู้อ่านกันหน่อยดีกว่า ผมอยากเสนอแบบฟอร์มที่ผมคิดขึ้นมานี้ให้เอาไปลองใช้กันดูนะ ให้คุณผู้อ่านเลือกเรื่องที่ตัวเองกำลังจะต้องเรียนรู้มา 1 เรื่องแล้วกรอกไปในหัวตารางตามตัวอย่างด้านล่างนี้ เรื่องอะไรก็ได้ เช่น การพูดในที่สาธารณะ ภาษาญี่ปุ่น การวิ่ง การใช้สถิติเพื่อการวิจัย อะไรก็ได้ จากนั้นลอง List ในช่อง Declarative ว่าองค์ประกอบอะไรที่สามารถทำให้คุณผู้อ่านเกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุด เช่น การอ่าน การฟัง การลงมือปฏิบัติ การดู Video ฯลฯ จากนั้นไปคิดต่อในช่อง Procedural ไปว่าเทคนิควิธีการอะไรที่คุณผู้อ่านเกิดการเรียนรู้ได้ดีบ้าง สุดท้ายช่อง Conditional จะเกิดจากการเอาองค์ประกอบใน 2 ช่องแรกมาประกอบกันก็จะได้แนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับตัวคุณผู้อ่านเอง

ลองทำไปแล้วก็ตรวจสอบดูนะว่าอะไรมากน้อยเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Work กว่ากัน ปรับ ๆ ไปสักพักก็จะเจอสูตรที่ลงตัว ซึ่งผมจะบอกเลยว่าต้องอดทนและให้เวลากับมัน แต่ถ้าเจอแล้วคุณผู้อ่านจะรักตัวเองขึ้นอีกเยอะ

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้สนุกกับการเรียนรู้ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

ที่มา

http://en.wikipedia.org/wiki/Metacognition

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]